Showing posts with label น้ำท่วม. Show all posts
Showing posts with label น้ำท่วม. Show all posts

Wednesday, December 02, 2020

บันทึกน้ำท่วม 2563

 ช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝนของทางฝั่งอ่าวไทย ปลายเดือนพฤศจิกายน ก็มีฝนตกตลอดเรื่อยๆ  พอดีเดินทางไประนองช่วงวันที่ 27 -29 พฤศจิกายน  ทางระนองอากาศมัวๆ แต่ฝนไม่ตก  ตอนขากลับบ่ายวันที่ 29 พฤศจิกายน ก็จะเจอฟ้ามัวมาตลอดทาง  เข้ากาฐนดิษฐ์ฝนตกหนักมาก  ขับรถยากมาก

วันที่ 30 พ.ย. - 1 ธ.ค. ก็ฝนตกหนักมากเป็นช่วงๆ ก็ยังไม่น่ากลัวเท่าไร แต่มีบางโรงเรียนประกาศเลื่อนวันเปิดเทอมจากวันที่ 1 ธค เป็นวันที่ 3 ธค เพราะอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่าฝนจะตกหนัก 1-3 นี้ 

วันที่ 2 ธ.ค. ฝนตกหนักตั้งแต่เช้า ซึ่งก็เป็นความต่อเนื่องมาเป็นวันที่สาม มีหลายจุดในเมืองที่น้ำเริ่มท่วมเข้าบ้าน  รอบนอกวลัยลักษณ์ก็เห็นมีโพสต์น้ำท่วมทั้งชินิดเข้าบ้าน  และทางที่ขาดไป  จริงๆวันที่ 3 นี้มีกำหนดนักนิเทศสหกิจที่หาดใหญ่  ก็ต้องเลื่อนไปเพราะได้ข่าวว่าทางชะอวดทางขาด

ในที่สุดวลัยลักษณ์ก็ประกาศงดการเรียนการสอนวันที่ 2 - 3 ธันวาคม 2563  พนักงานก็สามารถ work from home ได้จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

วันนี้ (2 ธค) ขับรถเข้าในท่าศาลา มีฝนตกแต่ก็ไม่มีจุดที่น้ำขังน้ำท่วม  แม้แต่ที่ป้ายหน้ามอที่เป็นจุดต่ำ  แต่ในมอมีคนส่งภาพมาให้ดูว่าน้ำท่วมลานจอดรถตึกต่างๆ  หอพักวลัยนิวาส ก็คงเป็นน้ำท่วมอีกครั้งที่ถือว่าใหญ่น่ากลัว

เห็นคนโพสต์รูปทางกรุงชิง  สะพานเล็กๆบางแห่งถูกน้ำท่วมแล้ว  สะพานเบี่ยงที่กำลังก่อสร้างคลองกลายก็ปิดแล้ว


ฟังจากข่าวที่เขานำเสนอ  บอกว่าปีนี้หนักกว่าปี 54  สะพานคลองกลายขาดแล้วทั้งทางจริงและทางเบี่ยง  มีรถ Fortuner ตกลงไปคัดหนึ่งด้วยค่ะ

ถนนเส้นต่างๆก็น้ำท่วมสูง เส้นสามแยกบ้านตาลน้ำท่วมถนน  แถวถนนตรงพระพรหมก็น้ำท่วมสูง หน้ารามก็น้ำท่วม  สรุปว่าน้ำมากจริงๆค่ะปีนี้  

ฝนก็ตกไม่หยุดเลย  วันที่ 2 นี้ตกตลอดวัน










3 ธ.ค. 2563  ตื่นมาตีสี่กว่าๆก็ได้ยินเสียงฝนตกหนักแล้วก็เบาลง แต่ก็ยังคงตกต่อเนื่อง ด้วยสภาพฝนแบบนี้ พื้นที่ต่างๆคงยังเจอน้ำท่วมต่อไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เข้าไปดูข่าวในเพจ ประเทศคอน  มีภาพน้ำท่วมหนักหลายๆที่ ในตัวเมืองนครน้ำท่วมสูงมาก มากอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน










4 ธ.ค. 2563 สถานการณ์เข้าสู่สภาพปกติ


Saturday, February 25, 2017

บันทึกน้ำท่วม 2560

ตั้งแต่วันที่ 2 9 ธันวาคม 2559 กรมอุตุฯ แจ้งว่าบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไป บริเวณเทือกเขาในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด  มีมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังแรงพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย และจะมีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง เคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้ตอนล่าง และประเทศมาเลเซีย ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมาก

วันที่ 30 ธันวาคม กรมอุตุฯแจ้งเตือนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดปกคลุมประเทศไทย ภาคใต้และอ่าวไทย ประกอบกับในช่วงวันที่ 31 ธันวาคม 2559 - 3 มกราคม 2560 จะมีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง คาดว่าจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้ตอนล่างและประเทศมาเลเซีย ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งส่วนมากบริเวณจังหวัดนราธิวาส ยะลา ปัตตานี สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และชุมพร 
ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคมจนถึงวันนี้ 8 มกราคม กรมอุตุฯประกาศเตือนว่า "ฝนตกหนักถึงหนักมากภาคใต้ตอนล่าง และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย " และพยากรณ์อากาศวันต่อวัน โดยทีแรกคาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงวันที่ 4 แล้วก็ค่อยๆเลื่อนไปเป็น วันที่ 8 วันที่ 9 และวันที่ 10 อย่างต่อเนื่อง
ในนครศรีธรรมราชเจอผลกระทบหนักที่สุดช่วงวันที่ 5-6 มกราคม 2560 ที่น้ำทะลักเข้าท่วมตัวเมืองและอำเภอต่างๆ จากที่คิดว่าไม่หนักหนากลับกลายเป็นน้ำท่วมที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี มากกว่าปี 2554 แต่ปีนี้ที่กรุงเทพช่วงนี้ไม่เกิดน้ำท่วมจึงดูว่าเป็นน้ำท่วมที่ไม่หนักหนา ทั้งๆที่ภาคใต้เจอภัยพิบัติทางน้ำรุนแรงที่สุด

เส้นทางถนนถูกตัดขาดหลายจุด  สะพานขาด  น้ำท่วมถนน จนในที่สุดรถทัวร์งดให้บริการ  รถไฟก็งดบริการ และในที่สุดสนามบินแจ้งงดบริการ สนามบินแจ้งปิดวันที่ 6 – 7 มกราคม จากนั้นเลื่อนปิด 8-9 มกราคม และมีทีท่าว่าจะปิดต่อเนื่องต่อไปอีก

เริ่มนับตั้งแต่ 31 ธันวาคม 2559 ว่าอากาศมัวๆ และก็มีฝนตกในช่วงจะเปลี่ยนผ่านปี นับจากปีใหม่มา แทบจะไม่ได้เห็นแสงอาทิตย์ ความที่ฝนตกทุกวันต่อเนื่อง ปีนี้หยุดยาว 31 ธันวาคม 2559 – 3 มกราคม 2560 คิดว่าฝนตกก็ไม่เป็นไรจะได้อยู่บ้านอ่านหนังสือ






วันจันทร์ที่ 2 มกราคม แอบได้เห็นดวงอาทิตย์ตอนเช้านิดหน่อยเพราะไปเดินเที่ยวชมทะเลท่าสูงตอนเช้า แปลกใจที่เห็นสาหร่ายทุ่นขึ้นมาเต็มหาด ชาวบ้านบอกว่าสาหร่ายขึ้นมาสามวันแล้ว  แสดงว่ามรสุมแรงซัดเข้าฝั่งแล้วซัดสาหร่ายเข้ามากองเต็มหาด เป็นอาหารยามมรสุม




วันอังคารที่ 3 มกราคม วันนี้ฝนตกทั้งวัน แต่ความที่อยากพาเพื่อนไปดูสาหร่ายทุ่น ก็ออกไปดูกันช่วงบ่ายโมง ไปเก็บสาหร่ายกลางสายฝน ไปขับรถกลางสายฝนเยี่ยมเยียนเพื่อนที่บ้านสวนสวยใกล้หาดทรายแก้ว และขับรถฝ่าฝนไปมา จนในที่สุดเพื่อนตั้งใจจะขึ้นกรุงเทพด้วยรถทัวร์เย็นนั้น ได้ไปส่งขึ้นรถกลางสายฝน

วันพุธที่ 4 มกราคม เป็นวันเปิดทำงานวันแรกของปี  ตอนเช้าไปส่งคุณพ่อไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลมหาราช ไปท่ามกลางสายฝยปรอยๆ กลับมาก็ยังได้สอนหนังสือช่วงสิบโมงถึงเที่ยงทั้งๆที่คิดว่านักศึกษาอาจจติดฝนแล้วไม่มาเรียน แต่นักศึกษาก็มาจนเกือบครบ ช่วงบ่ายฝนยังตกตลอด จนตอนเย็นขับรถไปรับคุณพ่อกลับ และแวะซื้อของที่เซ็นทรัล เหตุการณ์ก็ยังปกติ ไม่มีน้ำท่วม มีแต่ฝนตกตลอดเวลา

วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม มีประกาศจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ออกมาในช่วงบ่าย 2 ฉบับ ฉบับแรกเป็นของบุคลากร และฉบับที่ 2 แจ้งคณาจารย์และนักศึกษา

“ประกาศจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ "งดการเรียนการสอนและเลื่อนวันสอบกลางภาค"
ด้วยในพื้นที่ของจังหวัดนครศรีธรรมราช กำลังประสบภัยกับสภาวะฝนตกหนัก และหนาแน่นเป็นบริเวณกว้าง จนก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก และขณะนี้หลายพื้นที่มีน้ำท่วมสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน สร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สินและพื้นที่การเกษตรประกอบกับพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่า ในช่วงวันที่ 4-7 มกราคม 2560 ประชาชนในภาคใต้ตอนบน ให้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และปริมาณฝนที่ตกสะสม
ดังนั้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับคณาจารย์และนักศึกษา ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว มหาวิทยาลัยจึง
งดการเรียนการสอน ในวันศุกร์ที่ 6 มกราคม 2560
เลื่อนการสอนชดเชย ในวันเสาร์ที่ 7 มกราคม 2560
เลื่อนการสอบกลางภาคในวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ 7-8 มกราคม 2560”

วันที่ 6 มกราคม เข้าไปในมหาวิทยาลัย และตอนเที่ยงออกไปเติมน้ำมัน หน้ามอก็ไม่มีอะไรวิกฤตบนถนน แต่ในทุ่งน้ำปริ่ม หมู่บ้านสวยๆบนเนินกลายเป็นบ้านริมทะเลสาบ
ในมอบริเวณอาคารวิชาการแถวลานจอดรถ น้ำลดแล้ว แต่ใน covered way ยังคงมีน้ำขัง
ส่วนบริเวณอื่นๆ เช่น ทะเลสาบหน้ามอ น้ำล้นมาถึงสนาม. ใต้สะพานหน้าอาคารบริหารทางปิด
วันที่ 7-8 มกราคม เป็นวันเสาร์อาทิตย์ ที่ฝนยังคงตกต่อเนื่องจนหลักสูตร MIT ต้องงดการเรียนการสอนเสาร์อาทิตย์นั้น

และมีโรงเรียนในตัวจังหวัดประกาศปิดโรงเรียนเพิ่ม  มหาวิทยาลัยราชภัฏนครฯปิดตลอดสัปดาห์หน้าทั้งสัปดาห์ จนตอนบ่ายของวันที่ 8 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ประกาศงดการเรียนการสอนเพิ่มในวันที่ 9-10 มกราคม

----------------------
30 พ.ย. 2560
เดือน พ.ย. มีฝนตกหนักเช่นเคย ช่วงนี้กรมอุตุแจ้งว่าจะมีฝนตกแบบนี้ไปจนถึงวันที่ 1 ธ.ค. สองสามวันนี้ทางยะลา เห็นมีน้ำท่วมตัวเมืองกันแล้ว ในนครก็เฝ้าระวังกัน
ที่ท่าศาลามีฝนตกตลอด ในมอก็น้ำท่วมขังตาม walked way และที่จอดรถตามปกติ  ถ้ามีช่วงฝนหยุดซักพักก็น้ำลด  เมื่อวานกับเช้านี้ฝนตกตลอดเวลา มากบ้างน้อยบ้าง แต่ไม่เห็นดวงอาทิตย์เลย





ภาพจากออฟฟิศที่ C3 วันที่ 29/11/2560


Monday, November 25, 2013

น้ำท่วม พฤศจิกายน 2556

ปีนี้คิดว่าจะไม่เจอน้ำท่วมหนัก เจอเข้าจนได้ หลังจากได้ยินข่าวพายุไห่เยี่ยนเข้าฟิลิปปินส์ได้ไม่นาน ภาคใต้ก็เจอพายุเข้า ฝนตกหนักหลายวันต่อเนื่องจนน้ำท่วม  และมีลมหมุนในบางจุดทำลายบ้านเรือนประชาชนหลายหลัง ค่อนข้างหนักหนาถึงจะไม่เท่าน้ำท่วมปี 2554

ที่เริ่มหนักคือเย็นวันที่ 22 พ.ย. 2556 วันนี้ตอนเช้าแอบไปเมียงมองที่สนามบินพักนึงก่อนจะกลับมาประชุมที่สำนักก่อนเที่ยง บ่ายสอบสัมมนานักศึกษายันเย็น ตอนค่ำหนีฝนแมวๆหมาๆกลับบ้านแทบไม่ทัน  ที่วลัยลักษณ์ ช่วงหกโมงเกือบครึ่งที่อาคารวิชาการ 3 น้ำท่วม covered walkway แล้ว ลานจอดรถระหว่าง C3 - C4 น้ำท่วมถนนระหว่างตึกแล้วเหลือเฉพาะบริเวณที่จอดรถยังพอเดินได้ ทางออกจากอาคารน้ำท่วมขึ้นมาเรื่อยๆ ถ้าออกมาช้ากว่านี้อาจจะมองขอบถนนขาวแดงไม่เห็นนะคะ ระวังด้วย ทางออกจากวงเวียนมาถึงป้าย Walailak ที่ทะเลสาบน้ำท่วมเลนซ้าย ต้องขับชิดขวาตลอด ฝนก็ยังตกหนักมาก

Update status 23/11/2556 ใน มวล. วันนี้ฝนตกๆหยุดๆตั้งแต่เช้า เข้าไปในมอ จะไปศูนย์กีฬา รถจอดยาวริมถนนตั้งแต่ก่อนถึงศูนย์กีฬา มีตำรวจมากมาย เลยช่วงประตูเข้าศูนย์กีฬา รถจะจอดเต็มสองฟากไปจนถึงแยกเชื่อมไปถนนเส้นตุมปัง ขับเข้าไปแล้วต้องไปวน วนแล้วกลับมาใหม่เจอเยอะกว่าเดิม ฝนก็ตก ก็เลยปล่อยไป 

ไปดูสถานการณ์น้ำในมหาวิทยาลัย เป็นน้ำท่วมขังพอประมาณ แต่ไม่ได้หนักมากเพราะน้ำลดลงเยอะ มองไปทางหน้าโรงอาหารกิจกรรม แถวหน้า ATM มีน้ำขังบ้าง ทาง 7-11 ไม่มีปัญหา อาคารเรียนรวมไม่มีน้ำขัง อาคารวิชาการแถบวิชาการ 3 มีน้ำท่วมทางเข้า ใต้สะพานอาคารบริหารปิดทางถนน มีน้ำขัง โดยภาพรวมไม่มีปัญหาอะไรขั้นวิกฤต

 ริมทะเลสาบทางเข้ามอ น้ำท่วมหลากตามปกติ เก๋งจีนริมทะ้ลสาบยังไม่จมน้ำ  เส้นทางจากมอไปป้ายปากทางถนนใหญ่ไม่มีปัญหาอะไร (ยกเว้นเมื่อตอนเช้าประมาณแปดโมงเช้า บริเวณหน้าร้านบ้านเบอรี่จะมีตำรวจตั้งด่านตรวจก่อนเข้ามอ แต่ผ่านอีกครั้งช่วงสิบโมงเศษก็ไม่มีแล้วค่ะ) น้ำท่วมทุ่งเต็มพื้นที่ตามปกติ 



 23/11/2556 ราวแปดโมงเช้าอาศัยช่วงเวลาฝนหยุดไปซื้อกับข้าวที่ตลาด คุยกับพ่อค้าปลาได้ความว่าเมื่อวานช่วงเย็นมีลมหมุนเข้าท่าศาลา บ้านคนที่ลมผ่านหลังคาเปิดกันไปหลายหลัง ที่หนักมากก็คือร้านชาวเล ตัวเขาเองเมื่อวานก็ค้างที่ตลาด เจอไฟดับเมื่อคืนสองสามชั่วโมงด้วย ความที่เป็นลูกค้าร้านชาวเลมานาน ก็เลยขับรถเข้าไปดูเห็นแล้วใจเสียแทนเลยค่ะ ตัวร้านพังลงมาทั้งร้าน ได้คุยกับน้องเจ้าของร้าน บอกว่าเสียใจด้วย น้องเขาเข้มแข็งมาก วางแผนจะซ่อมแซมร้าน แต่คงให้หมดช่วงฝนก่อน น่าจะหลังปีใหม่ น้องเขาบอกว่าลมหมุนเข้ามาประมาณห้าโมงเย็น มีลูุกค้าในร้านสองสามคน โชคดีที่ทั้งลูกค้าทั้งคนในร้านหลบออกมาทันไม่มีใครเป็นอะไร ลูกค้าร้านชาวเลช่วยกันส่งกำลังใจด้วยนะคะ ตัวเองตั้งใจว่าตอนนี้ช่วยอะไรไม่ได้ แต่จะรอไปอุดหนุนเมื่อร้านเปิดอีกครั้งเป็นการต้อนรับค่ะ

จุดอื่นๆของท่าศาลาไม่มีน้ำขัง คลองฆ่าสัตว์น้ำเต็มปริ่มแต่ไม่ท่วม โรงพยาบาลท่าศาลาด้านหน้าไม่มีร่องรอยน้ำท่วม  ที่เกาะกลางถนนที่สี่แยกผู้ใหญ่ปลื้ม (เอ๊ะ ผู้ใหญ่รึกำนันนะ ไม่ค่อยมั่นใจ ถ้าลดตำแหน่งไปขอโทษนะคะ) เข้าใจว่าต้นไม้ล้ม เห็นมีรถสีส้มๆคงเป็นเจ้าหน้าที่ไปดูแลแล้วค่ะ ถนนเข้า มวล ไม่มีน้ำขัง ยกเว้นขอบทางบางจุดที่น้ำไม่มีทางระบายจะมีน้ำที่ขอบทางบ้าง แถวหน้าร้านบรรเจิด หน้า 7-11 เวลาขับรถยนต์บางช่วงผ่านน้ำขังระวังกระเซ็นไปโดนรถมอเตอร์ไซต์ด้วย






Wednesday, May 02, 2012

ฝนตก ฝนแล้ง ภัยพิบัติ

2556 ปีนี้อากาศร้อนมาก มีแนวโน้มว่าจะเกิดภัยแล้ง ช่วงนี้เริ่มเข้าหน้าฝน เดือนหกแล้ว ทางใต้มีฝนตกมากพอควร แต่อากาศร้อนมากๆ กะว่าจะบันทึกเรื่องฝนฟ้าอากาศแต่ละปีช่วงนี้ไว้


พฤศจิกายน ช่วงวันที่ 20-22 พฤศจิกายน มีพายุเข้าไทย ภาคใต้ฝนตกต่อเนื่องไม่เห็นัดวงอาทิตย์ตั้งแต่วเันที่ 19 วันนี้วันที่ 21ฝนยังตกตลอดที่ท่าศาลแต่ยังไม่มีน้ำท่วม
วันที่ 22 เริ่มหนักมากขึ้น โดยเฉพาะตอนเย็นมีลมหมุนเข้าพื้นที่ ร้านชาวเลพังลงทั้งหลัง ฝนตกจนถึงวันที่ 24 พฤศจิกายน แล้วก็หยุด

ปี 2556 คิดว่าจะไม่มีอะไร อากาศร้อนเป็นปกติ  แต่ช่วงเดือนกันยายน น้ำท่วมหนักแถบปราจีนบุรี สระแก้ว  และอีกหลายจังหวัด เช่น นครสวรรค์ อุทัยธานี อุบลราชธานี เพชรบูรณ์ ฯลฯ ที่น่านก็มีข่าวถนนเสียหายจากดินถล่ม ภาคใต้มีฝนตกตามปกติแต่ยังไม่มีข่าวน้ำท่วม
ช่วงเดือนนี้หลักๆคือ อุทกภัยภาคตะวันออก

รูปบริเวณที่มีน้ำท่วม สีแดงคือวิกฤต สีฟ้าคือระดับเตือนภัย  ภาพ ณ วันที่ 28 กันยายน 2556  จากเว็บThaiFlood ศูนย์ข้อมูลช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

==========================================

ปี 2555 ปีนี้เขาพยายามพร่องน้ำในเขื่อนเพื่อเตรียมรับน้ำท่วม แต่กลับเจออากาศร้อนจัด หลายจังหวัดประกาศเป็นเขตภัยพิบัติแล้ง เดือนเมษายนปีนี้ร้อนมากๆ  กลางเดือนเมษายนมีแผ่นดินไหวในทะเล อินโดนีเซีย คนภาคใต้ที่นครศรีรับรู้แผ่นดินไหว ที่บ้านเองก็รู้สึกว่าแผ่นดินไหวเบาๆ กลัวกันว่าจะเกิดสึนามิ แต่ก็ไม่เกิด

==========================================

ปี 2554 25 มีนาคม 2554 ฝนตกหนักในมวล.และมีน้ำท่วมหลายจุดในเมือง ถึงกับต้องส่งคนกลับตัวเมืองก่อนเวลาเลิกงาน น้ำท่วมต่อเนื่องถึงต้นเดือนเมษายน   http://www.blogger.com/blogger.g?blogID=7900301#editor/target=post;postID=2131862304366619181 ปีนี้เป็นปีมหาอุทกภัย น้ำท่วมใหญ่  เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม กระจายพื้นที่ต่างๆแต่ละภาคทุกภาค แม้แต่ในกทม.ก็น้ำท่วมชนิดไม่เคยเห็นมาก่อน น้ำลดช่วงมกราคม 2555

==========================================

ปี 2553 น้ำท่วมหนักที่ มวล. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2553

==========================================

ปี 2547 26 ธันวาคม 2547 เกิดสึนามิครั้งร้ายแรงหลายประเทศ และเป็นครั้งแรกของประเทศไทย คนเสียชีวิตมากมาย จังหวัดที่ได้รับผลกระทบคือหกจังหวัดภาคใช้ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

Friday, October 07, 2011

น้ำท่วมใหญ่ภาคกลางและภาคเหนือ กันยายน-ตุลาคม 2554

7 ตุลาคม 2554

ช่วงเดือนที่ผ่านมากมีข่าวน้ำท่วมใหญ่ทั่วภาคกลางและภาคเหนือ รุนแรงขนาดน้ำท่วมลึกเป็นเมตร บ้านเรือนอยู่ใต้น้ำไปหนึ่งชั้น ไร่นาเสียหายจากน้ำท่วมขังเป็นเดือน เป็นวิกฤตการณ์ที่น่ากลัวมาก คันกั้่นน้ำบางโฉมศรีแตก น้ำทะลักลงใต้เขื่อนจำนวนมาก ดูจากทีวีจะเห็นน้ำไหลเชี่ยวไปตามซอยหมู่บ้าน น่ากลัวมาก

วัดไชยวัฒนาราม ที่อยุธยาก็เพิ่งถูกน้ำท่วมไปสองสามวันมานี้ คันกั้นน้ำเอาไม่อยู่ แม้แต่กรุงเทพเขตรอบนอก วันนี้ก็ได้ข่าวน้ำท่วมถนนหลายจุด

30 ตุลาคม 2554

ช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมาข่าวน้ำท่วมกรุงเทพเป็นเรื่องใหญ่ เพราะคิดง่ายๆว่าแม้แต่ในกรุงเทพก็ไม่สามารถป้องกันได้ แล้วในกรุงเทพเป็นเขตเศรษฐกิจ เขตทำงาน เขตรวมพลที่จะไปช่วยที่อื่น ถ้ากรุงเทพชั้นในน้ำท่วม ส่วนตัวคิดว่ารัฐบาลทำได้แย่มาก ศอภ. ทำงานไม่เป็น และเป็นที่พึ่งไม่ได้

เดิมเมื่อน้ำจะลงมาจากอยุธยาก็จะลงมาที่แถวปทุมธานี ซึ่งก็ท่วมนิคมอุตสาหกรรมมาอย่างต่อเนื่อง 7 แห่ง ไม่เว้นแม้แต่นวนคร น้ำท่วมสูง 1-2 เมตร จากนั้นมีการให้ข้อมูลว่าจะกั้นน้ำให้ไปทางตะวันออกของกรุงเทพ แถบลากกระบัง คลองสามวา หนองจอก แต่ไปๆมาๆกลับเป็นว่าน้ำท่วมไปทางตะวันตกเสียมาก แม้แต่ในสนามบินดอนเมือง น้ำยังท่วมเข้า runway ทั้งๆที่ศูนย์ ศอภ. ก็ตั้งอยู่ที่นั่นและเป็นศูนย์พักพิงด้วย ทางฝั่งธนโดนหนักแถบจรัญสนิทวงศ์ซอย 80-90 กว่าๆ ประชาชนอพยพกันชุลมุน เห็นรูปน้ำท่วมอุโมงค์แยกบางพลัดแล้วตกใจไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพแบบนี้ http://www.pantip.com/cafe/news/topic/NE11258601/NE11258601.html


เมืองเอกน้ำท่วมสูง 2-3 เมตร มหาวิทยาลัยรังสิตจมน้ำ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรุงเทพ จมไปก่อนหน้านั้นแล้ว มูลค่าความเสียหายเป็นพันล้าน

อาหารแพงขึ้น น้ำดื่มหายากและราคาสูง มาม่าอาารแห้งถูกซื้อไปเก็บตุนจนขาดตลาด

รัฐบาลประกาศวันหยุด 27-31 ตุลคม 2554 ในเขตกรุงเทพและอีก 20 จังหวัดที่ประสบภัย ผู้คนที่อพยพก็จะไปทางชลบุรี โคราช ปราจีนบุรี จังหวัดที่น้ำไม่ท่วมทั้งหลาย

บ้านอยู่ที่ซอยอินทามระ 51 ยังคงไม่มีน้ำท่วม แต่เพื่อความไม่ประมาทก็ขนรถไปฝากไว้ที่ปราจีนบุรี เก็บของในบ้านขึ้นชั้นสอง

ภาคใต้ นครศรีธรรมราช ฝนเริ่มตกตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม และตกต่อเนื่องทุกวันแทบจะไม่ได้เห็นแสงแดด สองวันนี้เพิ่งมีแดดช่วงเช้าเล็กน้อย แล้วก็ฝนตกต่อเนื่องทั้งวัน ยังไม่มีน้ำท่วมขัง น้ำดื่มในห้างหาไม่ได้ต้องไปซื้อจากร้านเล็ก แต่ชีวิตโดยรวมยังไม่ลำบากอะไร

Monday, November 01, 2010

ถึงเวลาของภาคใต้

ภาพถ่ายหน้ามอ ตอนเย็นวันที่ 1 พ.ย.

ทะเลสาบหน้ามอ สถานการณ์ยังปกติ

ก่อนหน้าื่นี้มีแต่ข่าวน้ำท่วมภาคอื่นตั้งแต่ ภาคกลาง โคราช ไปอีสาน ปีนี้น่ากลัวมาก แทบจะเป็นน้ำท่วมรุนแรงที่สุดที่เคยเจอ จนสองสามวันนี้ภาคใต้ก็เจอหน้าฝนแรงๆกับเขาเหมือนกัน

ฝนตกต่อเนื่องมาสามวันแล้ว ไม่เห็นดวงอาทิตย์เลย แต่ที่ท่าศาลาน้ำยังไม่ท่วมขัง ฝนตกแรง แต่ก็ไม่แรงมากเท่าที่อื่น

คืนนี้( 1 พ.ย.) มีข่าวว่าดีเปรสชั่นจะขึ้นฝั่งที่นครหรือสุราษฏร์ แต่น้ำเริ่มท่วมสงขลา หาดใหญ่ สตูล ปัตตานี ตั้งแต่ตอนค่ำ ดูข่าวก็น่ากลัวมาก
ช่วงสี่ทุมเศษ ข่าวทีวี NBT บอกว่าพายุขึ้นฝั่งไปแล้วทางสงขลา นครก็รอดไป ถือว่าเป็นฝนตกธรรมดา

2 พ.ย.
ตื่นเช้ามาฝนไม่ตกแล้ว แต่ฟ้าก็ยังมัวๆ วันนี้ไม่เห็นดวงอาทิตย์ทั้งวันอีกเช่นเคย ข่าวว่าเมื่อคืนศูนย์กลางพายุขึ้นฝั่งแถบสงขลา ระโนด ทางนครไม่มีอะไรมาก ไฟฟ้าดับๆติดๆเรื่อยๆ รวมถึงที่ทำงานด้วย

คลองใกล้ๆบ้านน้ำเอ่อประมาณนี้ ดินที่ถมที่นั่นก็ถมปิดทางน้ำย่อย กำลังรอดูเหมือนกันว่าจะทานกระแสน้ำได้จริงไหม
มีนักศึกษาโทรมาหาจากหาดใหญ่บอกว่าที่บ้านน้ำท่วมจะถึงคอแล้ว (เว่อร์ไปหรือของจริงเนี่ย) เจอกันเต็มๆหลายแห่งเลย ภาคใต้หกจังหวัดที่วิกฤตมีสงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และพัทลุง สนามบินหาดใหญ่ก็ตลก เนื่องจากเป็นที่ดอน สนามบินยังเปิด เครื่องขึ้นลงได้ แต่ไม่มีรถไปรับจากสนามบิน....

จะห้าทุ่มแล้ว ดูรายการตอบโจทย์ทางไทยพีบีเอส มีคุณปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน และมี ร.ศ. ประเสริฐ ชิดพงศ์ สว.สงขลา มาคุยเรื่องน้ำท่วมหาดใหญ่ เขาบอกว่าปีนี้น้ำมาแรง ไม่เหมือนปี 43 และมาเร็วกว่าปกติ ซึ่งปกติควรมาหลังลอยกระทง แต่เป็นประเภทมาไวไปไว น้ำจะลดเร็ว เที่ยวนี้มีทั้งฝนตกแล้วมีดีเปรสชันซ้ำ จึงเกินความสามารถที่จะรองรับน้ำเพราะประเมินปริมาณน้ำเทียบกับปี 43 เที่ยวนี้มีน้ำมากกว่าจึงไม่พอ ถ้าจะไม่ให้น้ำท่วมหาดใหญ่ ก็ต้องทำเพิ่ม ขยายคลอง ความลาดเทของน้ำไปยังทะเลสาบสงขลาก็ทำได้ และระบบคันกั้นน้ำปกป้องระบบเศรษฐกิจที่เหมาะสม ( เช่นทำถนนกั้น หรือทำคันกั้น)

4 พ.ย.
แล้ว มวล.ก็ถึงเวลาประกาศหยุดการเรียนการสอนวันที่ 4-5 พ.ย. กลับมาอีกทีวันจันทร์ที่ 8 พ.ย. เพราะสถานการณ์น่าจะเอาไม่อยู่แล้ว



ดูรูปเพิ่มเติมได้ที่

Thursday, November 20, 2008

น้ำท่วม.....แง

12 พฤศจิกายน 2551 วันลอยกระทงสัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ฝนแถบนี้กระหน่ำลงมามาก ปีนี้มากกว่าปกติ
 ไม่เห็นแดดมาหลายวันแล้ว น้องๆที่พักในแฟลตมหาวิทยาลัยบอกว่าน้ำท่วม ต้องเดินลุยน้ำกลับตึกทุกวัน ก็ยังนึกว่าเป็นเหมือนปกติทุกๆปี วันนี้ขับรถเข้าเขตมหาวิทยาลัยรู้สึกว่าน้ำท่วมข้างทางสูงผิดปกติ ก็เลยขับรถไปดูแฟลต ปีนี้อาการหนักจริงๆ ถือว่าหนักสุดในรอบ 10 ปี เหตุการณ์คล้ายๆปีนี้เคยมีในปีแรกที่มาทำงาน แต่ปีนั้นเกิดจากระบบท่อระบายน้ำที่ขนาดเล็กและกระบายน้ำยังทำได้ไม่ดี จำได้ว่าน้ำท่วมในตึกถึงขนาดท่วมที่นั่งที่วางไว้บนโถงใต้ตึก ในขณะที่ปีถัดๆมาจะท่วมแค่แอ่งปลูกต้นไม้กลางตึก เหมือนรูปข้างล่างนี้ เป็นรูปน้ำท่วมเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว(2550)ในตึกวลัยนิวาส 1

 ส่วนปีนี้น้ำท่วมสูงมาก ทำรูปเปรียบเทียบให้ดูว่าน้ำสูงแค่ไหน รูปข้างล่างนี้ถ่ายเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว จะเห็นว่ามีทางเดินปูนที่เราเรียกว่าสะพานข้ามดาว ถูกสร้างเพื่อการเดินในช่วงน้ำท่วมโดยเฉพาะ (ถ้าเดินช่วงน้ำไม่ท่วมถือว่าเป็นการฝึกการเดินแบบ) ปกติน้ำจะท่วมระดับหนึ่งพอประมาณรูปนี้ถ่ายจากตึกวลัยนิวาส 1

 ปีนี้น้ำท่วมสะพานข้ามดาวของเรามิดไปเลย รูปนี้เพิ่งถ่ายเมื่อเช้าน้ำลดลงเล็กน้อยแล้ว จะเห็นแต่ขอบปูนปริ่มน้ำรูปนี้ถ่ายจากถนน

 รูปข้างล่างนี้ก็เป็นรูปเมื่อเช้าทั้งหมด จะเห็นลานจอดรถที่ไม่มีรถคันไหนกล้าจอดแช่น้ำ
 หน้าแฟลตวลัยนิวาส 2 เปลี่ยนจากสนามฟุตบอลเป็นทะเลสาบชั่วคราว

รูปน้ำท่วมทุ่ง...ของแท้..ท่วมพื้นศาลาพักใจของเราจนเกือบถึงที่นั่ง รูปนี้ตรงหัวโค้งใกล้ทางเลี้ยวเข้ากลุ่มอาคารวิชาการส่วนรูปนี้ถนนใต้สะพานหน้าอาคารบริหาร ไม่กล้าขับรถลุยเข้าไป กลัวรถจะแปลงร่างเป็นเรือ

 ตะกี้อ่านข่าวใน Intranet โรงแรมเรือนวลัยของเราก็งดบริการวันนี้  เนื่องจากระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 10 นิ้ว จากพื้นในโรงแรม ทำให้พนักงานไม่สามารถบริการได้
 แล้วจะมีรอบต่อไปอีกไหมละเนี่ย...