Showing posts with label อเมริกา. Show all posts
Showing posts with label อเมริกา. Show all posts

Saturday, April 08, 2017

East/West street ในนิวยอร์ก



ปกติเป็นคนอ่านแผนที่ได้ตั้งแต่สมัยไม่ใช้ Google Map เวลาเที่ยวที่ไหนจะอ่านแผนที่ตลอด ในอเมริกาแผนที่ก็ชัดเจนและอ่านง่ายมาก ง่ายขนาดถ้ารู้ที่อยู่จะบอกได้เลยว่าอยู่ประมาณไหนของถนน และอยู่ฟากไหนของถนน

แต่ตอนไปเดินที่นิวยอร์ก อันนี้ก็ทำเรางงมานานหลายปีนะว่ามันมีถนนเดียวกันแต่แบ่งเป็น East กับ West อย่างในรูปคือถนน East 42nd St แต่มันก็จะก็มี West 42nd St ด้วย ดูทิศทางแล้วก็ไม่ใช่แนวทิศตะวันออกตะวันตกแท้ๆ เพิ่งมารู้เมื่อวานนี่เองตอนค้นรูปนี้แล้วสงสัยก็เลยค้นต่อ เขาบอกว่าทิศตะวันออกตะวันตกมันเป็นทิศที่ทียบกับแม่น้ำฮัดสันไม่ได้เทียบกับทิศจริง เพราะฉะนั้นแนวมันก็เลยเอียงๆ และเขาตัดที่ถนนสายห้า (5th Ave) ถ้าอยู่เหนือขึ้นไปทางฟากแม่น้ำฮัดสันก็คือฝั่งตะวันตก เป็น West ใต้ลงมาคือฝั่งตะวันออกจะเรียกเป็น East

จะรู้ไปทำไมเนี่ย .... จะอยู่นิวยอร์กรึก็เปล่า.....แต่จริงๆที่บ้านเราเวลาบอกทิศเขาก็บอกว่าทิศตะวันตกตะวันออกเหมือนกันนะคะ เหมือนปากพนังตะวันตก ปากพนังตะวันออก แล้วเวลาชั้นไปปากพนังนี่ชั้นรู้ใช่มั้ยว่าดวงอาทิตย์มันขึ้นทางไหน!
-------------------------------------------------------------
บันทึกเพิ่มเติม

ครั้งแรกที่ไปนิวยอร์กคือเดือนเมษายนปี 1992 ทริปนั้นบริษัทให้ไปชมงานแสดง Clean room Technology ที่ Atlantic City, New Jersey  จลงานก็บินต่อส่วนตัวไปเยี่ยมหนูเอื้อยที่ Boston ไหนๆไป Boston แล้วก็แวะลงมา New York ด้วย เพราะเราอยู่ฝั่ง West coast ไม่ค่อยได้มาฝั่ง East  ลองเดินทางด้วย Amtrek เป็นครั้งแรกที่ได้นั่งรถไฟในอเมริกา มาถึง Grand Central เช้าๆ  เดินออกมาแบบงงๆ คือตอนนั้นยังนั่งรถไฟใต้ดินไม่เป็น ทำอะไรก็ไม่เป็น เอากระเป๋าไปฝากแล้วก็เดินเล่นที่ 5th avenue ขึ้นตึก Empire State จากนั้นก็นั่งแท๊กซี่ไป World trade center เดินเล่นย่านนั้น อยู่ได้แค่นั้นก็ต้องไปสนามบิน  บินกลับค่ะ

ครั้งที่สองใน New York  ปี 2014 ไปในโครงการ IVLP พักที่โรงแรมบน Park Ave. ตัดกับ 33 st. ไม่ไกลจากตึก Empire state มาเที่ยวนี้ขึ้นรถไฟใต้ดินคล่องมากแล้ว  เดินเก่งขึ้นมากด้วย ก็จะได้เที่ยวใน NYC แบบสบายๆ  เดินกันชิลล์ค่ะ  ไม่ต้องใช้ Map แล้วด้วย  เพราะตอนนี้มี Google map

Sunday, October 25, 2015

การทำแท้งเสรี

วันนี้อ่านข่าวจากเว็บ BBC ถึงเรื่องการสนับสนุนการทำแท้งและการไม่สนับสนุนการทำแท้งในอเมริกา อ่านแล้วเศร้ามากกับการที่มีผู้อยากให้มีทางเลือกในการทำแท้งเสรี

ส่วนตัวไม่สนับสนุนการทำแท้งเสรี คิดว่าด้วยกฏหมายที่มีอยู่ให้ทางเลือกกับผู้ที่มีปัญหากับการตั้งครรภ์ได้มากพอ หากต้องการมากกว่านั้นควรต้องมีการกลั่นกรองจากหลายๆฝ่าย เพราะการทำอะไรเสรีทำให้คนตัดสินใจแบบมักง่าย คิดให้ตัวเองหมดปัญหา โดยไม่คิดถึงลูกของตัวเอง คนเป็นแม่ปกติไม่คิดแบบนั้น

US abortion debate: Both sides speak

  • 3 hours ago
  •  



    Abortion is a highly contested issue in the United States, despite a 1973 Supreme Court decision legalising the procedure. Two women on both sides of the issue talked to the BBC.
State and federal opponents of abortion have returned their attention to Planned Parenthood, a healthcare non-profit group with 59 affiliates and 700 clinicsaround the US, some of which provide abortion services. 
The most recent controversy was touched off after an anti-abortion organisation called The Center for Medical Progress secretly recorded a Planned Parenthood official discussing how to obtain aborted foetal tissue for medical research.



In this July 28, 2015, file photo, Erica Canaut, center, cheers as she and other anti-abortion activists rally on the steps of the Texas Capitol in Austin, Texas,Image copyrightAP

Pro-life advocates say this proves Planned Parenthood is selling foetal parts for profit - which is illegal - although the tape does not show the official explicitly saying as much. The organisation said only 1% of their clinic offer tissue donation - not sales - as an option. But it eventually changed its policies so that no clinics could be reimbursed for their donations.
Most of the estimated $450m (£292m) in federal funding given to Planned Parenthood clinics comes in the form of reimbursements for health services like Pap smears. The clinics are blocked from using such funding for abortions.
Meanwhile in Texas, lawmakers have said they will cut all Medicaid payments to Planned Parenthood, alleging the clinics were "no longer capable of performing medical services in a professionally competent, safe, legal and ethical manner". On Thursday, the state investigators arrived at clinics in three Texas cities, ordering Planned Parenthood to turn over documents.



Planned Parenthood supporters rally for women's access to reproductive health care on National Pink Out Day at Los Angeles City Hall, 29 September 2015Image copyrightAP

The state was already embroiled in a lawsuit against legislation that effectively shut down many of the state's abortion clinics.
The BBC has spoken to two women about where they stand in the abortion debate - one woman who turned to Planned Parenthood for her own abortion, and another who organises one of the largest anti-abortion rallies in Washington, DC.

http://www.bbc.com/news/magazine-34611878


Friday, January 16, 2015

กรณีศึกษา Hidden city ticketing



ได้อ่านข่าวหนึ่งจากเเว็บของ CNN ที่ลงข่าวไว้ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2557 เกี่ยวกับการที่สายการบิน United Airlines ฟ้องนาย Aktarer Zaman  ผู้สร้างเว็บไซต์ Skiplagged.com ที่ช่วยใหู้้ใช้เว็บสามารถจองตั๋วเครื่องบินราคาถูกได้โดยใช้ประโยชน์จากกลยุทธ์ Hidden city ticketing คือการที่ลูกค้าขึ้นเครื่องแล้วไปลงที่จุดต่อเครื่องโดยไม่ไปต่อถึงปลายทาง เพราะตั๋วจากจุดเริ่มต้นไปถึงจุดสุดท้ายโดย่านจุดต่อนั้นสามารถซื้อได้ในราคาถูกกว่าการซื้อตั๋วแบบกำหนดระบุจุดเริ่มต้นและจุดต่อที่ลูกค้าตั้งใจจะไป  ซึ่งนี้เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดของสายการบินที่ใช้มานานแล้วและเป็นที่รู้กันโดยทั่วไปในกลุ่มธุรกิจการจองตั๋วเครื่องบิน

ตัวอย่างเช่น ต้องการเดินทางจากนิวยอร์คไปซานฟรานซิสโก ราคาตั๋วที่จองแบบนี้อาจแพงกว่าราคาตั๋วที่จองโดยเลือกจากนิวยอร์กไปเล็คตาโฮโดยมีจุดต่อเครื่องที่ซานฟรานซิสโก  ลูกค้าก็ซื้อตั๋วไปเล้คตาโฮแต่จริงแล้วแวะลงที่ซานฟรานซิสโกและปล่อยให้เที่ยวบินต่อจากซานฟรานซิสโกไปเล็คตาโฮนั้นบินต่อไปโดยไม่มีลูกค้าคนนั้น

ทางสายการบินยื่นฟ้องโดยตั้งข้อหาว่า "unfair competition" เพราะใช้ประโยชน์จาก "strictly prohibited" travel  แต่นาย Zaman ก็ยันว่าเว็บไชต์ของเขาไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย

Aktarer Zaman  เป็นคนบังคลาเทศโตในเขตบรูคลิน ที่นิวยอร์ต จบปริญญาตรีสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์จาก Rensselaer Polytechnic Institute ตั้งแต่อายุ 20 ปี ขณะนี้อายุ 22 ปี อาศัยอยู่ในเขตแมนฮัตตัน และทำงานกับบริษัท technology start-up แห่งหนึ่ง

ตอนนี้ในหน้าเว็บ Skiplagged.com จะขึ้นหน้าจอแบบในรูปเพื่อขอความสนับสนุนโดยการบริจาคเงินช่วยเหลือในการทำคดี และถ้าลูกค้าต้องการค้นเที่ยวบินจะไม่สามารถค้นในเว็บได้แต่ให้ไปใช้แอพแทนซึ่งมีทั้งในแบบ IOS และ Android

http://money.cnn.com/2014/12/29/news/united-orbitz-sue-skiplagged-22/index.html?iid=obnetwork

จริงก็มีกลยุทธ์อื่นในการหาตั๋วถูกได้อีก ลองอ่านดูในวิกินะคะ  http://en.wikipedia.org/wiki/Airline_booking_ploys

----------------------------------------------------------------------------------------------
Update
ปี 2015  เคสของ Zaman เขาชนะนะคะ  เนื่องจากสายการบินบอกว่าเขาทำผิด  contract of carriage แต่จริงๆเขาเป็น third party ไม่ใช่ตัวผู้โดยสาร  ข้อหานี้ก็ตกไป  และตอนที่  United ฟ้อง  ทำการฟ้องที่อิลลินอยส์ แต่ตัวบริษัทจริงๆอยู่ที่นิวยอร์ก
ปี 2019 ตอนนี้   United airlines หันมาฟ้องผู้โดยสารแทนแล้วค่ะ  ttps://thepointsguy.com/news/hidden-city-ticket-crackdown/?utm_campaign=FACEBOOK-100000283455255&utm_medium=social&utm_source=FACEBOOK&utm_term=Editorial&fbclid=IwAR3dFylnogQnnYntbRUybL8TwnZnbFI5zjsVy41eWABjCB09-U1NWDXaHks 

Yosemite Tunnel View





ในความเห็นส่วนตัว โยเซมิตี้เป็นอุทยานแห่งชาติในอเมริกาที่มีวิวสวยประทับใจที่สุดตั้งแต่ท่อง เที่ยวอุทยานใดๆมา มีทั้งต้น sequoia ยักษ์ที่ขับรถผ่านได้ มีทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงสด มีแม่น้ำเมอร์เซ็ดแสนสวยและสงบ มีน้ำตกสวยอีกหลายแห่ง แต่วิวที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือ Tunnel view นี่เอง เห็นวิวนี้ครั้งแรกเมื่อขับรถเข้าไปในอุโมงค์ที่ยาวมาก แล้วจู่ๆเมื่อออกมาจากอุโมงค์ก็เจอวิวนี้ สตั๊นท์ไปสิบวิ แทบปล่อยพวงมาลัยรถ!

ในหุบเขาโยเซมิตี้ ที่เห็นซ้ายมือคือผาหินแกรนิตยักษ์ที่ยิ่งใหญ่มากชื่อ "เอล แคปปิตัน" (El Capitan) มองไปไกลๆ ตรงกลางภาพมีภูเขาที่เหมือนจะเป็นครึ่งของทรงกลมเรียกกันว่า "ฮาล์ฟโดม"(Half Dome) เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นของโยเซมิตี้ ขวามือมีน้ำตกแสนสวย สูงชัน น้ำตกไหลแรง นั่นคือน้ำตกผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว "ไบรเดนเวล"(Bridal Veil)

วันนี้มีข่าวว่ามีหนุ่มสองคน Tommy Caldwell และ Kevin Jorgeson ปีนผา El Capitan เส้นทางที่เรียกว่า Dawn Fall (Wall of the Early Morning Light) ได้สำเร็จด้วยมือเปล่า เยี่ยมมากค่ะ ความสูงของผาแกรนิตจุดนั้นคือ 3,000 ฟิต หรือประมาณ 900 เมตร แค่เดินทางเรียบก็ไกลพอดู แต่นี่เขาปีนในแนวดิ่ง เป็นเราหัวใจวายตายก่อนจะถึงยอดเขาแน่เลยค่ะ kiki emoticon

(ดูคลิปการขับรถเข้าอุโมงค์แล้วออกมาเจอ Tunnel view ในคลิปนี้เลยนะคะ

https://www.youtube.com/watch?v=wI7moJr2BZg )

 เครดิตภาพจาก
http://commons.wikimedia.org/…/File:Yosemite_Valley_Tunnel_…

Tuesday, December 02, 2014

น้ำพุย้อมสี





ถ้าได้ไปเที่ยวเมืองไหนที่มีน้ำพุ ลองสังเกตดูนะคะ อาจได้เห็นเขาย้อมน้ำพุเป็นสีต่างๆ สีของน้ำพุก็อาจจะบอกได้ว่ากำลังมีการรำลึกถึงหรือรณรงค์เรื่องอะไรกันอยู่ เท่าที่ผ่านมาได้เห็นอยู่สองที่ ที่แรกในออสเตรเลีย ตอนนั้นเข้าเมืองไปกับอาจารย์เมฆ Phusit Horpet เห็นน้ำพุเป็นสีชมพู ออกจะตื่นเต้น

ล่าสุดได้เห็นที่ฟิลาเดลเฟีย เป็นน้ำพุใน Love Park ได้เห็นสีขาวปกติ สีชมพู และสีฟ้า(จริงๆคิดว่าสีม่วง เห็นด้วยตารู้สึกว่าสีออกม่วง แต่เวลาถ่ายรูปมาเห็นเป็นสีฟ้ามากกว่า) แต่ละสีก็มีความหมายนะคะ ไม่ได้ย้อมเล่นเฉยๆ
เขาบอกว่าน้ำพุที่ Love Park จะถูกย้อมสีอยู่บ่อยๆขึ้นกับว่ามีอีเว้นท์อะไรจัดขึ้น สีของน้ำพุที่เคยใช้จะมีความหมายต่างกัน ได้แก่
สีชมพู - ใช้ในการรณรงค์ให้ตระหนักเเรื่องมะเร็งเต้านม ซึ่งจะจัดทุกปีในเดือนตุลาคม
สีฟ้า - รำลึกการเสียชีวิตของตำรวจ
สีเขียว - เพื่อเป็นเกียรติกับทีมเบสบอล Philadelphia Phillies winning the World Series, Phanatic Green (October 29, 2008) และใช้ในการสนับสนุนทีมอเมริกันฟุตบอล Philadelphia Eagles ในปี 2011
สีแดง- ใช้ในอีเว้นท์การตลาดสำหรับรายการทีวี Showtime's Dexter
สีม่วง- ใช้ในการรณรงค์ให้ตระหนักเรื่องโรค Lupus (โรคลูปัสหรือโรคเอสแอลอี เกิดจากภูมิต้านทานต่อต้านเนื้อเยื่อของตัวเอง ทำให้เกิดการอักเสบของอวัยวะต่างๆ เช่น ไต ข้อ ไต เม็ดเลือด และผิวหนัง.)

ไม่แน่ใจว่าบ้านเรามีการย้อมสีน้ำพุบ้างมั้ย ส่วนใหญ่เห็นแต่การประดับไฟสีมากกว่านะคะ หรือไม่ก็เล่นกับการพ่นน้ำพุเป็นรูปร่างต่างๆ ยังไงก็ชอบค่ะ 

Thursday, November 27, 2014

ราเชล...น้องหมูออมสินแห่งตลาดไพค์

วันนี้เล่าเรื่องอะไรดีนะ. นินทาหมูดีกว่า ออกจะสนิทค่ะ...
ที่เมืองซีแอตเติ้ลในอเมริกา มีตลาดที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งชื่อ Pike Place Market เป็นตลาดที่ใครๆก็ไปเที่ยว เพราะเป็นตลาดขายปลาสดๆ มีการโยนปลากันสนุกสนาน รวมถึงขายของอื่นๆทั้งน่ากินไปจนถึงน่ารักน่าเอ็นดู ดอกไม้ก็สวยมากๆ ไม่แพงอึกต่างหาก แถมมีสตาร์บั๊คสาขาแรกของโลกอยู่แถวนั้นด้วย

ใครเดินเข้าตลาดจะเห็นน้องหมูออมสินตัวนึงเป็นหมูโลหะหล่อบรอนซ์ตัวใหญ่หนัก 250 กิโลกรัม น้องเค้าชื่อ ราเชล เป็นเหมือนมาสคอทแบบไม่เป็นทางการของที่นี่ ใครไปใครมาต้องแวะไปถ่ายรูปกับเธอ แล้วก็หยอดออมสินเพื่อสมทบทุนกิจกรรมสาธารณกุศลของตลาด จัดว่าเป็นหมูมีจิตสาธารณะ ปีๆนึงเธอหาทุนได้เยอะนะคะ ยอดรวมที่เธอหาได้นี่หลายล้านบาท เขาประมาณว่าปีนึงเธอหาเงินได้ประมาณ 6,000- 9,000 เหรียญเลยค่ะ แต่เธอก็อยู่มานานแล้วเนอะ มาตั้งแต่ปี 1986 ร่วมๆเกือบสามสิบปึแล้วเนี่ย



ราเชลมีตัวตนจริงๆด้วยนะคะ เป็นหมูที่ชนะการประกวด แล้วศิลปินผู้ปั้นราเชลนัองหมูออมสินก็เอาชื่อมาตั้งตามจะได้ดูดีเป็นระดับ นางงามหมูมีมงกุฏกันทีเดียว ราเชลตัวนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจในการเกิดกิจกรรมหาทุนชื่อ Pigs on parade โดยมีการขึ้นรูปน้องราเชลด้วยไฟเบอร์กลาส เป็นหมูมีสีสันต่างๆสดสวย 170 ตัวในปี 2001 เพื่อเอาไปวางโชว์ตามจุดต่างๆ และมีการจัดกิจกรรมซ้ำอีกครั้งในปี 2007 เที่ยวนี้เป็นหมู 100 ตัวเพื่อฉลองอายุตลาดร้อยปี กิจกรรมเค้าเท่เนอะ

ที่เก๋กว่านั้นคือ ถ้าเดินลงจากตลาดไปที่ริมน้ำย่านทีมีอควาเรี่ยม ที่ใกล้บันไดชั้นล่าง จะเดินผ่านน้องหมูอีกตัวหนึ่ง ตัวนี้เพิ่งมาในปี 2011 ค่ะ ชื่อน้องบิลลี่ เขามีป้ายแนะนำตัวไว้ด้วยว่า "ชื่อบิลลี่...เป็นญาติกับราเชล" 555 มากันทั้งครอบครัวเลย

ตัดฉากมาที่วลัยแลนด์ ถ้ามีน้องลูกวัวออมสินเป็นมาสคอทซักตัวก็ไม่เลวนะคะ ชื่อน้อง"วัววลัย" แล้วเราจัด Cows on parade วางเรียงรายกระจายกันไป มีจุดให้วางเยอะ... เก๋อะ

Tuesday, November 25, 2014

Of Circular field แปลงเกษตรวงกลม








วันนี้อ่านเรื่องราวในอินเทอร์เน็ต อ่านไปอ่านมาไปออกเรื่อง Crop Circle ปริศนาวงกลมลึกลับ เลยนึกขึ้นมาได้ว่าถ่ายรูปแปลงเกษตรรูปวงกลมมาหลายรูประหว่างนั่งเครื่องบินในอเมริกา มองจากข้างบนดูสวยมาก บางแห่งดูเหมือน PACMAN บางที่ก็เหมือนกราฟ Pie งงเหมือนกันว่าทำไมเป็นแปลงวงกลมไม่ใช่แปลงรูปสี่เหลี่ยมแบบบ้านเรา ถามคนอเมริกัน เขาก็บอกว่าบ้านเขาทำแปลงแบบนี้แหละ 

กลับมาค้นดูถึงได้เจอว่าเขาใช้ระบบชลประทานที่เรียกว่า Center-pivot irrigation หรือ circle irrigation ป็นระบบสปริงเกอร์รดน้ำที่ต่อท่อยาวออกไป เวลารดน้ำก็สามารถใช้มอเตอร์ขับให้แขนสปริงเกอร์เคลื่อนที่กวาดเป็นวงกลมปั๊มน้ำออกไปให้แปลงพืช ทีแรกก็สงสัยว่าถ้าเป็นสปริงเกอร์หมุนจะทำแปลงใหญ่ๆได้ยังไง ปรากฏว่าด้วยดีไซน์ของเขาสามารถต่อแขนออกได้ยาวมาก ขนาดที่นิยมใช้ก็ยาวประมาณ 400 เมตร ( ¼ ไมล์)  ระบบนี้ประดิษฐ์ขึ้นในอเมริกาตั้งแต่ 50 กว่าปีที่แล้ว (แอบเชยอะเรา...ไม่เคยรู้มาก่อนเลย) และเป็นระบบที่ช่วยควบคุมในเรื่องการใช้น้ำและการอนุรักษ์น้ำอย่างได้ผลค่ะ มีใช้กันทั่วไปในอเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และตะวันออกกลาง
http://en.wikipedia.org/wiki/Center_pivot_irrigation

Monday, March 03, 2014

Sleepless in Seattle






Sleepless in Seattle เป็นหนังอีกเรื่องหนึ่งที่ชอบมากๆ ได้ดูในโรงและรู้สึกประทับใจ  เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี จำเนื้อเรื่องไม่ได้ จำได้แค่ว่าชอบเรื่องนี้ และเรื่องนี้มีฉากบนตึกเอ็มไพร์สเตท หนังเป็นเรื่องในปี 1993 จนถึงวันนี้ 3/3/2014 ได้มาดูหนังจนจบเรื่องอีกครั้ง ประทับใจกว่าเดิม เพราะได้รู้เรื่องเล็กๆน้อยๆที่เกี่ยวกับหนังเพิ่มขึ้น เช่น หนังเรื่องนี้ได้ใช้หนังเรื่อง An Affair to remember มาเป็นตัวผูกเนื้อเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ

มาดูเรื่องย่อของหนังเรื่อง Sleepless in Seattle ก่อน เริ่มเรื่องที่พระเอก แซมและลูกชาย โจนา เสียภรรยาของพระเอกไป ทำให้ทั้งคู่เศร้ามาก  แต่แซมเศร้ามากกว่า ถึงขนาดเปลี่ยนที่ทำงานจากเดิมไปอยู่ที่ Seattle และยังคงไม่ลืมภรรยา จนถึงคืนคริสมาสต์ ลูกชายโทรไปที่รายการวิทยุแห่งหนึ่ง เพื่อขอพรให้พ่อได้มีภรรยาใหม่เสียทีจะได้ไม่เศร้าอีกต่อไป ผู้จัดรายการขอคุยกับแซม และกล่อมจนเขาได้เล่าความในใจออกมา  นางเอก แอนนี่ ซึ่งก็มีแฟนอยู่แล้วชื่อวอลเตอร์ คืนนั้นได้ฟังรายการที่แซมพูดรู้สึกประทับใจมาก

หลังจากนั้น แซมได้รับจดหมายมากมายจากคนที่สนใจเขาจากการฟังรายการ  แอนนี่เองก็สนใจมากได้เขียนจดหมายไปหานัดพบบนยอดตึกเอ็มไพร์สเตทในคืนวันวาเลนไทน์ ซึ่งเป็นการนัดตามเนื้อเรื่องในหนังเรื่อง An Affair to remember

เรื่องราวดำเนินต่อไปให้เห็นว่าแซมพยายามนัดสาวคนใหม่ชื่อวิคตอเรีย แต่โจนาสไม่ชอบเพราะได้อ่านจดหมายของแอนนี่แล้วรู้สึกชอบจึงพยายามเชียร์ให้แซมไปตามนัด  แต่แซมไม่สนใจ  ส่วนแอนนี้ก็พบว่าการอยู่กับวอลเตอร์ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการจริงๆ

โจนาซื้อตั๋วเครื่องบินออนไลน์และบินไปนิวยอร์กเพื่อไปหาแอนนี่ตามนัด  แซมรีบบินตามไปเพื่อไปรับตัวกลับ แอนนี่กำลังฉลองวาเลนไทน์กับวอลเตอร์ แล้วในที่สุดโจนารออยู่บนตึกจนค่ำ  แซมจึงได้ไปพบ และแอนนี่ขอเลิกกับวอลเตอร์เพื่อมาตามนัด

ฉากจบจึงเป็นฉากที่แอนนี่ตามขึ้นไปบนตึก แต่เป็นช่วงเวลาที่แซมและโจนาลงไปแล้ว  แอนนี่เดินบริเวณจุดชมวิวและพบกระเป๋าของโจนาที่ลืมไว้  ฉากพบกันของแซมและแอนนี้จึงเป็นการพบบนยอดตึกตามที่ตั้งใจเพราะสองพ่อลูกกลับมาเอากระเป๋า และขาลงจึงได้จูงมือแอนนี่กลับลงไปด้วย  จบแบบแฮบปี้เอนดิ้ง

ภาพจาก http://www.ldrmagazine.com/wp-content/uploads/2013/10/sleepless_in_seattleheader.jpg
http://www.nattimartin.com/wp-content/uploads/2009/12/Sleepless-in-Seattle-Last-Lot-024.jpg
http://www.lib.berkeley.edu/MRC/Instruction/Romantic%20comedy/bso_-_sleepless_in_seattle-front.jpg

16 พฤศจิกายน 2557
มา update ว่า เดือนที่แล้วไปอเมริกา  ได้ไปขึ้นทั้งตึกเอมไพร์สเตทและผ่านที่ Union Lake ที่ Seattle เสียดายที่ไม่ได้ไปเดินดูบ้านที่ทะเลสาปของพระเอก แต่ก็ดีใจมากแล้วที่ได้ไปตามรอย Sleepless in Seattle อีกครั้ง