Showing posts with label ดูนก. Show all posts
Showing posts with label ดูนก. Show all posts

Sunday, April 02, 2017

นกปากห่างที่นครศรีธรรมราช

พิกัด  หน้ามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์  ท่าศาลา  นครศรีะรรมราช 2 เมษายน 2558

ตัวเองได้เห็นนกปากห่างในนครศรีธรรมราชครั้งแรกในวันที่ 2 เมษายน 2015 ไม่คุ้นกับหน้าตานก ไม่เคยเห็นว่าอยู่แถวนี้ ก็เลยถ่ายรูปไว้  บันทึกไว้ซักหน่อยก็ดีนะคะ  :)

นอกสอบถามกูรูนกที่นี่ได้ความว่า เพิ่งจะมีการแพร่กระจายมาทางใต้ไม่นานนี้เอง เจอแถวทะเลน้อยก่อน ในนครฯเพิ่งจะเห็นปีที่แล้ว(2014)

หลังจากนั้นในปี 2016 ก็เห็นได้บ่อยๆ บนวนเป็นฝูง  บางทีก็ลงพื้นเป็นฝูงเล็กๆสิบกว่าตัว

ส่วนตัวเห็นนกปากห่างครั้งแรกตอนที่ยังเด็กมาซักราวๆสิบขวบ คุณแม่พาไปเที่ยววัดไผ่โรงวัวทางเรือ ขึ้นเรือจากท่ามหาราชมั๊งถ้าจำไม่ผิด  แล้วก็มีจุดแวะที่วัดไผ่ล้อม  ที่นั่นมีนกปากห่างอาศัยอยู่ตามยอดไม้เต็มไปหมด  จดจำนกชนิดนี้มาตลอด  ไม่นึกว่านกจะตามมาให้ดูถึงนครศรีธรรมราชค่ะ  :)


พ.ย. 2017 ตอนเช้า หกโมงกว่าๆ ขับรถเข้าเมืองก็เห็นนกปางห่างฝูงใหญ่อย่แถวๆท่าแพ
1 เมษายน 2020  ตอนนี้นกปากห่างกลายเป็นนกประจำถิ่นไปแล้วค่ะ  เจอตลอด  ทั้งแบบบินเป็นฝูงและมาเดี่ยวๆเป็นตัว

Friday, April 18, 2014

สมุดบันทึกการดูนก

สองสามวันก่อนเจอสมุดบันทึกการดูนกของตัวเองที่เริ่มเขียนตั้งแต่ปลายปีปี 2545 มาหยุดบันทึกประมาณปี 2551 เพราะไม่ได้มีทริปเดินป่าดูนกเป็นประจำเหมือนเมื่อก่อนแล้ว


ในบันทึกระบุว่ามีนกที่ได้ดู 235 ชนิด (ไม่รวมนกที่ดูในออสเตรเลียอีก 62 ชนิดที่มีสมุดบันทึกต่างหาก) แหล่งดูนกที่ไปมีตั้งแต่ทุ่งใหญ่นเรศวร แก่งกระจาน  ดอยอินทนนท์ เขานอจู้จี้กระบี่ ทะเลน้อยพัทลุง ศูนย์วิจัยป่าชายเลนระนอง วัดเฉลิมพระเกียรติ กทม. แต่เนื่องจากอยู่ในพื้นที่นครศรีธรรมราช แหล่งดูนกประจำจะอยู่ที่กรุงชิง เขานัน

นกทั้งหลายที่ดู ต้องตามคนที่เขา iden เก่งๆ เพราะส่วนตัวบางครั้งไม่สามารถ iden ได้ทันที และนกจะขยับตัวบินอยู่บ่อยๆ ดูยาก นอกจากนกที่คุ้นๆ นอกนั้นต้องอาศัยคนชั้ชวนให้ดู  :)

Bird Guild  ที่ใช้ก็เป็นเล่มของ Craig Ronson " A field guide to the Bird of Thailand" เพราะช่วงที่ซื้อหนังสือ (Nov 2002) หนังสือของหมอบุญส่งไม่มีวางขาย และมีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์จึงไม่มีการพิมพ์ซ้ำ  จากนั้นก็ได้ซื้อเล่มของหมอบุญส่ง และหลังจากนั้นต่อมาอีกระยะหนึ่ง หนังสือของหมอบุญส่งจึงมีวางขายทั่วไปอีกครั้ง





เวลาดูนกก็จะวงในหนังสือเอาไว้แบบนี้ ถ้าดูได้จนหมดหน้าหนึ่งก็เรียกว่าได้ปิดเพจไป :)

Saturday, January 26, 2013

Very beginning...ดูนก

ไปหยิบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งเป็นบันทึกการดูนกที่ออสเตรเลีย มีการเขียนและวาดรูปเอาไว้ เอามาอ่านอีกครั้งก็รู้สึกดี  กลัวหาย เอามาแปะไว้ตรงนี้ดีกว่าค่ะ

ส่วนตัวเริ่มต้นการดูนกที่ออสเตรเลีย เพราะไปเจอกับพี่ที่ชอบดูนก ก็ได้ตั้งต้นดูนกอย่างจริงจัง เริ่มจากดูนกด้วยตาเปล่ารอบๆตัว นกที่เห็นบ่อยมากคือ Australian Magpie ตัวใหญ่สีขาวดำ  มีนกตัวเล็กกว่าที่เห็นบ่อยพอกันคือ Magpie Lark หรือที่เราเรียกว่า PeeWee,Mudlark (ตัวเมียคอขาว ตัวผู้คอดำ)  นกหน้าตาไม่คุ้นแต่เห็นบ่อยคือ Crested Pigeon  ส่วนพวก Ibis นี่เดินอยู่ในเมือง อยู่ตาม park เชื่องเป็นไก่กันเลย

นกที่ปลาบปลื้มที่สุดที่เจอคือ Tawny Frogmouth   เป็นนกที่บังเอิญเจอด้วยตัวเอง เพราะวันนั้นพวกเราไปเที่ยวดูนกใน Botanic Garden ของ Canberra แล้วฝนตก มีลูกเห็บตกลงมาด้วย เราเข้าไปหลบฝนกันในศาลากลางสวน มีนักเรียนมาหลบฝนอยู่ด้วยหลายคน มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาหลบฝน เราก็เชิญให้นั่งด้วยกัน แล้วเห็นว่าเขามีหนังสือคู่มือดูนก ก็คุยกัน เขาบอกว่าเขาตั้งใจจะมาหา Tawny Frogmouth เพราะได้ข่าวว่าอยู่แถวนี้  เขาชี้จุดเป็นต้นไม้ใหญ่บริเวณใกล้ห้องน้ำ ไม่ไกลจากศาลาที่เรานั่งมากนัก เราก็ตื่นเต้นกันใหญ่พยายามมองหา ก็หาไม่เจอ จนมานั่งหลบฝนกันต่อ แล้วก็ลองส่องกล้องไล่ไปเรื่อยๆ จนในที่สุดเห็นนกตัวหนึ่งลักษณะคล้ายนกปากกบที่เห็นในหนังสือ ก็เลยเรียกให้คนอื่นๆมาดู ใช่นกตัวที่เราตามหาจริงๆด้วย ฟลุ๊คมากๆ เป็นนกที่น่ารักมากจริงๆ  :)

ตอนนั้นเดือนกันยายน 2002 บันทึกวิธีการใช้กล้องไว้ว่า...

"การปรับโฟกัสกล้อง ปกติก็หมุนๆโฟกัสเอาเฉยๆ ใครจะไปรู้ละว่าต้องมองด้วยตาซ้ายหลับตาขวาก่อน ปรับให้ชัด (โดยการหมุนที่ปรับโฟกัสตรงกลางกล้อง  พอชัด)แล้วก็หลับตาซ้ายมองด้วยตาขวา คราวนี้มาปรับ eye piece ทางเลนส์ตาขวา (คือมันจะหมุนๆได้ค่ะ) ภาพจะออกมาชัด เพราะตาเราซ้ายขวาอาจชัดไม่เท่ากัน!  "

 เอิ๊กๆๆๆ  ก็คนไม่เคยดูนกอะ จะรู้อะไรมากมาย  หลังจากนั้นก็ลองหัดวาดรูป หารูปจากปกหนังสือมาวาด

 Kookabara เป็นนกตัวโปรด ชอบมานานแล้ว 

 Cardigan ตัวนี้ก็สามารถชอบได้โดยไม่เคยเห็นตัวจริง เห็นแต่รูปจากปกหนังสือ  :)

 Pattersaon's curse คำสาปแพตเตอร์สัน เป็นวัชพืชในออสเตรเลีย แต่ส่วนตัวแล้วชอบมากๆ ยิ่งเวลาบานเยอะๆเป็นทุ่งสวยเชียว  ช่วง spring จะมีเต็มไปหมด

Tuesday, May 17, 2011

นกในดวงใจ

วันนี้เข้า FB กลุ่มย่อย มีพี่คนหนึ่งโพสต์รูปนกกะลิงเขียดหางหนาม นกหายากที่แก่งกระจาน ก็เลยมานั่งนึกว่าตัวเองชอบนกอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า นึกๆแล้วก็อยากบันทึกไว้ เพราะรายการดูนกทั้งหลายมันก็หายไปเรื่อยๆ

นกที่ชอบ: กระเต็นอกขาว ตะขาบทุ่ง

นกที่อยากเห็น: กะลิงเขียดหางหนาม

นกที่ประทับใจ: Towny Frogmouth, Java Frogmouth, Green Broadbill, Asian Paradise Bee eater, Common Starring

Thursday, September 23, 2004

Singing Blue Jay

ตั้งชื่อตัวเองเป็น Singing Blue Jay มาตั้งแต่ 9 ปีที่แล้ว ความจริงคือตั้งตาม character และ ชื่อย่อของตัวเอง โดยไม่เคยเห็นเจ้า Blue Jay ตัวเป็นๆมาก่อนเลย ไม่เคยสงสัยด้วยซ้ำว่าเป็นนกแบบไหน นิสัยเป็นยังไง เพราะเป็นนกที่ไม่มีในประเทศไทย ถ้าจะดูคงต้องถ่อไปดูที่อเมริกาซึ่งไม่มีแผนจะไปในระยะอันใกล้นี้ ยังไงก็ตามได้ลองค้นดูรายละเอียดเกี่ยวกับ Blue Jay ลองดูรูปแล้วพบว่าเป็นนกที่สวยทีเดียว (เลือกไม่ผิดเลยเรา…) ก็เลยเก็บข้อมูลไว้ก่อนเผื่อจะไปดูตัวจริงในอนาคต

ว่ากันแบบอนุกรมวิธานก็ต้องบอกว่า Blue Jay อยู่ใน Phylum: Chordata Class: Aves Order: Passeriformes
Family: Corvidae Genus: Cyanocitta SPECIES: Cyanocitta cristata เป็นนกที่พบได้ทั่วไปในแคนาดาตอนใต้ และอเมริกา เป็นนกที่มีการอพยพลงใต้ในช่วงฤดูหนาว แถมมีชื่อในภาษาฝรั่งเศสด้วยคือ Geai bleu

Blue Jays เป็นนกขนาดกลางตัวใหญ่ประมาณ 10 - 11 นิ้ว เป็นนกสีสวยที่มีหงอนเป็นสีน้ำเงินม่วงอ่อนๆ ใต้ฐานหงอนจากตาจนถึงหน้าผากจะมีแถบสีดำ บริเวณหู แก้ม คอเป็นสีขาว ใต้คอเป็นแถบสร้อยคอสีดำที่ต่อเชื่อมไปถึงข้างหู อกช่วงล่าง ท้องและก้นเป็นสีขาว ส่วนบนเป็นสีเทาฟ้าและมีสีสดที่สุดบริเวณสะโพก ปีกและหางเป็นสีฟ้าสดมีแถบดำสีดำสนิท เป็นช่วง ปีกมีส่วนปลายสีขาว มุมหางมีสีขาวเช่นกัน ใต้ปีกและหางเป็นสีเทาหม่น ยกเว้นปลายขนสีขาว ปาก ขาและตาสีดำ ตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะคล้ายคลึงกัน ในอเมริกาเหนือมีเฉพาะ Steller's Jays และ Blue Jays ที่มีแถบบนปีกและหาง ทั้งคู่มีหงอนแต่ของ Steller's Jay จะเป็นสีเกือบดำ

Blue Jay สามารถทำเสียงได้หลายแบบ มักเลียนเสียงนกเหยี่ยว โดยเฉพาะ Red-shouldered Hawk ว่ากันว่าเสียงนั้นเป็นการบอกพวกพ้องว่ามีเหยี่ยวอยู่ใกล้ๆ หรือไม่ก็เอาไว้หลอกลวงนกอื่นๆให้เชื่อมามีเหยี่ยวอยู่ที่นั่น เมื่ออยู่ใกล้รัง Blue Jay จะอยู่เงียบๆ รังมักจะอยู่บนต้นไม้สูงประมาณ 8-20 ฟิต ตัวเมียจะทำหน้าที่กกไข่ในขณะที่ตัวผู้คอยหาอาหารมาให้ ทั้งตัวผู้และตัวเมียจะช่วยกันเลี้ยงดูลูก ประมาณช่วงปลายฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วงจะเห็น Blue Jay เป็นครอบครัวหรือ ฝูงเล็กๆ

หลายคนไม่ชอบนก Blue Jay ด้วยความที่มันเป็นนกใจร้ายไปกินไข่ของนกอื่นๆ แต่จากการศึกษาข้อมูลพบว่ามีนกเพียง 1 % เท่านั้นที่มีหลักฐานพบว่ามีไข่หรือนกอื่นๆที่กระเพาะ ส่วนใหญ่แล้วจะพบว่าอาหารคือแมลงและถั่วนัทประเภทต่างๆ

บางเว็บไซต์ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการอพยพของ Blue Jay ว่ายังคงเป็นเรื่องลึกลับเพราะถึงแม้จะเห็นปรากฏการณ์การอพยพของนกนับพันตัวอย่างชัดเจน แต่ก็พบว่ามีนกบางตัวอาศัยอยู่ทั่วไปตลอดฤดูหนาวโดยไม่มีการอพยพ คำถามคือนพพวกไหนที่อพยพและพวกไหนไม่อพยพ แถมมีนกบางตัวที่อพยพไปทางใต้ในปีหนึ่งแล้วอยู่ทางเหนือในอีกฤดูหนาวหนึ่ง และในปีถัดไปกลับอพยพลงใต้อีก ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นก็ยังไม่มีใครให้เหตุผลที่ชัดเจนได้

ส่วนเหตุผลของ Singing Blue Jay ที่มีชื่อนี้คือ เป็น J ที่ชอบสีฟ้าและก็ชอบร้องเพลง แถมบางที J ก็เกิดอาการ blue บ้างในบางครั้ง

ค้นข้อมูลจาก
1. http://birds.cornell.edu/BOW/BLUJAY/
2. http://www.nhptv.org/natureworks/bluejay.htm
3. http://www.enchantedlearning.com/subjects/birds/printouts/Bluejayprintout.shtml
4. http://birds.cornell.edu/programs/AllAboutBirds/BirdGuide/Blue_Jay.html
5. http://www.fcps.k12.va.us/StratfordLandingES/Ecology/mpages/blue_jay.htm

Tuesday, August 24, 2004

Calayan rail นกชนิดใหม่ของโลก

เมื่อวันที่ 16-17 สิงหาคม 2547 มีข่าวจากสื่อมวลชนหลายค่ายทั่วโลกออกข่าวเกี่ยวกับการค้นพบนกชนิดใหม่ของโลก บ้านเราไม่มีข่าวนี้เข้าใจว่าไม่ใช่ข่าวที่ประชาชนทั่วไปสนใจมากมายนัก จนได้ไปอ่านกระทู้ของนาย Borndecember ในเว็บไซต์ของ Savebird ถึงได้รู้เรื่องแล้วก็รีบไปอ่านดูรายละเอียดจากแหล่งข่าวอื่นๆ

ลองอ่านดูจาก เว็บไซต์ของ Birdlife International, CNN(ซึ่งได้ข่าวจาก Reuters) และ BBC รู้สึกว่าจาก BBC จะอ่านง่ายและรู้เรื่องที่สุด กล่าวโดยสรุปคือ นักวิจัยชาวฟิลิปปินส์และชาวอังกฤษได้พบนกชนิดใหม่ที่เกาะCalayan หนึ่งใน Babuyan Islands ทางตอนเหนือของฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2547

ผู้ค้นพบนกชนิดนี้คือ Ms.Carmela Espanola หนึ่งในทีมผู้วิจัย โดยพบกลุ่มเล็กๆของนกสีน้ำตาลคล้ำปากและขาสีส้มสด มีขนาดใกล้เคียงกับกา อยู่ในป่าระดับความสูงประมาณ 1,000 ฟิต นกชนิดนี้ชาวเกาะเรียกว่า "piding" สันนิษฐานว่าจะยังมีนกชนิดนี้อยู่ราว 100 - 200 คู่
นกชนิดนี้ถูกตั้งชื่อว่า Calayan rail โดยใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gallirallus calayanensis และถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Vulnerable ในรายการของ IUCN Red List of threatened species

ตามข่าวบอกว่าเพื่อที่จะลงทะเบียนนกว่าเป็นสปีชี่ส์ใหม่ ทางคณะสำรวจต้องฆ่านกหนึ่งตัว และเมื่อผ่าดูภายในก็พบว่ากล้ามเนื้อที่ใช้เพื่อทำการบินของนกชนิดนี้อ่อนแอเกินกว่าจะรับน้ำหนักตัวถ้าต้องบินไกลๆ จึงสรุปว่าเป็นนกที่เกือบจะบินไม่ได้ ทั้งนี้นาย Richard Thomas จาก BirdLife International ได้ให้ความเห็นว่าถึงแม้จะไม่เคยเห็นนกชนิดนี้บินมาก่อนแต่อาจเป็นไปได้ที่นกชนิดนี้จะเหมือน Okinawa rail ซึ่งสามารถกระพือปีกได้ในลักษณะเหมือนไก่

ข่าวให้รายละเอียดต่ออีกว่าใน 20 สปีชี่ส์หรือซับสปีชี่ส์ที่สูญพันธุ์ไปนับตั้งแต่ปี 1600 ประมาณ 90% จะเป็นนกที่บินไม่ได้ นก Calayan rail นี้เป็นญาติกับ moorhen แต่ที่แตกต่างคือ Calayan rail บินไม่ได้และพบเฉพาะบริเวณเกาะที่มีการสำรวจพบเท่านั้น สมาชิกส่วนใหญ่ในตระกูล rail คือ นกน้ำ ถึงแม้ว่าในเขตร้อนของเอเชีย มีนกหลายชนิดอาศัยในป่าเช่นเดียวกับ Calayan rail

ในเว็บของ BirdLife International ได้ให้รายละเอียดการค้นพบไว้ด้วยว่าเมื่อคุณ Carmela ได้พบนกชนิดนี้ เธอทำการจดบันทึก ถ่ายภาพ และอัดเสียงร้องเอาไว้ วันรุ่งขึ้น Des Allen สมาชิกคนหนึ่งในทีมได้ไปที่จุดนั้นอีก เมื่อได้ยินเสียงนกก็ได้เปิดเทปที่อัดเสียงไว้เพื่อเรียกนกให้ออกมา ในวันนั้นเขาได้ทำการอัดวิดีโอไว้และได้ให้สมาชิกทีมคนอื่นๆได้ดูและช่วยกันสังเกตการณ์ ในแผนการวิจัยต่อไปได้วางโครงการหาสภาพที่อยู่อาศัย การกระจายตัวและประชากรของ Calayan Rail โดยจะทำงานร่วมกับชุมชนเพื่อลดสิ่งคุกคามต่อนกและสร้างวิธีป้องกันผืนป่าระยะยาว เป็นที่คาดหวังว่าการค้นพบครั้งนี้จะทำให้เกาะนี้ควรได้รับการตระหนักถึงความสำคัญในฐานะที่เป็นแหล่งที่มีความหลากหลายทางขีวภาพ

ข้อมูลจาก
1.http://edition.cnn.com/2004/TECH/science/08/17/environment.bird.reut/
2. http://news.bbc.co.uk/2/hi/science/nature/3569160.stm
3. http://www.birdlife.org.uk/news/news/2004/08/calayan_rail.html

Tuesday, August 17, 2004

Broadbill พญาปากกว้าง

วันนี้มีน้องชายร่างสูงหน้าตาดูดีมีตระกูล ขับรถจากกำแพงแสนมาเยี่ยมเยียนถึงถิ่นใต้ มาแบบมาดเท่สุดขีดกับการเดินเข้ามาพร้อมกับถือ Butterfly guide ฉบับ print เองเล่มโต ชายหนุ่มคนนี้ไม่ใช่เก่งเฉพาะเรื่องผีเสื้อ ความจริงเขาเก่งไปแทบทุกอย่าง ทั้งดูนก ถ่ายภาพ มีความอุตสาหะเป็นที่หนึ่ง ความสุภาพใจเย็นอีกต่างหาก มีหลายคนเต็มใจมอบชีวิตไว้ในมือของเขา ฟังดูโรแมนติกมากเลยนะคะ ไม่หรอกค่ะ ความจริงแล้วเขาเป็นหมอนะ

และที่เกี่ยวกับเรื่องที่จั่วหัวไว้เพราะหนุ่มคนนี้ใช้ชื่อในวงการว่า "ปากกว้างหางยาว" ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อเขาฉันออกจะงงๆเพราะไม่เคยรู้ว่าปากกว้างหางยาวคืออะไร จนในที่สุดได้เจอตัวเป็นๆทั้งของชายหนุ่มคนนี้และพญาปากกว้างอีกหลายชนิด จบแล้วนะคะเรื่องของชายหนุ่มปากกว้างหางยาว มาดูปากกว้างของจริงกันดีกว่า

ปากกว้างเป็นชื่อนกค่ะ นกพญาปากกว้าง (Broadbill)เป็นนกชนิดหนึ่งพบได้ในป่าดิบชื้น อาจจะยากที่จะสังเกตเห็น เป็นนกกินแมลงและน้ำหวาน มีสีสันแปลกสวยงาม ในเมืองไทยพบได้ 7 ชนิด คือ
ฺ1. Banded Broadbill พญาปากกว้างท้องเหลือง
ฺ2. Black-and-Red Broadbill พญาปากกว้างท้องแดง
ฺ3. Black-and-ํำYellow Broadbill พญาปากกว้างเล็ก
4. Dusky Broadbill พญาปากกว้างสีดำ
5. Green Broadbill เขียวปากงุ้ม
6. Long-tailed Broadbill พญาปากกว้างหางยาว
7. Silver-breasted Broadbill พญาปากกว้างอกสีเงิน

เข้าไปอ่านในเว็บไซต์ต่างๆพบว่ามี Broadbill มากมายหลายชนิดในโลก แยกกันตามหลักได้แก่
Kingdom : Animalia
Phylum : Chordata
Class : Aves
Order : Passeriformes
Family : Eurylaimidae

Genus
Smithornis
Pseudocalyptomena
Corydon
Cymbirhynchus
Eurylaimus
Psarisomus
Serilophus
Calyptomena

1. African Broadbill, Smithornis capensis
2. Gray-headed Broadbill, Smithornis sharpei
3. Rufous-sided Broadbill, Smithornis rufolateralis
4. Grauer's Broadbill, Pseudocalyptomena graueri
5. Dusky Broadbill, Corydon sumatranus
6. Black-and-red Broadbill, Cymbirhynchus macrorhynchos
7. Banded Broadbill, Eurylaimus javanicus
8. Black-and-yellow Broadbill, Eurylaimus ochromalus
9. Wattled Broadbill, Eurylaimus steerii
10.Visayan Broadbill, Eurylaimus samarensis
11.Long-tailed Broadbill, Psarisomus dalhousiae
12.Silver-breasted Broadbill, Serilophus lunatus
13.Green Broadbill, Calyptomena viridis
14.Hose's Broadbill, Calyptomena hosii
15.Whitehead's Broadbill Calyptomena whiteheadi

ฉันเองเพิ่งเคยรู้จักนกพญาปากกว้างเมื่อปีที่แล้วนี่เอง นกตัวแรกที่เห็นคือ พญาปากกว้างเล็ก ที่เขาชอบเรียกกันว่านกการ์ตูนเพราะสีสันสดสวยของมันและท่าทางดูบ๊องแบ๊วน่าเอ็นดู นกชนิดนี้เป็นนกรับแขกของป่ากรุงชิง ใครไปใครมามักจะเจอทุกครั้ง มีเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้จำได้ง่าย
อีกตัวนึงที่ฉันได้เห็นในป่ากรุงชิงเช่นกันคือเขียวปากงุ้ม เป็นนกพญาปากกว้างขนาดเล็กน่ารัก ดูไม่เหมือนพญาปากกว้างทั่วไป สีเขียวสด เป็นนกที่ดึงดูดให้ birder เข้ามาเยี่ยมเยียนป่าแห่งนี้กันบ่อย

สำหรับที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เมืองหลวงของนกเมืองไทย ฉันได้เห็นพญาปากกว้างอกสีเงินและพญาปากกว้างสีดำ เป็นที่ประทับใจมาก ข่าวว่าที่นี่จะเป็นที่ที่สามารถพบพญาปากกว้างทั้งเจ็ดชนิดได้ครบ ก็ได้แต่หวังว่าสักวันคงจะได้กลับมาดูอีกครั้ง

หมายเหตุ : ข้อมูลส่วนหนึ่งเรียบเรียงจาก
http://www.webster-dictionary.org/definition/Broadbill


Sunday, August 15, 2004

การอบรมดูนก: จุดเริ่มต้นที่ดีของ birder ชาวไทย

อยากจะเริ่มดูนกจะทำอย่างไรดี? มีกระทู้ลักษณะนี้บนเว็บบอร์ดเกี่ยวกับเรื่องนกเสมอ เป็นคำถามที่เมื่อฉันเริ่มต้นดูนกก็ถามตัวเองและคนดูนกรอบข้างเพื่อขอความรู้ หลังจากดูนกมาแล้วสองปีและมีโอกาสได้ไปอบรมดูนกที่สวนรถไฟเมื่อเดือน 10-11 กรกฎาคม 2547 ฉันก็คิดว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการดูนก ขอเล่าบรรยากาศการอบรมให้ฟังแล้วกันนะคะ

การอบรมความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสำหรับประชาชนเป็นโครงการของกรุงเทพมหานครร่วมกับชมรมต่างๆเพื่อเปิดอบรมให้ประชาชนทั่วไปฟรี มีทั้งอบรมดูนก อบรมดูผีเสื้อ ที่ฉันเข้าไปรับการอบรมเป็นการอบรมการดูนก รุ่นที่ 46 จัดขึ้นวันที่ 10-11 กรกฎาคม 2547 เป็นรุ่นสุดท้ายของปีนี้

เนื้อหาที่อบรมน่าสนใจมาก เริ่มต้นชั่วโมงแรกด้วยการเปิดประตูสู่โลกของนก วิทยากรคือคุณสุธี ศุภรัฐวิกรจะมาให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับนก อธิบายลัษณะโครงสร้างร่างกายของนก เช่นมีลักษณะใดที่บอกว่านี่คือนก สิ่งที่เราดูกันทั่วไปคือ ปาก ขนนก ขาและนิ้วเท้า ปีก หาง เราสามารถดูลักษณะย่อยแล้วบอกถึงลักษณะความเป็นอยู่ของนกนั้นๆได้

ถัดไปเป็นเรื่องของการสเก็ตภาพนกในธรรมชาติ(ตารางเวลาเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเพราะปรับเปลี่ยนตามเวลาของวิทยากรที่มาบรรยาย) โดยคุณพรเลิศ ละออสุวรรณ ความจริงวิทยากรของเราทำงานด้านเทคนิค แลทำงานเกี่ยวกับด้านพลังงานทดแทนอะไรซักอย่าง แต่มีฝีมือในการสเก็ตภาพมาก และมีอารมณ์ขันเหลือเฟือ คลาสนี้สนุกสนานน่าสนใจมาก เริ่มจากวิธีการจดบันทึก แล้วมาพูดถึงอุปกรณ์สเก็ตภาพซึ่งได้แก่ กระดาษ(สมุดไม่มีเส้น) ดินสอ ปากกาไม่ละลายน้ำ และสี วิทยากรเอาตัวอย่างอุปกรณ์พวกจานสีและสีมาให้ดู เห็นแล้วอึ้งเพราะขนมามากมาย บางอันก็ดูดีมีสกุลรุนชาติมาก ในขณะที่บางเซ็ตน่ารักจนไม่อยากใช้ จากนั้นก็แนะนำวิธีและเทคนิคการวาดภาพ เรื่องรูปทรง แสงและเงา เทคนิคแพรวพราวมาก ฉันลองวาดตามในชี้ตอย่างสนุกสนาน จนถึงเวลาพักเที่ยง ไปกินข้าวกับเพื่อนใหม่ที่เจอกันในห้องอบรมนั่นเอง การมาอบรมแบบนี้ก็ดีอย่างนี้แหละ อย่างน้อยเราก็รู้ว่าคนที่มามีความชอบเหมือนเรา

ภาคบ่ายมีคลาสเรื่องชีวิตนกในธรรมชาติ โดยคุณพินิจ แสงแก้ว มีประสบการณ์มาเล่ามากมาย ฟังเพลินไปเลย เรื่องชีวิตประจำวันของนกตั้งแต่เรื่องการใช้เท้า การใช้ปีก เสียงร้อง การหากิน การพักผ่อน การทำความสะอาดขน จากนั้นก็เรียนเรื่องชีวิตในรอบปีของนกที่จะมีนกลักษณะประจำถิ่น นกอพยพย้ายถิ่น

หัวข้อสุดท้ายของวันแรกคือเรื่องแหล่งที่อยู่อาศัยของนก มีคุณเทวัญ วิไลนิรันดร์เป็นวิทยากร ช่วงนี้ก็น่าสนใจเพราะได้ความรู้เพิ่มเกี่ยวกับแหล่งและเวลาที่จะเจอนก

วันที่สองเป็นการเรียนภาคปฎิบัติ มีการแบ่งกลุ่มออกไปดูนก กลุ่มละ5-6 คน มี bird leader คนหนึ่งเป็นคนนำถือสโคปและคอยชี้นกให้ดู กลุ่มของฉันได้ leader น่ารักชื่อคุณธงชัย ศิริพร ชื่อเล่นรู้สึกจะชื่อคุณโป้งมั๊ง ไม่ค่อยแน่ใจ เป็น leader แบบเงียบๆ ใจดี ยิ้มตลอดกาล กลุ่มเราได้เห็นนก 25 ชนิด เดินดูตั้งแต่ 7 โมงครึ่งจน 11 โมง แล้วมีคุณ อรรจน์ เกษมมาสรุปให้ฟัง

โดยรวม การอบรมลักษณะนี้เป็นประโยชน์มาก เพราะทำให้เรามีพื้นฐานในการดูนก ไม่ใช่อยู่ๆก็จับกล้องส่องนก ดูตามหนังสือไปเรื่อยๆ ซึ่งความจริงก็ทำได้ แต่ทางนี้เป็นทางเรียบๆง่ายๆเป็นพื้นฐานที่ดี แล้วทำไมจะไม่ละคะ?

Wednesday, August 11, 2004

นกนอกหน้าต่าง

ความจริงควรจะเล่าเรื่องตามลำดับเช่น เริ่มต้นดูนกยังไง แหล่งไหนที่ควรจะเข้าไปดูข้อมูล หรืออื่นๆ แต่ไม่มีเวลาหาข้อมูลตอนนี้ ที่อยากจะเขียนถึงตอนนี้คือเรื่องของนกที่มองเห็นจากห้องของตัวเอง จะได้เก็บเป็น record เอาไว้

ที่ทำงานก่อนแล้วกัน... ที่ทำงานเป็นห้องประมาณ 3 x 5 เมตร มีหน้าต่างบานใหญ่ 2 บานมองออกไปนอกตึกได้ มีระเบียงเล็กๆขนาดครึ่งเมตรอยู่นอกห้องต้องปีนหน้าต่างถึงจะออกไปได้ ปกติจะวางกระถางดอกไม้บนกำแพงระเบียงมีพวก ระฆังทอง แว็กซ์บิโกเนีย ฟิโลมะละกอ หนุมานนั่งแท่น กุหลาบเมาะลำเลิง เศรษฐีก้านทอง วาสนา และต้นเล็กต้นน้อยตามแต่โอกาส ห้องอยู่ชั้นสองของตึก ชั้นล่างมีต้นรำเพยปลูกเป็นแนวขนานกับตึก 4 ต้น ปลูกมา 5-6 ปีแล้ว ต้นสูงจนมองเห็นใบเขียวๆดอกเหลืองสดของรำเพยได้

ปกตินกที่มองเห็นจะเป็นนกทั่วไปเช่น นกเอี้ยงสาริกา นกกางเขนบ้าน นกเขา แต่นกที่จะเห็นแบบใกล้ชิดที่สุดคือนกกินปลีอกเหลือง Olive-backed Sunbird เพราะมันจะมากินน้ำหวานดอกรำเพยทุกวัน อยู่กันเป็นฝูงทั้งตัวผู้ตัวเมีย บินไปบินมาน่ารักมาก ที่พิเศษคืออาทิตย์ที่แล้วเพิ่งเห็นนกพวกนี้มาเกาะที่ต้นกุหลาบเมาะลำเลิงที่ระเบียงทีละ 5-6 ตัว ซึ่งปกติไม่เคยมีมากขนาดนี้ จะหลงมาก็แค่ตัวสองตัว เจอนกมาเยี่ยมเยียนระยะใกล้ขนาดนี้ออกจะดีใจ นั่งหลบคอมพิวเตอร์แอบดูเค้าอยู่พักนึง เป็นนกที่ชอบมากเพราะตัวเล็กๆน่ารัก ท้องสีเหลืองสด ปากเล็กยาว บินไว ดูแล้วรู้สึกกระฉับกระเฉง

ที่บ้าน...หอพัก....จะมองเห็นนกจากระเบียงห้องเช่นกันโดยเฉพาะตอนเช้า นกที่เห็นบ่อยก็มี นกเขาชวา นกเขาหลวง นกตะขาบทุ่ง นกกระจอกบ้าน นกกระจอกตาล นกตีทอง นกกระเต็นอกขาว นกปรอดหน้านวล นกกระติ๊กตะโพกขาว นกยางควาย นกยางกรอก นกยางเปีย นกกระจิบ นกเอี้ยงหงอน และที่ขาดไม่ได้คือนกเอี้ยงสาริกา นอกจากอยู่ตามบริเวณนอกบ้านแล้วก็ยังมาเยี่ยมเยียนที่ระเบียงห้องเสมอเพราะฉันมีอ่างเลี้ยงปลาหางนกยูงซึ่งนกเอี้ยงก็คิดว่านั่นเป็นอ่างอาบน้ำของมัน เอางั้นก็ได้..... มันจะมาอาบน้ำจนน้ำกระจายเลอะระเบียง....แล้วมันก็ทำเสียงเยาะเย้ยก่อนจะบินไปหาอะไรกินที่อื่นต่อไป...