Showing posts with label ดูดาว. Show all posts
Showing posts with label ดูดาว. Show all posts

Wednesday, March 11, 2020

March 9, 2020 ...Super Worm Moon

คืนนี้คิดว่าจะไม่มีกิจกรรมอะไร แต่น้องหมีปู Piyawan Khong-in ส่งภาพ Super Worm Moon มาให้ดูก็เลยนึกได้ว่าวันนี้แรม 1 ค่ำ เดือน 4 พระจันทร์สวย ควรค่าที่จะออกไปดู ว่าแล้วก็คว้ากล้อง อ้าว ... ลืมชาร์ตแบต เหลือแบตนิดเดียว รีบๆไปถ่ายรูปเสียก่อนดีกว่า
ส่วนชื่อ Worm Moon พระจันทร์ไส้เดือน เป็นชื่อเล่นของดวงจันทร์ที่เต็มดวงในเดือนมีนาคมค่ะ คือดวงจันทร์เต็มดวงแต่ละเดือนนี่เขามีชื่อเล่นนะคะ ชนเผ่าในอเมริกาได้ตั้งขึ้นตามลักษณะของเดือนต่างๆ มีครบทั้ง 12 เดือนเลยค่ะ มีเดือนหมาป่า เดือนข้าวโพด เดือนสตรอว์เบอร์รี่ ฯลฯ อะไรแบบนั้นค่ะ (ดูในรูปที่โพสต์) สำหรับเดือนนี้เป็น Super Worm Moon ตรงกับวันที่ 9 มีนาคม 2563 เวลา 1:48 P.M. EDT หรือ 0.48 น. ของวันที่ 10 มีนาคม บ้านเรา
พระจันทร์น้องหนอนของเรา ได้ชื่อแบบนี้เพราะเดือนมีนาคมเป็นช่วงที่เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ บรรดาไส้เดือนตัวหนอนต่างๆก็จะออกมาบนดินได้แล้วหลังจากต้องอยู่ใต้ดินด้วยความหนาวเหน็บมาตลอดฤดูหนาว เป็นที่มาของ Worm Moon
ส่วนที่ขึ้นถึงระดับ Super Worm Moon เพราะปี 2563 นี้เป็นปีที่มี Supermoon 3 ครั้งคือ 9 มีนาคม 7 เมษายน และ 7 พฤษภาคม ซึ่งคำว่า Supermoon หมายถึงดวงจันทร์ที่มีขนาดใหญ่กว่าดวงจันทร์ปกติที่เราเห็นกันนิดนึง ส่วนเหตุผลที่ดวงจันทร์มีขนาดใหญ่ขึ้นนั้นมากจากการที่ดวงจันทร์อยู่ในตำแหน่งที่ใกล้โลกที่สุด์(ที่เรียกว่า "perigee") ในช่วงดวงจันทร์เต็มดวงพอดี โอ้ว...ชื่อเดือนนี้ช่างซับซ้อน
ยังมีเวลาอีกทั้งคืน ออกไปดูซุปเปอร์พระจันทร์ไส้เดือนกันค่ะ 
#Moon #Supermoon





ชื่อของวันเพ็ญเดือนต่างๆ ตั้งชื่อที่มีความหมายและบ่งบอกฤดูกาลนะคะ

ภาพและข้อมูลจาก https://www.almanac.com/content/full-moon-names




วันเพ็ญของปีนี้ค่ะ
ภาพและข้อมูลจาก https://imgur.com/gallery/bzVBC9z


Thursday, November 24, 2016

Art and Science....Turbulent flow in Van Gogh paintings

(เขียนเมื่อ 13 ธันวาคม 2558 เขียนไว้นานแล้วใน FB เอามาเก็บไว้แถวนี้เพราะมีเนื้อหาน่าสนใจค่ะ)



สองสัปดาห์ที่แล้วไปกินข้าวที่ Beach Walk กับพี่หญิง ได้ไปดูรูป Starry Night ของแวนโกะที่ได้มอบไว้ให้ที่นี่ ได้ถ่ายรูปไว้ให้ กลับมาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะปกติไม่ได้ชอบงานของแวนโกะเท่าไร คือส่วนตัวชอบอิมเพรสชั่นนิสต์ แต่งานของแวนโกะจะเป็น Post Impressionist การแสดงของภาพมีความเคลื่อนไหวสูงกว่า หม่นกว่า แต่ก็ต้องรู้จักกันตามท้องเรื่องอะนะคะ

วันนี้เปิดดูสารคดีใน You Tube พบแอนิเมชั่นของ Ted Ed นำเสนอว่า The Starry night ของแวนโกะ สามารถแสดงรูปแบบความปั่นป่วนของของไหล( Fluid turbulence) ได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ปกติมนุษย์จะมองไม่เห็น (ปกติเราจะเรียนเรื่อง Turbulence เช่น ไอที่พ่นจากเครื่องบิน หรือ eddy current ของการไหลของของเหลว แล้วทำการคำนวณทางคณิตศาสตร์เพื่อจะควบคุมการทำงานของการเกิดการไหลแบบปั่นป่วนเหล่านั้น เช่น การควบคุมการไหลของของไหลในท่อให้ช้าเร็วเพื่อให้เกิดการปั่นป่วนของของไหลมากน้อยต่างกัน เอาไปใช้ประโยชน์ในการให้ความร้อนแก่ของไหลอย่างทั่วถึง เป็นต้น )

แต่แวนโกะและศิลปินอิมเพรสชั่นนิสต์คนอื่นๆใช้วิธีการเขียนภาพต่างจากศิลปินยุคก่อนโดยการจับการเคลื่อนไหวของแสง คือเล่นกับความส่องสว่าง (luminance) ภาพสไตล์อิมเพรสชั่นนิสต์จึงออกมาคล้ายจะมีการเคลื่อนไหว เป็นสิ่งที่จับอารมณ์ ณ ขณะนั้น

ในภาพ Starry Night แวนโกะได้วาดให้เห็นการเคลื่อนไหวที่หมุนวนเป็นวง นักวิจัยได้ทำการวิจัยภาพโดยทำการดิจิไตล์ภาพดูทีละพิกเซลแล้วพบว่าแวนโกะวาดภาพการเคลื่อนไหวในภาพได้ใกล้เคียงกับการอธิบายด้วยคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นเรื่องเหลือเชื่อมากที่เขาสามารถแสดงการเคลื่อนไหวของแสงออกมาได้เช่นนั้น และเป็นเฉพาะภาพที่เขาวาดเมื่อตกอยู่ในภาวะจิตสับสนเท่านั้น เพราะเมื่อลองเปรียบเทียบกับภาพที่เขาวาดตอนที่จิตใจสงบนิ่ง เช่น ภาพเหมือนของตนเองที่สูบไปค์ ภาพนั้นมีควันที่พ่นลอยเป็นวง แต่ไม่มีรูปแบบใกล้เคียงกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ หรือแม้แต่ภาพ Scream ของ Edvard Munch ซึ่งมีลักษณะของ Turbulence เช่นกัน ก็ไม่พบรูปแบบการเคลื่อนไหวตามหลักการนี้แต่อย่างใด

วารสาร Nature ได้เขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ด้วยว่า หลักการที่อธิบายความสัมพันธ์ของความเร็วของการไหลและอัตราแรงต้าน ได้ถูกคิดขึ้นโดยนักวิจัยชาวรัสเซีย Andrei Kolmogorov ช่วงทศวรรษ 1940s ความสัมพันธ์นี้เรียกว่า Kolmogorov scaling สิ่งที่พบในงานของแวนโกะคือภาพแสดงการเคลื่อนไหวที่ถูกต้องตามหลักการนี้นั่นเอง และเป็นเพียงคนเดียวที่พบว่าสามารถวาดภาพได้ตรงตามทฤษฎีนี้สามารถตรวจสอบได้จากภาพต่างๆ เช่น The Starry Night, Road with Cypress and Star และ Wheat Field with Crows ( ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าศิลปินคนอื่นวาดภาพไม่ตรงตามความเป็นจริงนะคะ เพียงแต่ไม่ตรงกับทฤษฎีที่นักวิจัยเขาศึกษาเท่านั้น เพราะยังมีงานของศิลปิน เช่น Jackson Pollock ซึ่งมีรูปแบบ fractal patterns นั่นเอาไว้เป็นอีกเรื่องแล้วกัน ไม่อยากบอกว่างานของ Pollock ก็ไม่ค่อยชอบเหมือนกัน ไม่มีอารมณ์ศิลป์แนวนี้เลยนะเรา)
ถ้าจะดูเพิ่ม เวอร์ชั่นง่าย ตามไปดูแอนิเมชั่นใน YouTube ลิงก์นี้นะคะ
ถ้าจะเอาชนิดมีคำอธิบายละเอียดขึ้นอีกนิดแต่ยังเข้าใจง่ายก็ลิงก์นี้ค่ะ บทความในวารสารเนเจอร์
http://www.nature.com/n…/2006/060703/full/news060703-17.html
ลิงก์ของ Museum of Modern Art http://www.moma.org/…/vincent-van-gogh-the-starry-night-1889
และถ้าจะอ่านเวอร์ชั่นงานวิชาการให้ตามไปค้นงานปี 2006 เรื่องนี้ค่ะ http://arxiv.org/abs/physics/0606246

Wednesday, June 01, 2016

ดาวอังคารใกล้โลก

31 ฤษภาคม 2559 คืนนี้คืนอังคารสีชมพู........ออกมาดูดาวกันค่ะ 






คืนนี้ดาวอังคารจะมองเห็นชัดมากนะคะ ตอนนี้อยู่ทางทิศตะวันออกสูงขึ้นมามากแล้ว จะเห็นไปตลอดคืนค่ะ ใครยังไม่ได้ออกมาดูดาวก็ยังมาดูทันนะคะ

ช่วงนี้ดาวอังคารเข้าใกล้โลกมากที่สุดในรอบ 11 ปี ถ้าออกไปดูตอนนี้ หันหน้าไปทิศตะวันออกเฉียงใต้นิดหน่อย ดาวอังคาร Mars จะเป็นดาวที่สว่างมากๆอยู่ด้านบน เป็นดาวที่แสงนิ่งๆไม่กระพริบนะคะ ใต้ลงมาจะเป็นกลุ่มดาวแมลงป่อง Scorpion เห็นเป็นแมลงป่องเต็มตัว สวยงามมากๆ ใกล้ๆหัวใจแมลงป่องจะเห็นดาวเสาร์ Saturn อยู่ทางซ้าย เป็นดาวสว่างไม่กระพริบแสงเช่นกัน เพราะเป็นดาวเคราะห์

ดาวอื่นๆที่น่าดูมากเพราะคืนนี้ฟ้าโปร่ง มองไปจากกลางฟ้าไปทางทิศตะวันตก จะมีดาวใหญ่ไม่กระพริบแสงอีกดวง ดวงนั้นคือ ดาวพฤหัสบดีค่ะ อยู่ในกลุ่มดาวสิงโต

มองไปทิศใต้ จะเห็นดาวสว่างมากสองดวงเหมือนเป็นเส้นชี้ไปสู่กลุ่มดาวชุดหนึ่งที่มองเห็นดาวสี่ดวงเรียงกันเป็นรูปไม้กางเขน นั่นคือกลุ่มดาวกางเขนใต้ Southern Cross ค่ะ สวยมากๆ ชัดมากด้วย


หันไปทิศเหนือ คนที่บ้านอยู่กลางทุ่งจะสามารถมองเห็นดาวเหนือได้อยู่ขึ้นจากขอบฟ้ามาหน่อยนึงค่ะ แต่ดาวที่เห็นชัดมากคือกลุ่มดาวหมีใหญ่ Big Dipper คนไทยเรียกว่า ดาวจระเข้ ตอนนี้ทำตัวเหมือนกลอนที่เคยท่องตอนเด็กๆเลยค่ะ เพราะตอนนี้จระเข้ "ศีรษะตกหันหางขึ้นกลางหาว" จริงๆด้วย :
ออกมาดูดาวกันเถอะ ‪#‎ดูดาวกันเถอะ‬

เกือบตีห้า ชะโงกมาดูท้องฟ้าอีกครั้ง จันทร์เสี้ยวคืนแรมกำลังขึ้นทางทิศตะวันออก
มองไปทิศตะวันตกดาวอังคารกำลังจะลับขอบฟ้า ดาวแมลงป่องกำลังชูหางขึ้นและหันหัวปักลงทางทิศตะวันตก ตามรูป

ถ้ามองทิศเหนือตอนนี้ดาวจระเข้ตกลับขอบฟ้าไปแล้ว จะมีกลุ่มดาวแคสซิโอเปียหรือกลุ่มดาวค้างคาวขึ้นมาแทนเพราะสองกลุ่มดาวนี้อยู่ตรงข้ามกัน กลุ่มหนึ่งขึ้นกลุ่มหนึ่งจะลงค่ะ เป็นกลุ่มดาวที่มองแล้วสามารถบอกทิศเหนือคร่าวๆได้จากการลากเส้นตรงผ่านจุดหลักๆของกลุ่มดาวค่ะ

Tuesday, April 15, 2014

A tetrad of lunar eclipses


http://www.space.com/25250-a-tetrad-of-lunar-eclipses-starts-in-april-video.html

วันนี้จะมาแจ้งว่าเป็นวันที่มีจันทรุปราคาเต็มดวงค่ะ แต่ไม่เห็นในเมืองไทยเพราะจะเกิดขึ้นช่วงกลางวันประมาณเที่ยงๆ

จันทรุปราคาครั้งนี้เป็นแบบ Tetrad คำว่า Tetrad หมายถึงการที่เกิดจันทรุปราคาแบบเต็มดวงสี่ครั้งซ้อน ต่อเนื่อง โดยครั้งนี้จะเป็นครั้งแรก อีกสามครั้งจะเกิดขึ้นภายในสองปีนี้โดยไม่มีจันทรุปราคาแบบบางส่วน หรือแบบเงามัวมาคั่น เพราะปกติเรามีโอกาสเห็นดวงจันทร์โดนบังแค่บางส่วน โดยไม่โดนบังทั้งหมด แต่นี่เป็นดวงจันทร์ที่ถูกเต็มดวงติดต่อกันสี่ครั้ง ถึงใช้คำนี้ค่ะ

ปีนี้ทั้งปีจะเกิดอุปราคา 4 ครั้ง

1. จันทรุปราคาเต็มดวง 15 เมษายน 2557 (ไม่เห็นในเมืองไทย)
2. สุริยุปราคาวงแหวน 29 เมษายน 2557 (ไม่เห็นในเมืองไทย)
3. จันทรุปราคาเต็มดวง 8 ตุลาคม 2557 (เห็นได้ในเมืองไทย แต่จะเป็นเวลาประมาณ 18.00 น.ช่วงที่ดวงจันทร์เริ่มขึ้นในเมืองไทย ต้องตั้งใจดูกันนิดนึงค่ะ  )
4. สุริยุปราคาบางส่วน 24 ตุลาคม 2557 (ไม่เห็นในเมืองไทย)

รายละเอียดอ่านในลิงก์นี้นะคะhttp://thaiastro.nectec.or.th/skyevnt/eclipses/2014eclipses.html

ถ้าจะตามดู Webcast ถ่ายทอดสดก็ดูที่ลิงก์นี้ค่ะ http://www.space.com/19195-night-sky-planets-asteroids-webcasts.html

ส่วนลิงก์นี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับคำว่า Tetrad แนวตริสตศาสนา เพิ่งรู้เหมือนกันhttp://pattamarot.blogspot.com/2014/04/tetrad.html

และถ้าอยากรู้เรื่องแบบมีรายละเอียดจริงๆต้องไปลิงก์นี้ค่ะhttp://eclipse.gsfc.nasa.gov/OH/OH2014.html
===================================
จันทรุปราคาเต็มดวง 15 เมษายน 2557

อุปราคาครั้งแรกของปีเป็นจันทรุปราคาเต็มดวง เกิดขึ้นในเวลากลางวันของวันอังคารที่ 15 เมษายน ตามเวลาประเทศไทย จันทร์เพ็ญอยู่ด้านกลางคืนของโลก เราจึงไม่สามารถสังเกตได้ พื้นที่บนโลกที่เห็นจันทรุปราคาครั้งนี้คืออเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ มหาสมุทรแอตแลนติก บางส่วนทางด้านตะวันตกของยุโรปและแอฟริกา ญี่ปุ่น ด้านตะวันออกของออสเตรเลีย และมหาสมุทรแปซิฟิก ดวงจันทร์ปรากฏอยู่ใกล้ดาวรวงข้าวในกลุ่มดาวหญิงสาว และจะเห็นดาวอังคารสุกสว่างอยู่ห่างดวงจันทร์ประมาณ 10 องศา

ขั้นตอนการเกิดจันทรุปราคา 15 เมษายน 2557

ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลก 11:53:37
เริ่มเกิดจันทรุปราคาบางส่วน 12:58:19
เริ่มเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง 14:06:46
กึ่งกลางของปรากฏการณ์ 14:45:39
สิ้นสุดจันทรุปราคาเต็มดวง 15:24:35
สิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วน 16:33:03
ดวงจันทร์พ้นจากเงามัวของโลก 17:37:36
จันทรุปราคาครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 56 ใน 74 ครั้ง ของซารอสที่ 122 ซึ่งดำเนินอยู่ระหว่าง ค.ศ. 1022-2338 ประกอบด้วยจันทรุปราคาเงามัว 22 ครั้ง บางส่วน 8 ครั้ง เต็มดวง 28 ครั้ง บางส่วน 7 ครั้ง และเงามัว 9 ครั้ง ตามลำดับ จันทรุปราคาเต็มดวงครั้งที่นานที่สุดของชุดซารอสนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ค.ศ. 1707 นาน 1 ชั่วโมง 40.1 นาที

Saturday, April 27, 2013

เมฆสีรุ้ง...


เมฆสีรุ้งเกิดจากแสงอาทิตย์ตกกระทบเม็ดน้ำในเมฆแล้วเกิดการหักเหเกิดเป็นแสงสีรุ้งค่ะ  ที่ท่าศาลาจริงๆเห็นได้บ่อยๆนะคะ  เพราะมีที่โล่งๆเยอะ มองเห็นง่าย แต่ปกติถ่ายรูปไม่ทัน ^_^

ภาษาอังกฤษมีคำเรียกเมฆสีรุ้งได้หลายแบบ เช่น เรียกตรงๆว่า Rainbow clouds ,  iridescent clouds  หรือ เรียกว่า irisation ซึ่งคำว่า Iris มาจากชื่อของเทพีไอริส เทพีแห่งสายรุ้งของเทพปกรณัมกรีกค่ะ

ในอินเทอร์เน็ตบางที่ให้ข้อมูลว่าไอริสมีฝาแฝดชื่อ Arke  แต่แยกได้โดยดูจากปีก ปีกของไอริสเป็นปีกสีทอง ในขณะที่ปีกของ Arke จะเป็นสีรุ้ง ทั้งสองคนมีปีกเพราะเป็น messenger of god แต่ Arke ถูกขับออกจาตระกูลเพราะไปเข้าข้าง Titans ก็เลยกลายเป็นศัตรูกับเทพสายโอลิมปัส  เทพซีอุสได้ทำการถอดปีกของ Arke ออก นำไปมอบเป็นของขวัญวันแต่งงานให้้ Nereid Thetis ซึ่งเธอได้มอบต่อให้กับอาคิลิส ลูกชายของเธอ  เรารู้จักอาคิลิสดีจากหนังเรื่องทรอย   ใช่แล้ว คนที่แม่เอาไปจุ่มในน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้งตัวเหลือแต่ส้นเท้าที่เป็นจุดอ่อน Achilles' heel คนนั้นแหละค่ะ ^_^

สนุกจัง ไปหาหนังสือเทพนิยายกรีกมาอ่านอีกดีกว่า

รูปพวกนี้ถ่ายที่ลานจอดรถโลตัส ท่าศาลา วันที่ 25 เมษายน 2556 ค่ะ








Sunday, January 20, 2013

The sky is so clear tonight. Let's go and see the stars!!!

เมื่อตะกี้ก่อนสองทุ่มออกไปปิดประตูบ้าน เงยหน้ามองท้องฟ้า เห็นดาวชัดมาก อากาศดีเหมาะแก่การดูดาวสวยๆค่ะ

หันหน้าไปทางทิศตะวันออก เงยหน้าขึ้นจะเห็นกลุ่มดาวไถชัดมากค่ะ(คุณพ่อบอกว่า ดาวไถเป็นไส้ของดาวเต่า แต่ฝรั่งเรียกกลุ่มดาวนายพราน Orion ค่ะ) และจะเห็นสามเหลี่ยมฤดูหนาวคือดาวบีเทลจุส(ขาหน้าขวาของดาวเต่า) โปรซิออน(ดาวสุนัขเล็ก) และซิริอุส(ดาวสุนัขใหญ่) ลากเส้นสามเหลี่ยมด้านเท่าได้เลย

เงยหน้าสูงขึ้นไปอีกนิด จะมีดาวสว่างสองดวง ดวงเล็กกว่าที่อยู่ข้างล่างคือดาวตาวัว สูงขึ้นไปที่สว่างหน่อยคือดาวพฤหัสบดี ช่วงนี้อยู่ใกล้ดกลุ่มดาววั

เงยไปอีกหน่อยจะเห็นดวงจันทร์ครึ่งดวง เป็นข้างขึ้น วันนี้ขึ้นเก้าค่ำเดือนสองค่ะ

ตามรูปที่แนบมานี้เลย (แต่รูปนี้เขียนฟรีแฮนด์ ไม่ได้ตามสเกลจริงนะคะ)
สวยๆๆๆๆ ออกไปดูดาวกันเถอะค่ะ....




Saturday, March 19, 2011

Super moon/Vernal equinox

วันนี้มี Super moon ดวงจันทร์โคจรเข้าใกล้โลก เวลาที่ใกล้ที่สุดคือตีสอง แต่คาดว่าจะไม่ตื่นมาดู ก็เลยดูตั้งแต่หัวค่ำ ปรากฏว่ามีฝนตกอีก ก็เลยตามมาดูตอนสามทุ่ม พระจันทร์กลมโตสวยงาม แต่น้อง Canon compact สุดที่รักทำได้ดีที่สุดแค่นี้ก็เลยไม่เห็นกระต่ายบนดวงจันทร์ :)

Supermoon เป็นปรากฏการณ์ที่ดวงจันทร์โคจรเข้าใกล้โลกมากที่สุดและเป็นวันเพ็ญพอดี เราจะมองเห็นดวงจันทร์ขนาดใหญ่กว่าปกติค่ะ ปีหนึ่งๆอาจเกิดซูเปอร์มูนได้หลายครั้ง ปี 2556 เกิด 3 ครั้ง ปี 2557 เกิด 3 ครั้ง วันที่ 12 กรกฎาคม  10 สิงหาคม และ 9 กันยายน ค่ะ



ส่วนพรุ่งนี้เป็นวันวสันตวิษุวัต หรือ Vernal Equinox หรือ Spring Equinox ซึ่งเป็นวันที่จุดที่ระนาบวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ตัดกับเส้นศูนย์สูตรพอดี สิ่งที่เกิดขึ้นคือ บนโลกนี้กลางวันและกลางคืนจะมีเวลาเท่ากันค่ะ ปีหนึ่งจะมีวันแบบนี้สองวัน สำหรับปีนี้คือวันที่ 20 มีนาคมและ 23 กันยายนค่ะ (หลังจากวันที่ 20 มีนาคม บ้านเราจะเริ่มมีกลางวันนานกว่ากลางคืน แล้วจะแกว่งกลับมามีกลางวันเท่ากับกลางคืนในวันที่ 23 กันยายน แล้วจะเริ่มมีเวลากลางคืนนานกว่ากลางวันอีก)...... เหตุผล: เพราะโลกมันเอียงค่ะ :)

ปีนี้ปรากฏการณ์ทั้งสี่จะเป็นตามนี้
20 มีนาคม Vernal Equinox
21 มิถุนายน Summer Solstice
23 กันยายน Autumnal Equinox
22ธันวาคม Winter Solstice

Saturday, August 14, 2004

ดูดาวในคืนไฟดับ

เพิ่งรู้สึกตัวว่าไม่ได้ดูดาวมานาน ปกติก็ไม่ได้ดูเป็นชิ้นเป็นอัน แต่อย่างน้อยๆพอจะมีโอกาสมองดูฟ้าในคืนฟ้าใสไม่มีเมฆและได้ชื่นชมกลุ่มดาวที่ชอบอยู่บ้าง ไม่รู้ตัวเลยว่าโอกาสอย่างนั้นครั้งล่าสุดมันก็นานมาแล้ว คืนนี้มีโอกาสได้ดูดาวอย่างที่ชอบโดยไม่ได้ตั้งใจ

คืนวันศุกร์ใครๆก็ออกไปกินข้าวกับเพื่อนกันทั้งนั้น ไปด้วยคนซิ...ไปไกลถึงในเมืองโน่นแน่ะ เพื่อนฝูง 7 คน นั่งคุยตั้งแต่นั่งในร้านอาหารจนไปจบที่ร้านกาแฟ ตั้งแต่เย็นยันเที่ยงคืน(คาดว่าจะรอให้รถกลายเป็นฟักทองก่อนค่อยกลับบ้าน) คุยกันเหมือนไม่ได้เจอกันนานแสนนานทั้งๆที่ทำงานอยู่ที่เดียวกัน กินข้าวด้วยกันแทบทุกวัน ในที่สุดได้เวลากลับบ้าน กลับถึงบ้านเที่ยงคืนเศษ ยังไม่ได้นอน มัวแต่เข้ามาเล่นเน็ต เล่นไปเล่นมา...ตีสอง ยังไม่อยากนอน ดู VCD อีกนิด กำลังง่วงได้ที่ตั้งใจจะหลับไฟก็ดับพรึ่บ !!!

ทีแรกยังงัวเงียคิดว่าเป็นแค่ไฟทีวีที่ตั้งเวลาไว้ แต่เอ๊ะ...มันมืดหมดเลย ข้างนอกตึกก็มืด ไฟถนนก็ไม่มี อืมม์..อย่านะ กลัวนะ อย่าเล่น..บ่นไปก็ไม่มีประโยชน์ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนอีกแล้ว เดินกุกๆกักๆไปหาไฟฉาย หาเทียน แล้วจุดเทียน5-6 แท่งวางเต็มบ้านไปหมด โรแมนติกเหลือเกิน ดูนาฬิกา ตีสองครึ่ง! แย่แล้วทำไงดี... มีพี่ชายคนนึงแกนอนดึก บางทีก็ไม่ดึก สว่างเอาเลย คาดว่าคืนนี้แกยังไม่นอน โทรไปหาดีกว่าจะได้มีคนคุยระหว่างไฟดับ เจ้ากรรม คืนนี้ดันเป็นคืนที่พี่แกนอนเร็ว โทรไปเจอเสียงงัวเงียๆ โดนด่าอีกแน่เลยเรา วางหูดูจะปลอดภัยกว่า...

ทำไงดี จะนอนก็ไม่ได้ อ่านหนังสือ ดูทีวีก็ไม่ได้ เหลืออย่างเดียวที่ทำได้ตอนนี้คือออกไปดูดาว ว่าแล้วก็เดินออกไปที่ระเบียง มองไปแล้วก็ตะลึงเพราะคืนนี้ดาวเต็มฟ้าไปหมด ไม่มีเมฆเลย ไม่มีไฟถนนมาส่องตา ดาวดวงเล็กดวงน้อยก็มีโอกาสมาอวดโฉมกันจนลานตา

ระเบียงห้องฉันหันไปทางทิศเหนือพอดี จะมองเห็นดาวเหนืออยู่ตรงหน้า ไม่สว่างนักสูงจากพื้นดินประมาณ 14 องศา เวลาเกือบตีสามของวันที่ 14 สิงหาคม มองไปตรงหน้าจะเห็นดาวค้างคาว(Cassiopeia)เป็นตัว M ใหญ่ชัดเจน ข้างใต้มีกลุ่มดาวเซเฟอุส(Cepheus) ทางขวาของแคสซิโอเปียมีกลุ่มดาวเปอร์เซอุส(Perseus)ฟ้าใสจนเห็นดาวเมอร์แฟคที่เป็นสะดือของเปอร์เซอุสได้ชัดเจน(ความจริงเมอร์แฟคแปลว่าข้อศอก)จากระเบียงจะมองไปได้ไม่เต็มฟ้าเพราะถูกมุมตึกและหลังคาบังอยู่ มองไปทางซ้ายมือไกลออกไปจะเห็นกลุ่มดาวหงส์ กับดาววีกา มองไกลไปทางขวาจะเห็นกลุ่มดาวสารถีกำลังขึ้นเห็นดาวคาเพลล่าชัดเจน มองสูงขึ้นอีกนิดก็เจอกระจุกดาวลูกไก่ ฟ้ามืดขนาดนี้เห็นทางช้างเผือกพาดผ่านกลุ่มดาวแคสซิโอเปีย เปอร์ซีอุสไปทางคาเพลล่า ....โกโบริจะรู้จักดาวพวกนี้บ้างไหม หรือจะดูดาวแต่เฉพาะวันที่ 7 เดือน 7 ที่นัดกับอังศุมาลินไว้...

ลมเย็น...ดาวสวย...ยืนดูดาวได้พักนึงก็มีลูกไฟวูบกลางท้องฟ้า ดาวตกดวงโตวิ่งผ่านแคสซิโอเปีย วิ่งเร็วจนอธิษฐานไม่ทัน...คอยอีกครู่นึง ดวงที่สองตามมาอีก สีส้มจางๆสวยจัง... ดูแล้วนึกถึงเพลงประกอบภาพยนต์ Aladdin
" I am like a shooting star
I come so far
I can't go back to where I used to be..."

แล้ว..ไฟฟ้าก็กลับมาทำหน้าที่ ตีสามสิบนาทีโดยประมาณ เสียดายนิดๆที่ไม่ได้ได้ดูดาวต่อ เพราะเมื่อไฟถนนทำงาน แสงจะกลบแสงดาวจนมองไม่ชัด ฉันกลับมาเขียนความประทับใจเล็กๆน้อยๆใน blog นี้ เขียนได้3-4 ย่อหน้าก็เดินออกไปดูดาวอีก เพิ่งพบด้วยความประหลาดใจว่าขอบฟ้าทางทิศตะวันออกมีดาวสุกใสสว่างมาก สว่างกว่าดาวทุกดวงบนท้องฟ้า ดูระยะแล้วน่าจะอยู่ประมาณกลุ่มดาวคนคู่ เป็นดาวประกายพรึกดวงโปรดของฉันนั่นเอง ไม่ได้เห็นตอนเย็นๆมาพักใหญ่มาแอบเป็นดาวตอนเช้าก็ไม่บอก ทำให้งง...

ตีสี่สิบนาที....หมดเวลาโรแมนติกแล้วล่ะ...