








สงสัยเหมือนกันว่าคนย้ายต้นสาละจะรีไทร์จากมหาวิทยาลัยรึเปล่า
หลังจากที่ได้เห็นต้นสาละลังกา ก็เชื่อมาโดยตลอดว่าต้นที่เห็นคือต้นสาละที่อ้างถึงในพุทธประวัติ เพราะไปตามวัดที่ไหนก็เจอ ต้นที่ประทับใจที่สุดคือที่สิงห์บุรี ไม่แน่ใจว่าที่วัดพระนอนจักรสีห์หรือเปล่า แต่ต้นสาละลังกาที่นั่นต้นใหญ่มาก แถมมีรูปปูนปั้นแสดงตอนพระพุทธเจ้าประสูติ ทรงเดินและมีดอกบัวบานรองรับพระบาท 7 ดอก ครั้งนั้นเราไปเที่ยวกันเป็นครอบครัว คุณพ่อซื้อต้นเล็กๆที่เขาเพาะพันธ์ขายมา 2 ต้น รู้สึกจะไปปลูกที่วัดตโพทารามที่ระนอง
แต่พักหลังๆเริ่มอ่านหนังสือมากขึ้น มีข้อมูลว่าต้นสาละลังกา กับสาละเฉยๆนี่เป็นคนละต้นกัน และต้นสาละในพุทธประวัติคือต้นสาละเฉยๆไม่ใช่สาละลังกา อืมม์ ก็เริ่มงงๆ แล้วจะเชื่อที่ไหนดี ในหนังสือก็ฟังดูมีเหตุผล แต่ในวัดต่างๆมีต้นสาละลังกามากมายหลายวัดจนไม่แน่ใจว่าแล้วคนเก่าคนแก่ พระท่านที่มีความรู้จะไม่ทราบหรือว่าต้นสาละลังกามันไม่ใช่
ไปอ่านวารสารราชบัณฑิตฉบับหนึ่งมีคำอธิบายเรื่องต้นสาละเฉยๆ สาละลังกา และต้นรัง มีภาพประกอบอธิบาย อ่านดูก็น่าเชื่อถือเพราะเป็นหนังสือของทางราชบัณฑิต
ด้านข้างพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช มีต้นสาละใหญ่ต้นหนึ่ง มีป้ายเขียนบอกว่าคุณหญิงแม้นมาส ชวลิต นำมาปลูก หน้าตามันไม่ใช่สาละลังกาจริงๆด้วย
แต่คนที่ไม่เชื่อก็มี บังเอิญเป็นคุณพ่อ ก็เลยไม่แน่ใจว่าจะเชื่อใครดี แต่ต้องเชื่อข้อมูลละค่ะ มันเชิงประจักษ์นะคะ สาละลังกาไม่ใช่ต้นไม้ในพุทธประวัติค่ะ
หน้าตาปิรามิดทั้ง 3 แห่งเมืองกิซ่า มุมที่ถ่ายรูปนี้เป็นจุดที่เขาจัดขึ้นสำหรับถ่ายรูปโดยเฉพาะ ต้องนั่งรถเข้าไปในทะเลทรายให้ห่างปิรามิดพอควร เพื่อจะได้เก็บภาพของหมู่ปิรามิดได้ครบถ้วน สวยงาม มีคนมาเที่ยวชมมากทีเดียว จุดนี้จะมีแผงแบกะดิน ขายของที่ระลึกด้วย

ต้นกกที่เห็นนี้คือ ปาปิรัส ที่เลื่องชื่อของอียิปต์ (ได้ยินคนอียิปต์ออกเสียงว่า "ปาไป๊หรุส") เราไปที่ National Papyrus Institute เขาสาธิตวิธีทำกระดาษให้ดูดูแล้วก็ไม่เห็นจะยาก ต้นกกนี่เป็นต้นไม้สัญลักษณ์ของอียิปต์ล่างด้วย ถ้าตัดก้านกกในแนวขวางขะเห็นเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมคล้ายปิรามิด

ตอนเช้าตื่นนอนขึ้นมาริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มองไปที่ปราสาทเก่าฝั่งตรงข้ามซึ่งกลายสภาพเป็นโรงแรมคาสิโนและเป็นร้านอาหารหรูที่เราไปกินมื่อเย็นกันมาด้วย อิ อิ ขนาดเล็กนี๊ดเดียวจริงๆ

รูปนี้ถ่ายระหว่างทางจากอเล็กซานเดรียตอนกลับไปไคไร คนขับรถขึ้นไปจอดกล้าหาญมาก นับถือจริงๆ

การแสดงนี้อลังการงานสร้างจริงๆ ต้องยอมรับว่าไม่เคยได้ดูอะไรประทับใจขนาดนี้ การจัดฉาก เต็มสิบ เครื่องแต่งกายเต็มสิบ การร้องเพลงเต็มสิบ สรุปว่ารวมทุกอย่าง Perfect Ten!
หน้าโรงมีการขายของที่ระลึกเช่น CD เสื้อ หนังสือ (หนังสือเล่มละ 25 เหรียญ แต่เนื่องจากเคยซื้อเล่มเก่ามาได้ในราคาแค่ 4 เหรียญAustralia ก็เลยตัดใจซื้อไม่ลง) ของทุกอย่างแพงสำหรับคนไทย ก็เลยไม่ได้อะไรกลับมาเลย
เรื่องมันยาว ไว้ค่อยกลับมา update บรรยากาศการเข้าชมอีกทีดีกว่านะ
ข้อมูล:
The Phantom of the Opera
ละครเพลงเรื่องนี้เริ่มเปิดการแสดงที่ Her Majesty's Theatre เมื่อวันที่ 9 ตุลาคมปี1986โดยมีผู้แสดงนำคือ Michael Crawford และ Sarah Brightman
ประมาณกันว่ามีคนมากกว่า 80 ล้านคนได้เคยชมการแสดงและมียอดขายบัตรเกือบจะถึง 32 พันล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการแสดงที่ได้รับรางวัล Laurence Olivier and Evening Standard Award for Best Musical และอีก 7 รางวัล Tony Awards.
ละครเรื่องนี้เปิดการแสดงหลายแห่งนอกเหนือจากที่ West End ในประเทศอังกฤษ ก็มีการแสดงที่ New York, Sao Paulo, Essen, Tokyo และ Budapest และในเดือนมิถุนายนปีนี้ จะมีการเตรียมการแสดงมูลค่า 35 ล้านเหรียญสหรัฐที่ Venetian, Las Vegas
The Phantom of the Opera ฉบับภาพยนต์กำกับโดย Joel Schumacher นำออกฉายปลายปี 2004 โดยมี Gerard Butler แสดงเป็น The Phantom, Emmy Rossum แสดงเป็น Christine, Patrick Wilson แสดงเป็น Raoul และ Minnie Driver แสดงเป็น Carlotta
The Phantom ได้เปิดการแสดงมากกว่า 65,000 รอบใน 20 ประเทศ ใน 11 เมืองรอบโลก ให้แก่คนมากกว่า 80 ล้านคน
ได้มีการฉลองการแสดงรอบที่ 7000 ที่ The Majestic Theatre ในเมือง New York เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2004 และฉลองการแสดงครบรอบ 20 ปีที่ the West End
It has won over 50 major theatre awards including 3 Olivier Awards, the most recent being the 2002 Oliver Audience Award for Most Popular Show, an Evening Standard Award, 7 Tony Awards including Best Musical, 7 Drama Desk Awards and 3 Outer Critic Circle Awards.
The original cast recording was the first in British musical history to enter the charts at number one. Since then it has gone gold and platinum in the UK and US, selling over 40 million copies worldwide. It is the biggest selling cast album of all time.
The New York production became the longest running show ever on Broadway when it overtook CATS with its 7,486th performance on January 6th 2006.
The dazzling replica of the Paris Opera House chandelier is made up of 6,000 beads consisting of 35 beads to each string. It is 3 metres wide and weighs one ton. The touring version falls at 2.5 metres per second. The original version was built by 5 people in 4 weeks.
The Phantom's make-up takes 2 hours to put on and 30 minutes to take off. The face is moisturized, closely shaved and the prosthetics are fitted, setting immediately, before 2 wigs, 2 radio mics and 2 contact lenses (one white and one clouded) are placed.
2,230 metres of fabric are used for the drapes, 900 of them specially dyed. The tasselled fringes measure 226 metres. They are made up of 250 kilos of dyed wool interwoven with 5,000 wooden beads imported from India. Each one is handmade and combed through with an Afro comb.
There are 130 cast, crew and orchestra members directly involved in each performance.
Each performance has 230 costumes, 14 dressers, 120 automated cues, 22 scene changes, 281 candles and uses 250 kg of dry ice and 10 fog and smoke machines.
The touring production takes 27 articulated lorries to transfer the set between theatres

การบำเพ็ญกุศลจะมีทั้งหมด 3 วันมีกำหนดการติดไว้ที่หน้าประตูศาลาร้อยปี
ในบริเวณลานพิธีมีวงปี่พาทย์มาแสดงในงาน


พวงหรีดพระราชทานจากเชื้อพระวงศ์ทุกพระองค์ถูกจัดไว้เคียงกับโลงศพขุนพันธ์

มองลงมาจากศาลาร้อยปี บริเวณลานพิธีช่วงสามทุ่มเศษ จะมีสภาพแบบนี้ มีตำรวจมาประจำเต็มไปหมดทั้งในบริเวณและนอกวัด

คืนนี้ได้ไปดูความคืบหน้าของงานเพียงเท่านี้ จำเป็นต้องไปก่อนเพราะคาดว่าในวันจริงคงไม่มีปัญญาฝ่าคลื่นมหาชนที่มาในงานของขุนพันธ์ คงจะได้ทำบุญให้ท่านในโอกาสต่อๆไป





ลงเสาเอกเสร็จฉันกับพี่กระต้ายก็ไปกินข้าวที่ร้านหน้าซอย แล้วซื้อ Pizza ไปขอบคุณคนงานที่มาช่วยลงเสาเอก และถือโอกาสขออุปกรณ์ในพิธีมาเก็บ ต้นมะพร้าว กับข้าว กะว่าจะเอามาปลูก
สรุปว่ารู้สึกดีที่ได้สร้างบ้าน เหมือนนกมีรังจริงๆเลย

