Showing posts with label ดนตรี. Show all posts
Showing posts with label ดนตรี. Show all posts

Monday, May 04, 2015

ดังๆ ค่อยๆ… Pianoforte

วันนี้ 4 พฤษภาคม 2558 Google doodle ขึ้นเป็น animation วันครบรอบวันเกิด 360 ปีของ Bartolomeo Cristofori di Francesco ช่างทำเครื่องดนตรีชาวอิตาเลียน ซึ่งเป็นคนประดิษฐ์เปียโนที่พวกเราได้ใช้เล่นดนตรีกันมาทุกวันนี้ Cristofori เป็นหนึ่งในศิลปินที่ได้รับการอุปถัมป์จากตระกูลเมดิซีแห่งฟลอเรนซ์ (ต้องขอยกย่องตระกูลเมดิซีอย่างจริงจัง ที่ได้อุปถัมป์ศิลปินที่ยิ่งใหญ่ไว้มากมายจนคนยุคหลังได้อานิสงฆ์จากงานของศิลปินเหล่านั้นมาชื่นชม แต่ Cristofori ก็เป็นคนรุ่นหลังศิลปินดังของเมดิซีอย่าง Michael Angelo หรือ Leonardo Da Vinci นานเลยค่ะ Leonardo จะอยู่ในช่วงปี 1452 – 1519 ห่างกันเป็นร้อยปีค่ะ) Cristofori มีชีวิตในช่วง May 4, 1655 – January 27, 1731

ไม่มีใครทราบว่า Cristofori สร้างเปียโนไว้กี่หลัง แต่มีเปียโนเพียงสามหลังที่หลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน ทั้งหมดระบุปีสร้างในช่วงทศวรรษ 1720s
มีหลังหนึ่งอยู่ที่ Metropolitan Museum ในนิวยอร์ค หลังนี้สร้างในปี 1720 ..... (ก็เพิ่งไป The Met มานะ แต่ไม่รู้ว่ามีของที่อยากดูอยู่ตรงนั้น เสียใจ... ‪#‎ร้องไห้หนักมาก‬)
หลังที่สองอยู่ที่ Museo Nazionale degli Strumenti Musicali ที่กรุงโรม
หลังที่สามสร้างในปี 1726 Musikinstrumenten-Museum of Leipzig University ประเทศเยอรมนี

แล้วเขารู้ได้ยังไงว่าเป็นของ Bartolomeo Cristofori ง่ายมากค่ะ ก็เขามีรายละเอียดติดไว้ที่เปียโนทั้งสามหลังนั้นเป็นภาษาละตินว่า “BARTHOLOMAEVS DE CHRISTOPHORIS PATAVINUS INVENTOR FACIEBAT FLORENTIAE [date]” ในภาษาอังกฤษคือ "Bartolomeo Cristofori of Padua, inventor, made [this] in Florence in [date]."

ชื่อเครื่องดนตรีชนิดนี้เดิมเรียกว่า เปียโนฟอเต้ (Pianoforte) ตอนเรียนวิชาดนตรี น่าจะวิชา Music Appreciation มั๊ง หรือในชมรมประสานเสียงก็ไม่รู้ มีอาจารย์เคยบอกว่า ชื่อเครื่องดนตรีเรียกกันง่ายว่า “ดังๆ ค่อยๆ” เพราะในภาษาอิตาเลียน piano แปลว่า ค่อย (soft) ส่วน forte แปลว่า ดัง(loud) เปียโนเป็นเครื่องดนตรีที่มีกลไกการกดคีย์ให้ดังหรือค่อยได้จึงได้ชื่อแบบนี้ค่ะ

ต้องสำนึกบุญคุณกันนิดค่ะ เพราะไม่อย่างนั้นนักเปียโนระดับโลกหลายคนคงไม่มีอะไรเป็นเครื่องมือในการแสดงดนตรี โมสาร์ท บีโธเฟน คงต้องประพันธ์เพลงกับเครื่องดนตรีอื่น

แอบเสียใจที่เล่นเปียโนไม่เป็น ไปเริ่มจับตอนอยู่ปีหนึ่ง เพราะที่ชมรมเราร้องเพลงกับเปียโน เพื่อนที่เป็นนักเปียโนก็มองหน้าแล้วบอกว่า หัดช้าไปมั้ย... คุณหลานสาวรุ่นเล็กที่บ้านสามคนเล่นเปียโนได้หมด เวลาขอว่าสอนให้หน่อย ก็จะทำหน้าลำบากใจแล้วบอกว่าสอนไม่เป็น เล่นได้เฉยๆ นั่นไง... ไหนใครบอกว่า คนเราไม่แก่เกินเรียน T_T

ป.ล. ชอบลูกเล่นของ Animation ด้วยค่ะ ที่มีอักษร f กับ p อยู่ทางขวาของรูป คือคำว่า forte กับ piano เราสามารถเลื่อนปรับเสียงให้ดังหรือค่อยได้ด้วยค่ะ เก๋เนอะ kiki emoticon

ป.ล. อีกที เพลงที่เล่นประกอบ ดูเดิลชื่อ Jesu, Joy of Man's Desire ของ Bach ค่ะ ถือว่าอยู่ร่วมสมัยกัน

Wednesday, March 12, 2014

Amelie ชอบทั้งหนังและเพลง

คงไม่พูดถึงหนังเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะเป็นอีกเรื่องที่ชอบมาก เดิมไม่ยอมดูเรื่องนี้มานานหลายปี รู้สึกไม่อยากดู  แต่ในปี 2013 จะไปเที่ยวปารีสก็เลยเอามาดูเสียหน่อย ปรากฏว่าชอบมากๆ  จนเมื่อไปถึงปารีสก็ไปตามรอยเอมิลีกันที่ย่านมองมาร์ต ไปกินกาแฟที่ร้านกาแฟที่เอมิลีทำงานด้วย เป็นร้านที่มีอยู่จริงๆ และที่ร้านก็แขวนรูปเอมิลีให้แฟนๆได้มาปลื้มกันด้วย

เอมิลี่เป็นหนังน่ารัก ที่แนะนำให้ดูนะคะ ดูแล้วอารมณ์ดี อยากทำเรื่องดีๆ และเพลงก็น่ารักมากๆค่ะ

Audrey Tautou นางเอกที่เล่นเป็นคนเดียวกับที่เล่นเรื่อง Da Vinci Code สองเรื่องนี้เล่นคาแรกเตอร์คนละขั้วกันเลยทีเดียว


เอมิลีนัดให้พระเอกไปเดินวนอยู่ย่านโบสถ์ Sacre Coeur มองจากลานโบสถ์จะเห็นวิวเมืองปารีสแบบนี้ค่ะ 


ในร้านกาแฟที่นางเอกทำงานในเรื่อง มีรูปเอมิลีมาติดจริงๆ ก็จะมีคนมากินกาแฟที่นี่เพื่อถ่ายรูปร้านนี้ พวกเราก็ด้วยค่ะ



มองจากข้างนอก ร้านแบบนี้เลยค่ะ ชื่อร้านกาแฟกังหันสองโรง Cafe des 2 moulins 

อยู่ไม่ไกลจากร้านมูแรงรูจอันโด่งดังด้วยค่ะ แค่เดินลงไปตามถนนทางซ้ายมือของรูป ไม่ใช่ซอยในรูปนะคะ เดินข้ามทางม้าลายนั่นไปก่อน ลงไปไม่นาน เจอทางแยก เป็นลานรถเมโทรด้วย มองไปทางขวาก็เจอมูแรงรูจแล้วค่ะ



Soundtrack ของหนังเรื่องนี้น่ารักมากๆ แต่งโดย Yann Tiersen ชอบดนตรีและบรรยากาศของเพลง  ปารีสมากๆ 

เนื้อเรื่องเอมิลีเดี๋ยวค่อยมาเล่านะ

==========================================

บางทีการนึกถึงอะไรนิดเดียวมันก็ต่อเนื่องกันไปได้ไกล อยู่ๆก็นึกถึงหนังเรื่อง Amelie ก็เลยเปิดเข้าไปคลิก Soundtrack ของหนัง แล้วก็เจอว่านางเอกเรื่องนี้ตัวจริงเป็นดาราดังของฝรั่งเศสชื่อ Audrey Tautou มีลิงก์เห็นว่าเธอเล่นโฆษณาเรื่องหนึ่งเมื่อปี 2011 เป็นโฆษณาของ Channel No.5 มีฉากบนรถไฟอารมณ์ Orient Express วิ่งจากปารีสไปอีสตันบูล(แต่ในโฆษณาเห็นเป็นรถไฟสาย Venice-Simplon Orient Express)

https://www.youtube.com/watch?v=LroD5882jx4

เป็นโฆษณาที่สวยมาก  ตามไปดู Behind the scene ก็น่าสนใจ https://www.youtube.com/watch?v=F7e_UErTP1g


Thursday, August 22, 2013

Google Doodle-Claude Debussy

เปิด Google วันนี้เจอ Google Doodle ที่ทำขึ้นเพื่อฉลองวันเกิดครั้งที่ 151 ของ Claude Debussy (ถ้าเขายังอยู่นะ แต่ก็...ไม่อยู่แล้วล่ะ  ) เป็น Doodle ที่น่ารักดีค่ะ มีทั้ง Animation และเพลงประกอบเพราะๆ

Debussy ไม่ใช่นักแต่งเพลงคนโปรดแต่ก็ได้ฟังเพลงเขาเรื่อยๆ บางทีก็เห็นเป็นเพลงประกอบในภาพยนตร์บ้าง ที่โดนเพื่อนบังคับฟังมาตั้งแต่สมัยเรียนคือ La mer ส่วนเพลงประกอบที่ Google ใส่ให้วันนี้ชื่อ Clair de Lune แปลว่า Moonlight ค่ะ เพราะดีเหมือนกัน ชื่นชม Doodle วันนี้ด้วยว่า Animation น่ารักโดยเฉพาะตอนจบ บรรยากาศดีมาก

ตอนนี้ Debussy อยู่ที่ Passy Cemetery (อยู่หลัง Trocadero ที่เพิ่งไปเดินเที่ยวมา เดินเลยไปนิดเดียว) ไม่รู้มาก่อนว่าเขาอยู่ตรงนั้น จริงๆถ้าได้ไปก็จะได้ไปคารวะ Manet ศิลปินอิมเพรสชั่นนิสต์ที่อยู่ที่เดียวกันด้วย คนนั้นละคนโปรดจริงๆ Cemetery ที่ๆเขาอยู่มีคนดังๆมาก แม้แต่จักรพรรดิ์องค์สุดท้ายของเวียดนามก็อยู่ที่นั่น เสียดายๆๆๆ




Saturday, January 26, 2013

Classical Singing กับ Opera Singing

วันนี้นั่งเปิด YouTube หาเพลงฟังตามปกติ ก็เปิดหาเพลงที่ Katherine Jenkins ร้อง เจอเพลงนี้ 

The Flower Duet - Katherine Jenkins (featuring Kiri Te Kanawa) ( http://www.youtube.com/watch?feature=endscreen&v=5BxifcP3qQE&NR=1 )  ในคอมเม้นต์ที่คนเขาเขียนกันมีบางส่วนพูดถึง opera singer กับ classical singer ว่าแตกต่างกัน



"mike04535 4 months agoOh you Jenkins trolls do shut up. You have no idea what you are banging on about. CJ is a classical singer, not an opera singer. All opera singers are classical singers but not all classical singers are opera singers. That does not de-value their talent. Julie Andrews, Jeanette McDonald, Deanna Durbin, Kathryn Gayson and othe stars were all classically trained singers and could sing classical songs including opera arias. None appeared in opera but were not considered to be inferior singers."


bexie1992 5 months agoHey I like her, but I do know that she's not an opera singer you can tell that he voice isn't in that style. I love opera and not all of us moan about it when people say she's not an opera singer. She said the she wasn't an opera singer, she said she uses the tone of her voice rather then uses the operatic technique. She can sing what ever song she likes it's up to her. She is a good singers, but she admits that she's not an opera singer.


ประมาณว่า KJ เป็นนักร้องเพลง classic  แต่ไม่ใช่นักร้องเพลงโอเปร่า เพราะไม่ได้ใช้ operatic technique ในการร้อง  แต่ไม่ได้แปลว่าไม่สามารถเพราะจริงๆแล้วนักร้องที่เป็น classically trained singers ก็สามารถร้องโอเปร่าได้ เพียงแต่อาจจะไม่เคยได้แสดงในโอเปร่าเท่านั้น   (นักร้องโอเปร่าทุกคนถือว่าเป็น classical singer  แต่ไม่ใช่ classical singer ทุกคนที่ร้องเพลงโอเปร่า)


พอจะชัดเจนขึ้นเรื่องนักร้องเพลงคลาสสิคกับนักร้องโอเปร่าก็เลยฟังเพลงของ Kiri Te Knanawa คนที่ featuring กับ KJ ใน The Flower Duet ต่อไป   ไปเจอคลิปที่ร้องเพลง I Dream a Dream  แล้วก็มี comment ที่เปรียบเทียบเธอกับ Susan Boyle  และก็มีคนออกมาบอกว่าอย่ามาเทียบ คนละระดับกัน ก็เลยค้นต่อไปอีกว่ามีอะไรบ้าง เจอข่าวของ Daily Telegraph  สรุปว่า Dame Kiri ก็ไม่ได้ปลื้ม Susan Boyle เท่าไร  :)
ก็สนุกดีนะ เรื่องของนักร้องเก่งๆเนี่ย..... :)( http://www.telegraph.co.uk/culture/tvandradio/susan-boyle/7734530/Dame-Kiri-Te-Kanawa-not-interested-in-Susan-Boyle.html )

7:30AM BST 18 May 2010
Dame Kiri said she was ''not interested'' in discussing the YouTube sensation after Boyle performed it on Britain's Got Talent last year.Dame Kiri is involved in the BBC Radio 2 Kiri Prize, a hunt to find an opera star of the future.Asked about Boyle's success with the tune from Les Miserables, she told the Radio Times: ''Let's get off that subject. Move on.''I'm doing something classical, not whiz-bang. Whiz-bang disappears. It goes 'whiz' and then 'bang'.''  "--------------------------------------------------------------------------------จากข้อมูลต่างๆที่ค้นมา ชอบข้อมูลจากเพจนี้ด้วยที่บอกลักษณะของนักร้องเพลงคลาสสิคซึ่งไม่จำเป็นว่าจะต้องร้องเพลง opera http://wonderofvoice.wordpress.com/2011/04/01/classical-singing-is-not-always-about-opera/ "   Classical singing is not always about opera.April 1, 2011 by wonderofvoicePeople often have prejudices against opera. This can mean particularly the way singers sound in classical opera as they sing without amplification. Singers spend years in developing their voices to the maximum, building their own instruments and their ”in-built microphone” . This means the voice gets louder and more penetrating because it has to carry over the strong sound of an orchestra. Sometimes this development is taken to an extreme and the beauty of the sound even compromised. There is a lot of carrying power, a strong so called singers formant. At near distance such a voice can literally  hurt in your ears! In many cases these voices are classified as dramatic and may be suitable for certain types of repertoire. The component of brightness is exaggerated in relation to darkness or there is an overly dark pressed phonation– against the old Italian ideal of the balance of chiaroscuro (bright-dark). This can also be a result of too much air pressure. Such overly metallic or unnaturally darkened voices are not always produced with harmful technique but the danger is near.   "


Sunday, February 19, 2012

Joshua Bell .... เพิ่งรู้จักอีกแล้ว

วันนี้มีน้องโพสต์ใน Facebook ว่า "หรือจังหวะชีวิตก็อาจทำให้เราพลาดอะไรบางอย่างไป" แล้วก็มีเรื่องของนักไวโอลินไปเล่นไวโอลินที่สถานีรถไฟใต้ดินแห่งหนึ่งใน Washington DC เล่นไปประมาณ 45 นาที ในช่วงเวลาเร่งด่วน ซึ่งก็เป็นที่คาดเดาได้ว่าผู้คนจะเร่งรีบกันมาก ช่วงเวลานั้นมีคนเดินผ่านไปมาประมาณ 1,100 คน แต่มีเพียง 6 คนเท่านั้นที่ได้หยุดฟังเขาเล่นไวโอลิน มีประมาณ 20 คนให้เงินเขาซึ่งรวมแล้้วเป็นเงินจำนวน 32 เหรียญ จนถึงตอนที่เขาหยุดเล่นก็ไม่มีใครสนใจ

จริงๆแล้ว นักไวโอลินคนนี้คือ Joshua Bell หนึ่งในนักดนตรีอัจฉริยะของโลก เพลงที่เขาเล่นเป็นระดับมาสเตอร์พีซ และเขาเล่นเพลงด้วยไวโอลินที่มีมูลค่ากว่า 3.5 ล้านดอลล่าร์

การแสดงชุดนี้ถูกจัดขึ้นโดยหนังสือพิมพ์ Washington Post เป็นส่วนหนึ่งของการทดลองเกี่ยวกับการรับรู้ รสนิยม และการให้ความสำคัญของคน ซึ่งก็ได้ข้อคิดมาว่า

"If we do not have a moment to stop and listen to one of the best musicians in the world playing the best music ever written, how many other things are we missing?"

อ่านแล้วก็งงๆกับชีวิตว่าทำไมไม่เคยรู้จักหนุ่มคนนี้ ก็เลยไปค้นข้อมูลในเว็บ ประวัติความเก่งกาจมีเพียบ แถมไวโอลินที่เขาใช้เป็นของ Stradivarius ( เหมือนในเรื่อง Red Violin) กะว่าเดี่ยวจะค้นเรื่องไวโอลินต่อ จะได้ต่อเนื่องจากโพสต์ก่อน
http://singingbluejay.blogspot.com/2010/04/red-violin.html

Sunday, April 25, 2010

The Red Violin หนังดี...แต่ทำไมเพิ่งได้ดูก็ไม่รู้

วันนี้ดูหนังเรื่อง The Red Violin ไวโอลินเลือด ของ Francois Girard เป็นหนังที่ได้รางวัล Best Music by John Corigliano ในการชิง Academy award เป็นหนังปี 1998( และฉันก็เพิ่งได้ดูในปี 2010 เนี่ยนะ) ทีแรกก็เฉยๆ หยิบมาดูคิดว่าเป็นหนังลึกลับด้วยซ้ำ แต่อ่านคำบรรยายภาษาไทยด้านหลังเขียนว่า นี่คือหนังสำหรับคนรักดนตรี และเมื่อดูจบแล้วก็รู้สึกดีจริงๆด้วย ไม่ได้ถึงกับตื้นตันน้ำตาไหลแต่รู้สึกอยากติดตามอยากรู้เรื่องต่อเนื่อง

พล็อตเรื่องเกี่ยวกับไวโอลินตัวหนึ่งถูกสร้างโดยช่างทำไวโอลินชาวอิตาลีเมื่อสามศตวรรษที่แล้วในปี ค.ศ.1681 เพื่อเตรียมให้กับลูกที่กำลังจะคลอดของเขา โชคร้ายที่ภรรยาของเขาเสียชีวิตระหว่างคลอด ไวโอลินตัวนี้จึงไม่ได้เป็นไปตามความประสงค์ของผู้สร้าง เวลาผ่านไปไวโอลินตัวนี้ถูกบริจาคให้โบสถ์ที่เลี้ยงเด็กกำพร้าในออสเตรีย มีเด็กหลายคนได้เล่นต่อๆกันมา จนมีเด็กอัจฉริยะคนหนึ่งได้เล่น และมีนักดนตรีที่เห็นแววพาไปที่เวียนนาเพื่อแสดงให้เจ้าชายคัดเลือกสำหรับร่วมในการเดินทางไปรัสเซียของพระองค์ โชคร้ายอีกครั้งที่เด็กคนนี้เสียชีวิตต่อหน้าพระพักตร์ด้วยความเครียดและเดิมเป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว ไวโอลินถูกฝังพร้อมศพ 

แต่มีหัวขโมยได้มาขุดหลุมศพนำไวโอลินไป ครั้งนี้ไวโอลินตัวนั้นถูกเล่นต่อๆกันในกลุ่มยิปซีเร่ร่อน จนเมื่อมาถึงอังกฤษ เจ้าของที่ดินที่ยิปซีมาพักซึ่งเป็นนักไวโอลินที่มีสไตล์เฉพาะตัวในสมัยนั้นได้เห็นและนำไวโอลินนี้ไปใช้ในการแสดงของเขา การแสดงของเขาต้องมาจากแรงบันดาลใจที่เกิดจากหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งเธอเองเป็นนักประพันธ์ที่ต้องการแรงบันดาลใจในการเขียนเช่นกัน เธอจึงเดินทางไปรัสเซีย และกลับมาพบว่าเขาหาแรงบันดาลใจจากหญิงอื่นเมื่อไม่มีเธอ เธอยิงไวโอลินตัวนั้นเสียหาย แล้วจากไป เขาฆ่าตัวตายในที่สุดเพราะสูญเสียแรงบันดาลใจและอ่อนแอเพราะฝิ่น 

ไวโอลินถูกนำข้ามน้ำข้ามทะเลไปถึงเมืองจีนที่เซี่ยงไฮ้โดยคนรับใช้ชาวจีนของเขาที่กลับwxเมืองจีนและนำไวโอลินตัวนั้นไปขายในร้ายขายของเก่า ไวโอลินถูกขายต่อให้แม่ลูกชาวจีนคู่หนึ่ง ลูกสาวเมื่อเติบโตขึ้นตกอยู่ในช่วงปฏิวัติการปกครองของจีน เครื่องดนตรีตะวันตกจะถูกทำลาย ไวโอลินถูกมอบให้อาจารย์สอนดนตรีผู้เก็บเครื่องดนตรีหลบซ่อนการทำลายของเรดการ์ดจนสิ้นสุดยุคประธานเหมา ในที่สุดรัฐบาลจีนได้มอบคอลเลกชั่นเครื่องดนตรีเหล่านี้กลับมาสู่ประเทศตะวันตก จนเข้าสู่การประมูลในเมืองมอลทรีลออลในแคนาดา ฉากการประมูลเป็นฉากนำเรื่องจากนั้นหนังตัดเรื่องไปมาระหว่างแต่ละช่วงเวลาเดินทางของไวโอลิน ซึ่งตัดภาพได้เรียบรื่นดีมาก 

แล้วเรื่องมาเฉลยกันตอนจบว่าช่างทำไวโอลินได้นำเลือดของภรรยาผู้เสียชีวิตมาทาสีไวโอลินโดยใช้แปรงที่ทำจากผมของเธอ ชื่อเรื่องภาษาไทยที่ตั้งชื่อว่า ไวโอลินเลือด จึงสื่อเนื้อหาส่วนนี้เข้าไปด้วย

โดยส่วนตัวชอบเรื่องนี้ทั้งฉากที่สวยงาม ดนตรีประกอบนั้นยอดเยี่ยม ฟังแล้วอยากเล่นไวโอลินตาม เนื้อเรื่องแต่ละช่วงแสดงให้เห็นยุคสมัยที่เปลี่ยนไปและลักษณะของภูมิภาคที่ต่างกัน

เกี่ยวกับไวโอลิน จะเห็นว่าเรื่องเริ่มที่ Cremona ซึ่งเป็นเมืองอยู่ทางเหนือของอิตาลี นับเป็นศูนย์กลางการผลิตเครื่องดนตรีโดยเฉพาะไวโอลินตระกูลต่างๆ ได้แก่ Amati, Guarneri และ Stradivari ( ในเรื่องใช้ชื่อ Nicolò Bussotti เป็นช่ทำไวโอลิน) เรื่องนี้ว่ากันว่าได้รับแรงบันดาลใจจากไวโอลินของ Stradivarius ที่ชื่อ The Red Mendelssohn สร้างในปี ค.ศ.1721 ปัจจุบันเป็นของนักไวโอลินชื่อ Elizabeth Pitcairn ผู้ได้ไวโอลินตัวนี้เป็นของขวัญวันเกิดซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 1.7 ล้านเหรียญจากการประมูลกับคริสตี้ที่ลอนดอน ชื่อ "The Red Mendelssohn"มาจากแถบสีแดงบนต้านขวาบนของตัวไวโอลินซึ่งไม่มีใครทราบที่มาของแถบนั้นเช่นกัน

มีนิยายอีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับไวโอลินของสตราดิวาเรียสคือเรื่อง Antonietta เขียนโดย John Hersey ในปี 1991 Antonietta เป็นทั้งชื่อนิยายและเป็นชื่อของไวโอลินของ Stradivarius ที่สร้างในปี 1699 ในช่วงที่เขาเสียภรรยาและได้ตกหลุมรักกับสาวน้อยคนหนึ่งชื่อ Antonia
Links
1. http://www.youtube.com/watch?v=mHfgRgyxQoA&feature=related เพลงในเรื่องตอนที่ Weiss เสียชีวิตแล้วไวโอลินไปอยู่กับยิปซี
2. http://www.youtube.com/watch?v=2K5q89S_ELg Red Violin Suite with the KCO
A clip of Elizabeth Pitcairn performing The Red Violin Suite for solo violin, strings, harp and percussion by John Corgliano at the World Financial Center Winter Garden in New York City with the Knickerbocker Chamber Orchestra of New York, conducted by music director Gary S. Fagin. 11/17/09

Saturday, April 03, 2010

อังเดร ริว (Andre Rieu)นักดนตรีในดวงใจ…อีกคน


ได้ยินชื่อ Andre Rieu มาระยะหนึ่งจากการคุยกับเพื่อนที่เนเธอร์แลนด์ รู้สึกจะคุยกันเรื่องเพลงรึอะไรซักอย่างแล้วก็มีชื่อนี้ออกมา ก็เฉยๆแล้วไง คราวนี้เมื่อเดือนที่แล้ว ซื้อ DVD มาหลายแผ่น เกิดไปได้ DVD คอนเสิร์ตดนตรีฤดูร้อนเล่นที่พระราชวังเชิร์นบุรน์ ในออสเตรีย ชอบมากๆทั้งวงออร์เคสตร้า และบรรยากาศค่ำคืนกลางแสงจันทร์เพ็ญ อลังการอย่างบอกไม่ถูก ไปคุยกับเพื่อนที่เคยไปดูคอนเสิร์ตนี้ซึ่งเป็นคอนเสิร์ตที่มีทุกปี เขาก็บอกว่าใช่ เขาเคยไปดูคอนเสิร์ตนี้ เขาชอบอังเดร ริวมาก เราก็ เอ๊ะ อีตาริวนี่มาตอนไหนล่ะ ไม่เห็นมีซักหน่อย ปรากฏว่าพูดกันถึงคอนเสิร์ตคนละปี ที่ฉันดูเป็นคอนเสิร์ตปี 2008 เขาดูคอนเสิร์ตปี 2007 ซึ่งมีอังเดร ริว มาร่วมแสดงด้วย แต่ตอนที่ได้ DVD มาก็มีชุดการแสดงคอนเสิร์ตของอังเดร ริวมาชุดหนึ่งด้วย ชุด The Flying Dutchman” ก็เลยถึงเวลาที่จะดูการแสดงของเขาซักทีว่าจะดีกันมากมายแค่ไหน

ปรากฏว่าตลอดคอนเสิร์ตของเขา ฉันดูเพลินไม่สนใจสิ่งใดๆรอบตัวเลย มีแต่บรรยากาศในคอนเสิร์ตที่ทั้งสนุกสนาน อิ่มเอิบ มีความสุข ดื่มด่ำกับดนตรี และการแสดงที่ยอดเยี่ยม มีไปจนถึงความรู้สึกรักชาติ ทั้งๆที่เขาก็เล่นเพลงชาติของเขาไม่ใช่ของเรา แต่เห็นถึงบรรยากาศการรวมกันเป็นหนึ่งเดียวของคนดู คนดูมีความสุขอย่างเห็นได้ชัด ร่วมเล่นกับอังเดรไม่ว่าเขาจะให้ช่วยร้องเพลง หรือโยกตัว สรุปได้คำเดียวว่า ยอดเยี่ยม รู้สึกดีใจมากที่ได้มีโอกาสได้ดูคอนเสิร์ตดีๆถึงแม้จะไม่ใช่การแสดงสด คิดว่าจะพยายามหาโอกาสไปดูคอนเสิร์ตของเขาสักครั้งในชีวิต

กลับมาค้นประวัติของเขา พบว่าเขาเป็นนักดนตรีของดัชต์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลมากที่สุด

อายุปาเข้าไปหกสิบปีแล้วแต่ยังดูดีมาก เป็นคนเมือง Maartricht มีชื่อเสียงในแนวเพลงวอลซ์ วงดนตรีของเขาชื่อ "Johann Strauss Orchestra" ซึ่งเป็นวงที่ดูดีมากๆ การแต่งตัวก็สวย ไม่เคร่งขรึมแบบวงออร์เคสตร้าทั่วไป เขาไปเปิดการแสดงต่างประเทศหลายแห่งทั้งอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย

กะว่าจะหา DVD ของเขามาดูอีก แล้วค่อยเขียนรีวิวอีกรอบ

http://www.andrerieu.com/site/ เว็บไซต์ของ Andre Rieu