Showing posts with label สถานที่ท่องเที่ยว. Show all posts
Showing posts with label สถานที่ท่องเที่ยว. Show all posts

Wednesday, March 02, 2022

The IVLP Reconnect

 The IVLP Reconnect Day 1

26 - 27 กุมภาพันธ์ 2565 เสาร์อาทิตย์นี้ได้มาเข้าร่วมงาน “The IVLP Recoonect” ที่ตรังค่ะ ในฐานะ Alumni ที่เคยได้รับเกียรติให้เข้าร่วมโครงการ IVLP เมื่อปี 2014
โครงการ International Visitor Leadership Program (IVLP) เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญได้แลกเปลี่ยน ณ ประเทศสหรัฐอเมริกาในด้านวิชาการและประเด็นทางสังคม จัดโดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา งานครั้งนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปีของโครงการ IVLP เพื่อให้ผู้เคยเข้าร่วมโครงการชาวไทยซึ่งปัจจุบันเป็นผู้นําในองค์กรภาครัฐและเอกชนไดเ้ข้าร่วมงานสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทํา กิจกรรมและพัฒนาเครือข่าย IVLPในประเทศไทยโดยมีประเด็นเรื่องความเช่ื่อมโยงในภูมิภาค ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ และสังคม รวมถึงการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
ที่บริเวณงานจะมีภาพของ IVLP ที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น Margaret Thatcher IVLP จาก UK เมื่อปี 1967 คุณสุรินทร์ พิศสุวรรณ IVLP ปี 1982 จริงๆระดับผู้นำสำคัญมีหลายคนเลยนะคะ รวมถึง นางอินทิรา คานธี และคุณชวน หลีกภัยด้วยค่ะ
เราขับรถจากนครตอนแปดโมงนิดๆ มาแบบเย็นๆกลางสายฝนที่ตามมาจากฝั่งอ่าวไทยถึงอันดามัน ไปแวะบ้านคุณป้าที่ห้วยยอดอยู่พักนึง แล้วไปทับเที่ยงต่อเลย ไปถึงโรงแรมเรือรัษฎาสถานที่จัดงานประมาณ 11 โมงเศษ ทำการตรวจหาโควิดด้วย ATK เพื่อความมั่นใจว่าผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนไม่ได้นำโควิดติดตัวมาค่ะ จากนั้นก็เช็คอิน เก็บของไว้ในห้องแล้วก็ลงมากินข้าวเที่ยง
กิจกรรมเริ่มตอนบ่ายโมง ผู้เข้าประชุมจะนั่งร่วมโต๊ะกลมเป็นกลุ่ม 6 กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน เป็นการรักษาระยะห่างในการประชุมช่วงเวลาโควิดค่ะ เริ่มงานก็มีการกล่าวเปิดงานโดย Ms Lydia Barraza ผู้ช่วยทูตฝ่ายวัฒนธรรมและการศึกษา สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจําประเทศไทย จากนั้นเป็นปาฐกถาพิเศษ โดย The honorable Michael Heath อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูต ช่วงต่อมาก็เป็นการสร้างความคุ้นเคยในกลุ่มผู้เข้าประชุม ด้วยการแสดงความคิดเห็นแบบ word cloud และการตอบคำถาม สนุกสนานกันไปค่ะ ได้รู้จักเพื่อนใหม่หลายคน แต่ละคนก็น่าสนใจมาก เพราะคนที่มาเข้าโครงการนี้มีความสามารถและความหลากหลายสูง มีความสามารถในการสื่อสารและมนุษยสัมพันธ์ดีมากถึงมากที่สุดกันแทบทุกคน ภาษายุคนี้ต้องบอกว่าเป็นเครือข่ายที่มีดาเมจสูงค่ะ 🙂
หัวข้อถัดไปคือ ASEAN Sustainable Development Goals โดย คุณเรอโน เมแยร์ ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจําประเทศไทย (UNDP) คุยให้ฟังเรื่อง Sustainable Development Goals –SDGs ทั้ง 17 ข้อ (ตรงนี้ต้องขอโน้ตไว้ว่าที่ ม.วลัยลักษณ์ก็มีความตื่นตัวเรื่องนี้ในระดับมหาวิทยาลัย และได้นำ SDGs ไปให้แต่ละรายวิชาระบุใน มคอ 3 ว่าวิชาที่สอนนั้นสอดคล้องกับ SDGs ข้อใด ก่อนนี้ก็งงๆนะคะมาได้ฟังวันนี้ก็เข้าใจประเด็นเลยค่ะ) นอกจากนั้นก็ได้ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยมีความก้าวหน้าในการดำเนินการเพียงใด ข้อมูลน่าสนใจมาก จดไม่ทัน แต่ไปค้นข้อมูลในเน็ต สามารถดูรายละเอียดได้จากลิงก์นี้นะคะ http://www.symposium.econ.tu.ac.th/paper/symposium00.pdf
ต่อไปเป็นหัวข้อ Effective Communications in a Digital Era มีผู้แทนจาก Facebook และ คุณ Tom Montgomery รองโฆษก สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจําประเทศไทย มาคุยให้ฟังค่ะ หัวข้อนี้มีคำถามจากฟลอร์มากมายส่วนใหญ่ถามไปที่ Facebook เช่น อาชญากรรมบน FB มีแนวทางกลั่นกรองอย่างไร ฟีเจอร์บางอย่างที่ทางอเมริกามีแต่ในประเทศไทยไม่มี เช่น fundraising จะมีโอกาสที่จะให้บริการหรือไม่ คำถามเริ่มระดมมาเรื่อยๆ และร้อนแรงขึ้นเป็นลำดับ แต่เวลามีน้อยก็ต้องตัดจบก่อนค่ะ เพราะหัวข้อถัดไปคุณเป้ อดิศรมาแนะนำเรื่อง Alumni engagement with US Embassy ตอนนี้มีการจัดตั้งสมาคมของ Alumni ภายใช้ชื่อ Thailand - United States Alumni Association (TUSAA) ก็คงจะมีกิจกรรมและการสร้างงานจากเครือข่ายกันต่อไปค่ะ
หัวข้อสุดท้าย อาจารย์ยิ่งยศ แก้วมี ผู้ก่อต้ัง บจก. สถาปนิกอยู่ดีกรรมาธิการ ฝ่ายกิจกรรมเมืองและนโยบายสาธารณะ สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ผู้ก่อตั้ง กลุ่มประชาสังคม Trang Positive ได้มาคุยให้ฟังผ่าน Zoom ในเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเมืองตรัง ซึ่งเราจะได้ไปเยี่ยมชมในวันพรุ่งนี้ค่ะ
เลิกประชุมประมาณห้าโมงเกือบหกโมงเย็น ก็มีเวลาพักประมาณชั่วโมงนึง แล้วลงมากินอาหารเย็นด้วยกันตอนหนึ่งทุ่ม ตอนกินนี่ไม่นานค่ะ แต่คุยกันต่อนี่ยาวเลย

บอกแล้วไงคะว่า IVLP มนุษยสัมพันธ์ดี… ดีมาก... ดีเกินเหตุ 🙂











The IVLP Reconnect: Day 2 เมืองเก่ากันตัง 27 กุมภาพันธ์ 2565 กิจกรรมของ “The IVLP Recoonect” วันที่สองนี้ มีธีมเป็นเรื่อง “Empowering Sustainable Community Development” การลงพื้นที่วันนี้จึงไม่ใช่การไปเที่ยวทะเลสวยของตรัง แต่เป็นกิจกรรมศึกษาโครงการพัฒนาชุมชนและแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ สังคมและวัฒนธรรมในจังหวัดตรังค่ะ
จุดแรกเราไปที่อำเภอนาโยง ที่วิสาหกิจชุมชนผ้าทอนาหมื่นศรี ไปถึงก็จะมีกิจกรรมสามฐานคือ การรับฟังบรรยายเกี่ยวกับข้าวของที่นี่ ตัวที่น่าสนใจคือข้าวเบายอดม่วง เป็นข้าวที่เพิ่งพัฒนากันมาสี่ห้าปีนี้และกำลังจะจดลิขสิทธิ์ เป็นข้าวที่เหมาะกับผู้สูงอายุ มีวิตามินแร่ธาตุที่ดีกับสุขภาพ และก็เป็นข้าวใหม่ที่ผลิตโดยไม่ใช้ปุ๋ยสารเคมี ป้าแดงผู้มาบรรยายก็เป็นชาวนาตัวจริง รออะไรคะ ต้องสนับสนุนซิคะ ฐานถัดไปเราไปชมพิพิธภัณฑ์ผ้านาหมื่นศรี ผ้าที่นี่มีลักษณะพิเศษ มีลวดลายน่าสนใจมาก มีสาวน้อย 2 คนมานำชมค่ะ มีเด็กรุ่นใหม่แบบนี้ไม่ต้องห่วงว่าชุมชนนี้จะไม่มีคนสืบต่อนะคะ เป็นความยั่งยืนของชุมชนค่ะ ฐานที่สามเป็นการหัดทำลูกลมซึ่งเป็นของเล่นทำด้วยไม้ไผ่ เมื่อดึงเชือกใบพัดจะหมุน สนุกดีเหมือนกัน จากนั้นทางชุมชนมีน้ำอัญชันใส่มะพร้าว และน้ำลูกหยี กับขนมโคอร่อยๆมาเลี้ยงค่ะ เหลือเวลานิดนึง ก็ขอซื้อผลิตภัณฑ์กลับบ้านดีกว่า
จุดถัดไป เราไปที่อำเภอกันตัง เยี่ยมชมเมืองเก่ากันตังบริเวณปากแม่น้ำตรังค่ะ จุดแรกที่แวะคือ ศาลเจ้าฮกเกี้ยนก๋งก้วน-ม่าจ้อโป๋กันตัง 江東福建公所天湄宮 เป็นศาลเจ้าแม่ทับทิม กว้างขวาง ด้านนอกเป็นเรือนไม้สองชั้น ตัวศาลเจ้าอยู่ข้างใน เจ้าแม่ทับทิมที่นี่เรียกว่า ม่าจ้อโป๋ เป็นที่เคารพของชาวเรือและชาวบ้านทั่วไป ชั้นบนจะมีลักษณะเป็นโรงเตี๊ยมคือเป็นที่พักให้คนเดินทางได้พัก ที่นี่มีขนมม่อหลาวหรืองาพองให้ได้กินเป็นขนมเบรค จากนั้นนั่งรถไปที่มัสยิดปากีสถาน จริงๆก็ไม่ได้ไกลกันนะคะ ที่นี่น่าสนใจมากที่เป็นมัสยิดแห่งแรกของชาวปากีสถานในประเทศไทย อายุร้อยกว่าปีแล้วค่ะ ได้รับฟังแนวคิดของทางศาสนาอิสลาม คุณลิเดียจากสถานทูตก็สามารถพูดภาษาอูรดูร์ได้เป็นที่ชื่นชมของที่นี่ ได้รับพรกันถ้วนทั่ว ที่นี่มีชาปากีสถานให้ได้ชิมด้วย
ถัดไปคือศาลเจ้าไหหลำ ใกล้กันมากกับมัสยิดปากีสถานค่ะ จุดนี้อลังการมากเพราะจะมีคุณแม่หลายๆท่านแต่งตัวชุดบาบ๋ายะหยามาต้อนรับพวกเรา มาโต๊ะยาววางขนมพื้นถิ่นชนิดต่างๆด้วยหลากหลายและสวยงาม แถมมีการแสดงจากคุณแม่ๆให้ชมค่ะ เป็นที่ประทับใจ เจ้าแม่ทับทิมที่นี่ก็งามมาก และเขาบอกว่าถ้าไปยืนตรงหน้าท่านแล้วมอง จะเห็นท่านลืมตาและยิ้มนิดๆ คล้ายจะกระพริบตาได้อะค่ะ ก็ไปลองยืนดู… ไม่เห็นค่ะ ค่อยดูจากคลิปวิดีโอแล้วกัน
ตอนเที่ยงเรากินอาหารที่หอประชุมอเนกประสงค์คอซิมบี๊ เป็นอาหารมุสลิม รสชาติดีเลยละค่ะ กินเสร็จก็เดินไปที่พิพิธภัณฑ์บ้านพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี ที่อยู่ใกล้กัน ที่นี่เป็นบ้านเก่าของท่านคอซิมบี๊ เป็นเรือนไม้หลังใหญ่ สวยงาม จัดแสดงสิ่งของต่างๆในบ้าน ที่น่าชื่นชมคือที่นี่มีน้องๆนักเรียนระดับมัธยมศึกษา.ต้นและ ม.ปลายมาเป็นมัคคุเทศน์ พูดจาฉะฉาน ให้ข้อมูลชัดเจน น่าฟังมากๆ ที่น่าทึ่งคือสามารถบรรยายเป็นภาษาอังกฤษได้ด้วยคำสละสลวยมีแอคเซนต์ พูดเพราะมากค่ะลูก ถาม ผ.อ.โรงเรียนว่าน้องเรียนภาคภาษาอังกฤษหรือคะ ก็ไม่ใช่นะคะ นี่มาจากการฝึกฝนล้วนๆ ชื่นชมมากค่ะ ถ่ายภาพร่วมกันรูปสุดท้าย จากนั้นคณะจะไปส่งผู้ที่เดินทางกลับกรุงเทพที่สนามบิน และส่งทั้งหมดที่เหลือกลับโรงแรมเรือรัษฎา
คุณพี่สาวทั้งสามของเรามารอรับอยู่แล้ว (อารมณ์เหมือนตอนเด็กๆไปเข้าค่ายแล้วครอบครัวมารับกลับ 555 ) ก็เลยจบทริปกับ IVLP เท่านี้ นะคะแล้วมาตามทริปผู้หญิงสามเมืองกันค่ะ เพราะคุณพี่สาวคนนึงอยู่ที่กันตัง อีกคนอยู่ห้วยยอดและอีกคนมาจากนคร จริงๆเมื่อวานเขามีทริปกินทริปเที่ยวดีงามกันมาก วันนี้ก็เที่ยวที่วัด ศาลเจ้า พิพิธภัณฑ์ มากกว่าที่เราไปเสียอีก เกือบจะไม่เหลือที่เที่ยวให้เรา 555 แต่เราก็ขับรถชมเมืองต่อ บ้านคุณพี่สาวที่กันตังอยู่ใกล้กับมัสยิดปากีสถานก็จะรู้เรื่องราวแถวนี้เป็นอย่างดี บอกได้ด้วยว่าเวลามีงาน ศาลเจ้าฮกเกี้ยนจะผัดหมี่ฮกเกี้ยนเลี้ยงคน ในขณะที่ทางศาลเจ้าไหหลำจะมีอาหารจากเนื้อแพะ แปลกดีเหมือนกัน
เราแวะลงเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากกันนิดนึง นั่งเรือไปกลับชมวิวเมืองจากอีกฟากแม่น้ำ จากนั้นแวะร้านขนมเลิศรสซื้อขนมเค้กและอื่นๆ แล้วก็ขับรถกลับเข้าทับเที่ยง ระหว่างทางก็แวะถ่ายรูปกับต้นยางพาราต้นแรกของประเทศไทย มาถึงโรงแรมก็เปลี่ยนไปขึ้นรถคุณพี่สาวนครต่อค่ะ เราขับรถกลับทางห้วยยอดเพื่อจะได้แวะที่ลำภูรา ไม่ได้ซื้อเค้ก แต่ซื้อหมูย่างหน้าร้านเค้กขุกมิ่ง อร่อยนะคะ ช่วงนี้หมูราคาลงมานิดนึง เขาก็จะขายราคากิโลละ บาท ตอนช่วงหมูแพงจะเป็น 480 บาทต่อกิโลค่ะ
แวะส่งคุณพี่สาวห้วยยอดที่บ้านแล้วก็ขับรถกลับนคร มาถึงนครก็เปลี่ยนกลับเป็นรถตัวเองเพื่อกลับท่าศาลาซิตี้ ถึงบ้านก็ทุ่มนึงแล้ว เป็นอันจบทริปค่ะ ดีงามมาก ขอบคุณทางสถานทูตสหรัฐที่จัดกิจกรรม Reconnect ให้นะคะ คิดว่าด้วยพลังบวกที่มีเหลือเฟือใน IVLP แต่ละคน และความคุ้นเคยที่เราได้รู้จักกันในทริปนี้ คงเกิดพลังของเครือข่ายในอนาคตค่ะ

















Friday, April 23, 2021

#เที่ยวทิพย์...กับ Gutenberg

 

14 เมษายน 2564


วันนี้ Google ขึ้นรูป Doodle เป็นวันที่ระลึกถึง Johannes Gensfleisch zur Laden zum Gutenberg ผู้ประดิษฐ์ตัวพิมพ์ที่ถอดได้ขึ้นในยุโรปช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15 คือเขาไม่ใช่คนคิดวิธีการพิมพ์นะคะ เดิมวิธีการพิมพ์แบบบล็อกมีมานานแล้ว การพิมพ์หมึกลงบนกระดาษก็มีมาในจีนก่อนนั้นนับพันปี แต่ด้วยสิ่งประดิษฐ์ของเขาทำให้เทคโนโลยีการพิมพ์เติบโตชนิดก้าวกระโดด ทำให้เกิด mass communication ช่วยให้ความรู้สามารถเข้าถึงประชาชนได้แทนที่จะอยู่ในมือของผู้มีอำนาจหรือคริสตจักร
มาร์ติน ลูเทอร์ หนึ่งในผู้ปฏิรูปศาสนาคริสต์เป็นนิกายโปรเตสแตนต์ก็ได้อาศัยว่ามีเทคโนโลยีการพิมพ์แบบนี้ทำให้เขาสามารถพิมพ์งานเผยแพร่แนวคิดของเขาได้อย่างกว้างขวาง (สองคนนี้เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันด้วยนะคะคือ University of Erfurt แต่ลูเทอร์เป็นรุ่นน้องห่างกันหลายสิบปี) งานของเขาเป็นส่วนหนึ่งของยุคเรอเนสซองส์ (เปรียบเทียบเวลาให้เห็นง่ายๆ เขาเกิดก่อน Leonardo Da Vinci ซักห้าสิบปีแค่นั้นเอง ทำไมยุคนั้นมีแต่อัจฉริยะนะ ไม่เข้าใจ)
ตานี้ไปเที่ยวกันดีกว่า ตาม Gutenberg ไปค่ะ เมืองที่เขาพัฒนาเครื่องพิมพ์คือที่เมือง Strasbourg ค่ะ ตอนนั้นเขาย้ายไปทำงานเป็นช่างทองในกองทหารอาสาสมัครของเมืองไปอยู่กับญาติฝ่ายแม่ เราก็ไปเที่ยวทิพย์ Strasbourg กันเถอะ ตอนนั้นเราเป็นทริป สาม-กระ-สัตว์ พี่กระต่าย พี่กระจง และก็น้องกระ-เพะ
Strasbourg เป็นเมืองอยู่ในแคว้นอัลซาส ประเทศฝรั่งเศส ถูกครองครองสลับกันไปมาระหว่างฝรั่งเศสกับเยอรมัน เดินในเมืองนี้รู้สึกเหมือนเดินในเยอรมันมากกว่าอยู่ฝรั่งเศส เมืองที่นี่สวยงามตามแบบยุโรปทั่วไป มีจตุรัสกลางเมือง มีโบสถ์ใหญ่ Notre Dame มีที่เที่ยวที่ทุกคนต้องมาถ่ายรูปคือ Petit France เป็นจุดท่องเที่ยวที่ตามชื่อคือ ฝรั่งเศสน้อยๆ เมืองนี้เป็นเมืองใหญ่และทันสมัยนะคะ รถรางที่นี่ดูทันสมัยกว่าปารีส เมืองนี้มีสัญลักษณ์ที่จะเห็นตามร้านขายของที่ระลึกคือ นกกระสา แม่มด และเด็กผู้หญิงผูกโบว์โตๆ
ท่าน Gutenberg จะมีอนุสาวรีย์ของตนเองอยู่ที่ Place Gutenberg ใกล้ๆรูปปั้นจะมีม้าหมุนอยู่ชุดนึง ไม่รู้ว่าเกี่ยวอะไรเหมือนกัน ไปคารวะท่าน Gutenberg กันค่า
ส่วนอีกภาพที่โพสต์เป็นภาพหนังสือไบเบิลฉบับ Gutenberg อันนี้ไปถ่ายมาจากห้องสมุดรัฐสภาที่ Washington DC ค่ะ Fan club ตัวจริงต้องตามให้สุด 🙂




ยุคนี้เที่ยวทิพย์ต่อไปค่ะ













Tuesday, October 27, 2020

ดอนตะโกมีอะไรมากกว่าที่คิด...ไม่เคยรู้เลย...

เนื่องจากวันนี้มีงานที่ต้องลงพื้นที่ไปถามความต้องการของชุมชนในโครงการยกระดับเศรษฐกิจระดับตำบล ไปที่ อบต.ดอนตะโกค่ะ ได้คุยกับทีมนายกอบต. ปลัด หน.สำนักปลัดและผู้ใหญ่บ้านโชคดี สุทธิพันธ์ ทางอบต.เห็นดีด้วยที่จะเข้าร่วมโครงการ ก็ขอคุยไว้ก่อนเพื่อการส่งโครงการเสนอขึ้นไปนะคะ ถ้าโครงการได้รับการอนุมัติก็จะได้ทำงานลงพื้นที่กันค่ะ คุยงานไปขั่วโมงกว่า เรียบร้อยด้วยดี งั้นไปเยี่ยมชมสถานที่น่าสนใจของดอนตะโกกันดีกว่าค่ะ เราใช้คำว่า.... ลงพื้นที่เก็บข้อมูลจริง 
ก่อนมาที่นี่ก็ไม่รู้จักดอนตะโกเลยนะคะ ไม่รู้จักสถานที่สำคัญและสิ่งมีชื่อเสียงของแถบนี้เลย รู้สึกอายเล็กน้อย เพราะเราอยู่เขตอำเภอท่าศาลาด้วยกัน ใกล้กันมาก ใกล้เกลือกินด่างมากค่ะ เพราะที่นี่มีอะไรมากกว่าที่คิด

ไม่เคยรู้ว่าที่นี่มีวัดเก่าแก่อย่างวัดจันพอ ที่ตั้งวัดมาตั้งแต่ปี 1099 (ข้อมูลทะเบียนวัดจาก http://www3.onab.go.th/2018/09/13/watrecord092561/
) มีพ่อท่านพุ่มผู้เป็นเกจิอาจารย์ดังอยู่ที่นี่ ช่วงนี้ได้ไปที่วัดปากโมร๊ะอยู่บ่อยๆ ไปกราบหลวงปู่กลิ่น ติสสโรในโลงแก้วที่วัดเสมอ เพิ่งทราบว่า หลวงปู่กลิ่น ป็นลูกศิษย์พระอุปัชฌาย์พุ่มเฒ่าแห่ง วัดจันพอ นี่เอง อ้อ ในวัดมีต้นไม้ที่ไม่ค่อยได้เห็นอย่างจันทร์กะพ้อ ที่สันนิษฐานกันว่าน่าจะเป็นที่มาของชื่อหมู่บ้านจันพอแถบนี้ มีต้นมะตูม มีต้นตะโกซึ่งไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องยังไงกับดอนตะโก มีบ่อน้ำเก่าที่ปากบ่อทำขอบเป็นทรงแปดเหลี่ยม คำว่าเก่านี่คือข้างบ่อมีรอยจารึกปีก่อบ่อน้ำไว้ว่าปี 2493 ค่ะ มีรายชื่อและจำนวนเงินที่บริจาคไว้เสร็จสรรพ

ไม่เคยรู้ว่าที่อุตส่าห์ไปเที่ยวตระเวนหาชมฐานโยนีจากโบราณสถานต่างๆ ที่ดอนตะโกมีวัดถึงสามวัดที่มีฐานโยนีเก็บไว้ในวัดและสามารถเข้าชมได้ตลอดเวลา คือ วัดจันพอ วัดหญ้าปล้อง และวัดไทรขาม
ไม่เคยรู้ว่ามีตำนานทวดนาคที่เป็นพี่น้องกับทวดกลายอยู่ที่ดอนตะโกนี่เอง (จริงๆก็เพิ่งรู้ว่าทวดกลายท่านเป็นมุสลิมเมื่อไม่นานมานี้ด้วย) ศาลาทวดนาคบริเวณนั้นมีต้นตะเคียนใหญ่อยู่หลายต้น และมีต้นประดู่แก้บนอยู่บริเวณใกล้เคียง (มีข้อมูลเพิ่มเติมจาก comment ด้านล่าง ขอนำขึ้นมาไว้ตรงนี้ด้วยนะคะ "Apinun Komkum ทวดจันพอ หรือทวดหน้าศพ เป็นพี่ชายของทวดเจ้านายนอกหน้า(ผู้หญิง) และทวดกลาย เป็นลูกของ พระยารามเดโช(หวาน)เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช เดิมเชื้อสายชาวมุสลิม มีลูกที่นับว่าเป็นเชื้อสายตรง คือ ๑. ทวดหน้าศพ (ต่วนกูหนาด/พี่ชาย) ๒. เจ้านายนอกหน้า(ผู้หญิง) ๓. ทวดกลาย (ต่วนกูกลาย)

พระยารามราชเดโช (หวาน หรือ ต่วนกูหวาน) ลูกเจ้าเมืองไทรบุรี ประเทศราชของอยุธยา ตามจารีตประเพณีของอยุธยา จะต้องนำเอาลูกเจ้าเมืองที่เป็นเมืองขึ้นทั้งหมด ของแต่ละหัวเมืองไปอยู่ที่อยุธยา และการนำลูกเจ้าเมืองเมืองขึ้นต่างๆที่มาอยู่ในอยุธยา ได้มีการประสิทธิ์ประสาทวิชาทางการทหาร วิชาทางไสยเวชให้ทุกคน ซึ่งเป็นประเพณีปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณ ในช่วงสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เจ้าเมืองไทรบุรีได้นำ นายหวาน (ต่วนกูหวาน) บุตรชายเข้าไปถวายตัวให้เป็นมหาดเล็กของพระเจ้าปราสาททอง เพื่อนมหาดเล็กด้วยกันมี นายทองคำ ลูกเจ้ากรมคชบาล นายเผื่อน ลูกเจ้าพระยาพิษณุโลก นายน้อย ลูกเจ้าพระยาราชบังสัน นายสังข์ ลูกเจ้าพระยายมราชเจ้าเมืองนครราชสีมา นายเหล็ก นายปาน ลูกเจ้าแม่วัดดุสิต เป็นข้าหลวงเดิมและเป็นพระสหายต้นเจ้าฟ้านารายณ์โอรสของสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง")
ไม่เคยรู้เลยว่าที่นี่มีต้นไม้ยักษ์หลายสิบคนโอบที่แอบซ่อนความยิ่งใหญ่ของต้นไว้ในสวนยาง ถ้าไม่ตั้งใจไปดูก็จะไม่มีโอกาสเห็น ไม่มีคนพาไปก็เข้าไม่ถูก หรือเข้าถูกแต่ก็เป็นที่มีเจ้าของ กลางสวนเขาเลยค่ะ ไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นต้นอะไรนะคะ ได้ยินแว่วๆว่าชื่อสมพง ซึ่งก็เคยได้ยินชื่อและเคยเห็นค่ะว่าต้นสมพงมีลักษณะคล้ายๆแบบนี้ ใครรู้จักก็ช่วยยืนยันหน่อยนะคะ แต่ขอบอกว่าเป็นต้นใหญ่มากจริงๆค่ะ เคยเห็นต้นไม้ใหญ่มามากก็ไม่ใหญ่เท่าต้นนี้ ดูรูปแล้วกันนะคะ อ.จงสุขไปยืนข้างพูพอนเนี่ย กลายเป็นมนุษย์จิ๋วไปเลย 

อะไรที่ไม่รู้ก็มารับรู้เสียวันนี้ และด้วยความที่มีเวลาจำกัดก็เลยยังไม่ได้ไปชมวัดไทรขาม ฝายมีชีวิตห้วยน้ำคลุ้ง ไม้ได้ไปชมสวนเกษตรอินทรีย์ ไม่ได้ไปสวนปันสุขสับปะรดสี รวมถึงไม่ได้ซื้อของโอทอปห้าดาวอย่างข้าวซ้อมมือของจันพอ ไม่เป็นไรค่ะ ไปวันหลังบ้างก็ได้ อย่าหักโหม
เที่ยวมากไปก็จะหิวมากด้วย ได้ทราบมาว่าที่นี่มีร้านเก๋ๆ อาหารดีงามชื่อ "ฟาร์มสุข" ชื่ิอช่างเหมาะสมกับจงสุขมาก พวกเราก็เลยกินมื้อเที่ยงอร่อยๆกันที่นี่ เป็นร้านอาหารในสวนที่ตกแต่งสวน กลมกลืนและก็ดูเก๋มาก เจ้าของร้าน คุณเบิร์ด (ศิษย์เก่า MIT วลัยลักษณ์)ก็อารมณ์ดีมาก อาหารที่นี่ก็เลยอร่อย ได้กินอาหารฝรั่งๆรสชาติเข้มข้นก็ที่นี่ละค่ะ ลองสปาเกตตี้ไก่ใส่พริกหวาน อร่อยมากๆ อีกเมนูที่ได้ลองคือสตูว์ไก่ เนื้อนุ่มรสก็นุ่มดีมาก มากขนาดที่กินแล้วขอซื้อกลับมาอีกแพ็คหนึ่งทันที เมนูอื่นรอเที่ยวหน้านะคะ ได้ยินว่าช่วงกลางคืนร้านจะสวย... ต้องมาดูแล้วล่ะ
แล้วเราก็รีบกลับมายานแม่ค่ะ มีประชุมสรุปงานตอนบ่ายสองโมง ขับรถกลับมาบนถนนกลางนาที่เจิ่งน้ำ มีฉากหลังเป็นมฆสีเทาครึ้ม ฮื่อ... ท่าศาลาแสนดี ฝนจะตกก็ยังอุตส่าห์สวย
#LovelyThasala #ดอนตะโก #1ตำบล1มหาวิทยาลัย









Monday, May 13, 2019

Skippy the cat

จากที่ไปเยือนปีนังช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ทึ่ผ่านมา​ มีภาพ​ street art ภาพหนึ่งที่จะไม่พลาดไปชมคือ​ Skippy comes to Penang เป็นภาพขนาดใหญ่ยักษ์ของน้องแมว​ชื่อ​ Skippy เป็นแมวสีทองหน้าตาดีมีสกุล​ เป็น​ 1 ใน​ 12​ ภาพที่ถูกวาดขึ้นมาใน​งาน George Town Festival 2013 ภายใต้โปรเจ็คชื่อ​ 101 Lost Kittens ซึ่งเป็นงานของกลุ่มศิลปินที่เรียกตัวเองว่า ASA หรืิอ​ Artists for Stray Animals มีคนไทยอยู่ในทีมด้วยนะคะ​ ( Natthaton Muangkliang)
ภาพชุดนี้วาดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักถึงความจำเป็นในการดูแลปกป้องสัตว์และหาคนรับเลี้ยงสัตว์เร่ร่อนไปเป็นสัตว์เลี้ยง​ และตามชื่อโปรเจ็คเลยนะคะ เขาวาดภาพฝาผนังจำนวน​ 12​ ภาพ​ ที่เหลือก็จัดงานศิลป์ฺรูปแบบอื่นรวมทั้งหมด​ 101​งาน​ เป็นรูปแมว​100 ตัว​ และเป็นน้องหมาเพียง​ 1 ตัว​
ที่น่าสนใจคือภาพวาดเหล่านั้นใช้สีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม​ซึ่งสามารถหลุดลอกไปได้ในเวลา​ 2 ปี​ เพราะเขาไม่ได้คาดหวังให้เป็นงานศิลป์ถาวร​ค่ะ​ เมื่อวานซืนก็คุยกันเหมือนกันว่าสีมันหลุดไปเยอะแล้ว​ ทำไมไม่มีการซ่อมแซม​ น่าจะเป็นจากสาเหตุนี้เองนะคะ
ก็ได้นำภาพ​ Skippy ที่ถ่ายรูปมาล่าสุดเปรียบเทียบกับรูปที่เคยถ่ายไว้เมื่อเดือนกันยายน​ ปี​ 2558 เมื่อเกือบสี่ปีที่แล้ว​ ในทริปที่พานักศึกษาไปดูงานมหาวิทยาลัย​ UUM และพาไปเยี่ยมชมปีนัง​ ตอนนั้นเดินมั่วๆชมเมืองกับอ.กาญจนา​ ก็มาถ่ายรูปกับน้องแมวตัวนี้เหมือนกัน​ ภาพยังชัด​ สีสันสดใส​ เทียบกับตอนนี้สีซีดจางมาก​ และที่น่าเศร้าใจคือ​ ตอนนี้จะมีอักษรเขียนไว้ข้างๆภาพบอกว่า​ น้อง​ Skippy ตัวนี้เพิ่งตายไปเมื่อ​ 26/1/2019 นี่เองค่ะที่สถานเลี้ยงสัตว์เร่ร่อนที่ลังกาวี​ คือน้องก็คงเป็นแมวเร่ร่อนที่เขานำมาเป็นแบบวาด​ และก็ได้ให้สถานสงเคราะห์สัตว์รับเลี้ยงดูไปนะคะ​ ยังมาคุยกับอ.กาญจนาอยู่ว่า​สงสารน้องจัง
ใครไปปีนังก็รีบไปถ่ายรูปกับน้อง​ Skippy เสียก่อนที่สีจะลอกออกหมดนะคะ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่​ traveltips.com/giant-cat-mural.htm 

Friday, January 16, 2015

Yosemite Tunnel View





ในความเห็นส่วนตัว โยเซมิตี้เป็นอุทยานแห่งชาติในอเมริกาที่มีวิวสวยประทับใจที่สุดตั้งแต่ท่อง เที่ยวอุทยานใดๆมา มีทั้งต้น sequoia ยักษ์ที่ขับรถผ่านได้ มีทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงสด มีแม่น้ำเมอร์เซ็ดแสนสวยและสงบ มีน้ำตกสวยอีกหลายแห่ง แต่วิวที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือ Tunnel view นี่เอง เห็นวิวนี้ครั้งแรกเมื่อขับรถเข้าไปในอุโมงค์ที่ยาวมาก แล้วจู่ๆเมื่อออกมาจากอุโมงค์ก็เจอวิวนี้ สตั๊นท์ไปสิบวิ แทบปล่อยพวงมาลัยรถ!

ในหุบเขาโยเซมิตี้ ที่เห็นซ้ายมือคือผาหินแกรนิตยักษ์ที่ยิ่งใหญ่มากชื่อ "เอล แคปปิตัน" (El Capitan) มองไปไกลๆ ตรงกลางภาพมีภูเขาที่เหมือนจะเป็นครึ่งของทรงกลมเรียกกันว่า "ฮาล์ฟโดม"(Half Dome) เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นของโยเซมิตี้ ขวามือมีน้ำตกแสนสวย สูงชัน น้ำตกไหลแรง นั่นคือน้ำตกผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว "ไบรเดนเวล"(Bridal Veil)

วันนี้มีข่าวว่ามีหนุ่มสองคน Tommy Caldwell และ Kevin Jorgeson ปีนผา El Capitan เส้นทางที่เรียกว่า Dawn Fall (Wall of the Early Morning Light) ได้สำเร็จด้วยมือเปล่า เยี่ยมมากค่ะ ความสูงของผาแกรนิตจุดนั้นคือ 3,000 ฟิต หรือประมาณ 900 เมตร แค่เดินทางเรียบก็ไกลพอดู แต่นี่เขาปีนในแนวดิ่ง เป็นเราหัวใจวายตายก่อนจะถึงยอดเขาแน่เลยค่ะ kiki emoticon

(ดูคลิปการขับรถเข้าอุโมงค์แล้วออกมาเจอ Tunnel view ในคลิปนี้เลยนะคะ

https://www.youtube.com/watch?v=wI7moJr2BZg )

 เครดิตภาพจาก
http://commons.wikimedia.org/…/File:Yosemite_Valley_Tunnel_…

Sunday, March 23, 2014

Museum ในดวงใจ

ตั้งแต่เด็กๆ ก็มีความฝันที่อยากจะไปดูความเจริญของมนุษย์จากแหล่งที่เก็บสำคัญๆซึ่งก็คือพิพิธภัณฑ์ คิดว่าอาจจะได้แรงบันดาลใจจากหนังสือของทมยันตีซักเรื่องหนึ่งที่มีบทสนทนาพูดประมาณว่าถ้าจะรู้จักชีวิตคนที่ไหนให้ไปดูที่ตลาดและพิพิธภัณฑ์ของที่นั่น ส่วนตัวมีความเห็นเช่นเดียวกัน ทุกครั้งที่เดินทางจะพยายามเข้าไปสัมผัสชีวิตในตลาด...และพิพิธภัณฑ์

มีพิพิธภัณฑ์ในดวงใจไหม? แน่นอน เมื่อเราอ่านหนังสือไปมากๆก็จะรู้ว่ามีสิ่งสำคัญๆของโลกถูกเก็บอยู่ในพิพิธภัณฑ์ดังๆ หนังสือบางเล่มก็จะมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ ยิ่งอ่านก็ยิ่งอยากไป ที่ไหนบ้างเหรอคะ....มากเลยค่ะ

คิดว่าทุกคนต้องมีพิพิธภัณฑ์ลูฟร์อยู่ในรายชื่อพิพิธภัณฑ์ที่อยากไปเยี่ยมชม เหมือนกันเลย ลูฟร์เป็นที่แรกในลิสต์

ต่อจากนั้นก็มี British Museum เพราะอ่านหนังสือที่มีฉากอยู่ในอังกฤษหลายเรื่อง ใครๆก็ชื่นชมที่นี่ โดยเฉพาะบอกว่ามี collection ของอียิปต์ที่ดีมากๆ

ในเมื่อพูดถึงอียิปต์  พิพิธภัณฑ์ไคโร ก็เข้ามาในความคิดทันที เมื่อก่อนแอบสงสัยมาตลอดว่าในเมื่อไคโรอยู่ในอียิปต์ทำไมปล่อยให้ที่อื่นเอางานดีๆของชาติตัวเองไปล่ะ

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ของประเทศไทยเรานี่แหละ  อยากไปมาก อยากเห็นว่าบ้านเรามีอะไร

พิพิธภัณฑ์วิคตอเรียแอนด์อัลเบิร์ต ได้ยินชื่อว่ามีของดีๆ   อะไรดีก็ไม่รู้  ^_^

สมิธโซเนี่ยน นี่เลย อยู่ในดวงใจตลอดมา (หลังจากโพสต์นี้ไปซักหกเดือนก็ได้ไปเยือนสมิธโซเนียนอย่างที่ตั้งใจค่ะ  ตื่นเต้นมากๆ)

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ นี่ก็อยู่ในใจตลอดมาตั้งแต่เด็ก ไปเอกมัยก็เพื่อไปดูท้องฟ้าจำลองและเข้าพิพิธภัณฑ์นี้

แล้วในชีวิตจริงได้ไปชมที่ที่อยากไปไหม....ได้ไปซิ  ถึงจะไม่ครบตามที่เคยหวัง แต่พบว่าบนโลกใบนี้มีพิพิธภัณฑ์ดีๆอีกหลายแห่ง ได้เห็นหลายๆสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีใจที่เกิดมาบนโลกใบนี้แล้วมีโอกาสดีๆได้แบบนี้  (เอามาแปะไว้ก่อนกันลืม รายละเอียดเยอะ ไว้ว่างแล้วค่อยๆใส่แล้วกัน)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะ


1. Boston Museum of Fine Arts  พิพิธภัณฑ์นี้เพื่อนพาไปดูเพราะแวะไปเยี่ยมเพื่อนที่บอสตัน เมื่อปี 1992 เป็นที่แรกๆที่ได้ชมงานศิลป์ระดับดีๆ แต่ตอนนั้นตัวเองยังเป็นสายวิทย์จ๋า ไม่่ค่อยมีความรู้เรื่องงานศิลป์มากนัก น่าเสียดายจริงๆ  ชอบที่มีงานศิลป์ของฝั่งเอเชียเยอะเชียว

2. LA Museum of Contemporary Arts เนื่องจากไปทำงานแถว LA ก็ต้องไปเยี่ยมชมกันบ้าง ไปเดินเที่ยวกับเพื่อนรักชาวสิงคโปร์ (Mary Gan)กับ BF ของเขา (Lim Mu Chong) ไปช่วงปี 1992 เหมือนกัน ปกติไม่ค่อยถนัดแนว Contemporary ผ่านนะ

3. ลูฟร์ ได้ไปลูฟร์สองครั้ง ครั้งแรกไปกับทัวร์ พาคุณแม่ไปเที่ยวยุโรปเมื่อปี 1995 ได้ดูงานในลูฟร์ผ่านกระจกแค่นั้นเอง ทัวร์นี้ไม่ได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์....จบ  จนถึงปี 2013 คราวนี้ตั้งใจไปเดินพิพิธภัณฑ์อย่างจริงจัง เดินจนเหนื่อย เดินจนไม่มีแรงจะเดิน แต่ก็ยังอยากดูอีก ไม่จุใจเลย ลูฟร์มีอะไรให้ได้ดูมากจริงๆ ความที่เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ลูฟร์มีผลงานของศิลปินระดับเทพอยู่มหาศาล งานของลีโอนาโดดาวินชี เจ้าของผลงาน โมนาลิชา ที่ทุกคนต้องไปสักการะเมื่อเข้าลูฟร์ ผลงานชิ้นดังๆของ Rambrandt Vermeer Ruben Rafael David etc มากจนจำไม่หมด  ผลงานปฏิมากรรมก็มากมาย Wing Victory ที่เคยเห็นวางอยู่ตามโรงแรมก็ได้มาเห็นของจริง รูปปั้นวีนัสที่เห็นบนปกสมุดวาดเขียนมาตั้งแต่เด็กก็ได้เห็น แต่ผลงานที่ชอบมากที่สุดในหมู่งานเขียนกลับเป็นผลงานของ Girodet ชื่อ The burial of Atala

งานที่ต้องไปดูคือ ภาพวาดโมนาลิช่า รูปปั้นวีนัส wing victory ภาพวาดอื่นๆของลีโอนาโดดาวินชี เช่น Madonda ที่พูดถึงในหนังรหัสลับดาวินชี ภาพของอังตวน วัตโต ดาวิด ฯลฯ






4. Museum of art , Brisbane, 1997 เข้าไปดูเพราะมีเวลาที่บริสเบนแค่สองวันก่อนบินกลับเมืองไทย พยายามหาจุดรวม โชคดีที่ช่วงนั้นมีนิทรรศการภาพจากพิพิธภัณฑ์ดอร์เซย์ นำภาพอิมเพรสชั่นนิสต์ไปให้ชมหลายภาพ เป็นแรงบันดาลใจอย่างแรงสำหรับการตามไปดูภาพที่ดอร์เซย์ ปารีส

5. Rijkmeseum ที่ Amsterdam ได้ไปที่นี่สองครั้งเช่นเดียวกัน ครั้งแรกไปในปี 2000 อีก 13 ปีต่อมาในปี 2013 จึงได้ไปอีกครั้ง ชอบที่นี่มาก มีผลงานของศิลปินดัชต์ให้ดูอย่างจุใจ หลงรัก Rambrandt ก็ที่นี่ มีงานสวยๆเยอะ หลายยุคหลายสมัย ภาพที่ชอบที่สุดชื่อ โยเดีย เป็นภาพแผนที่กรุงศรีอยุธยาในสมัยที่ชาวดัชต์เรืองอำนาจอยู่ในคาบสมุทรมาลายา คนไทยถ้าไปที่นี่ควรหาโอกาสไปชมภาพ








6. National Gallery, Canberra, Australia ได้ไปหลายครั้งในช่วงปี 2002 และ 2003 มีงานน่าสนใจหลายชิ้น มีชิ้นที่ดังมากชิ้นหนึ่งเป็นงานของ Pollock ตอนไปดูไม่ได้ปลื้มเพราะไม่ชอบงานแอบสแตรค แต่เห็นใครๆก็ปลื้มกันทั้งนั้นเลย ชั้นบนทางเข้าห้องประชุมรัฐสภาที่แคนเบอราถึงกับมีภาพนี้เป็นพรมถักประดับผนังขนาดใหญ่ ในสวนก็มีงานของโรแดงอยู่หลายชิ้น น่าสนใจมาก และความที่ที่นี่อยู่ริมทะเลสาบ ไปชมแกลลอรี่แล้วเดินมานั่งเล่นริมทะเลสาบก็มีความสุขดีค่ะ  ยิ่งถ้าเป็นช่วงที่ cherry blossom บานจะสวยมาก

7. Da Nang Museum of Cham Sculpture , Danang, Vietnam, Dec 2010
เป็นพิพิธภัณฑ์ชนชาวจาม มีชิ้นงานสวยๆหลายชิ้น ที่นี่ไม่ใหญ่มาก แต่น่าสนใจ


8. Musée d'Orsay,Paris 2013 สุดยอดแห่งงานอิมเพรสชั่นนิสต์ต้องมาที่นี่ค่ะ จริงๆมีงานแบบอื่นอีกมาก แต่งานอิมเพรสชั่นนิสต์ชิ้นสวยๆดังๆอยู่ที่นี่แทบทั้งนั้น มีภาพหนึ่งเป็นภาพเด็กสาวสองคนนั่งเล่นเปียโน เป็นภาพที่ชอบมานานแล้ว เอาไปใส่กรอบวางในห้องอยู่หลายปี วันที่ไปที่นี่กะว่าจะต้องเจอ ปรากฏว่าไม่เจอ เสียใจ  แต่ในที่สุดก็ไปหาเจอที่พิพิธภัณฑ์โอแรงเจอรี่ ที่ดอร์เซย์ก็ห้ามถ่ายรูปค่ะ



9. Musée de l'Orangerie,Paris 2013 ใครชอบอิมเพรสชั่นนิสต์ ต้องไปที่นี่ล่ะ งานของโมเน่ต์งามมากๆ มีห้องรูปไข่ที่ใครๆต้องเข้าไปทำหน้าดื่มด่ำกับงานของโมเน่ต์ (ห้ามถ่ายรูปนะคะ  จะมีการ์ดมาคอยเดินดู) พิเศษเป็นส่วนตัวคือ ตามหาภาพสองสาวเล่นเปียโนของเรอนัวร์ ก็มาเจอที่นี่ ดีใจจริงเลย สนามหน้าทางเข้าพิพิธภัณฑ์มีรูปปั้น The Kiss ของโรแดงด้วยค่ะ


10. Rodin Museum,Paris 2013 เข้าไปเพราะอยากเห็น Thinker แต่พบว่ามีอะไรน่าสนใจอีกหลายอย่าง เห็น Gate of Hell  พอดีมาอ่านเรื่อง Inferno ทีหลัง ถ้าอ่านก่อนน่าจะเข้าใจดีกว่านี้ (Inferno ทั้งของ Dan Brown และของ Dante)  รูปปั้น The Thinker มาค้นข้อมูลทีหลังถึงทราบว่าโรแดงได้แรงบันดาลใจจาก Thinker ของไมเคิลเองเจโล ผู้ปั้น ลอเรนโซ เดอ เมดิซี(คนเดียวกับในหนัง Da Vinci's Demons) ในเครื่องแบบนักรบ  แต่โรแดงนำมาปั้นเป็นรูปเปลือย รูปนี้ถูกออกแบบให้มองโดยผู้ชมอยู่ด้านล่าง  มิน่าถึงใช้ปั้นให้หันหน้าลงมาและก็อยู่ซะสูงเชียว  ผลงานของโรแดงที่ต้องตามมาชมคือ The Kiss ค่ะ





เดินเล็งมุมอยู่พักนึงแล้วก็ได้ภาพนี้มาค่ะ ^_^

11. พิพิธภัณฑ์ในพระราชวังฟองเตนโบล France 2013
พระราชวังฟองเตลโบล อยู่ห่างจากปารีสไป 55กิโลเมตร อยากไปที่นี่มานานแล้ว คุ้นๆว่าสำคัญแต่จำไม่ได้ว่ามีอะไร ไปถึงได้เดินดูถึงได้รู้ว่านอกจากจะมีห้องต่างๆจัดแสดงให้ชมอย่างอลังการแล้ว ยังมีสิ่งที่คนไทยไม่ควรพลาดชมคือเครื่องราชบรรณาการที่รัชกาลที่สี่แต่งราชทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีกับฝรั่งเศสในสมัยพระเจ้านโปเลียนที่ 3 เมื่อปีพ.ศ. 2404 (ดูรายละเอียดพระราชสาส์นได้จากลิงก์นี้ http://heritage.mod.go.th/king/rama4/letter48.html ปกติเรามันจะจำว่าเมืองไทยได้มีการถวายเครื่องราชบรรณการให้กับฝรั่งเศสโดย คณะราชทูตไทยพระยาโกษาธิบดี(ปาน)เข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่พระราชวังแวร์ซาย ปี พ.ศ. 2229 ระยะเวลาห่างกันมาก ฝรั่งเศสช่วงนั้นได้ผ่านการปฏิวัติฝรั่งเศสในยุคพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 จนมีพระเจ้านโปเลียน ผ่านการตั้งราชวงศ์กษัตริย์อีกครั้งจนมาถึงพระเจ้านโปเลียนที่ 3 แล้วหลังจากนั้นฝรั่งเศสผ่านยุตต่อๆมาจนปรับเปลี่ยนการปกครองเข้าสู่ระบบที่มีประธานาธิบดี)

(ถ้าจะอ่านเอาเนื้อหาเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ตามไปอ่านที่เรือนไทยค่ะ ละเอียดมาก http://www.reurnthai.com/index.php?PHPSESSID=1e49488d4c1dc0c8f4a72401465fff20&topic=3551.0%3Bwap2 )

ทีแรกดูไม่ออกว่าห้องนี้จัดแสดงเพราะประตูปิด จนอาจารย์น้องเพชรเปิดประตูเข้าไปถึงกับอึ้งเพราะมีพระราชยาน พระวอ มีมหามงกุฏ มีพระมหาสังข์ ฯลฯ. คนเฝ้าห้องเห็นเราทำท่าปลาบปลื้มออกนอกหน้าเขาก็ถามว่า Thailand หรือเปล่า ทำหน้าเข้าใจเรามากทีเดียว. ไปดูห้องนี้ห้องเดียว ดีใจกว่าที่ได้เดินทั่ววัง. ทั้งๆที่วังนี้มีการตกแต่งสวยงามมากๆ

ที่นี่มีสวนกว้าง ยังไม่มีไม้ดอก มีแต่สนามหญ้าเขียวกับต้นไม้ใหญ่ มีสระน้ำขนาดใหญ่ เป็นสวนที่น่าสบายอีกแห่ง

เราไปฟองเตนโบลด้วยรถไฟเที่ยว 10:15. แล้วกลับเที่ยว. 16:00 อาหารเที่ยงกินในร้านอาหารชั้นล่างของวัง. ที่นี่เราก็อึ้งอีกเช่นกัน เพราะเมื่อรอสั่งอาหารก็กวาดตามองไปรอบๆห้องอาหาร ที่ผนังด้านหนึ่งมีพระบรมรูปของรัชกาลที่สี่ติดอยู่. จริงดูแล้วแปลกๆ คือมีรูปท่านในวังเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่คิดว่าจะมีในร้านอาหาร






12. Hansi Museum, Colmar,ฝรั่งเศส 2013
อานซีเป็นนักวาดรูป เราจะเห็นรูปเด็กผู้หญิงผูกโบว์ดำใหญ่ๆซึ่งเป็นชุดพื้้นเมืองของชาวอัลซาสที่อยู่ทางตะวันออกของฝรั่งเศสติดกับเยอรมัน พิพิธภัณฑ์นี้เป็นบ้านเล็กๆสามชั้นอยู่ที่หมู่บ้าน Riqwhir ที่เมือง Colmar ในฝรั่งเศส น่ารักมากมาย ใครชอบโปสการ์ดน่ารักๆรูปเด็กหญิงโบว์ดำ ต้องไม่พลาดที่นี่ค่ะ ค่าเข้ารู้สึกจะประมาณ 3 ยูโร





13. National Gallery, Washington DC September 2014
ที่นี่มีงานศิลป์สวยๆมากมาย เดินไม่หวาดไม่ไหว มีเวลาไม่พอ  ได้แต่ไปดูงานเขียนฝั่งยุโรป

สระบัวนี่่ ไปมิวเซียมไหนก็มีนะคะ  ของเขาฮิตจริงๆ






14. Museum of Art, Philadelphia
ที่นี่ก็ใหญ่มากๆ  ไปดูได้แค่ปีกเดียว  อยากมีเวลาซัก 3 วันที่นี่








พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์

ส่วนตัวชอบพิพิธภัณฑ์วิทย์เพราะได้ลองเล่นโน่นนี่ สนุกมาก และก็ได้ความรู้ไปด้วยในตัว

1. พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ประเทศไทย  เริ่มไปตั้งแต่อยู่ที่เอกมัย จนย้ายไปคลองหกก็ยังตามไปดู แรกๆตื่นเต้นมาก จนเมื่อได้ไปดูหลายๆแห่งแล้วรู้สึกว่าของเรายังสู้ของคนอื่นไม่ได้นะ T_T

2. Science Centre, Singapore ที่นี่เป็นศูนย์วิทยาศาสตร์ที่ดีมาก ได้ไปครั้งแรกเมื่อปี 1986 หลังจากนั้นก็ได้ไปเรื่อยๆยามที่ไปสิงคโปร์ ซึ่งก็ได้ไปเรื่อยๆเช่นกัน

3. Museum of Natural History, LA เป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาแรกๆที่ได้เข้าชม ตื่นตาตื่นใจมากกับพวกหินสวยๆก้อนใหญ่ๆ  การนำเสนอก็เป็นทั้งอุปกรณ์ แสงสี เด็กๆชอบกันมาก  ผู้ใหญ่ก็ชอบค่ะ บริเวณเดียวกับพิพิธภัณฑ์นั้นมีทั้งสนามกีฬาของ LA มีพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ เสียดายที่มีเวลาได้เข้าแค่พิพิธภัณฑ์เดียวค่ะ  หลังจากนั้นก็ไม่มีเพื่อนที่ชอบเข้าพิพิธภัณฑ์ ประกอบกับต้องขับรถเข้าเมืองไกล และ LA มีที่เที่ยวอื่นอีกมาก ก็เลยไม่ได้กลับมาอีก

4.  Museon, Den Haag, NL 2000 เป็นพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ของเนเธอร์แลนด์  ถูกจับส่งเข้าไปเพราะไม่มีคนพาเที่ยว คนพาเที่ยวต้องไปทำงาน ไปทิ้งไว้แล้วมารับกลับ มีอะไรน่าสนใจมากมายสไตล์ดัชต์ค่ะ

5. Questagon, Canberra, Australia 2002-2003 เป็นพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่สนุก ได้เล่นจริง ได้ความรู้เยอะ  อาจเพราะมาเล่นตอนโตก็เลยชอบเพราะรู้เรื่องแล้ว

6. Power house, Sydney, 2002-2003 เป็นที่เก็บงานนวัตกรรมของออสเตรเลียเลยค่ะ มีสิ่งประดิษฐ์ต่างๆมาก ดูแล้วภูมิใจแทนชาวออสเตรเลีย การนำเสนอก็ดี บรรยากาศประมาณอยู่ในโกดังยักษ์

7. Musée des Arts et Métiers ,Paris 2013 ในบรรดาพิพิธภัณฑ์ความก้าวหน้าในเชิงนวัตกรรมของมนุษย์ ปลาบปลื้มกับที่นี่เป็นที่สุด ได้เห็นเครื่องคำนวณแบบปาสกาลของจริงที่นี่เอง มีแท่งกระดูกของเนเปียร์ มีเครื่องทอผ้าของแจกการ์ด  มีซูเปอร์คอมพิวเตอร์ มีแลปของลาวัวร์ซิเยร์ แถมมีเพนดูลัมของฟูโกต์ตัวที่ใช้ทดลองจริง ทางเข้าก็มีรูปปั้นเทพีเสรีภาพหนึ่งในสี่ชิ้นที่มีในปารีสที่ตามหา(จริงด้านในยังมีอีกชิ้นนึงนะคะ  แต่เขาคงไม่ได้นับ)  ขนาดเดินอยู่เป็นนานก็เดินไม่หมด เพราะใช้เวลาดูนาน  แอร๊ยยย  เป็นลมดีกว่า








8. Cité des Sciences et de l'Industrie ,Paris 2013 เป็นศูนย์วิทยาศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปด้วย ใหญ่จริงๆ มีเฮลิคอปเตอร์อยู่ในอาคาร มีเรือดำน้ำอยู่นอกอาคาร แถมด้วยโดมขนาดยักษ์หน้าทางเข้า ถ่ายรูปบางมุมจะเห็นเหมือนเป็นลูกโป่งจากฟองสบู่ใสๆเพราะสะท้อนแสงข้างนอก  ชอบๆมากๆ

9. Smithsonian Air and Space Museum, Washington DC
พิพิธภัณฑ์ที่นี่ใหญ่โต น่าสนใจ มีทุกสิ่งที่เกี่ยวกับการบิน ตื่นเต้นมากๆที่ได้เห็นเครื่องบินลำแรกของวิลเบอร์และออลวิน ไรท์ อยากมีเวลาซักสองวันแทนที่จะเป็นสองชั่วโมงแบบนี้

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ/เมือง/สถานที่สำคัญ

1. พิพิธภัณฑ์แห่งชาติประเทศไทย ชอบนะ ชอบดูของไทยๆ แต่ร้อนไปนิด ไม่มีแอร์เลยสมัยที่ไปดู

2. National Museum of Singapore พิพิธภัณฑ์ไม่ใหญ่ แต่ก็น่าสนใจ จำไม่ได้ว่ามีอะไรที่ชอบเป็นพิเศษ แต่โดยรวมก็ชอบค่ะ

3. Wax museum, Hollywood, 1991-1992 ไปเดินเที่ยวถนนฮอลลีวู้ด ก็เลยแวะเข้าไปดู  กระทบไหล่ดารากันนิดนึง

4. Museum at Tower of London, UK, 1995 ที่นี่มีของงามๆที่ใช้ในราชวงศ์ เพชรโคอินีวร์ก็อยู่ที่นี่

5. Wax museum, London, 1995 พิพิธภัณธ์หุ่นขึ้ผึ้งของมาดามทูโซด์ ได้ยินชื่อมานาน ได้ไปดูหุ่นชี้ผึ้งที่ไหนก็ไม่ตื่นเต้นเท่าที่นี่ ทางเดินสุดท้ายจะมีรถไฟรางให้ขึ้นชมภาพเมืองลอนดอนที่ถูกไฟไหม้สมัยก่อนด้วย  เสียว่ารถเลื่อนเร็ว ตอนลงต้องรีบมาก คุณแม่เกือบลงไม่ทัน

6. พิพิธภัณฑ์แห่งชาติกรุงไคโร ได้ไปเยี่ยมชมในปี 2007 ตื่นเต้นมาก ได้ไปเยือนแหล่งปิรามิดจริงๆ มีของอียิปต์ๆมากมาย ดูกันไม่หมด






7. Museum of Den Haag เป็นพิพิธภัณฑ์ที่กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ มีงานสวยๆหลายชิ้น รวมไปถึงงานของ MC Escher คนโปรดของฉันด้วย

8. National Museum of Australia ที่ Canberra ปี 2002 และ ปี 2003 เป็นอีกพิพิธภัณฑ์ที่ชอบมาก มีของให้ดูให้ลองเล่นหลายอย่าง เหตุผลอีกอย่างคือเข้าชมฟรี  ก็เลยเข้าชมหลายครั้งหน่อย ^_^

 9. National museum, Sydney, 2002-2003 เป็นพิพิธภัณฑ์อีกแห่งที่ชอบมาก มีระเบียงหนึ่งมีนกสตัฟต์เรียงรายไปรอบ คนดูนกชอบมากค่ะ  :) ที่นี่อยู่มุม Hyde Park เวลาไปต้องเดินผ่านสวน บรรยากาศดีมากๆ


ภาพรวมพิพิธภัณฑ์ต่างประเทศ

  1. Science center, Singapore, 1986 - 2007
  2. National museum, Singapore, 1986, 2017
  3. Wax museum, Hollywood, 1991
  4. Museum of Natural History, LA 1991 
  5. Museum of Fine Art, Boston, 1992 
  6. Contemporary museum, LA, 1992
  7. Museum at Tower of London, UK, 1995
  8. Wax museum, London, 1995 
  9. Museum of art , Brisbane, 1997
  10. Rijkmuseum, Netherlands, 2000, 2013
  11. Museon, Den Haag, 2000
  12. Den Haag museum, NL, 2000, 2016
  13. National museum, Canberra, 2002-2003
  14. National museum, Sydney, 2002-2003
  15. Power house, Sydney, 2002-2003
  16. Museum of Art, Canberra, 2002-2003
  17. Questacon, Canberra, 2002 - 2003
  18. Da Nang Museum of Cham Sculpture , Danang, Vietnam, Dec 2010
  19. Louvre Museum, Paris 2013
  20. Cité des Sciences et de l'Industrie ,Paris 2013
  21. Musée des Arts et Métiers ,Paris 2013
  22. Musée d'Orsay,Paris 2013
  23. Musée de l'Orangerie,Paris 2013
  24. Rodin Museum,Paris 2013
  25. พิพิธภัณฑ์ในพระราชวังฟองเตนโบล France 2013
  26. Hansi Museum, Colmar,ฝรั่งเศส 2013
  27. Smithsonian Air and Space Museum,USA 2014
  28. Smithsonian Natural History Museum 2014
  29. Museum of Art, Philadelphia 2014
  30. Barnes Foundation, Philadelphia 2014
  31. The Metropolitan Museum of Art, New York, 2014
  32. Mauristhuis, The Hague, The Netherlands, 2016
  33. Heilongjiang museum, Harbin, China, 2017
  34. Heritage museum, St. Petersburg, 2018
  35. Fukuoka museum of art, Japan, 2019

National Gallery
  1. National Gallery of Art, Washington DC 2014
  2. Oslo museum of art, Norway, 2018-----------------------------------------------------------------------------------
ขอรวมห้องสมุดไว้ตรงนี้ด้วย เพราะไปมาหลายที่เหลือเกิน

Library
  1. Library of Congress 2014
  2. Ralph J. Bunche Library Washington DC 2014
  3. American Philosophical Society Library, Philadelphia 2014
  4. Free Library, Philadelphia 2014
  5. Hagerty Library, Drexel University, Philadelphia 2014
  6. Stockholms Stadbibliotek, Sweden, 2018
พระราชวัง


  1. Palace of Versailles , 1995
  2. พระราชวังฤดูร้อน, จีน
  3. พระราชวังฟองเตนโบล
  4. Peterhof Palace, St.Petersburg, 2018

โบสถ์ด้วยค่ะ

  1. Notredame  cathedral, Paris, 2013
  2. L'Église de la Madeleine
  3. Saint-Sulpice
  4. Sacré-Coeur Basilica
  5. Sainte-Chapelle
  6. โบสถ์ที่วาลเวกท์
  7. Helsinki
  8. Helsinki
  9. St. Sophia, Harbin, 2017



Archive

  1. National Archive ,Canberra, Australia 2002-2003
  2. National Archive ,Washington DC USA 2014


มีพิพิธภัณฑ์ไหนที่อยากไป

นอกเหนือจากในลิสต์เดิมคือ  ฺBritish museum, Smithsonian ยังมี Hermitage ในรัสเซีย Tate museum, Acropolis Museum,The Vatican Museums,Uffizi Gallery อืมม์..... เยอะเนอะ
เมืองไทยก็มีพิพิธภัณฑ์เยอะค่ะ เดี่ยวจะทำเป็นโพสต์ต่างหากออกมา

-----------------------------------
หลังจากที่โพสต์ไปก็ได้เดินทางไปอเมริกาในปี 2014 ก็ได้ไปพิพิธภัณฑ์อีกมากเลยค่ะ รวมถึง Smithsonian ด้วย
ปี 2018 ก็ได้ไป Hermitage