Showing posts with label วิทยาศาสตร์. Show all posts
Showing posts with label วิทยาศาสตร์. Show all posts

Wednesday, March 08, 2017

หอยมรกตแห่งเกาะตาชัย

โพสต์นี้เขียนไว้วันที่ 8 มีนาคม 2013  แลดูน่าสนใจ เก็บมาโพสต์ต่อ

คนเราจะถูกดึงความสนใจไปสู่เรื่องต่างๆกันได้ง่ายๆนะคะ T_T
กำลังนั่งค้นเรื่อง SSME อยู่ดีๆ เพราะกำลังจะไปอบรมเพิ่มเติมแล้วจะได้เอาเนื้อหาใหม่ๆมาสอนต่อ ค้นเจอว่าบางมหาวิทยาลัยใส่เข้าไปเป็นโปรแกรมเลยด้วยซ้ำ... บางมหาวิทยาลัยก็เปิดโปรแกรมจนปิดโปรแกรมไปแล้ว ^_^ ระหว่างค้นก็ออน FB อยู่ ไปเจอรูปคุณหลานสาวอายุครึ่งขวบที่แม่เค้าเอารูปมาเทียบกับลูกลิงตาแป๋ว ก็น่ารักนะคะ แต่มันไม่ใช่...
ทนไม่ได้.....รับไม่ได้ที่หลานจะเหมือนลิง....
รีบค้นหาสายวิวัฒนาการจะเอามาแย้งว่า คนกับลิงแยกสายวิวัฒนาการมาตั้ง 6-7 ล้านปีแล้ว ก็พอดีไปค้นเจอว่า เมืองไทยก็มีสถานที่ที่เราสามารถศึกษาเรื่องวิวัฒนาการได้เหมือนๆที่ชาร์ล ดาร์วิน ไปที่เกาะกาลาปาโกสนั่นเชียว
ทนไม่ได้...อยากรู้อยากเห็น....
ก็เลยแวะมาอ่านเรื่อง "หอยมรกตแห่งเกาะตาชัย" ก่อน เพราะสนใจเกาะกาลาปาโกสเป็นพิเศษมานานแล้ว และที่บ้านเพิ่งไปเกาะตาชัยเมื่อตอนปีใหม่ น่าทึ่งที่เมืองไทยก็มีสถานที่แบบนี้ และน่าทึ่งยิ่งขึ้นไปอีกที่มีเหตุผลในการอธิบายได้ชัดเจนแบบนี้
ในเอกสารจะอธิบายว่าหอยมรกตบนเกาะปรับตัวแล้วกลายเป็นสปีชี่ส์ใหม่กลายเป็นหอยที่มีขนาดเล็กลง เพราะอดหยาก และมีเปลือกเวียนซ้ายทั้งหมด จากเดิมที่มีทั้งชนิดเปลือกที่เวียนซ้าย และเวียนขวา ซึ่งมีสาเหตุหนึ่งคืองูกินหอยทากมีฟันขากรรไกรเหมาะที่จะกินหอยที่มีเปลือกเวียนขวา หอยที่เหลือรอดมาก็จะเป็นหอยที่มีเปลือกเวียนซ้าย....โอ้ววว... ชาร์ล ดาร์วินจะต้องปลื้มนะเนี่ย
ว่าแต่คุณพี่สาวกับหลานๆที่ไปเกาะตาชัย ได้เห็นเจ้าหอยมรกตนี้บ้างมั้ยคะ?
วันหลังจะไปเที่ยวเกาะตาชัยแทนเกาะกาลาปาโกสแล้วละ เดินทางง่ายกว่ากันเยอะเลย มี Speciation เหมือนกัน...ไม่ง้อแล้ว
แล้ว....ก็กลับไปค้น SSME ต่อ....

http://www1a.biotec.or.th/BRT/dmdocuments/speciation.pdf

Thursday, April 28, 2016

Note for Play+Learn #1 (Einstein)

แนะนำคลิปวิดิโอให้น้องเพลินไปดูดีกว่า....

https://www.youtube.com/watch?v=1CYqBNgqJ1A

รื่องนี้ก็เป็นหนังน่าดูเรื่องนึง ที่อธิบายสมการของไอน์สไตน์ได้แบบเข้าใจง่าย พูดถึงชีวิตของไอน์สไตน์กับการค้นพบสมการ E= mc2 ของเขา เรื่องนี้วนเวียนกับสถานที่หลายแห่งในยุโรป(เผื่อหน่องน้องจะตามไปดูอีกครั้งเพื่อไปซาบซึ้งในรายละเอียด) มีตั้งแต่ที่ Bern, Munich, Zurich,Paris,London มีหลายที่ที่หน่องน้องเคยไปเนอะ

เรื่องนี้เล่าถึงการค้นพบสมการของไอน์สไตน์ โดยแยกไปดูตัวแปรแต่ละตัวว่ามีที่มาอย่างไร มีทั้งเรื่องของ ...

E Energy คือการทดลองของฟาราเดย์ที่พบความสัมพันธ์ของแม่เหล็กและไฟฟ้า (ปัจจุบันยังมีเลกเชอร์ที่ฟาราเดย์เซ็ตขึ้นตั้งแต่ปี 1825 คือ Christmas Lecture ของ Royal Institute หาดูได้ใน Youtube น่าสนใจมาก)

มีเรื่องของ M Mass คือการค้นพบกฏการทรงมวลของสสารของลาวัวซิเยร์(มีแลปแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ art and craft ที่ปารีส ครั้งหน้าไปอย่าลืมแวะไปดู)

แล้ววกกลับมาที่เรื่องของ C Speed of light ก็เป็นการค้นพบของฟาราเดย์ที่ Maxwell นำไปต่อยอดจนกลายเป็นศาสตร์ Electromagnetic ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความเร็วแสง (Light is another form of electromagnetic wave)

ส่วนตัวสุดท้ายในสมการคือ 2 squared มาจากผลงานของเอมิลี หญิงสาวตระกุูลสูงผู้ได้รับการศึกษาสูงมากของฝรั่งเศส เธอได้รับการกล่าวถึงโดยวอลแตร์ว่าเป็น "a great man whose only fault was being a woman" (http://www.singingbluejay.blogspot.com/.../%E0%B8%A7%E0... ) เธอศึกษางานของนิวตัน งานของไลซ์นิชในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ squared และงานของนักวิทยาศาสตร์ดัชต์ Willem 's Gravesande ที่พูดถึง kinetc energy การตกของบอลพิสูจน์ว่าแนวคิดของไลซ์นิชถูกต้อง

จากความรู้ของคนในอดีต ไอน์สไตน์ได้คิดในมุมมองใหม่ และได้สมการที่รวมทุกอย่างลงในรูปแบบง่ายๆ E=mc2

การพิสูจน์งานของไอน์สไตน์น่าจะกินเวลายาวนาน แต่เนื่องจากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 และในช่วงนั้นมีนักฟิสิกส์หญิงชื่อ Lise Meitner ผู้ค้นพบการเกิด nuclear fission ลองคิดซิว่าถ้าเราแยกอะตอมหนึ่งอะตอมออกจากกันเป็นสองส่วน พลังงานที่เกิดขึ้นจะมากมายแค่ไหน มันเป็นไปตามสมการของไอน์สไตน์นั่นเอง (คนนี้เก๋มากๆ มีธาตุชนิดใหม่ที่ได้รับการตั้งชื่อว่า meitnerium เป็นเกียรติแก่เธอเมื่อปี 1997 จะมีใครซักกี่คนในโลกมีธาตุเป็นของตัวเองแบบนั้น และเป็นคนที่ไอน์สไตน์เรียกว่า German Marie Curie)

หลังจากการค้นพบที่จะแยกอะตอมได้ นักฟิสิกส์ทั่วโลกก็สามารถหาวิธีการที่จะสร้างการแยกอะตอมด้วยวิธีการอื่น ด้วยธาตุอื่น และระเบิดปรมาณูก็ุถูกสร้างขึ้นด้วยความสำเร็จของการเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์นี้เอง

เรื่องนี้สนุกดีนะ เราเห็นว่านักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง บางคนก็รู้จักกันในรูปแบบต่างๆ เช่น ฟาราเดย์จะเป็นผู้ช่วยของเซอร์ฮัมฟรีย์ แต่ไม่ได้รับการยกย่อง ในขณะที่เมื่อแก่ตัวลง ฟาราเดย์เป็นเพื่อนต่างวัยกับแมกซเวลล์และดีกันมาก เอมิลีและวอลแตร์ก็มีความสัมพันธ์กัน ไอน์สไตน์และแมก แพลงค์ก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ไมท์เนอร์ก็เคยเป็นผู้ช่วยของแพลงค์

Btw,ไอน์สไตน์ตายในปีที่ป้ามิลินท์เกิด ปี 1955 ค่ะ

Wednesday, November 20, 2013

Great men and their books

ช่วงนี้พยายามหาหนังสือเก่าๆที่เป็นผลงานของนักคิด นักวิทยาศาสตร์ที่เคยได้ยินชื่อในอดีตมาอ่าน จะได้รู้ว่าเวลาที่เขาบอกว่าได้แนวคิดหรือแรงบันดาลใจจากใคร เขาอ้างจากต้นฉบับที่ไหน  อยากอ่านหนังสือมากมาย เปิดโพสต์นี้เอาไว้อัพเดตเรื่องที่อยากอ่าน และแหล่งค้นหนังสือ ยุคที่หนังสือสามารถโหลดมาอ่านได้ รู้สึกว่าตัวเองโชคดี


  1. Plato  The Republic  https://ia601805.us.archive.org/20/items/PlatosRepublictrans.BloomText/PlatosRepublictrans.Bloom_text.pdf
  2. Aristotle  Metaphysics  http://classics.mit.edu/Aristotle/metaphysics.html
  3. Charles Darwin    The Origin of Species 
  4. EUCLID’S ELEMENTS OF GEOMETRY http://farside.ph.utexas.edu/euclid/elements.pdf
  5. Letters on England by Voltaire (Francois Marie Arouet)  http://www2.hn.psu.edu/faculty/jmanis/voltaire/letters-on-england.pdf   
  6.  Leonardo da Vinci    The Notebooks of Leonardo da Vinci  http://digital.library.upenn.edu/webbin/gutbook/lookup?num=5000
  7. Marie Curie   Radioactive Substances (1904)
  8. Edwin Hubble   The Realm of the Nebulae (1935)
  9. Albert Einstein      Ideas and Opinions   (1954)
  10. Richard Feynman   Surely You're Joking, Mr. Feynman! (1985) & Six Easy Pieces (1963)
  11. Karl Marx    Das Kapital
  12. Howard Carter   The Discovery of the Tomb of Tutankhamen  (1977)
  13. Stephen Hawking     A Brief History of Time  (1988)

Newton's Principia

เป็นความตั้งใจมาตั้งแต่เด็กๆที่อยากจะอ่านต้นฉบับหนังสือที่นักวิทยาศาสตร์หรือนักคิดคนสำคัญๆเป็นผู้เขียน อยากรู้ว่าเขาคิดยังไง ทำยังไง หาหนังสืออ่านยากเย็นเหลือเกิน กว่าจะได้เห็นฉบับจริงก็รอจนอายุมากแล้วไปอ่านหนังสือในห้องสมุดเมืองนอก แต่ยุคนี้เป็นยุคที่หนังสือเราสามารถสืบค้นออนไลน์ นึกในใจว่า โลกนี้ช่างง่ายดาย

ที่อยากอ่านมากๆๆคือ Newton's Principia เพราะถูกอ้างให้ได้ยินเยอะเหลือเกิน เพิ่งมีโอกาสได้โหลดมาอ่าน กำลังอ่านอยู่  :)  เรื่องของเนื้อหาคงต้องมาเล่าเมื่ออ่านจบและมีเวลา แต่เอาลิงก์มาแปะจะได้มีที่อ่าน

ฉบับภาษาอังกฤษหาอ่านได้ที่ https://archive.org/details/newtonspmathema00newtrich  Newton's Principia : the mathematical principles of natural philosophy (c1846)

หรือถ้าสามารถอ่านภาษาละตินได้ก็อ่านฉบับนี้  http://www.gutenberg.org/ebooks/28233


Tuesday, October 22, 2013

Emilie and Voltaire

ตั้งใจจะค้นเรื่องของวอลแตร์มาอ่าน เพราะมีร้านกาแฟชื่อวอลแตร์เปิดอยู่ที่ซอยข้างห้างโอเชียนนคร ได้ยินว่าเป็นร้านน่ารัก มีการสอนศิลปะชั้นบน และเจ้าของปลาบปลื้มวอลแตร์มากจนนำมาตั้งเป็นชื่อร้าน

จริงๆแล้วรู้จักวอลแตร์แค่ชื่อ จำได้ว่าแต่งหนังสือเรื่องกองดิดส์ แต่ไม่คิดจะอ่าน เพราะเคยอ่านเรื่องย่อแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่แนวที่ชอบ นอกเหนือจากนั้นก็รู้ว่าเป็นนักปรัชญาอะไรทำนองนั้น

มาเปิดวิกิพีเดียอ่านประวัติดู อ่านไปก็ทึ่งไปว่าวอลแตร์ดูจะมีอิทธิพลทางความคิดต่อคนมากมายทีเดียว และความสามารถของเขาดูจะไม่ใช่โดดเด่นแค่การเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการเมืองการปกครอง แต่กลับมีบทบาททางด้านวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ อภิปรัชญา การเขียนหนังสือ บทกวี บทความ ฯลฯ แต่ที่ทำให้คนนึกถึงวอลแตร์น่าจะเป็นการที่เขาวิพากษ์วิจารณ์สังคม ระบบการปกครองในสมัยนั้นโดยใช้หลักเหตุผล โจมตีความเชื่องมงาย แนวคิดของเขาส่งผลมากต่อการลุกฮือของประชาชนในการปฏิวัติฝรั่งเศส

งานของเขาได้แก่ (คัดจากวิกิพีเดีย, นำมาลิสต์รายการไว้เผื่อจะหาอ่านในอนาคต)  :)
Philosophical works
  • Letters concerning the English nation (London, 1733) (French version entitled Lettres philosophiques sur les Anglais, Rouen, 1734), revised as Letters on the English (circa 1778)
  • Le Mondain (1736)
  • Sept Discours en Vers sur l'Homme (1738)
  • Traité sur la tolérance (1763)
  • Ce qui plaît aux dames (1764)
  • La Princesse de Babylone (1768)
Plays
  • Irène
  • L'Orphelin de la Chine (1755)
Historical
  • The Age of Louis XIV (1751)
  • The Age of Louis XV (1746–1752)
  • Annals of the Empire – Charlemagne, A.D. 742 – Henry VII 1313, Vol. I (1754)
  • Annals of the Empire – Louis of Bavaria, 1315 to Ferdinand II 1631 Vol. II (1754)
  • Essay on the Manners of Nations (or 'Universal History') (1756)
  • History of the Russian Empire Under Peter the Great (Vol. I 1759; Vol. II 1763)
  • History of the Parliament of Paris (1769)[66]

ค่อนข้างประหลาดใจที่พบว่าเขาทำงานด้านวิทยาศาสตร์ด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่เขาต้องออกจากฝรั่งเศสไปอยู่ที่อังกฤษเป็นเวลาสามปี เขาได้แนวคิดจากอังกฤษมามากโดยเฉพาะแนวคิดของนิวตันเรื่อง Optics และแรงโน้มถ่วง และในเวลาต่อมาได้ศึกษาเรื่องนี้ร่วมกับเพื่อนหญิงของเขา เอมิลี่ 

วอลแตร์ได้เข้าร่วมในพิธีศพของนิวตัน ได้มีส่วนในการเรียกร้องให้เขาได้รับการนำไปอยู่ที่ Westminster Abbey และได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับนิวตัน รวมทั้งเป็นคนกระพือเรื่องเล่าที่ว่านิวตันได้คิดเรื่องแรงโน้มถ่วงเพราะถูกแอปเปิ้ลหล่นใส่หัว

วอลแตร์ไม่ใช่ชื่อจริงของเขา ชื่อจริงคือ François-Marie Arouet  ชื่อวอลแตร์เป็น anagram ของคำว่า  "AROVET LI," ซึ่งเป็นชื่อในภาษาละตินของนามสกุลของเขา (Arouet)  ส่วนอักษรย่อมาจากคำว่า "le jeune" ("the young")

เมื่อเสียชีวิตวอลแตร์ได้รับการทำพิธีแบบรีบร้อนก่อนคำสั่งประกาศห้ามการทำพิธีของเขาจะถูกประกาศออกมา เพราะยามมีชีวิตไม่ได้ญาติดีกับคริสตจักรเท่าไรนัก เขาจึงได้รับการปฏิเสธที่จะให้ทำพิธีในโบสถ์ แต่เพื่อนของเขาก็ได้จัดการให้ได้ทัน  เขาเสียชีวิตวันที่ 30 พฤษภาคม 1778 และในที่สุดหลังจากนั้นอีกสิบกว่าปีวันที่ 11 กรกฎาคม 1791 ร่างของเขาได้ถูกนำไปไว้ที่ Pantheon ที่ฝังศพบุคคลสำคัญของฝรั่งเศส(ได้ไปเยี่ยมชม Pantheon เมื่อเดือนพฤษภาคม 2013 และได้เห็นที่ฝังศพของวอลแตร์ด้วย โดดเด่นกว่าของคนอื่นมากเพราะถูกนำมาอยู่ด้านหน้าและมีรูปปั้นด้วย)



What is tolerance? it is the consequence of humanity. We are all formed of frailty and error; let us pardon reciprocally each other's folly-that is the first law of nature." ("Tolerance", ibid)


อ่านแล้วก็ตามลิงก์ต่อไปดูข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง เพราะคุ้นๆกับชื่อ
Emilie du Châtelet ที่ทำงานร่วมกับวอลแตร์ ยิ่งค้นเรื่องของเธอยิ่งพบว่าน่าสนใจมาก แทบจะมากกว่าตัววอลแตร์เองด้วยซ้ำเมื่อคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงในยุคนั้นที่ได้รับการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ระดับสูง มีทักษะและพื้นความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ดีกว่าวอลแตร์ เธอรู้ภาษาละติน อิตาเลียน กรีก เยอรมัน ตั้งแต่อายุสิบสองปี มีความสามารถในการเต้นรำ เล่นฮาร์ปซิคอร์ด และเล่นละครสมัครเล่น และเคยใช้ความสามารถทางคณิตศาสตร์ในการพนันเพื่อหาเงินมาซื้อหนังสืออ่าน

เธอเป็นผู้แปลหนังสือ Principia ของนิวตันจากภาษาละตินเป็นภาษา
ฝรั่งเศส ซึ่งยังคงถือว่าเป็นต้นฉบับฝรั่งเศสฉบับที่สมบูรณ์ที่สุด

เธอได้รับการกล่าวถึงโดยวอลแตร์ว่าเป็น "a great man whose only fault was being a woman"

ในชีวิตครอบครัวกลับเป็นว่าเธอต้องแต่งงานตั้งแต่อายุน้อยกับขุนนางชั้นสูงตามแบบฉบับผู้ดีสมัยก่อน แต่เธอก็มีความสัมพันธ์กับคนอื่นอีกหลายคน ที่เป็นที่รู้จักที่สุดคือวอลแตร์ โดยได้ใช้ช่วงเวลาที่อยู่ร่วมกันในการศึกษางานที่สำคัญหลายชิ้น

เธอเสียชีวิตเมื่ออายุได้ 42 ปี หลังการคลอดบุตรคนที่สี่ที่เกิดจากความสัมพันธ์กับคนรักอีกคนหนึ่ง

(ในประวัติของเธอกล่าวว่าเธอเกิดที่ย่านตุยเลอรี่ส์ ในปารีสใน Townhouse ขนาดใหญ่ใกล้สวน น่าเสียดายที่อ่านเรื่องนี้หลังจากกลับมาจากปารีสแล้ว ไม่อย่างนั้นคงจะต้องตามไปดูซักนิด นับว่าเป็นผู้หญิงที่เป็นฮีโร่ได้อีกคน)

แหล่งข้อมูล

Thursday, September 19, 2013

เพนดูลัมของฟูโกต์...พิสูจน์ว่าโลกหมุนรอบตัวเอง

19 กันยายน 2556 วันนี้ Google ขึ้น Doodle เป็นวันครบรอบวันเกิดที่ 194 ปีของ Jean Bernard Léon Foucault ค่ะ ฟูโกต์เป้นนักฟิสิกส์ขาวฝรั่งเศส เป็นคนแรกๆที่ศึกษาเรื่องความเร็วแสง เป็นคนพบ eddy current เป็นคนตั้งชื่อ gyroscope และที่มีชื่อเสียงที่สุดคือการประดิษฐ์ลูกตุ้มเพนดูลัมเพื่อพิสูจน์ว่าโลกหมุน (ลองคิดดูนะคะว่าถ้ามีคนบอกเราว่าจริงๆโลกนี้หมุนรอบตัวเองเราจะพิสูจน์ได้อย่างไร คนนี้แหละที่พิสูจน์ได้ อ่านวิธีทดลองได้จากลิงก์นี้ค่ะhttp://www0.tint.or.th/nkc/nkc52/nstkc053.html)

ปัจจุบันลูกตุ้มที่เขาใช้ในการพิสูจน์ว่าโลกหมุนอยู่ที่ Musée des Arts et Métiers ( Museum of Arts and Crafts) ในปารีส (ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมเมื่อตอนปิดเทอมที่ผ่านมา ปลาบปลื้มมากๆๆๆ)

ก่อนหน้านี้ลูกตุ้มนี้เคยวางไว้ที่ Pantheon ในปารีสเช่นกัน ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่ Musée des Arts et Métiers ค่ะ ก็พยายามตามไปดูสถานที่เช่นกัน เห็นแต่โถงโล่งๆ



และถ้าใครไปเที่ยวหอไอเฟลก็ลองเงยหน้าดูชื่อคนสำคัญที่สลักไว้ที่หอนะคะ มีอยู่ 72 ชื่อ ชื่อของ Foucault เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ ชื่อจะอยู่บนหอฝั่งที่หันหน้าไปทางสนามหญ้านะคะ ( คือต้องมองหอโดยมีทรอคคาเดโรเป็นฉากหลัง)