Showing posts with label ศิลปะ. Show all posts
Showing posts with label ศิลปะ. Show all posts

Monday, February 10, 2020

#รำนกพิทิด... รู้จักนกพิทิดกันไหมคะ?

เมื่อวันเสาร์​ 9 ก.พ. 63 ที่งานให้ทานไฟ​วัดยางใหญ่​ มีการแสดงรำนกพิทิดจากคณะการแสดงจากกรุงชิงค่ะ​ น่าดูมาก​เพราะไม่เคยเห็นมาก่อน​เลย​ และท่ารำก็น่าสนใจมาก​ ตอนฟังชื่อการแสดงทีแรกก็งงๆ​ว่าคือนกอะไร​ ไม่เคยได้ยินชื่อ​ ทั้งๆที่ตัวเองก็เป็นคนดูนกด้วยนะคะเนี่ย
แต่ตอนที่มาค้นเรื่องนกในเน็ตทีหลังพบว่านกพิทิดพิที​ คือชื่อเรียกนกทึดทือของทางใต้(จริงๆหลายอย่างเวลาเขาบอกว่าเป็นคำใต้นี่เรางงนะ​เพราะเราก็คนใต้​ แต่บ้านเราไม่ได้เรียกแบบนั้นซักหน่อย)​ นกทึดทือเป็นนกตระกูลนกเค้าแมว​ ตากลมโต​ มีขนเหนือคิ้วยาวแผ่ขึ้นไปเหมือนเป็นหูสองข้าง​ ตัวโตซักฟุตกว่าๆ​ เห็นพี่ที่ไปดูนกตอนกลางคืนไปเจออยู่เรื่อยๆในอุทยานแห่งชาติที่กรุงชิงค่ะ​Piyapong Chotipuntu
ฟังๆดูจากเนื้อเพลงที่รำพบว่า​ การรำนกพิทิดเป็นการรำโทน​ มีมาตั้งแต่สมัยจอมพล​ป.พิบูลสงคราม(คงเป็นยุคการสร้างวัฒนธรรมไทย​ที่เคยอ่านในสี่แผ่นดินว่าให้คนใส่หมวก​ แก้ไขการเขียนคำไทย​ เปลี่ยนคำแทนชื่อตัว... ที่บ้านมีหนังสือที่​พิมพ์ด้วยคำสะกดแปลกๆในยุคนั้นเล่มนึง​ แต่อันนั้นไว้ไปเขียนอีกโพสต์ดีกว่าค่ะ)​การรำโทนนี้เป็นการจำลองการเกี้ยวพาราสีของนกตัวผู้ตัวเมีย​ เขาเรียกชื่อนกว่านก​ พิทิด​พิที​ ในการรำมีเครื่องดนตรีประกอบแค่สามชิ้นคือ​ ตะโพน ฉิ่ง​ และฉาบ​ การรำนี้มีหลายเพลง​ อย่างเช่น​ เพลงไหว้ครู​ เพลงป่าประ​ เพลงประวัติของการรำโทนนกพิทิด​ ฯลฯ​... ลองค้นในเน็ตดูก็เจอว่าตอนนี้ที่กรุงชิงให้ความสำคัญกับการรักษาวัฒนธรรมพื้นถิ่น​ มีการสอนรำในโรงเรียน​ และใช้แสดงในงานต่างๆเหมือนที่ได้เห็นที่วัดยางใหญ่นี้ค่ะ​ รู้สึกดีที่ได้ชมนะคะ
ลองถามน้องแม้วซึ่งเป็นคนท่าศาลาโดยกำเนิดว่ารู้จักเพลงนี้ไหม​ เขาบอกว่ารู้จัก​ เคยได้ยินตั้งแต่เด็กๆ​ แต่ตอนนี้ไม่ได้ยินมานานแล้ว​ แสดงว่าการแสดงนี้ก็กระจายลงจากแถบกรุงชิงลงมาถึงพื้นราบย่านท่าศาลาด้วย​ เพลงจะเป็นการร้องประมาณ.... "พิทิด​ พิทิด​ พิที ค่ำคืนนอนนี่แหละพี่ทีและพี่ทิด" .... "นกพิทิดเสียงดังครืดครอ" และนกพิทิดมีสองตัว​ ตัวผู้ตัวเมีย​ ตัวผู้จะรำแบบผู้ชายคือกระโดดไปมา​ ตัวเมียจะตีปีก​ ต้องบอกว่าเห็นการรำนี้แล้วชื่นชมจินตนาการมากๆค่ะ
ไปค้นข้อมูลมาอ่านเพิ่ม​ ลิงก์นี้เป็นงานวิจัยของทางม.ราชภัฏ​นคร ให้ข้อมูลดี มีประโยชน์มากค่ะ มีทั้งประวัติ​ และเนื้อเพลง​ น่าสนใจ​ https://issuu.com/korrakottonchamnian/docs/Krung ching
ส่วนนี่เป็นลิงก์วิดีโอของทางอาศรมวัฒนธรรม​ ม.​วลัยลักษณ์ เผยแพร่ไว้หลายปีแล้วเช่นกัน​ https://youtu.be/GqdB9uLBTxk
บันทึกไว้เพื่อจดจำเรื่องใกล้บ้านที่ควรสืบสานไว้



Wednesday, March 08, 2017

Mini Monet






วันนี้ดูสารคดีของ BBC The Making of a Master เป็นเรื่องของศิลปินอัจฉริยะชื่อ 

KIERON WILLIAMSON ผู้ได้รับการขนานนามว่า Mini Monet น่าสนใจที่ได้เห็นผลงานภาพสวยๆของศิลปินที่มีความสามารถวาดภาพได้ขนาดนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย เป็น Progidy ตัวจริง

ในการแสดงภาพครั้งที่ 2 ของเขาในปี 2009 ภาพวาดถูกซื้อทั้งหมดภายในเวลา 14 นาที ด้วยมูลค่า £18,200 สำหรับ ภาพ 16 ภาพ และในการแสดงภาพครั้งถัดมาในเดือนกรกฏาคม 2010 ภาพทั้งหมดถูกขายไได้ภายใน 30 นาทีด้วยมูลค่า £150,000 

ในวิกิพีเดีย ให้ข้อมูลว่า ในปี 2013 เมื่อเขาอายุ 10 ขวบ เขาสามารถทำเงินได้  £1,500,000 จากภาพวาดของเขา BBC ได้ทำสารคดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ชื่อว่า "Art prodigy poses 'ethical nightmare' for parents"

ได้ลองตามไปดูงานของเขาแล้ว ภาพสวยมากสมกับเป็น Mini Monet จริงๆ น่าดีใจที่โลกมีศิลปินที่โดดเด่นขึ้นมาแบบนี้ เขาอาจจะมีชื่อเสียงข้ามศตวรรษเหมือนศิลปินผู้โด่งดังในอดีต
  
"In August 2009, 19 of my paintings made their first public appearance and the rest, as they say, is history!"

BBC The Making of a Master https://www.youtube.com/watch?v=St5ciUhjRCQ 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.kieronwilliamson.com/

Friday, March 03, 2017

Dutch art :Pieter Bruegel

 เมื่อได้ดูสารคดีที่เกี่ยวกับผลงานศิลปะมากขึ้น พบว่ามีงานของศิลปินหลายคนที่เราชื่นชอบ  บางชิ้นมีโอกาสได้เห็น แต่บางชิ้นก็ไม่เคยเห็นเลย ส่วนตัวชอบบางภาพที่เห็นด้วยความรู้สึกของตัวเอง ไม่ได้สนใจว่าเป็นภาพของเรื่องใดหรือสื่อความหมายใด  ในขณะที่บางภาพอาจจะไม่ชอบ ไม่รู้สึกอะไรพิเศษแต่เมื่อได้ฟังการวิจารณ์ภาพ การชี้จุดให้เห็นคุณค่าของงาน เมื่อมองตามก็พบว่าเป็นงานที่มีความน่าสนใจมากๆ


ตัวอย่างเช่น งานของ โบรเกิล Pieter Bruegel ศิลปินดัตช์(เบลเยี่ยมในปัจจุบัน) งานของเขาจะเป็นภาพชีวิตคนธรรมดา คนทำงาน และมีในส่วนของการแสดงถึงบาป ศาสนา แง่ร้ายในชีวิต บางภาพลงรายละเอียดบุคคลรายคนจำนวนมาก  งานของเขาได้รับอิทธิพลจาก Hieronymus Borsch และงานของเขาก็เป็นที่ชื่นชอบของศิลปินรุ่นหลัง เช่น แรมบรันด์ เป็นต้น  ผลงานภาพที่เป็นซีรี่ส์ของชีวิตคนในแต่ละเดือนซึ่งมีเหลืออยู่ในปัจจุบันจำนวน 5 ภาพ มีรายละเอียดที่น่าสนใจมาก เช่น  เดือนกุมภาพันธ์ The hunters in the snow  มีบรรยากาศภาพที่ดูแตกต่างกันเองจากชีวิตคนบนเขา ล่าสัตว์ ทำงาน แต่เมื่อมองไปอีกด้านหนึ่งของภาพ เป็นภาพผู้คนกำลังเล่นหรือทำกิจกรรมต่างๆบนทะเลสาบที่เป็นน้ำแข็ง

ภาพ The Peasant Wedding  ภาพนี้เมื่อมองทีแรกดูไม่ออกว่าเป็นงานเลี้ยงอะไร เพราะจุดสนใจอยู่ที่คนกำลังคอนแคร่อาหารมาเลี้ยงคน  แต่ในภาพมีเจ้าสาว มีพ่อเจ้าสาว มีคนนั่งกินอาหารบนโต๊ะ  มีเด็กกินอาหารอยู่บนพื้น ซึ่งทำให้เรามองเห็นชีวิตของคนในศตวรรษที่ 16  เช่น ในภาพเราจะไม่แน่ใจว่ามีเจ้าบ่าวอยู่หรือไม่ เพราะบางคนบอกว่าในวัฒนธรรมเฟลมมิชยุคนั้น  เจ้าบ่าวจะไม่มาร่วมในงานเลี้ยงฉลอง บางคนบอกว่าเจ้าบ่าวคือชายสวมหมวกแดงในภาพ ก็แล้วแต่หลักฐานและความเชื่อที่เขาคาดการณ์กัน

Pieter_Bruegel_the_Elder_-_Peasant_Wedding_-_Google_Art_Project_2.jpg

อีกรูปที่น่าสนใจคือ Netherlandish Proverbs (Dutch: Nederlandse Spreekwoorden; also called Flemish Proverbs, The Blue Cloak or The Topsy Turvy World) เพราะในรูปจะวาดภาพสุภาษิตไว้ ประมาณ 112 สุภาษิต นี่ถ้าไม่มีใครชี้ให้เห็น เราจะรู้ไหมคะ




ยังมีข้อมูลอีกมากแต่ยังไม่ได้ค้นเป็นเรื่องเป็นราว ไว้ค้นแล้วค่อยมาอัพเดทนะคะ  :)

Thursday, November 24, 2016

Art and Science....Turbulent flow in Van Gogh paintings

(เขียนเมื่อ 13 ธันวาคม 2558 เขียนไว้นานแล้วใน FB เอามาเก็บไว้แถวนี้เพราะมีเนื้อหาน่าสนใจค่ะ)



สองสัปดาห์ที่แล้วไปกินข้าวที่ Beach Walk กับพี่หญิง ได้ไปดูรูป Starry Night ของแวนโกะที่ได้มอบไว้ให้ที่นี่ ได้ถ่ายรูปไว้ให้ กลับมาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะปกติไม่ได้ชอบงานของแวนโกะเท่าไร คือส่วนตัวชอบอิมเพรสชั่นนิสต์ แต่งานของแวนโกะจะเป็น Post Impressionist การแสดงของภาพมีความเคลื่อนไหวสูงกว่า หม่นกว่า แต่ก็ต้องรู้จักกันตามท้องเรื่องอะนะคะ

วันนี้เปิดดูสารคดีใน You Tube พบแอนิเมชั่นของ Ted Ed นำเสนอว่า The Starry night ของแวนโกะ สามารถแสดงรูปแบบความปั่นป่วนของของไหล( Fluid turbulence) ได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ปกติมนุษย์จะมองไม่เห็น (ปกติเราจะเรียนเรื่อง Turbulence เช่น ไอที่พ่นจากเครื่องบิน หรือ eddy current ของการไหลของของเหลว แล้วทำการคำนวณทางคณิตศาสตร์เพื่อจะควบคุมการทำงานของการเกิดการไหลแบบปั่นป่วนเหล่านั้น เช่น การควบคุมการไหลของของไหลในท่อให้ช้าเร็วเพื่อให้เกิดการปั่นป่วนของของไหลมากน้อยต่างกัน เอาไปใช้ประโยชน์ในการให้ความร้อนแก่ของไหลอย่างทั่วถึง เป็นต้น )

แต่แวนโกะและศิลปินอิมเพรสชั่นนิสต์คนอื่นๆใช้วิธีการเขียนภาพต่างจากศิลปินยุคก่อนโดยการจับการเคลื่อนไหวของแสง คือเล่นกับความส่องสว่าง (luminance) ภาพสไตล์อิมเพรสชั่นนิสต์จึงออกมาคล้ายจะมีการเคลื่อนไหว เป็นสิ่งที่จับอารมณ์ ณ ขณะนั้น

ในภาพ Starry Night แวนโกะได้วาดให้เห็นการเคลื่อนไหวที่หมุนวนเป็นวง นักวิจัยได้ทำการวิจัยภาพโดยทำการดิจิไตล์ภาพดูทีละพิกเซลแล้วพบว่าแวนโกะวาดภาพการเคลื่อนไหวในภาพได้ใกล้เคียงกับการอธิบายด้วยคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นเรื่องเหลือเชื่อมากที่เขาสามารถแสดงการเคลื่อนไหวของแสงออกมาได้เช่นนั้น และเป็นเฉพาะภาพที่เขาวาดเมื่อตกอยู่ในภาวะจิตสับสนเท่านั้น เพราะเมื่อลองเปรียบเทียบกับภาพที่เขาวาดตอนที่จิตใจสงบนิ่ง เช่น ภาพเหมือนของตนเองที่สูบไปค์ ภาพนั้นมีควันที่พ่นลอยเป็นวง แต่ไม่มีรูปแบบใกล้เคียงกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ หรือแม้แต่ภาพ Scream ของ Edvard Munch ซึ่งมีลักษณะของ Turbulence เช่นกัน ก็ไม่พบรูปแบบการเคลื่อนไหวตามหลักการนี้แต่อย่างใด

วารสาร Nature ได้เขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ด้วยว่า หลักการที่อธิบายความสัมพันธ์ของความเร็วของการไหลและอัตราแรงต้าน ได้ถูกคิดขึ้นโดยนักวิจัยชาวรัสเซีย Andrei Kolmogorov ช่วงทศวรรษ 1940s ความสัมพันธ์นี้เรียกว่า Kolmogorov scaling สิ่งที่พบในงานของแวนโกะคือภาพแสดงการเคลื่อนไหวที่ถูกต้องตามหลักการนี้นั่นเอง และเป็นเพียงคนเดียวที่พบว่าสามารถวาดภาพได้ตรงตามทฤษฎีนี้สามารถตรวจสอบได้จากภาพต่างๆ เช่น The Starry Night, Road with Cypress and Star และ Wheat Field with Crows ( ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าศิลปินคนอื่นวาดภาพไม่ตรงตามความเป็นจริงนะคะ เพียงแต่ไม่ตรงกับทฤษฎีที่นักวิจัยเขาศึกษาเท่านั้น เพราะยังมีงานของศิลปิน เช่น Jackson Pollock ซึ่งมีรูปแบบ fractal patterns นั่นเอาไว้เป็นอีกเรื่องแล้วกัน ไม่อยากบอกว่างานของ Pollock ก็ไม่ค่อยชอบเหมือนกัน ไม่มีอารมณ์ศิลป์แนวนี้เลยนะเรา)
ถ้าจะดูเพิ่ม เวอร์ชั่นง่าย ตามไปดูแอนิเมชั่นใน YouTube ลิงก์นี้นะคะ
ถ้าจะเอาชนิดมีคำอธิบายละเอียดขึ้นอีกนิดแต่ยังเข้าใจง่ายก็ลิงก์นี้ค่ะ บทความในวารสารเนเจอร์
http://www.nature.com/n…/2006/060703/full/news060703-17.html
ลิงก์ของ Museum of Modern Art http://www.moma.org/…/vincent-van-gogh-the-starry-night-1889
และถ้าจะอ่านเวอร์ชั่นงานวิชาการให้ตามไปค้นงานปี 2006 เรื่องนี้ค่ะ http://arxiv.org/abs/physics/0606246

Sunday, March 23, 2014

Museum ในดวงใจ

ตั้งแต่เด็กๆ ก็มีความฝันที่อยากจะไปดูความเจริญของมนุษย์จากแหล่งที่เก็บสำคัญๆซึ่งก็คือพิพิธภัณฑ์ คิดว่าอาจจะได้แรงบันดาลใจจากหนังสือของทมยันตีซักเรื่องหนึ่งที่มีบทสนทนาพูดประมาณว่าถ้าจะรู้จักชีวิตคนที่ไหนให้ไปดูที่ตลาดและพิพิธภัณฑ์ของที่นั่น ส่วนตัวมีความเห็นเช่นเดียวกัน ทุกครั้งที่เดินทางจะพยายามเข้าไปสัมผัสชีวิตในตลาด...และพิพิธภัณฑ์

มีพิพิธภัณฑ์ในดวงใจไหม? แน่นอน เมื่อเราอ่านหนังสือไปมากๆก็จะรู้ว่ามีสิ่งสำคัญๆของโลกถูกเก็บอยู่ในพิพิธภัณฑ์ดังๆ หนังสือบางเล่มก็จะมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ ยิ่งอ่านก็ยิ่งอยากไป ที่ไหนบ้างเหรอคะ....มากเลยค่ะ

คิดว่าทุกคนต้องมีพิพิธภัณฑ์ลูฟร์อยู่ในรายชื่อพิพิธภัณฑ์ที่อยากไปเยี่ยมชม เหมือนกันเลย ลูฟร์เป็นที่แรกในลิสต์

ต่อจากนั้นก็มี British Museum เพราะอ่านหนังสือที่มีฉากอยู่ในอังกฤษหลายเรื่อง ใครๆก็ชื่นชมที่นี่ โดยเฉพาะบอกว่ามี collection ของอียิปต์ที่ดีมากๆ

ในเมื่อพูดถึงอียิปต์  พิพิธภัณฑ์ไคโร ก็เข้ามาในความคิดทันที เมื่อก่อนแอบสงสัยมาตลอดว่าในเมื่อไคโรอยู่ในอียิปต์ทำไมปล่อยให้ที่อื่นเอางานดีๆของชาติตัวเองไปล่ะ

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ของประเทศไทยเรานี่แหละ  อยากไปมาก อยากเห็นว่าบ้านเรามีอะไร

พิพิธภัณฑ์วิคตอเรียแอนด์อัลเบิร์ต ได้ยินชื่อว่ามีของดีๆ   อะไรดีก็ไม่รู้  ^_^

สมิธโซเนี่ยน นี่เลย อยู่ในดวงใจตลอดมา (หลังจากโพสต์นี้ไปซักหกเดือนก็ได้ไปเยือนสมิธโซเนียนอย่างที่ตั้งใจค่ะ  ตื่นเต้นมากๆ)

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ นี่ก็อยู่ในใจตลอดมาตั้งแต่เด็ก ไปเอกมัยก็เพื่อไปดูท้องฟ้าจำลองและเข้าพิพิธภัณฑ์นี้

แล้วในชีวิตจริงได้ไปชมที่ที่อยากไปไหม....ได้ไปซิ  ถึงจะไม่ครบตามที่เคยหวัง แต่พบว่าบนโลกใบนี้มีพิพิธภัณฑ์ดีๆอีกหลายแห่ง ได้เห็นหลายๆสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีใจที่เกิดมาบนโลกใบนี้แล้วมีโอกาสดีๆได้แบบนี้  (เอามาแปะไว้ก่อนกันลืม รายละเอียดเยอะ ไว้ว่างแล้วค่อยๆใส่แล้วกัน)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะ


1. Boston Museum of Fine Arts  พิพิธภัณฑ์นี้เพื่อนพาไปดูเพราะแวะไปเยี่ยมเพื่อนที่บอสตัน เมื่อปี 1992 เป็นที่แรกๆที่ได้ชมงานศิลป์ระดับดีๆ แต่ตอนนั้นตัวเองยังเป็นสายวิทย์จ๋า ไม่่ค่อยมีความรู้เรื่องงานศิลป์มากนัก น่าเสียดายจริงๆ  ชอบที่มีงานศิลป์ของฝั่งเอเชียเยอะเชียว

2. LA Museum of Contemporary Arts เนื่องจากไปทำงานแถว LA ก็ต้องไปเยี่ยมชมกันบ้าง ไปเดินเที่ยวกับเพื่อนรักชาวสิงคโปร์ (Mary Gan)กับ BF ของเขา (Lim Mu Chong) ไปช่วงปี 1992 เหมือนกัน ปกติไม่ค่อยถนัดแนว Contemporary ผ่านนะ

3. ลูฟร์ ได้ไปลูฟร์สองครั้ง ครั้งแรกไปกับทัวร์ พาคุณแม่ไปเที่ยวยุโรปเมื่อปี 1995 ได้ดูงานในลูฟร์ผ่านกระจกแค่นั้นเอง ทัวร์นี้ไม่ได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์....จบ  จนถึงปี 2013 คราวนี้ตั้งใจไปเดินพิพิธภัณฑ์อย่างจริงจัง เดินจนเหนื่อย เดินจนไม่มีแรงจะเดิน แต่ก็ยังอยากดูอีก ไม่จุใจเลย ลูฟร์มีอะไรให้ได้ดูมากจริงๆ ความที่เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ลูฟร์มีผลงานของศิลปินระดับเทพอยู่มหาศาล งานของลีโอนาโดดาวินชี เจ้าของผลงาน โมนาลิชา ที่ทุกคนต้องไปสักการะเมื่อเข้าลูฟร์ ผลงานชิ้นดังๆของ Rambrandt Vermeer Ruben Rafael David etc มากจนจำไม่หมด  ผลงานปฏิมากรรมก็มากมาย Wing Victory ที่เคยเห็นวางอยู่ตามโรงแรมก็ได้มาเห็นของจริง รูปปั้นวีนัสที่เห็นบนปกสมุดวาดเขียนมาตั้งแต่เด็กก็ได้เห็น แต่ผลงานที่ชอบมากที่สุดในหมู่งานเขียนกลับเป็นผลงานของ Girodet ชื่อ The burial of Atala

งานที่ต้องไปดูคือ ภาพวาดโมนาลิช่า รูปปั้นวีนัส wing victory ภาพวาดอื่นๆของลีโอนาโดดาวินชี เช่น Madonda ที่พูดถึงในหนังรหัสลับดาวินชี ภาพของอังตวน วัตโต ดาวิด ฯลฯ






4. Museum of art , Brisbane, 1997 เข้าไปดูเพราะมีเวลาที่บริสเบนแค่สองวันก่อนบินกลับเมืองไทย พยายามหาจุดรวม โชคดีที่ช่วงนั้นมีนิทรรศการภาพจากพิพิธภัณฑ์ดอร์เซย์ นำภาพอิมเพรสชั่นนิสต์ไปให้ชมหลายภาพ เป็นแรงบันดาลใจอย่างแรงสำหรับการตามไปดูภาพที่ดอร์เซย์ ปารีส

5. Rijkmeseum ที่ Amsterdam ได้ไปที่นี่สองครั้งเช่นเดียวกัน ครั้งแรกไปในปี 2000 อีก 13 ปีต่อมาในปี 2013 จึงได้ไปอีกครั้ง ชอบที่นี่มาก มีผลงานของศิลปินดัชต์ให้ดูอย่างจุใจ หลงรัก Rambrandt ก็ที่นี่ มีงานสวยๆเยอะ หลายยุคหลายสมัย ภาพที่ชอบที่สุดชื่อ โยเดีย เป็นภาพแผนที่กรุงศรีอยุธยาในสมัยที่ชาวดัชต์เรืองอำนาจอยู่ในคาบสมุทรมาลายา คนไทยถ้าไปที่นี่ควรหาโอกาสไปชมภาพ








6. National Gallery, Canberra, Australia ได้ไปหลายครั้งในช่วงปี 2002 และ 2003 มีงานน่าสนใจหลายชิ้น มีชิ้นที่ดังมากชิ้นหนึ่งเป็นงานของ Pollock ตอนไปดูไม่ได้ปลื้มเพราะไม่ชอบงานแอบสแตรค แต่เห็นใครๆก็ปลื้มกันทั้งนั้นเลย ชั้นบนทางเข้าห้องประชุมรัฐสภาที่แคนเบอราถึงกับมีภาพนี้เป็นพรมถักประดับผนังขนาดใหญ่ ในสวนก็มีงานของโรแดงอยู่หลายชิ้น น่าสนใจมาก และความที่ที่นี่อยู่ริมทะเลสาบ ไปชมแกลลอรี่แล้วเดินมานั่งเล่นริมทะเลสาบก็มีความสุขดีค่ะ  ยิ่งถ้าเป็นช่วงที่ cherry blossom บานจะสวยมาก

7. Da Nang Museum of Cham Sculpture , Danang, Vietnam, Dec 2010
เป็นพิพิธภัณฑ์ชนชาวจาม มีชิ้นงานสวยๆหลายชิ้น ที่นี่ไม่ใหญ่มาก แต่น่าสนใจ


8. Musée d'Orsay,Paris 2013 สุดยอดแห่งงานอิมเพรสชั่นนิสต์ต้องมาที่นี่ค่ะ จริงๆมีงานแบบอื่นอีกมาก แต่งานอิมเพรสชั่นนิสต์ชิ้นสวยๆดังๆอยู่ที่นี่แทบทั้งนั้น มีภาพหนึ่งเป็นภาพเด็กสาวสองคนนั่งเล่นเปียโน เป็นภาพที่ชอบมานานแล้ว เอาไปใส่กรอบวางในห้องอยู่หลายปี วันที่ไปที่นี่กะว่าจะต้องเจอ ปรากฏว่าไม่เจอ เสียใจ  แต่ในที่สุดก็ไปหาเจอที่พิพิธภัณฑ์โอแรงเจอรี่ ที่ดอร์เซย์ก็ห้ามถ่ายรูปค่ะ



9. Musée de l'Orangerie,Paris 2013 ใครชอบอิมเพรสชั่นนิสต์ ต้องไปที่นี่ล่ะ งานของโมเน่ต์งามมากๆ มีห้องรูปไข่ที่ใครๆต้องเข้าไปทำหน้าดื่มด่ำกับงานของโมเน่ต์ (ห้ามถ่ายรูปนะคะ  จะมีการ์ดมาคอยเดินดู) พิเศษเป็นส่วนตัวคือ ตามหาภาพสองสาวเล่นเปียโนของเรอนัวร์ ก็มาเจอที่นี่ ดีใจจริงเลย สนามหน้าทางเข้าพิพิธภัณฑ์มีรูปปั้น The Kiss ของโรแดงด้วยค่ะ


10. Rodin Museum,Paris 2013 เข้าไปเพราะอยากเห็น Thinker แต่พบว่ามีอะไรน่าสนใจอีกหลายอย่าง เห็น Gate of Hell  พอดีมาอ่านเรื่อง Inferno ทีหลัง ถ้าอ่านก่อนน่าจะเข้าใจดีกว่านี้ (Inferno ทั้งของ Dan Brown และของ Dante)  รูปปั้น The Thinker มาค้นข้อมูลทีหลังถึงทราบว่าโรแดงได้แรงบันดาลใจจาก Thinker ของไมเคิลเองเจโล ผู้ปั้น ลอเรนโซ เดอ เมดิซี(คนเดียวกับในหนัง Da Vinci's Demons) ในเครื่องแบบนักรบ  แต่โรแดงนำมาปั้นเป็นรูปเปลือย รูปนี้ถูกออกแบบให้มองโดยผู้ชมอยู่ด้านล่าง  มิน่าถึงใช้ปั้นให้หันหน้าลงมาและก็อยู่ซะสูงเชียว  ผลงานของโรแดงที่ต้องตามมาชมคือ The Kiss ค่ะ





เดินเล็งมุมอยู่พักนึงแล้วก็ได้ภาพนี้มาค่ะ ^_^

11. พิพิธภัณฑ์ในพระราชวังฟองเตนโบล France 2013
พระราชวังฟองเตลโบล อยู่ห่างจากปารีสไป 55กิโลเมตร อยากไปที่นี่มานานแล้ว คุ้นๆว่าสำคัญแต่จำไม่ได้ว่ามีอะไร ไปถึงได้เดินดูถึงได้รู้ว่านอกจากจะมีห้องต่างๆจัดแสดงให้ชมอย่างอลังการแล้ว ยังมีสิ่งที่คนไทยไม่ควรพลาดชมคือเครื่องราชบรรณาการที่รัชกาลที่สี่แต่งราชทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีกับฝรั่งเศสในสมัยพระเจ้านโปเลียนที่ 3 เมื่อปีพ.ศ. 2404 (ดูรายละเอียดพระราชสาส์นได้จากลิงก์นี้ http://heritage.mod.go.th/king/rama4/letter48.html ปกติเรามันจะจำว่าเมืองไทยได้มีการถวายเครื่องราชบรรณการให้กับฝรั่งเศสโดย คณะราชทูตไทยพระยาโกษาธิบดี(ปาน)เข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่พระราชวังแวร์ซาย ปี พ.ศ. 2229 ระยะเวลาห่างกันมาก ฝรั่งเศสช่วงนั้นได้ผ่านการปฏิวัติฝรั่งเศสในยุคพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 จนมีพระเจ้านโปเลียน ผ่านการตั้งราชวงศ์กษัตริย์อีกครั้งจนมาถึงพระเจ้านโปเลียนที่ 3 แล้วหลังจากนั้นฝรั่งเศสผ่านยุตต่อๆมาจนปรับเปลี่ยนการปกครองเข้าสู่ระบบที่มีประธานาธิบดี)

(ถ้าจะอ่านเอาเนื้อหาเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ตามไปอ่านที่เรือนไทยค่ะ ละเอียดมาก http://www.reurnthai.com/index.php?PHPSESSID=1e49488d4c1dc0c8f4a72401465fff20&topic=3551.0%3Bwap2 )

ทีแรกดูไม่ออกว่าห้องนี้จัดแสดงเพราะประตูปิด จนอาจารย์น้องเพชรเปิดประตูเข้าไปถึงกับอึ้งเพราะมีพระราชยาน พระวอ มีมหามงกุฏ มีพระมหาสังข์ ฯลฯ. คนเฝ้าห้องเห็นเราทำท่าปลาบปลื้มออกนอกหน้าเขาก็ถามว่า Thailand หรือเปล่า ทำหน้าเข้าใจเรามากทีเดียว. ไปดูห้องนี้ห้องเดียว ดีใจกว่าที่ได้เดินทั่ววัง. ทั้งๆที่วังนี้มีการตกแต่งสวยงามมากๆ

ที่นี่มีสวนกว้าง ยังไม่มีไม้ดอก มีแต่สนามหญ้าเขียวกับต้นไม้ใหญ่ มีสระน้ำขนาดใหญ่ เป็นสวนที่น่าสบายอีกแห่ง

เราไปฟองเตนโบลด้วยรถไฟเที่ยว 10:15. แล้วกลับเที่ยว. 16:00 อาหารเที่ยงกินในร้านอาหารชั้นล่างของวัง. ที่นี่เราก็อึ้งอีกเช่นกัน เพราะเมื่อรอสั่งอาหารก็กวาดตามองไปรอบๆห้องอาหาร ที่ผนังด้านหนึ่งมีพระบรมรูปของรัชกาลที่สี่ติดอยู่. จริงดูแล้วแปลกๆ คือมีรูปท่านในวังเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่คิดว่าจะมีในร้านอาหาร






12. Hansi Museum, Colmar,ฝรั่งเศส 2013
อานซีเป็นนักวาดรูป เราจะเห็นรูปเด็กผู้หญิงผูกโบว์ดำใหญ่ๆซึ่งเป็นชุดพื้้นเมืองของชาวอัลซาสที่อยู่ทางตะวันออกของฝรั่งเศสติดกับเยอรมัน พิพิธภัณฑ์นี้เป็นบ้านเล็กๆสามชั้นอยู่ที่หมู่บ้าน Riqwhir ที่เมือง Colmar ในฝรั่งเศส น่ารักมากมาย ใครชอบโปสการ์ดน่ารักๆรูปเด็กหญิงโบว์ดำ ต้องไม่พลาดที่นี่ค่ะ ค่าเข้ารู้สึกจะประมาณ 3 ยูโร





13. National Gallery, Washington DC September 2014
ที่นี่มีงานศิลป์สวยๆมากมาย เดินไม่หวาดไม่ไหว มีเวลาไม่พอ  ได้แต่ไปดูงานเขียนฝั่งยุโรป

สระบัวนี่่ ไปมิวเซียมไหนก็มีนะคะ  ของเขาฮิตจริงๆ






14. Museum of Art, Philadelphia
ที่นี่ก็ใหญ่มากๆ  ไปดูได้แค่ปีกเดียว  อยากมีเวลาซัก 3 วันที่นี่








พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์

ส่วนตัวชอบพิพิธภัณฑ์วิทย์เพราะได้ลองเล่นโน่นนี่ สนุกมาก และก็ได้ความรู้ไปด้วยในตัว

1. พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ประเทศไทย  เริ่มไปตั้งแต่อยู่ที่เอกมัย จนย้ายไปคลองหกก็ยังตามไปดู แรกๆตื่นเต้นมาก จนเมื่อได้ไปดูหลายๆแห่งแล้วรู้สึกว่าของเรายังสู้ของคนอื่นไม่ได้นะ T_T

2. Science Centre, Singapore ที่นี่เป็นศูนย์วิทยาศาสตร์ที่ดีมาก ได้ไปครั้งแรกเมื่อปี 1986 หลังจากนั้นก็ได้ไปเรื่อยๆยามที่ไปสิงคโปร์ ซึ่งก็ได้ไปเรื่อยๆเช่นกัน

3. Museum of Natural History, LA เป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาแรกๆที่ได้เข้าชม ตื่นตาตื่นใจมากกับพวกหินสวยๆก้อนใหญ่ๆ  การนำเสนอก็เป็นทั้งอุปกรณ์ แสงสี เด็กๆชอบกันมาก  ผู้ใหญ่ก็ชอบค่ะ บริเวณเดียวกับพิพิธภัณฑ์นั้นมีทั้งสนามกีฬาของ LA มีพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ เสียดายที่มีเวลาได้เข้าแค่พิพิธภัณฑ์เดียวค่ะ  หลังจากนั้นก็ไม่มีเพื่อนที่ชอบเข้าพิพิธภัณฑ์ ประกอบกับต้องขับรถเข้าเมืองไกล และ LA มีที่เที่ยวอื่นอีกมาก ก็เลยไม่ได้กลับมาอีก

4.  Museon, Den Haag, NL 2000 เป็นพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ของเนเธอร์แลนด์  ถูกจับส่งเข้าไปเพราะไม่มีคนพาเที่ยว คนพาเที่ยวต้องไปทำงาน ไปทิ้งไว้แล้วมารับกลับ มีอะไรน่าสนใจมากมายสไตล์ดัชต์ค่ะ

5. Questagon, Canberra, Australia 2002-2003 เป็นพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่สนุก ได้เล่นจริง ได้ความรู้เยอะ  อาจเพราะมาเล่นตอนโตก็เลยชอบเพราะรู้เรื่องแล้ว

6. Power house, Sydney, 2002-2003 เป็นที่เก็บงานนวัตกรรมของออสเตรเลียเลยค่ะ มีสิ่งประดิษฐ์ต่างๆมาก ดูแล้วภูมิใจแทนชาวออสเตรเลีย การนำเสนอก็ดี บรรยากาศประมาณอยู่ในโกดังยักษ์

7. Musée des Arts et Métiers ,Paris 2013 ในบรรดาพิพิธภัณฑ์ความก้าวหน้าในเชิงนวัตกรรมของมนุษย์ ปลาบปลื้มกับที่นี่เป็นที่สุด ได้เห็นเครื่องคำนวณแบบปาสกาลของจริงที่นี่เอง มีแท่งกระดูกของเนเปียร์ มีเครื่องทอผ้าของแจกการ์ด  มีซูเปอร์คอมพิวเตอร์ มีแลปของลาวัวร์ซิเยร์ แถมมีเพนดูลัมของฟูโกต์ตัวที่ใช้ทดลองจริง ทางเข้าก็มีรูปปั้นเทพีเสรีภาพหนึ่งในสี่ชิ้นที่มีในปารีสที่ตามหา(จริงด้านในยังมีอีกชิ้นนึงนะคะ  แต่เขาคงไม่ได้นับ)  ขนาดเดินอยู่เป็นนานก็เดินไม่หมด เพราะใช้เวลาดูนาน  แอร๊ยยย  เป็นลมดีกว่า








8. Cité des Sciences et de l'Industrie ,Paris 2013 เป็นศูนย์วิทยาศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปด้วย ใหญ่จริงๆ มีเฮลิคอปเตอร์อยู่ในอาคาร มีเรือดำน้ำอยู่นอกอาคาร แถมด้วยโดมขนาดยักษ์หน้าทางเข้า ถ่ายรูปบางมุมจะเห็นเหมือนเป็นลูกโป่งจากฟองสบู่ใสๆเพราะสะท้อนแสงข้างนอก  ชอบๆมากๆ

9. Smithsonian Air and Space Museum, Washington DC
พิพิธภัณฑ์ที่นี่ใหญ่โต น่าสนใจ มีทุกสิ่งที่เกี่ยวกับการบิน ตื่นเต้นมากๆที่ได้เห็นเครื่องบินลำแรกของวิลเบอร์และออลวิน ไรท์ อยากมีเวลาซักสองวันแทนที่จะเป็นสองชั่วโมงแบบนี้

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ/เมือง/สถานที่สำคัญ

1. พิพิธภัณฑ์แห่งชาติประเทศไทย ชอบนะ ชอบดูของไทยๆ แต่ร้อนไปนิด ไม่มีแอร์เลยสมัยที่ไปดู

2. National Museum of Singapore พิพิธภัณฑ์ไม่ใหญ่ แต่ก็น่าสนใจ จำไม่ได้ว่ามีอะไรที่ชอบเป็นพิเศษ แต่โดยรวมก็ชอบค่ะ

3. Wax museum, Hollywood, 1991-1992 ไปเดินเที่ยวถนนฮอลลีวู้ด ก็เลยแวะเข้าไปดู  กระทบไหล่ดารากันนิดนึง

4. Museum at Tower of London, UK, 1995 ที่นี่มีของงามๆที่ใช้ในราชวงศ์ เพชรโคอินีวร์ก็อยู่ที่นี่

5. Wax museum, London, 1995 พิพิธภัณธ์หุ่นขึ้ผึ้งของมาดามทูโซด์ ได้ยินชื่อมานาน ได้ไปดูหุ่นชี้ผึ้งที่ไหนก็ไม่ตื่นเต้นเท่าที่นี่ ทางเดินสุดท้ายจะมีรถไฟรางให้ขึ้นชมภาพเมืองลอนดอนที่ถูกไฟไหม้สมัยก่อนด้วย  เสียว่ารถเลื่อนเร็ว ตอนลงต้องรีบมาก คุณแม่เกือบลงไม่ทัน

6. พิพิธภัณฑ์แห่งชาติกรุงไคโร ได้ไปเยี่ยมชมในปี 2007 ตื่นเต้นมาก ได้ไปเยือนแหล่งปิรามิดจริงๆ มีของอียิปต์ๆมากมาย ดูกันไม่หมด






7. Museum of Den Haag เป็นพิพิธภัณฑ์ที่กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ มีงานสวยๆหลายชิ้น รวมไปถึงงานของ MC Escher คนโปรดของฉันด้วย

8. National Museum of Australia ที่ Canberra ปี 2002 และ ปี 2003 เป็นอีกพิพิธภัณฑ์ที่ชอบมาก มีของให้ดูให้ลองเล่นหลายอย่าง เหตุผลอีกอย่างคือเข้าชมฟรี  ก็เลยเข้าชมหลายครั้งหน่อย ^_^

 9. National museum, Sydney, 2002-2003 เป็นพิพิธภัณฑ์อีกแห่งที่ชอบมาก มีระเบียงหนึ่งมีนกสตัฟต์เรียงรายไปรอบ คนดูนกชอบมากค่ะ  :) ที่นี่อยู่มุม Hyde Park เวลาไปต้องเดินผ่านสวน บรรยากาศดีมากๆ


ภาพรวมพิพิธภัณฑ์ต่างประเทศ

  1. Science center, Singapore, 1986 - 2007
  2. National museum, Singapore, 1986, 2017
  3. Wax museum, Hollywood, 1991
  4. Museum of Natural History, LA 1991 
  5. Museum of Fine Art, Boston, 1992 
  6. Contemporary museum, LA, 1992
  7. Museum at Tower of London, UK, 1995
  8. Wax museum, London, 1995 
  9. Museum of art , Brisbane, 1997
  10. Rijkmuseum, Netherlands, 2000, 2013
  11. Museon, Den Haag, 2000
  12. Den Haag museum, NL, 2000, 2016
  13. National museum, Canberra, 2002-2003
  14. National museum, Sydney, 2002-2003
  15. Power house, Sydney, 2002-2003
  16. Museum of Art, Canberra, 2002-2003
  17. Questacon, Canberra, 2002 - 2003
  18. Da Nang Museum of Cham Sculpture , Danang, Vietnam, Dec 2010
  19. Louvre Museum, Paris 2013
  20. Cité des Sciences et de l'Industrie ,Paris 2013
  21. Musée des Arts et Métiers ,Paris 2013
  22. Musée d'Orsay,Paris 2013
  23. Musée de l'Orangerie,Paris 2013
  24. Rodin Museum,Paris 2013
  25. พิพิธภัณฑ์ในพระราชวังฟองเตนโบล France 2013
  26. Hansi Museum, Colmar,ฝรั่งเศส 2013
  27. Smithsonian Air and Space Museum,USA 2014
  28. Smithsonian Natural History Museum 2014
  29. Museum of Art, Philadelphia 2014
  30. Barnes Foundation, Philadelphia 2014
  31. The Metropolitan Museum of Art, New York, 2014
  32. Mauristhuis, The Hague, The Netherlands, 2016
  33. Heilongjiang museum, Harbin, China, 2017
  34. Heritage museum, St. Petersburg, 2018
  35. Fukuoka museum of art, Japan, 2019

National Gallery
  1. National Gallery of Art, Washington DC 2014
  2. Oslo museum of art, Norway, 2018-----------------------------------------------------------------------------------
ขอรวมห้องสมุดไว้ตรงนี้ด้วย เพราะไปมาหลายที่เหลือเกิน

Library
  1. Library of Congress 2014
  2. Ralph J. Bunche Library Washington DC 2014
  3. American Philosophical Society Library, Philadelphia 2014
  4. Free Library, Philadelphia 2014
  5. Hagerty Library, Drexel University, Philadelphia 2014
  6. Stockholms Stadbibliotek, Sweden, 2018
พระราชวัง


  1. Palace of Versailles , 1995
  2. พระราชวังฤดูร้อน, จีน
  3. พระราชวังฟองเตนโบล
  4. Peterhof Palace, St.Petersburg, 2018

โบสถ์ด้วยค่ะ

  1. Notredame  cathedral, Paris, 2013
  2. L'Église de la Madeleine
  3. Saint-Sulpice
  4. Sacré-Coeur Basilica
  5. Sainte-Chapelle
  6. โบสถ์ที่วาลเวกท์
  7. Helsinki
  8. Helsinki
  9. St. Sophia, Harbin, 2017



Archive

  1. National Archive ,Canberra, Australia 2002-2003
  2. National Archive ,Washington DC USA 2014


มีพิพิธภัณฑ์ไหนที่อยากไป

นอกเหนือจากในลิสต์เดิมคือ  ฺBritish museum, Smithsonian ยังมี Hermitage ในรัสเซีย Tate museum, Acropolis Museum,The Vatican Museums,Uffizi Gallery อืมม์..... เยอะเนอะ
เมืองไทยก็มีพิพิธภัณฑ์เยอะค่ะ เดี่ยวจะทำเป็นโพสต์ต่างหากออกมา

-----------------------------------
หลังจากที่โพสต์ไปก็ได้เดินทางไปอเมริกาในปี 2014 ก็ได้ไปพิพิธภัณฑ์อีกมากเลยค่ะ รวมถึง Smithsonian ด้วย
ปี 2018 ก็ได้ไป Hermitage