Showing posts with label เหตุการณ์สำคัญ. Show all posts
Showing posts with label เหตุการณ์สำคัญ. Show all posts

Saturday, February 25, 2017

บันทึกน้ำท่วม 2560

ตั้งแต่วันที่ 2 9 ธันวาคม 2559 กรมอุตุฯ แจ้งว่าบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไป บริเวณเทือกเขาในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด  มีมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังแรงพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย และจะมีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง เคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้ตอนล่าง และประเทศมาเลเซีย ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมาก

วันที่ 30 ธันวาคม กรมอุตุฯแจ้งเตือนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดปกคลุมประเทศไทย ภาคใต้และอ่าวไทย ประกอบกับในช่วงวันที่ 31 ธันวาคม 2559 - 3 มกราคม 2560 จะมีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง คาดว่าจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้ตอนล่างและประเทศมาเลเซีย ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งส่วนมากบริเวณจังหวัดนราธิวาส ยะลา ปัตตานี สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และชุมพร 
ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคมจนถึงวันนี้ 8 มกราคม กรมอุตุฯประกาศเตือนว่า "ฝนตกหนักถึงหนักมากภาคใต้ตอนล่าง และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย " และพยากรณ์อากาศวันต่อวัน โดยทีแรกคาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงวันที่ 4 แล้วก็ค่อยๆเลื่อนไปเป็น วันที่ 8 วันที่ 9 และวันที่ 10 อย่างต่อเนื่อง
ในนครศรีธรรมราชเจอผลกระทบหนักที่สุดช่วงวันที่ 5-6 มกราคม 2560 ที่น้ำทะลักเข้าท่วมตัวเมืองและอำเภอต่างๆ จากที่คิดว่าไม่หนักหนากลับกลายเป็นน้ำท่วมที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี มากกว่าปี 2554 แต่ปีนี้ที่กรุงเทพช่วงนี้ไม่เกิดน้ำท่วมจึงดูว่าเป็นน้ำท่วมที่ไม่หนักหนา ทั้งๆที่ภาคใต้เจอภัยพิบัติทางน้ำรุนแรงที่สุด

เส้นทางถนนถูกตัดขาดหลายจุด  สะพานขาด  น้ำท่วมถนน จนในที่สุดรถทัวร์งดให้บริการ  รถไฟก็งดบริการ และในที่สุดสนามบินแจ้งงดบริการ สนามบินแจ้งปิดวันที่ 6 – 7 มกราคม จากนั้นเลื่อนปิด 8-9 มกราคม และมีทีท่าว่าจะปิดต่อเนื่องต่อไปอีก

เริ่มนับตั้งแต่ 31 ธันวาคม 2559 ว่าอากาศมัวๆ และก็มีฝนตกในช่วงจะเปลี่ยนผ่านปี นับจากปีใหม่มา แทบจะไม่ได้เห็นแสงอาทิตย์ ความที่ฝนตกทุกวันต่อเนื่อง ปีนี้หยุดยาว 31 ธันวาคม 2559 – 3 มกราคม 2560 คิดว่าฝนตกก็ไม่เป็นไรจะได้อยู่บ้านอ่านหนังสือ






วันจันทร์ที่ 2 มกราคม แอบได้เห็นดวงอาทิตย์ตอนเช้านิดหน่อยเพราะไปเดินเที่ยวชมทะเลท่าสูงตอนเช้า แปลกใจที่เห็นสาหร่ายทุ่นขึ้นมาเต็มหาด ชาวบ้านบอกว่าสาหร่ายขึ้นมาสามวันแล้ว  แสดงว่ามรสุมแรงซัดเข้าฝั่งแล้วซัดสาหร่ายเข้ามากองเต็มหาด เป็นอาหารยามมรสุม




วันอังคารที่ 3 มกราคม วันนี้ฝนตกทั้งวัน แต่ความที่อยากพาเพื่อนไปดูสาหร่ายทุ่น ก็ออกไปดูกันช่วงบ่ายโมง ไปเก็บสาหร่ายกลางสายฝน ไปขับรถกลางสายฝนเยี่ยมเยียนเพื่อนที่บ้านสวนสวยใกล้หาดทรายแก้ว และขับรถฝ่าฝนไปมา จนในที่สุดเพื่อนตั้งใจจะขึ้นกรุงเทพด้วยรถทัวร์เย็นนั้น ได้ไปส่งขึ้นรถกลางสายฝน

วันพุธที่ 4 มกราคม เป็นวันเปิดทำงานวันแรกของปี  ตอนเช้าไปส่งคุณพ่อไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลมหาราช ไปท่ามกลางสายฝยปรอยๆ กลับมาก็ยังได้สอนหนังสือช่วงสิบโมงถึงเที่ยงทั้งๆที่คิดว่านักศึกษาอาจจติดฝนแล้วไม่มาเรียน แต่นักศึกษาก็มาจนเกือบครบ ช่วงบ่ายฝนยังตกตลอด จนตอนเย็นขับรถไปรับคุณพ่อกลับ และแวะซื้อของที่เซ็นทรัล เหตุการณ์ก็ยังปกติ ไม่มีน้ำท่วม มีแต่ฝนตกตลอดเวลา

วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม มีประกาศจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ออกมาในช่วงบ่าย 2 ฉบับ ฉบับแรกเป็นของบุคลากร และฉบับที่ 2 แจ้งคณาจารย์และนักศึกษา

“ประกาศจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ "งดการเรียนการสอนและเลื่อนวันสอบกลางภาค"
ด้วยในพื้นที่ของจังหวัดนครศรีธรรมราช กำลังประสบภัยกับสภาวะฝนตกหนัก และหนาแน่นเป็นบริเวณกว้าง จนก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก และขณะนี้หลายพื้นที่มีน้ำท่วมสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน สร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สินและพื้นที่การเกษตรประกอบกับพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่า ในช่วงวันที่ 4-7 มกราคม 2560 ประชาชนในภาคใต้ตอนบน ให้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และปริมาณฝนที่ตกสะสม
ดังนั้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับคณาจารย์และนักศึกษา ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว มหาวิทยาลัยจึง
งดการเรียนการสอน ในวันศุกร์ที่ 6 มกราคม 2560
เลื่อนการสอนชดเชย ในวันเสาร์ที่ 7 มกราคม 2560
เลื่อนการสอบกลางภาคในวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ 7-8 มกราคม 2560”

วันที่ 6 มกราคม เข้าไปในมหาวิทยาลัย และตอนเที่ยงออกไปเติมน้ำมัน หน้ามอก็ไม่มีอะไรวิกฤตบนถนน แต่ในทุ่งน้ำปริ่ม หมู่บ้านสวยๆบนเนินกลายเป็นบ้านริมทะเลสาบ
ในมอบริเวณอาคารวิชาการแถวลานจอดรถ น้ำลดแล้ว แต่ใน covered way ยังคงมีน้ำขัง
ส่วนบริเวณอื่นๆ เช่น ทะเลสาบหน้ามอ น้ำล้นมาถึงสนาม. ใต้สะพานหน้าอาคารบริหารทางปิด
วันที่ 7-8 มกราคม เป็นวันเสาร์อาทิตย์ ที่ฝนยังคงตกต่อเนื่องจนหลักสูตร MIT ต้องงดการเรียนการสอนเสาร์อาทิตย์นั้น

และมีโรงเรียนในตัวจังหวัดประกาศปิดโรงเรียนเพิ่ม  มหาวิทยาลัยราชภัฏนครฯปิดตลอดสัปดาห์หน้าทั้งสัปดาห์ จนตอนบ่ายของวันที่ 8 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ประกาศงดการเรียนการสอนเพิ่มในวันที่ 9-10 มกราคม

----------------------
30 พ.ย. 2560
เดือน พ.ย. มีฝนตกหนักเช่นเคย ช่วงนี้กรมอุตุแจ้งว่าจะมีฝนตกแบบนี้ไปจนถึงวันที่ 1 ธ.ค. สองสามวันนี้ทางยะลา เห็นมีน้ำท่วมตัวเมืองกันแล้ว ในนครก็เฝ้าระวังกัน
ที่ท่าศาลามีฝนตกตลอด ในมอก็น้ำท่วมขังตาม walked way และที่จอดรถตามปกติ  ถ้ามีช่วงฝนหยุดซักพักก็น้ำลด  เมื่อวานกับเช้านี้ฝนตกตลอดเวลา มากบ้างน้อยบ้าง แต่ไม่เห็นดวงอาทิตย์เลย





ภาพจากออฟฟิศที่ C3 วันที่ 29/11/2560


Saturday, March 26, 2016

แล้วก็เกิดเหตุที่บรัสเซลล์ 22 March 2016 :(

ไม่ได้มาอัพเดตนาน โพสต์สุดท้ายก่อนหน้านี้คือเรื่องเหตุระเบิดในปารีส ไม่คิดเลยว่าโพสต์นี้จะเป็นเรื่องต่อเนื่องว่าเกิดเหดุวางระเบิดสนามบิน และสถานีรถไฟไต้ดิน ที่บรัสเซลล์ วันที่ 22 มีนาคม 2559

22 มีนาคม 2560
ไม่น่าเชื่อ  แต่ในวันเดียวกัน ห่างมาอีกหนึ่งปี คราวนี้เป็นคิวของเหตุ London attack ในกรุงลอนดอน มีผู้ก่อการร้ายขับรถชนคนเดินถนนบนสะพานข้ามแม่น้ำเทมส์ใกล้รัฐสภาอังกฤษ จากนั้นได้ลงจากรถไปแทงเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตอีกหนึ่งคนก่อนจะถูงยิงเสียชีวิต เหตุการณ์นี้ กลุ่ม IS อ้างความรับผิดชอบ และผู้ก่อเหตุมาจากครอบครัวผู้อพยพ แต่เกิดในอังกฤษ

Credit: http://www.bbc.com/news/uk-39363297


Friday, October 02, 2015

Single Gateway แบบไทยๆ

สองสามวันที่ผ่านมา ข่าวดังคือการที่รัฐบาลจะปรับให้การใช้งาน Internet เป็นแบบ Single Gateway คือการรวมทางเข้าออกทั้งประเทศให้ได้รับการควบคุมจุดเดียว

ประเด็นนี้คนไอทีคัดค้านกันมาก เพราะถ้าเกิดกรณีระบบล่ม ล่มที่เดียวล่มกันทั้งประเทศ  และจะมีปัญหาอินเทอร์เน็ตล่าช้า มีปัญหาว่าข้อมูลของบุคคลจะถูกดักจับกันง่ายๆ

เข้าใจว่ารัฐบาลก็อยากจะสร้างความมั่นคงของชาติ แต่กรณีแบบนี้เราจะเหมือนเกาหลีเหนือ จีนและลาว ซึ่งต่างก็เป็นคอมมิวนิสต์กันไปหมดหรือไม่  :(

โฆษกรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่อง single gateway เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรี สั่งให้กระทรวงไอซีที ยังอยู่ในขั้นตอนศึกษาหาข้อมูลผลดี-ผลเสีย ยังไม่มีมติดำเนินการ ย้ำว่ารัฐบาลไม่มีการละเมิดสิทธิประชาชน เพียงแต่ต้องการผลักดันเศรษฐกิจดิจิตอล  ....  ก็ถ้าศึกษา Digital Economy ของประเทศอื่นๆที่ทำกัน ยุโรป ออสเตรเลีย เพิ่งไปค้นข้อมูลเขามา ก็ไม่เห็นต้องใช้ Single Gateway เลยนะคะ

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2558 เว็บไซต์กระทรวงไอซีทีล่ม ( 500 Internal Server Error)  และมีประกาศจากเพจ รวมพลเกมเมอร์บุกยึด CAT TOWER คืนจากม๊อบ ประกาศรวมตัวกันเข้าหน้าเว็บกระทรวงพร้อมกันในเวลา 22:00 ของวันที่ 30 กันยายน เพื่อ DDoS ให้เว็บไซต์ล่ม เป็นการประท้วงเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านนโยบาย Single Gateway 

เล่นอะไรกับไอทีก็ดูๆกันนิดนะคะ :)

Migration Crisis ในยุโรป

เรื่องนี้ไม่ค่อยอยากบันทึกไว้ แต่คงต้องเขียนไว้ซักโพสต์เพื่อเก็บข้อมูล รายละเอียดค่อยเอามาใส่เพิ่มแล้วกัน

คร่าวๆคือจากเหตุการณ์สงครามกลางเมืองของซีเรีย ทำให้มีผู้อพยพหลั่งไหลเข้าไปในยุโรปจำนวนมหาศาล พยายามทุกวิถีทางที่จะเข้าไปให้ได้ สหภาพยุโรปนำโดยนายกรัฐมนตรีเยอรมัน ให้นโยบายต้อนรับผู้อพยพ และผู้อพยพก็อยากเข้าไปอยู่ในเยอรมันมากกว่าประเทศอื่นด้วย

ตามที่เคยตกลงกันไว้ เมื่อผู้อพยพเข้าสู่ EuroZone จะต้องลงทะเบียนผู้อพยพก่อนจะเคลื่อนย้ายไปที่อื่น  แต่จำนวนผู้อพยพมีมหาศาล รวมถึงมีคนที่ไม่อยากลงทะเบียน ณ ประเทศแรกเพราะต้องการไปลงทะเบียนที่เยอรมันที่เดียว ทำให้ EuroZone ต้องประกาศยอมให้ผู้อพยพเข้าไปได้ก่อน

ขณะนี้เป็นวิกฤตการณ์ในยุโรปที่ถือว่าซีเรียสทีเดียว เข้าใจว่าที่นายกเยอรมันให้ผู้อพยพเข้าไปสร้างคนกลุ่มใหม่เพื่อการสร้างเยอรมันยุคใหม่ แต่ไม่เชื่อว่าชีวิตมันจะราบเรียบขนาดนั้น นี่พูดจากประสบการณ์คนชายแดนที่มีมุสลิมโรฮิงญาเข้ามาอยู่ในเมือง เรื่องนี้คงต้องรอดูกันต่อไป

Wednesday, May 13, 2015

การถอนสายบัวในพระราชพิธีพืชมงคล





มีใครนั่งดูถ่ายทอดสดพระราชพิธีพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญอยู่บ้างคะ นั่งดูตั้งแต่เขานำเทปพระราชพิธีเมื่อวานมาให้ดู เห็นเทพีคู่หาบทองหาบเงิน เวลาถอนสายบัวจะมีวิธีที่ต่างจากการถอนสายบัวแบบปกติ คือจะย่อลงไปต่ำมาก มือรั้งเข่า ก้มหน้า และเอนตัวไปข้างหลัง งดงามมากค่ะ แปลกใจมากเพราะไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน ลองไปค้นดูพบว่าเขามีวิธีการที่เป็นแบบแผนมาแต่ดั้งเดิมแบบนี้ รายการกบนอกกะลาเคยนำมาออกในรายการ ดูได้จากคลิปนี้นะคะ ประมาณนาทีที่สิบแปดเป็นต้นไปhttp://youtu.be/E9hvm-rjvos
และดูการถอนสายบัวของเทพีคู่หาบเงินหาบทองปี 2558 ได้จากคลิปนี้ค่ะ ประมาณนาทีที่ 6:30 เป็นต้นไป https://www.youtube.com/watch?v=g2wH2aED_4E






สวยอะคะสวย ช้าๆ แช่มช้อย และสง่างาม ยุคนี้หาคนถอนสายบัวสวยๆยาก ขาดความละเมียดละไมในชีวิต ได้เห็นแล้วชื่นชมค่ะ

Saturday, April 19, 2014

บทเรียนของธนาคารออมสิน

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557 ได้เกิดปรากฏการณ์ประชาชนทั่วประเทศทุกจังหวัดแห่กันไปถอนเงินจากธนาคารออมสิน โดยมียอดถอนเงินประมาณ 30,000 ล้านบาทในขณะที่มียอดเงินฝากประมาณ 10,000 ล้านบาท 
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2557 ยังคงมีการถอนเงินอย่างต่อเนื่องโดยในวันที่สองมียอดถอนเงินประมาณ 4 หมื่นล้านบาท
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557 การถอนเงินยังดำเนินการต่อเป็นวันที่ 3

สาเหตุของเหตุการณ์นี้มาจากการที่ธนาคารออมสินได้อนุมัติเงินกู้ระหว่างธนาคารรัฐ (อินเตอร์แบงก์) ให้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และมีข่าวว่า ธ.ก.ส.จะนำไปใช้จ่ายชาวนาในโครงการรับจำนำข้าว จำนวน 5,000 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ ธ.ก.ส.จะนำไปให้ชาวนากู้เงิน แต่การที่ธนาคารออมสินให้เงินธ.ก.ส. เหมือนกันเป็นการสนับสนุนให้รัฐบาลจ่ายเงินให้ชาวนาโดยวิธีการนำเงินของธนาคารไปให้ชาวนากู้แทนที่จะไปขายข้าวเพื่อนำเงินมาให้ชาวนาอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งธนาคารไม่ควรเข้าไปโอบอุ้มรัฐบาลที่โกงเงินจำนำข้าวของชาวนาในลักษณะนี้

การที่ธนาคารออมสินให้เงินกู้ไป มีสิทธิ์ที่จะไม่ได้เงินกลับมา ผู้ฝากเงินกับธนาคารส่วนหนึ่งเห็นว่าเป็นความเสี่ยงที่ธนาคารบริหารเงินผิดพลาด จึงรีบมาถอนเงิน ในขณะที่มีผู้ฝากจำนวนมากที่ไม่ได้มีเหตุผลเรื่องความเสี่ยงในการสูญหายของเงิน แต่มีความเห็นว่าธนาคารดูถูกลูกค้าโดยการบริหารงานในรูปแบบที่ประชาชนรับไม่ได้

หลังจากการถอนเงินจำนวนมหาศาลในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ คณะกรรมการธนาคารออมสินประชุมร่วมกับสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจธนาคารออมสิน ได้ข้อสรุป 3 ข้อ คือ 

1.คณะกรรมการให้ยกเลิกการเปิดวงเงินกู้(เครดิตไลน์) ในการกู้ระหว่างธนาคาร (อินเตอร์แบงก์) จำนวน 2 หมื่นล้านบาทให้แก่ ธ.ก.ส. 
2. ธนาคารออมสินขอเรียกเงินกู้ที่ได้อนุมัติไปแล้วจำนวน5,000 ล้านบาท คืนจาก ธ.ก.ส. โดยเร็วที่สุด คาดว่า จะมีหนังสือถึง ธ.ก.ส. ในวันพรุ่งนี้ (19 ก.พ.) 
3. ธนาคารออมสิน ขอให้ ธ.ก.ส. ชี้แจงว่า การขอกู้ผ่านอินเตอร์แบงก์ในครั้งนี้ เป็นการกู้เสริมสภาพคล่องหรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นเนื่องจากก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 57 ธ.ก.ส.ได้ทำหนังสือถึงธนาคารออมสินเพื่อขอกู้เงินเสริมสภาพคล่อง ซึ่งธนาคารมีหนังสือฉบับนั้นเป็นหลักฐาน พร้อมทั้งมีการบันทึกการหารือทางโทรศัพท์ไว้ด้วย

ในวันที่ 18 ก.พ. หลังจากการชี้แจงคณะกรรมาธิการ การเงิน การคลัง การธนาคาร วุฒิสภา นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เดินทางกลับไปยังธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่เรียกประชุมบอร์ดและพนักงานธนาคาร ทั้งนี้ แม้นายวรวิทย์จะชี้แจงถึงการปล่อยกู้แก่พนักงานแล้ว แต่พนักงานธนาคารออมสินต่างไม่ยอมรับเหตุผลและยืนยันว่าปัญหาดังกล่าวเป็นการตัดสินใจของผู้บริหารและบอร์ด ในเมื่อสร้างความเสียหายให้แก่ธนาคาร ก็ต้องมีผู้รับผิดชอบ และไม่อยากให้คนภายนอกมองว่าเป็นธนาคารออมสินเป็นธนาคารเสื้อแดง




http://bit.ly/1ckLQAs
 http://bit.ly/1jzXadG

Thursday, April 10, 2014

Crash of the Century

ช่วงนี้ติดตามข่าว MH 370 อยู่เป็นเดือน  น่าประหลาดใจมากที่อยู่ๆเครื่องบินทั้งลำหายไปโดยไม่มีร่องรอยได้  แถมในเมืองไทยมีเรื่องนักเรียนนายร้อยตำรวจฝึกกระโดร่มแล้วร่มไม่กาง เสียชีวิตไปสองคนในการฝึกบินครั้งแรกเมื่อปลายเดือนมีนาคม ช่วงนี้ก็จะสนใจเรื่องอุบัติเหตุของเครื่องบิน เข้าไปค้น Youtube ดูเรื่อง 9/11 แล้วลิงก์ก็ต่อๆไปจนได้ดูเรื่องนี้ค่ะ "Crash of the Century"  http://www.youtube.com/watch?v=Na_ciq5h4nQ เป็นเหตุการณ์เครื่องบิน KLM และ PAN AM ชนกันกลางรันเวย์ของสนามบิน Tenerife airport ที่หมู่เกาะคานารี ประเทศสเปนเมื่อวันที่ 27 มีนาคม  ค.ศ. 1977



ที่เรียกว่า Crash of the Century เป็นเพราะมีคนเสียชีวิตมากถึง 583 คน เป็นเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์การบิน ตามไปดู list ได้ที่นี่ http://en.wikipedia.org/wiki/List_of_aircraft_accidents_and_incidents_resulting_in_at_least_50_fatalities

มีคำถามว่าการชนกันครั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร  เครื่องบินสองลำชนกันบนรันเวย์เดียวกันในขณะที่กำลังจะ take off ทำไมเครื่องที่จะบินขึ้นไม่รอให้รันเวย์ว่าง  ทำไมเครื่องที่ค้างบนรันเวย์ไม่หลบออกไป? คำตอบของเหตุการณ์นี้ไิด้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญจากสามประเทศที่เกี่ยวข้องคือ เนเธอร์แลนด์ อเมริกา และสเปน รวมถึงผู้เชียวชาญจากสองสายการบินนั้นด้วย พบว่าเกิดจากหลายๆเหตุการณ์ที่ประจวบเหมาะเกิดขึ้นพร้อมกัน

ลำดับเหตุการณ์ เริ่มจาก
1. มีเหตุการณ์วางระเบิดที่สนามบิน Gran Canaria Airport อันเป็นสนามบินที่เครื่องบินทั้งสองลำนี้จะต้องไปลงจอด สนามบินต้องปิดทำให้เครื่องบินสองลำนี้และอีกมากต้องไปลงจอดที่สนามบิน Los Rodeos Airport (Tenerife North Airport) ซึ่งเป็นสนามบินเล็ก มี runway เดียว เครื่องบินจำนวนมากต้องลงจอดเรียงกัน แล้วรอจนกว่าสนามบินที่ Gran Canaria Airport เปิดจึงจะบินไปที่จุดหมายได้



2. หมอกเริ่มก่อตัว ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ดี และหมอกจัดขึ้นเรื่อยๆ  

3. เมื่อสนามบิน Gran Canaria Airport เปิดขึ้นอีกครั้ง KLM Flight 4805 และ Pan Am Flight 1736 ได้รับอนุญาตให้เตรียมบิน  KLM เคลื่อนไปบนรันเวย์ก่อน โดย PAN AM เคลื่อนที่ตามบนรันเวย์เดียวกัน ตามคำแนะนำของหอควบคุมการบิน เครื่อง KLM เมื่อไปจนสุดรันเวย์จะต้องหมุนกลับหลังหันเพื่อรอการ take off ในขณะที่ PAN AM จะต้องออกจากรันเวย์นั้นโดยขับหลบออกไปที่ทางแยกที่ 3 เพื่อไปวิ่งบนทางขนาน โดยได้รับคำแนะนำว่า "The third one, sir; one, two, three; third, third one"  จากสภาพอากาศที่หมอกลงจัด เครื่องบินทั้งสองลำมองไม่เห็นกัน หอควบคุมการบินมองไม่เห็นเครื่องบินทั้งสอง สนามบินไม่มีเรดาร์ที่จะทำให้หอควบคุมการบินมองเห็นตำแหน่งของเครื่องบิน  การติดต่อทางวิทยุจึงเป็นการติดต่อเดียวที่ทำได้



4. สภาพรันเวย์จริง ทางแยกที่ 4 (C4) เป็นทางออกเดียวที่มีเส้นทางเฉียงออกประมาณ 45 องศา ในขณะที่ทางแยกที่ 1 เป็นทางตรงหักออก 90 องศา และทางแยกที่ 2 และ 3 เป็นทางเฉียงออกสำหรับเครื่องที่หันหัวจากอีกฝั่งเลี้ยวออกซึ่งจะเป็นทางเฉียงออกจากฝั่งตรงข้ามแต่เป็นประมาณ 148 องศาจากทิศทางที่ PAN AM กำลังขับไปจึงไม่สามารถขับเข้าไปได้จนกว่าจะถึงทางออกที่ 4   เครื่องบิน PAN AM ไม่สามารถมองเห็นเส้นทางบนรันเวย์ได้ เพราะหมอกลงจัด และจากการติดต่อกับหอควบคุมการบิน ได้คำแนะนำว่าให้ออกที่ทางออกที่ 3 (Third taxiway) 

5. เครื่องบิน KLM ไปสุดรันเวย์ กลับลำ เตรียมพร้อม take off และได้ติดต่อหอควบคุมการบินเพื่อให้ clear runway  เกิดความเข้าใจผิดในการสื่อสาร กัปตันของ KLM นำเครื่อง Take off  เพราะเข้าใจว่ารันเวย์เคลียร์แล้ว ในขณะที่เครื่อง PAN AM ยังไม่ได้เลี้ยวออกจากรันเวย์ เครื่อง KLM พยายามบินขึ้นแต่ไม่พ้นจึงชนเข้ากับเครื่อง PAN AM บริเวณใกล้ทางแยกที่ 4





6. ผู้โดยสาร 234 คน กัปตันและลูกเรืออีก 14 คนของ KLM เสียชัวิตทั้งหมด ผู้โดยสาร 326 คน(จาก 380 คน) ลูกเรืออีก 9 คน(จาก 16 คน)ของ Pan Am เสียชีวิต รวมผู้เสียชีวิตทั้งหมด 583 คน มีผู้รอดชีวิตจากเครื่อง PAN AM  61คน รวมถึงกัปตันและวิศวกรประจำเครื่อง

สาเหตุจาการสอบสวนระบุว่าเกิดจาก  "misinterpretations and false assumptions"
"Captain Veldhuyzen van Zanten นำเครื่อง takeoff โดยไม่ได้รับ takeoff clearance ซึ่งเหตุผลน่าจะเป็นเพราะต้องการจะบินขึ้นให้เร็วที่สุดเพื่อจะให้ทำตามกฏของ KLM's duty-time regulations และก่อนที่สภาพอากาศจะแย่ลงไปกว่านี้
ปัจจัยอื่นๆได้แก่
  • หมอกลงจัดทำให้ทัศนวิสัยไม่ดี หอควบคุมและเครื่องบินทั้งสองลำมองไม่เห็นซึ่งกันและกัน
  • การรับส่งวิทยุเกิดสัญญาณรบกวน ไม่ได้ยินข้อความที่ติดต่อกันครบถ้วน
ปัจจัยอื่นที่นำมาพิจารณาแต่ไม่ได้เป็นปัจจัยหลัก ได้แก่ 
  • การใช้คำที่กำกวมไม่เป็นมาตรฐานโดย ผู้ช่วยนักบิน  KLM  ("We're at take off") และการตอบจาก Tenerife control tower ("OK").
  • เครื่อง Pan Am aircraft ไม่ได้ออกที่ทางแยกที่ 3 ( C-3)
  • สนามบินถูกบีบให้รองรับเครื่องบินจำนวนมาก ทำให้เกิด  disruption จากการใช้งานปกติของ taxiways.[36]"

แปลจาก http://en.wikipedia.org/wiki/Tenerife_airport_disaster 

ดูเรื่องนี้จบก็ได้ดูต่ออีกหลายกรณีเลยค่ะ  หลายเคสเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อทีเดียว บันทึกเรื่องที่ชอบทั้งวิธีแก้ปัญหาและวิธีการในการตรวจสอบอุบัติเหตุไว้ข้างล่างนี้นะคะ

==========================================================
June 12, 1972 American Airlines Flight 96 บินจากสนามบินดีทรอยท์ไปที่บัฟฟาโล เกิดประตูช่องเก็บสินค้าหลุดเนื่องจากการออกแบบไม่ดี ประตูสามารถปิดได้โดยที่ไม่ได้ล็อคจริง จึงทำให้เกิดช่องโหว่บริเวณท้ายเครื่อง ข้าวของถูกดูดออกไปทางช่องโหว่ กัปตันสามารถนำเครื่องลงที่ดีทรอยท์ได้อย่างปลอดภัย   https://www.youtube.com/watch?v=6ZU9OHKK2Og 
==============================================================
29 ธันวาคม 1972, Eastern Air Lines Flight 401 บินจาก NY ไปที่ Miami International Airport เครื่องบินตกลงในอุทยาน Everglades ที่เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ สาเหตุเกิดจากการที่ไฟสัญญาณบอกสถานะการล็อคล้อเครื่องบินเพื่อการลงจอดไม่ขึ้น ในระหว่างที่แก้ปัญหา ระบบ Autopilot ที่เซ็ตความสูงไว้ที่ 2000 ฟิต ถูกปิดลงโดยไม่ตั้งใจ ทำให้เครื่องบินลดระดับลงโดยไม่มีใครสังเกตและตกลงในที่สุด มีผู้เสียชีวิต 101 คน และรอดชีวิต 75 คน  หลังจากนั้นมีข่าวผู้เห็นผู้ตายจากเหตุการณ์มาปรากฎตัวและเป็นที่สนใจจนมีหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมา  

======================================================================


3 March 1974  Turkish Airlines Flight 981  บินจาก Istanbul Yesilköy Airport ไป London Heathrow Airport โดยแวะที่  Orly Airport ปารีส เกิดปัญหาลักษณะเดียวกับ American Airlines Flight 96 คือประตูช่องเก็บสินค้าไม่ล็อคตามที่ควร เป็นปัญหาของ McDonnell Douglas DC-10 ที่ไม่ได้แก้ไข เหตุการณ์นี้ถูกเรียกว่า Ermenonville air disaster ตามชื่อป่าที่เครื่องบินตก ทุกคนบนเครื่องเสียชีวิต จำนวน 346 คน

=======================================================================

23 กรกฎาคม 1983 "Gimli Glider" อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นเที่ยวบินของ Air Canada Flight 143 บินจาก Montreal ไป Edmonton เกิดน้ำมันหมดระหว่างทางที่ความสูง 41,000 feet (12,000 m) สาเหตุเนื่องจากการคำนวณปริมาณน้ำมันผิดพลาดเพราะความสับสนในการใช้หน่วยปริมาณน้ำมันเป็น metric แทนหน่วย imperial ทำให้มีน้ำมันน้อยกว่าที่ควรไปครึ่งหนึ่ง  แต่เนื่องจากนักบินมีความชำนาญในการเล่นเครื่องร่อน จึงได้อาศัยเทคนิคการร่อนลงจอดที่ Gimli Industrial Park Airport ที่ Gimli, Manitoba  เที่ยวบินนี้จึงได้ชื่อเล่นว่า Gimli Glider
  http://www.youtube.com/watch?v=8w5LqlTwbhs

==========================================================

21 ธันวาคม 1988  "Lockerbie Disaster" Pan Am flight 103 บินจาก London ไป New York และถูกวางระเบิด เครื่องตกลงที่ Lockerbie มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 270 คน (รวม 11 คนที่เป็นอยู่ในหมู่บ้าน)

==========================================================
3 September 1989  Varig Flight 254 was a Boeing 737-241 เครื่องบินถูกตั้งทิศทางผิดเพราะตั้งองศาการบินเป็น 270 องศาทั้งๆที่ทิศทางจริงคือ 27 องศา 
https://www.youtube.com/watch?v=zOnafLpIPyk

=========================================================
10 June 1990  British Airways Flight 5390 อุบัติเหตุครั้งนี้ประหลาดมากๆ เพราะเป็นกรณีที่หน้าต่างในคอคพิทหลุดปลิวออกไปและตัวกัปตันถูกดึงออกไปติดอยู่ด้านข้างเครื่องบิน ดีที่มี belt รัดไว้และมีลูกเรือมาช่วยดึงตัวไว้ co-pilot เป็นผู้นำเครื่องบินลงจอดที่สนามบินเซาธ์แฮมตันโดยไม่มีผู้เสียชีวิต แต่การขับเครื่องบินในสภาพที่หน้าต่างหลุด กระจกมัว ลมตีเข้ามาด้วยความเร็วสูงที่ความสูง 17,400 ฟิตเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ธรรมดา    เครื่องบินบินจาก Birmingham Airport ประเทศอังกฤษไปที่สนามบิน Málaga Airport ในสเปน สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ กัปตัน Tim Lancaster ไปอยู่นอกเครื่องบินที่มีกระแสลม 345 mph wind ที่อุณหภูมิ -17 C / 1.4 F แต่เมื่อได้รับการช่วยเหลือ ก็สามารถรอดชีวิตมาได้ และได้กลับมาบินอีกครั้งในห้าเดือนถัดมา

https://www.youtube.com/watch?v=BXEKM4C3beg

================================================
23 มีนาคม 1994, Aeroflot Flight 593 "kid in the cockpit"กัปตันให้ลูกสาวและลูกชายเข้าไปลองคอนโทรลเครื่อง เด็กผู้ชายทำให้เครื่องออโต้ไพล็อตหยุดทำงาน โดยมีตัวเตือนเพียงแต่สัญญาณไฟที่ไม่ได้มีใครสนใจ เพราะชิยกับระบบเสียงเตือนเหมือนเครื่องบินรุ่นเก่าที่คุ้นเคย  เคสนี้ส่วนตัวถือว่ากัปตันจาดความรับผิดชอบที่สุด เคสนี้เครื่องตกที่ไซบีเรีย มีผู้เสียชีวิต 75 คน http://www.youtube.com/watch?v=U1vrQgodVDU

==========================================================

2 กรกฎาคม 1994  USAirs  1016 บินระหว่าง  Columbia, South Carolina, and Charlotte, North Carolina เครื่องบินพบว่ามีกลุ่มฝนก่อนถึงสนามบิน แต่จากการติดต่อ ATC ไม่ได้รับคำเตือนว่าเป็นฝนตกหนักจึงได้รับคำแนะนำให้บินเลี่ยงกลุ่มเมฆ แล้วค่อยขับเอียงเข้ามาที่เส้นทางรันเวย์เมื่อใกล้ถึงจุด landing แต่เมื่อขับมาถึงจริงปรากฏว่าฝนตกหนักต้องใช้ที่ปัดน้ำฝน  นักบินจึงยกเลิกการ landing แล้วจะเชิดหัวเพื่อบินขึ้น  แต่เวลานั้นเกิดไมโครเบิร์สที่สนามบิน  ตามหลักต้องเร่งเครื่องให้สุดและยกหัวขึ้น ซึ่งนักบินเองก็ได้คุยกันตั้งแต่ก่อน landing แล้ว  แต่เมื่อถึงเวลาจริงนักบินกลับกดหัวเครื่องบินลง จนในที่สุดเครื่องก็ตกลงบริเวณห่างรัยเวย์ไป 800 เมตร ใกล้บ้านคน NTSB ได้มาตรวจและในที่สุดพบว่า การบอกสภาพอากาศจาก จนท.ผู้ดูแลสภาพอากาศไปยัง ATC มีช่วงเวลา 2 นาที ซึ่ง 2 นาทีนั้นเป็นช่วงที่เครื่องบินบินลงพอดีจึงไม่ทราบสถานการณ์ฝนตกว่ารุนแรงมาก และเมื่อยกเลิกการบินนักบินเกิดอาการหลงสภาพการบิน (spatial disorientation) จึงทำการกดหัวเครื่องบินลง ทั้งๆที่ควรยกหัวขึ้น โดยเมื่อได้ซักถามในภายหลังทั้งนักบินและผู้ช่วยนักบินไม่สามารถจดจำได้ว่าในช่วงนั้นทำอะไรลงไป  สรุปว่ามี 4 ปัจจัยคือ 1. นักบินตัดสินใจจะ landing ในสภาพอากาศที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดไมโครเบิร์ส 2. มีการแจ้งเตือน wind shear ที่ล่าช้าทำให้นักบินขาดการตระหนักรู้ในสถานการณ์ 3. นักบินใช้ท่าทางบินที่ไม่เหมาะสมในขณะที่บินในกระแสลมกดลง และ 4. ข่าวอากาศที่ล่าช้าทำให้ จนท ATC ที่สนามบินไม่ได้แจ้งสภาพอากาศรุนแรงที่สนามบิน  ผลจากเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดการปรับปรุงวิธีการส่งข้อมูลสภาพอากาศให้รวดเร็วยิ่งขึ้น และจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี เรดาร์สมัยใหม่แจ้งเตือนสภาพอากาศให้เห็นชัดเจนจากหน้าจอ ATC สามารถคำนวณไมโครเบิร์สและ Wind shear ได้แม่นยำ
เที่ยวบินนี้มีคนบนเครื่อง 57 คน เป็นลูกเรือ 5 คน  มีผู้เสียชีวิต 37 คน รอดชีวิต 20 คน รวมถึงนักบินทั้ง 2 คน เนื่องจากเครื่องบินส่วนหัวแยกชิ้นส่วนออกไปตอนที่เครื่องตก

==========================================================

 23 พฤศจิกายน  1996, Ethiopian Airlines Flight 961 กรณีนี้เป็น "Ocean Landing" บินจาก Addis Ababa to Nairobi on a Bombay–Addis Ababa–Nairobi–Brazzaville–Lagos–Abidjan และถูกไฮแจ็คจากผู้โดยสารสามคนที่ต้องการให้บินไปที่ออสเตรเลีย แต่เนื่องจากเครื่องบินไม่ได้เติมน้ำมันสำหรับเส้นทางที่ไกลกว่าเส้นทางปกติ เครื่องบินจึงตกลงกลางมหาสมุทรอินเดียใกล้ๆเกาะ Comoros มีผู้เสียชีวิต 125 คน รอดชีวิต 50 คน  http://www.youtube.com/watch?v=JmKI1wj353E

==========================================================
10 มกราคม 2000, Crossair flight 498 บินจากซูริคไปเดรสเดน มีผู้โดยสาร 7 คน พนักงาน 3 คน เครื่องบินตกลงกระแทกพื้นอบ่างแรงจนไฟลุกท่วมหลังจากบินได้ไม่ถึงสองนาที

ครั้งนี้พบว่าเป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากความผิดพลาดในการแปล ตั้งแต่อาจแปลผลหน้าจอตรงข้ามสิ่งที่เป็น เพราะนักบินเป็นชาวรัสเซีย ระบบการฝึกจะใช้หน้าจอ artificial horizon ที่ background อยู่นิ่งๆแต่กราฟิกการบังคับคันบังคับระดับเป็นตัวเลื่อนซ้ายขวา ในขณะที่หน้าจออเมริกัน จะเห็นว่า background เป็นตัวเปลี่ยนทิศทาง แต่คันบังคับจะอยู่นิ่งๆ  ในการอ่านหน้าจอเมื่อต้องการสั่งให้เลี้ยวซ้าย สำหรับนักบินรัสเซีย(ที่อาจจะใช้ยาระงับประสาทที่พบในกระเป๋าเดินทาง) อาจทำการเลี้ยวขวา แล้วเมื่อมองหน้าจอ(เครื่องบินอเมริกัน)เห็นในลักษณะคล้ายกันกับหน้าจอเลี้ยวซ้าย(เครื่องบินรัสเซีย)ได้  จึงเข้าใจผิดว่าตัวเองทำการเลี้ยวซ้ายตามคำแนะนำของหอบังคับการบิน  แต่จริงๆแล้วขณะนั้นเครื่องบินกลับเลี้ยวขวาอย่างมากจนเสียการบังคับและตกลงมา

http://www.youtube.com/watch?v=lyawGVCesA0

==========================================================
24 สิงหาคม 2001 เกิดกรณี Fly on Empty เครื่องบินบินโดยน้ำมันหมดถังเมื่ออยู่กลางอากาศและกลางมหาสมุทรแอตแลนติก กรณีนี้เกิดจากเกิดน้ำมันรั่วเนื่องจากมีการเช็คเครื่องบินเพื่อบำรุงรักษา 5 วันก่อนบินและได้ใส่อุปกรณ์ที่ไม่ถูกต้องตามแบบเข้าไปในเครื่อง ทำให้เกิดการรั่วของน้ำมัน เที่ยวบินนี้คือ Air Transat Flight 236 บินจากโตรอรโตไปลิสบอน เป็นเครื่อง Airbus A330-243  Captain Robert Piché, ซึ่งก็เป็นผู้มีประสบการณ์ในการร่อนเครื่องบิน ได้นำเครื่องลงที่สนามบินเกาะอะซอเรส คนบนเครื่องทั้งหมด 306 คน (ผู้โดยสาร 293 คนและลูกเรือ 13 คน)ปลอดภัย  กรณีนี้คล้ายกับ "Gimli Glider" เมื่อปี 1983 มาก

==========================================================
9 สิงหาคม 2007 Air Moorea Flight 1121 เครื่องตกระหว่างเดินทางไฟล์สั้นๆแค่ 7 นาทีจากสนามบิน Moorea ไปที่ Tahiti's Faa'a International Airport ผู้โดยสาร 19 คนและนักบิน 1 คน เสียชีวิตทั้งหมด ประทับใจกับการทำงานของทีมสอบสวนมากว่าเขาสามารถหาสาเหตุการตกของเครื่องบินได้อย่างไร โดยเฉพาะเคสนี้มีหลายอย่างประกอบกัน ทั้งลวดสลิงถูกเสียดสี ลวดสลิงเป็น stainless steel ซึ่งทนการกัดกร่อนแต่ไม่ทนต่อแรงเสียดสี(เครื่องลำอื่นใช้ลวดที่เป็นเหล็กคาร์บอน) แรงเป่าจากเครื่องบินจัมโบ้เจ็ตตอนที่เครื่องจอดที่สนามบินโดยไม่มี jet blast barrier จนเป็นเหตุให้ลวดที่ดึงแพนหางขาดตอนที่ขึ้นไปบนอากาศแล้ว  ส่งผลให้นักบินบังคับเครื่องไม่ได้ เครื่องจึงตกลงมาก

เที่ยวบินรูทนี้ก็น่าสนใจเพราะเป็นเที่ยวบินที่สั้นมากๆเพียงแค่ 7 นาทีต่อเที่ยวบิน วันหนึ่งมีประมาณ 40-50 เที่ยวบิน

==========================================================

15 มกราคม  2009 US Airways Flight 1549  กรณีนี้เรียกกันว่า Miracle on Hudson river  เพราะเครื่องบินบินจากสนามบินลากวาเดียในนิวยอร์ก เพิ่งบินขึ้นไปได้ไม่นาน เครื่องยนตร์เสียหายเนื่องจากชนกับนกนักบินต้องนำเครื่องลงฉุกเฉินในแม่น้ำฮัดสัน  เคสนี้ผู้โดยสารรอดชีวิตทุกคน 155 คน กัปตัน Capt. Chesley B. "Sully" Sullenberger ได้รับการยกย่องอย่างมาก  ในกรณีของ MH370 ก็เห็นเขาเชิญกัปตันคนนี้มาให้ความเห็นด้วย
==========================================================
1 มิถุนายน 2009  Air France  flight 447 บินจาก Rio De Janero จะไปที่ Paris มีปัญหาอุปกรณ์ทำงานผิดพลาด นักบินไม่สามารถอ่านข้อมูลจากอุปกรณ์อ่านความเร็วได้ จึงบังคับเครื่องบินโดยไม่มีข้อมูล เครื่องบินต่ำลงมากจนไม่สามารถควบคุมได้ และเครื่องตกลงในที่สุด เสียชีวิตทั้งหมด 228 คน
==========================================================
4 November 2010 Qantas Flight 32 เป็นอุบัติเหตุครั้งแรกของเครื่องแบบ A380 โดยเครื่องมีปัญหา uncontained engine failure และขอลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินชางงี ที่สิงคโปร์ ปัญหาเกิดจาก turbine disc ในเครื่องยนต์เกิด disintegrated เครื่องบินเกิดความเสียหายในส่วน nacelle, wing, fuel system, landing gear, flight controls, the controls for engine No.1 และ undetected fire in the left inner wing fuel tank t
http://www.youtube.com/watch?v=mlky6jT_V1Y 


==========================================================

Wednesday, March 12, 2014

Missing Malasia Airlines plane

กรณีเครื่องบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์อยู่ๆก็ขาดการติดต่อไปแล้วหายไปอย่างลึกลับตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2557 จนถึงวันนี้(12 มีนาคม 2557)เป็นวันที่ 4 ของการสูญหายก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆที่จะทำให้พบเครื่องบินลำนั้น

เที่ยวบินนี้บินจาก KL จะไปปักกิ่ง เ็นไฟล์ท MH370 บรรทุกผู้โดยสาร 239 คน ส่วนใหญ่เป็นคนจีน
การค้นหาเครื่องบินลำนี้เป็นปฏิบัติการใหญ่ มีหลายชาติเข้าร่วมการค้นหา จนค่อนข้างแปลกใจว่าทำไมให้ความสนใจกันเยอะมาขนาดนี้  อาจเพราะมีเรื่องที่ห่วงกันว่าเครื่องบินถูกจู่โจม เพราะพบว่าอย่างน้อยมีผู้โดยสารสองคนใช้พาสปอร์ตปลอมที่มีผู้ทำหายในประเทศไทยเมื่อปี-สองปีก่อน คนถือพาสปอร์ตเป็นคนอิรักทั้งคู่ น่าสนใจทีเดียว

ตอนนี้ก็พยายามค้นหากันต่อไป  ดูแล้วคิดถึงซีรี่ส์เรื่อง Lost ขึ้นมาทันที

16 มีนาคม 2557 ในที่สุดก็มีข่าวออกมาอีกกระแสว่าเครื่องบินถูกไฮแจ็ค แต่จะไปที่ไหนยังไม่ทราบ

===================================================================

" http://edition.cnn.com/2014/03/10/world/asia/malaysia-airlines-knowns-unknowns/

Here's a summary of what we know and what we don't know about Flight 370, which was carrying 239 people when it disappeared from radar screens over Southeast Asia.
THE FLIGHT PATH
What we know: The Boeing 777-200ER took off from Kuala Lumpur, the Malaysian capital, at 12:41 a.m. Saturday (12:41 p.m. Friday ET). It was scheduled to arrive in Beijing at 6:30 a.m. the same day, after a roughly 2,700-mile (4,350-kilometer) journey. But around 1:30 a.m., air traffic controllers in Subang, outside Kuala Lumpur, lost contact with the plane over the sea between Malaysia and Vietnam. A senior Malaysian air force official said Tuesday the flight was hundreds of miles off course, traveling in the opposite direction from its original destination and had stopped sending identifying transponder codes before it disappeared.
Quest: They have 'no idea where plane is'
Do stolen passports indicate terrorism?
A deeper look at Boeing 777s
What we don't know: What happened next. The pilots did not indicate any problem to the tower, and no distress signal was issued. Malaysian military officials cite radar data as suggesting the plane might have turned back toward Kuala Lumpur. But the pilots didn't tell air traffic control that they were doing so. And we don't know why the plane would have turned around. While one expert tells CNN the plane's deviation could mean someone deliberately turned the plane around, another expert says power failure could have disrupted the main transponder and its backup, and the plane could have flown for more than an hour.
THE PASSENGERS
What we know: There were 239 people on board: 227 passengers and 12 crew members. Five of the passengers were younger than 5 years old. Those on board included a number of painters and calligraphers, as well as employees of an American semiconductor company.
According to the airline, the passengers' 14 nationalities spanned the Asia-Pacific region, Europe and North America. Passengers from China or Taiwan numbered 154, followed by Malaysians, at 38. There were three U.S. citizens on the plane. Four passengers had valid booking to travel but did not show up to for the flight, according to the airline. "As such, the issue of off-loading unaccompanied baggage did not arise," it added Tuesday in a prepared statement.
What we don't know: Why two people who boarded the plane were using stolen passports, officials say.
THE PASSPORT MYSTERY
What we know: The tickets for the two people who used stolen Italian and Austrian passports were bought Thursday in Thailand, according to ticketing records. Both tickets were one-way and had itineraries continuing on from Beijing to Amsterdam. One ticket's final destination was Frankfurt, Germany; the other's was Copenhagen, Denmark. The passports were stolen in Thailand from the two people to whom they had been issued -- the Austrian's was taken last year and the Italian's in 2012.
Interpol identified the men using the stolen passports as Pouri Nourmohammadi, 18, and Delavar Seyed Mohammad Reza, 29, both Iranians. Malaysian police believe Nourmohammadi was trying to emigrate to Germany using the stolen Austrian passport. The men entered Malaysia on February 28 using valid Iranian passports.
What we don't know: Whether the stolen passports have any connection to the plane's disappearance.
Would-be immigrants have used fake passports to enter Western countries in the past.
THE SECURITY SCREENING
What we know: Interpol says the passports were listed as stolen in its database. But they had not been checked from the time they were entered into the database and the time the plane departed. Interpol Secretary General Ronald K. Noble said it was "clearly of great concern" that passengers had been able to board an international flight using passports listed as stolen in the agency's database.
What we don't know: Whether the passports had been used to travel previously. Interpol says it's "unable to determine on how many other occasions these passports were used to board flights or cross borders." Malaysian authorities are investigating the security process at the airport in Kuala Lumpur, but insisted it meets international standards.

How does a jet go missing? "

=====================================
ส่วนข้อมูลนี้จาก FB ของ Malaysia airline
[#MASalert] แถลงการณ์อย่างเป็นทางการของเหตุการณ์ MH370 ณ เวลา 11 : 15 am (ตามเวลาท้องถิ่นในมาเลเซีย) วันที่ 11 มี.ค. 14

นับเป็นวันที่ 4 แล้วที่เครื่องบินยังไม่ถูกค้นพบ ขณะนี้ทางทีมค้นหาและกู้ภัยได้ขยายขอบเขตการค้นหาเพิ่มเติมจากบริเวณเส้นทางการบินของไฟล์ทดังกล่าว

โดยให้น้ำหนักไปทางทิศตะวันตกของคาบสมุทรมาเลเซีย บริเวณช่องแคบมะละกา ซึ่งเป็นจุดที่ MH370 พยายามเลี้ยวกลับสู่เซปัง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาถึงความเป็นไปได้ ในทุกๆ ด้าน โดยไม่ทิ้งความน่าจะเป็นอื่นๆ

ภารกิจดังกล่าวยังคงได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรนานาชาติ ทั้ง ออสเตรเลีย , จีน , ไทย , อินโดนีเซีย , สิงคโปร์ , เวียดนาม ,
ฟิลิปปินส์และสหรัฐอเมริกา โดยปฏิบัติการณ์ครอบคลุมทั้งภาคอากาศด้วยเครื่องบินค้นหา 9 ลำ และเรือค้นหา 24 ลำ ปฏิบัติการณ์เหนือน่านน้ำ

นอกจากปฏิบัติการณ์ทางทะเล การค้นหาทางภาคพื้นดินได้เริ่มต้นแล้วด้วยเช่นกัน ซึ่งทางทีมค้นหาและกู้ภัยได้วิเคราะห์เศษชิ้นส่วน และตัวอย่างคราบน้ำมันที่พบแล้วยืนยันว่าไม่ใช่ของ MH370

เครื่องบินโบอิ้งรุ่น 777-200 หมายเลขไฟล์ท MH370 ได้รับการบำรุงรักษาเมื่อ 10 วันที่แล้ว ณ ท่าอากาศยานแห่งชาติกัวลาลัมเปอร์
ก่อนขึ้นบินใน วันที่ 8 มี.ค. 2014 และมีกำหนดตรวจเช็คในรอบต่อไปคือ วันที่ 19 มิ.ย. 2014 จากการบำรุงรักษาที่ผ่านมา ไม่พบรายงานปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น

เครื่องบินลำดังกล่าวได้ส่งมอบมายังสายการบินฯ เมื่อปี 2002 และมีบันทึกการบินอยู่ที่ 53,465.21 ชั่วโมงรวมจำนวนรอบบินที่ 7525 รอบ

เครื่องบินของทางสายการบินฯ ทุกลำได้มีการติดตั้งระบบสื่อสารระหว่างเครื่องบินและสถานีภาคพื้นดิน Aircraft Communications Addressing and Reporting System (ACARS)ซึ่งจะทำการส่งข้อมูลโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ดี เราไม่ได้รับข้อมูลการแจ้งใดๆ จากตัวเครื่อง

ขณะนี้ทางสายการบินฯ มีภารกิจสำคัญในการดูแลครอบครัวผู้โดยสาร โดยมีกลุ่มจาก Mercy Malaysia , กลุ่มสมาชิก Tzu Chi และอื่นๆ
เข้ามาให้บริการช่วยเหลือทางด้านจิตใจแก่ครอบครัวผู้โดยสารและลูกเรือ

หน่วยงานจากรัฐบาลจีนได้ประสานงานกับสายการบินมาเลเซีย โดยส่งตัวแทนจากสถานฑูตจีนเข้าประจำที่ศูนย์ปฏิบัติการณ์ฉุกเฉิน และช่วยเหลือครอบครัวผู้โดยสารในกัวลาลัมเปอร์

ที่กรุงปักกิ่ง นายกรัฐมนตรีจีนได้แต่งตั้งตัวแทนพิเศษ ชื่อคุณ Tan Sri Ong Ka Ting ซึ่งจะเข้ามาช่วยประสานงานกับทางสายการบินฯ ด้วย

ทางสายการบินฯ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวผู้โดยสาร และเราจะทำทุกๆ อย่างที่สามารถทำได้ ในขณะนี้

ทั้งอำนวยความสะดวก และการเยียวยาทางด้านจิตใจกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เราเข้าใจในความกังวลของครอบครัวที่รอคอยข่าวของบุคคลอันเป็นที่รัก

ถึงครอบครัวลูกเรือทั้งหมดบน MH370 พวกเขาเปรียบเสมือนครอบครัวของทางสายการบินฯ ด้วยเช่นกันซึ่งเราเองก็รู้สึกเจ็บปวดและวิตกกังวลต่อเหตุการณ์เลวร้ายนี้เช่นกัน

สายการบินฯ ขอเน้นย้ำว่าได้นำเสนอข้อมูลต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับไฟล์ท MH370 ด้วยความโปร่งใสผ่านสื่อต่างๆ .