Showing posts with label ดอกไม้สวยๆ. Show all posts
Showing posts with label ดอกไม้สวยๆ. Show all posts

Monday, May 13, 2019

กุหลาบและกุหลาบ

กุหลาบอลิซาเบธ

กุหลาบต้นนี้คนขายเขียนมาแค่ว่า​ อลิซาเบธ​ ทีแรกก็คิดว่าคือ​ต้น​ควีนอลิซาเบธ​ ดูไปดูมาสีไม่น่าใช่นะคะ​ น่าจะเป็น​ Elizabeth of glamis rose ที่มีสีส้มมากกว่า​ ก็ต้องสาธยายกันต่อไปว่า​ Elizabeth ของอังกฤษจะหมายถึงพระราชินีถึงสามพระองค์คือ​ อลิซาเบธที่​ 1 ถัดมาคือ​ Elizabeth of glamis (พระราชินีในพระเจ้าจอร์ชที่​ 6 หรือที่เรียกว่าควีนมัม​ พระราชมารดาของควีนปัจจุบัน)​ และ​ อลิซาเบธที่​ 2 ซึ่งเป็นควีนองค์ปัจจุบัน
ชอบกุหลาบต้นนี้มากๆเพราะสีส้มสดสวยได้ใจจริงๆค่ะ​ แต่ก็ยังอยากได้กุหลาบควีนอลิซาเบธนะคะ​ ใครเจอบอกด้วย




"La France ลา​ฟรองซ์​" กุหลาบสมัยใหม่ชนิดแรกของโลก
เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเป็นเดือนแห่งความรัก​ เราก็ขนซื้อต้นกุหลาบทางอินเทอร์เน็ตเป็นการใหญ่​เลยค่ะ ให้เข้าบรรยากาศ​ เพื่อให้แน่ใจว่าช่วงวาเลนไทน์เราจะต้องมีกุหลาบของตัวเอง​ แต่นางก็ไม่มีดอกหรอกนะคะ​ เพราะเวลาซื้อมาใหม่ต้องตัดดอกทิ้งหมดและดูแลซักพักกว่่าจะมีดอกอีกครั้ง
หนึ่งในกุหลาบที่ซื้อใหม่คือ​ La.France ต้นนี้ค่ะ​ ได้ชื่อว่าเป็นกุหลาบสมัยใหม่พันธุ์แรกของโลก​ ถูกผสมขึ้นมาในปี​ค.ศ.​ 1867
กุหลาบนี่เขามีการแบ่งเป็นสามกลุ่มใหญ่นะคะ​ คือ​ กุหลาบป่า​ กุหลาบสมัยเก่า​ และกุหลาบสมัยใหม่​ พวกกุหลาบสมัยเก่าจริงๆก็มีการผสมพันธุ์กันมานานแล้ว​ แต่เพื่อให้พันธุ์แข็งแรง​ ออกดอกซ้ำๆได้​ ก็มีการปรับปรุงพันธุ์​กลายเป็นกุหลาบสมัยใหม่ที่เป็นที่รู้จักเรียกว่าเป็น​ Hybrid tea จะมีกลิ่นหอมแบบชาด้วย​ เพราะกุหลาบยุโรปสมัยก่อนไม่มีกลิ่นชา เพิ่งมีเมื่อทำการผสมกับกุหลาบสายพันธุ์จีน​ที่เรียกว่า​ Tea rose ค่ะ
กุหลาบลาฟรองซ์นี้ได้อ่านจากในเน็ตว่า​ รัชกาลที่ 5 ได้นำกลับมาตอนที่เสด็จประพาสยุโรป​ และพระราชทานนามให้ว่า​ "เดือนฉาย"
ส่วนตัวก็ได้อ่านเรื่องราวกุหลาบพันธุ์นี้จากตำรากุหลาบของคุณแม่มานานแล้ว​ แต่ไม่คิดว่าจะมีขายในบ้านเรา​ อันนี้เปิดดูที่เขาขายออนไลน์​ ฮ้า... มีขายด้วย​ ต้องแย่งกันซื้อ ซื้อได้ทันพอดี​ ก็เลยมีกับเขาต้นนึงค่ะ​ วันนี้เริ่มบานแล้ว... หนึ่งดอกถ้วน.... เห่อมาก​ค่ะ







Thursday, December 01, 2016

กุหลาบจุฬาลงกรณ์


กุหลาบจุฬาลงกรณ์





กุหลาบสีชมพู ดอกใหญ่ กลีบซ้อนแน่นดอกนี้ชื่อว่า "กุหลาบจุฬาลงกรณ์" เป็นกุหลาบที่พระราชชายา เจ้าดารารัศมีทรงโปรดและได้ตั้งชื่อเป็นที่ระลึกถึงพระสวามีคือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไม่มีข้อมูลแน่ชัดถึงกุหลาบพันธ์นี้ว่าใครป็นผู้ผสมพันธุ์ขึ้นและมีชื่อว่าอะไร แต่เป็นที่เข้าใจว่าเป็นกุหลาบที่พระราชชายา เจ้าดารารัศมีได้มาจากอังกฤษเนื่องจากท่านทรงเป็น สมาชิกกิตติมศักดิ์ ของ ราชสมาคมกุหลาบแห่งประเทศอังกฤษ ( The Royal National Rose Society (RNSS)) และได้ถูกนำไปปลูกที่เชียงใหม่ เมื่อท่านได้ตั้งชื่อกุหลาบไว้แล้ว กุหลาบพันธุ์นี้จึงเป็นที่รู้จักในประเทศไทยว่าคือ "กุหลาบจุฬาลงกรณ์"

กุหลาบจุฬาลงกรณ์นับว่าเป็นกุหลาบสมัยเก่า (Old Garden Roses) ซึ่งหมายถึง กุหลาบที่ผสมพันธุ์ออกสู่ตลาดก่อนปี ค.ศ. 1867 (พ.ศ. 2410) จัดเป็นกุหลาบชนิด ไฮบริดเพอร์เพทชวล (Hybrid Perpetual) มีกลีบมากประมาณ 45 กลีบ ขนาดดอกใหญ่ประมาณ 12-15 ซม มีกลิ่นหอมจัด ไม่มีหนาม ดอกใหญ่มาก โตเร็ว

กุหลาบต้นนี้ได้มาจากงานเกษตรแฟร์ที่ ม.วลัยลักษณ์ปีนี้ ปกติจะซื้อกุหลาบของ David Austin หรือไม่ก็พันธุ์ที่รู้จักชื่ออยู่บ้าง วันนั้นตอนไปเดินซื้อก็ลองถามไปเล่นๆ เพราะผูกพันกับชื่อจุฬาลงกรณ์มายาวนาน ดีใจมากที่เขามีขาย ก็ซื้อมาหนึ่งต้น ไม่ค่อยแน่ใจว่าจะเลี้ยงรอดหรือเปล่าเพราะทราบว่ามีโรคพืชที่กุหลาบพันธุ์นี้ไม่ค่อยทนอยู่เหมือนกัน
หลังจากปลูกมาซักพัก พบว่ากุหลาบต้นนี้เป็นกุหลาบนิสัยดีอีกหนึ่งต้น จะออกดอกเรื่อยๆ ดอกใหญ่ กลีบซ้อนหนา สีชมพูสวยหวานมากๆ ปีหน้าถ้าเขาเอามาขายอีกจะซื้อเพิ่มค่ะ :)

ถ่ายรูปกุหลาบมาประชันกับแก้วและร่มกุหลาบจุฬาลงกรณ์ ปีนี้จุฬาฉลอง 100 ปี มีของที่ระลึกที่ใช้ลายดอกกุหลาบจุฬาลงกรณ์หลายชิ้น งดงาม และมีคุณค่าทางใจมากค่ะ

Thursday, November 24, 2016

CPM (Crown Princess Margareta)

(10 ธันวาคม 2558)


เช้าสวยๆของวันรัฐธรรมนูญ เป็นวันหยุดที่รู้สึกเหมือนเป็นวันเสาร์ แต่จริงๆเป็นวันพฤหัสบดี...สีส้ม
ต้อนรับวันสวยๆด้วยกุหลาบสีส้มแอปริคอท CPM (Crown Princess Margareta) เป็นช่อแรกที่ออกดอกตั้งแต่ปลูกมาเลยค่ะ ซื้อมาตั้งแต่เดือนมิถุนา ปลูกเป็นกุหลาบเลื้อยสวยงาม เพิ่งเริ่มออกดอก เป็นนิมิตหมายอันดีนะคะ :)
Crown Princess Margareta เป็นพันธุ์กุหลาบที่ David Austin ผสมขึ้นในปี 1991 ได้ขื่อจากเจ้าหญิงอังกฤษผู้มีศักดิ์เป็นหลานของสมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรีย เจ้าหญิง Princess Margaret of Connaught (เป็นที่รู้จักในสวีเดนในชื่อเจ้าหญิง Margareta) ทรงเสกสมรสกับเจ้าชายรัชทายาทแห่งสวีเดน Gustaf Adolf (ผู้ซึ่งต่อมาเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ King Gustaf VI Adolf) เจ้าหญิงสิ้นพระชนม์ก่อนที่พระสวามีจะเสด็จขึ้นครองราชย์ด้วยพระชันษาเพียง 38 พรรษา เป็นเจ้าหญิงผู้มีความสนใจในศิลปะ การถ่ายภาพและดอกไม้ ไม่แปลกใจเลยทึ่กุหลาบสวยๆแบบนี้จะได้รับการตั้งชื่อตามพระนามของเจ้าหญิงค่ะ #กุหลาบอังกฤษ #EnglishRose 

Friday, June 19, 2015

กุหลาบอังกฤษ English Rose

เมื่อวานนี้เพิ่งไปเดินซื้อต้นไม้ในงานเกษตรแฟร์ มวล. เดินดูกุหลาบ พบว่าปีนี้มีกุหลาบต้นใหญ่ๆมาด้วย ปกติจะไม่เคยเห็นมาขาย ก็เลยเพิ่งได้ยินชื่อพันธุ์กุหลาบที่ไม่คุ้นหู เพราะเราไม่ได้เลี้ยงกุหลาบจริงจัง เพิ่งได้ยินชื่อ David Austin ต้องกลับมาค้นเว็บถึงรู้ว่าเขาเป็น The Great Rosarian of the world ตามไปดูเว็บเขาก็พบกุหลาบสวยๆมากมาย ชอบจังเลย http://www.davidaustinroses.com/American/Advanced.asp?PageId=1988

แต่ที่ซื้อกลับมาได้เป็นกุหลาบเยอรมันหลายต้นเหมือนกัน จากสวนกุหลาบพนัส ซื้อมาทั้งหมด 6 ต้น สี่พันธุ์ คือ Kordes Jubilee, Crown Princess Margareta, McCartney Rose, และ Phoenix ต้นละ 350 บาทยกเว้น Phoenix ต้นละห้าร้อยบาท ถ้าเทียบว่าแถวนี้ไม่มี ก็คุ้มนะคะ








Thursday, November 21, 2013

ลอย ... ลอยกระทง

6 พฤศจิกายน 2557 ลอยกระทงปีนี้ยุ่งมาก เป็นสัปดาห์ก่อนสอบปลายภาค สอนเช้าบ่าย ประชุมกระหน่ำ ไม่เหลือเวลามาทำอะไรสุนทรีย์ๆเล่นเลย กระทงปีนี้ก็ไม่ได้ไปหาอุปกรณ์อะไร เปิดตู้เย็นเจอแอปเปิ้ลเอามาคว้านเนื้อออกก็เป็นกระทงได้ค่ะ ลองดูแล้วลอยได้จริงใส่เทียนกุหลาบ ปักธูปหอม แล้วก็ลอยหน้าทีวีกะพี่ปองแล้วกัน
-------------------------------------------

17 พฤศจิกายน 2556 ปีนี้ฝนตกแต่เช้า ไม่ได้ออกไปซื้อกระทงที่ไหน ทำกระทงด้วยเปลืิอกแตงโมและดอกไม้ใบไม้ในบ้านดวงพร แล้วก็คาดว่าจะลอยในสระว่ายน้ำเค้าเลย :)

ปีนี้วันลอยกระทงตรงกับวันที่ 17 พฤศจิกายน 2556 และเป็นช่วงวันของฝนดาวตกลีโอนิดส์พอดี แต่ดวงจันทร์เต็มดวงเสียขนาดนี้ คงไม่เห็นฝนดาวตก

สองสามปีมานี้ ทำกระทงเองแล้วก็ไม่ได้ไปลอยด้วยเพราะฝนตก ปีนี้ฝนก็ตกตั้งแต่เช้า คาดว่าจะลอยกระทงในสระว่ายน้ำแทนค่ะ :)
---------------------------------------------

28 พฤศจิกายน 2555 ลอยกระทงปีนี้ก็ไม่ได้ไปอีกแล้ว ฝนตกทั้งวัน และตกหนักตอนเย็น อุตส่าห์ทำกระทงหัวปลี และทำกระทงใบตองเอง รู้สึกว่าปีไหนทำกระทงเองมักจะไม่ได้ไปลอยแฮะ....
-----------------------------------------------

10 พฤศจิกายน 2554 ปีนี้ไม่ได้ไปลอยกระทงที่ไหน ออกแนวขี้เกียจ แต่อยากมีกระทงเป็นของตัวเอง ดอกไม้ในสวนวันนี้ไม่มีให้ตัด หมดมุขก็เลยตัดใบเตยมาพับเป็นดอกกุหลาบปักหยวกกล้วย แซมด้วยโป๊ยเซียนแล้วก็ลอยบนโต๊ะกินข้าว...
เอ้า..ลอย...ลอยกระทง !!!

ปี 2557





ปี 255ุ6







ปี 2555



ปี 2554






Sunday, November 18, 2012

Hydrangea... ชอบจัง

วันนี้นั่งเปิด You Tube ดูการจัดดอกไม้ ชอบหลายๆคลิปที่เอาดอกไฮเดรนเยียมาจัดเป็น Centerpiece โดยเฉพาะงานแต่งงาน ที่บ้านก็มีไฮเดรนเยีย กะว่าว่างๆจะจัดบ้าง

วันก่อนเคยคุยกับเพื่อนที่ยุโรปตอนที่จะปลูกต้นไม้ใหม่หลังฤดูหนาว ในที่สุดก็เลือกไฮเดรนเยีย เราก็บอกว่าบ้านเราก็มี เขาว่าไฮเดรนเยียบ้านเรากับบ้านเขาไม่เหมือนกัน คนละพันธุ์  ก็ท่าจะจริงเพราะทางเมืองหนาวดอกใหญ่ยักษ์มาก เอาจัดแจกันสบายๆ ในขณะที่ของเราเอามาจัดแจกันแป๊บเดียวก็เหี่ยว

ที่บ้านปลูกไฮเดรนเยียหลายปีแล้ว ขึ้นง่ายมาก เอากิ่งมาปักเฉยๆก็ขึ้น มีดอกบ่อยอีกต่างหาก

เอารูปไฮเดรนเยียที่บ้านมาแปะไว้ก่อน ^_^


เมื่อวานลองจัดแจกันด้วยไฮเดรนเยีย ก็น่ารักดี แต่อยู่ไม่ทน  :(


คงรอให้มีดอกมากพอจะจัด centerpiece ไม่ไหว ไปจัดกับดอกเข็มดีกว่ามีเยอะเลย :)

Sunday, September 20, 2009

Orchid chaser ตามล่าหากล้วยไม้ในกรุงชิง




เมื่อวาน 19 กันยายน ไปเที่ยวป่าอีกครั้งหลังจากร้างลาไปนานเป็นปี ทริปนี้เป็นทริปตามหากล้วยไม้หายากในกรุงชิงมีสมาชิก 5 คน พี่ต่ายวอมแบท พี่นกศรีราชา เพชร ตรีเพชร และประชาชนผู้ไม่รู้จักกล้วยไม้ป่าอีก 2 คนคือตัวเองกับพี่แดง เรื่องของเรื่องมาจากพี่ต่ายไปโพสต์รูปกล้วยไม้หน้าตาประหลาดลงเว็บแล้วมีชาวบ้านบอกว่ามันแปลกน่าจะเป็นพันธุ์ที่ไม่มีคนรายงานมาก่อน ก็เลยมีทีมมาพิสูจน์ เป็นกลุ่มเที่ยวป่าของพี่ต่ายที่มาตามดูกล้วยไม้ มีเพชรกับพี่นก ศรีราชา มาถึงนครตั้งแต่เช้า แล้วเราก็เริ่มทริปจากท่าศาลาไปกรุงชิงราวๆ9 โมงครึ่งก็ถึงที่หมาย เราวางสัมภาระไว้บริเวณลานกางเต้นท์ ให้พี่แดงนั่งเล่นนอนเล่นเฝ้าไว้ แล้วเราสี่คนก็เข้าเทรลไป

เดินไปไม่ไกลยังไม่ทันถึงหลุมขวาก ก็เจอกล้วยไม้กินซาก ซึ่งถ้าเราเดินเที่ยวปกติก็คงไม่สังเกต เพราะต้นเล็กมากๆ มีแต่ก้านดอกโผล่ขึ้นมา ไม่มีต้น ไม่มีใบ ตอนนี้กำลังมีดอก 2 ก้าน พี่ต่ายบอกว่าเคยเห็นมันออกดอกเดือนเมษายนด้วย Orchid chaser ทั้งสามก็กลุ้มรุมเจ้าต้นนี้กันใหญ่ ถ่ายรูปกันทุกซอกทุกมุม อย่างในรูปเลย ถ่ายแล้วก็เอามาชื่นชมกันว่า อูย..เห็นปากม่วงๆที่โคนกลีบด้วย ว้าวเห็นเส้าเกสรชัด คนไม่รู้เรื่องอย่างเราก็ดูแบบงงๆ อืมม์ สวยก็ได้

ก้านเล็กๆที่โผล่มาเป็นเส้นน้ำตาลนั่นแหละ กล้วยไม้ เชื่อมั้ย

ขยายภาพนิดนึง

ใช้เวลาอยู่ตรงนั้นเป็นชั่วโมง จริงๆพี่ต่ายบอกว่าสามารถอยู่ได้ทั้งวัน แต่ยังมีต้นอื่นที่ตามมาดูอีก ก็เลยเดินต่อผ่านหลุมขวาก บันไดสามต้น จนไปถึงใกล้ๆจุดหลุมพอยักษ์ ก็มีกล้วยไม้ที่ตามมาดูชื่อวิลาสินี แว๊บแรกที่เห็น ต้องถามซ้ำว่า นี่มันกล้วยไม้จริงๆเหรอ หน้าตามันไม่ใช่อ่ะ ผู้รู้ทั้งหลายก็มาอธิบายว่าเป็นกล้วยไม้โบราณ ต้องดูรายละเอียดของมันยังงี้ยังงี้นะ อืมม์…. ก็ได้


บริเวณนั้นมีสะพานข้ามลำธารที่น้ำแห้งไปบ้าง ก็เลยเดินลุยลงไปในบริเวณลำธาร ไปเจอวิลาสินีอีก 2-3 ต้น เจอเอื้องพร้าวดอกช่อใหญ่สีเหลืองสวย เจอต้นอะไรซักอย่างที่จำชื่อไม่ได้ เดี๋ยวค่อยมา update เป็นดอกช่อยาวๆสีแดง ต้นเล็กๆ อธิบายไม่ถูกดูรูปแล้วกัน


เดินๆแถวนั้นก็มีนกมาให้ดู เป็น Grey headed babbler กินแมลงหัวเทา บินมาจุ๊กจิ๊กอยู้หลายตัว สีน้ำตาลแดงสวยเชียว อีกตัวที่เห็นคือคู่แม่ลูกเขนน้ำหัวขาว ตัวแม่มีหัวขาวชัด ตัวลูกยังไม่มีสีขาวที่หัว มันเดินกระดกหางไปมา ท่าทางสบายอกสบายใจ เราเข้าใกล้ได้ระยะหนึ่งโดยมันไม่ตกใจ แอบดูอยู่พักนึง ก็เดินกลับเทรล รอหนุ่มๆผู้ยังคงมุ่งมั่นถ่ายรูปต่อ สาวๆหันมาถ่ายรูปแมลงปอสีแดงสดที่มาเกาะใบไม้ริมลำธาร แล้วก็มีแมลงปอเข็มสีฟ้าสดตามมาให้ถ่ายรูปอีกตัว ตอนนั้นเที่ยงกว่าจะบ่ายดมงแล้ว ทีมงานยังคงจะเดินต่อไปอีก ก็เลยขอตัวกลับมาที่ทำการ ไม่ไหวแล้ว หิวข้าว

กลับมากินข้าว อ่านนิยาย จนสามโมงทีมงานถึงกลับมา ระหว่างนั่งกินข้าวกันยังอุตส่ห์มีนก Lesser fish Eagle นกกินปลา เพิ่งจับปลาได้แล้วบินไปเกาะบนกิ่งต้นไม้ใหญ่ นิ่งๆชัดๆ น่าดูมาก ปลายังดิ้นกระแด่วกระแด่วอยู่เลย ตรงบ้านทาร์ซานใกล้ๆโต๊ะกินข้าวก็มีกิ้งก่าสีสวยเกาะนิ่งๆทำเนียนอีกตัวหนึ่ง ไปถ่ายรูปมันใกล้ๆมันก็ไม่ว่า เราคงนั่งได้นานกว่านี้ถ้าฝนไม่ตกลงมาไล่ที่พวกเรา อยู่ๆก็ตกมา งงจัง เราไปรออยู่ที่ทำการพักนึงแล้วก็กลับ


ขากลับแวะไปดูกล้วยไม้แถบถ้ำหงส์ด้วย แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ยิ่งตัวเองรออยู่ที่ทำการเลย อิ อิ

มี links ที่น่าสนใจมาแปะไว้ด้วยค่ะ

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=krungchingbird&date=27-01-2007&group=10&gblog=6 ของคุณพี่วอมแบทเค้า...

http://www.siamensis.orgwww.siamensis.org/board/7549.html รูปของเพชร..

http://en.wikipedia.org/wiki/Orchidaceae  กับ http://en.wikipedia.org/wiki/Sophronitis  จากป้าวิกกี้


Monday, September 06, 2004

Begonia บิโกเนียดอกไม้สวยริมระเบียง

ปกติเวลาปลูกต้นไม้ไว้บนระเบียงจะปลูกไม้กระถางเพราะดูแลง่าย ต้องหาไม้ที่ไม่ต้องการแดดมากนัก หลังจากปลูกโน่นปลูกนี่มาหลายปี ในที่สุดฉันก็มีบิโกเนียมาประดับบ้าน จุดเริ่มต้นมาจากการเห็นดอกไม้สีชมพูหวานออกดอกเป็นพวงตัดกับใบสีเขียวสดทรงกลมๆเบี้ยวๆของคุณป้าข้างบ้าน ขอคุณป้ามาปลูก 3-4 กิ่ง ปรากฏว่ามันขยายพันธ์เร็วมาก แค่ตัดกิ่งมาปักใหม่ก็ได้ต้นใหม่ และมีดอกดกจนทำให้ฉันต้องเอาไปแจกจ่ายบ้านพี่สาว และเพื่อนๆ พยายามถามว่าต้นนี้ชื่ออะไร คุณป้าบอกว่าชื่อต้นตุ๊กตา ความที่มันน่ารักเหมือนตุ๊กตา ฉันก็เห็นด้วย แต่ไม่คิดว่าชื่อจริงๆจะเป็นชื่อนั้น จนไปอ่านหนังสือรูปภาพดอกไม้มีคำบรรยายและเรียกดอกไม้แบบนี้ว่า แวกซ์ บิโกเนีย (Wax begonia)

หลังจากนั้นมีน้องชายตัวอ้วนกลมที่รักต้นไม้มากมายเอาต้นไม้มาฝากเลี้ยง มีบิโกเนียหลากชนิด ฉันเริ่มสนใจเพราะบิโกเนียเป็นไม้ใบสวย ทรงใบแปลกมาก และมีดอกสวย เท่าที่เห็นจะเห็นชนิดที่เป็นดอกพวงและมักจะเห็นสีชมพู เลี้ยงไปเลี้ยงมาตอนนี้ที่บ้านฉันมีบิโกเนียอยู่ 6 ชนิด กำลังจะทำท่าภูมิใจว่ามีหลายชนิดมากแล้ว ก็เกิดเอะใจลองไปค้นเว็บค้นหนังสือดู เห็นข้อมูลแล้วจะเป็นลม มีบิโกเนียมากกว่า 500 ชนิดในโลก ท่าทางจะไม่สามารถตามเก็บมาเลี้ยงได้ขนาดนั้น

ฉันค้นต่อเพื่อดูประวัติและรายละเอียดของบิโกเนียพบว่า หลายประเทศให้ความสนใจมาก บางที่มีองค์กรบิโกเนียโดยตรง มีหนังสือรายปักษ์ มีภาพมีข้อมูลมากพอประมาณ แต่ข้อมูลภาษาไทยมีน้อย

บิโกเนียเป็นไม้ป่าที่พบในอเมริกาใต้และอเมริกากลาง และพบได้ในอินเดียกับประเทศในเขตร้อนอื่นๆ บิโกเนียแบ่งได้ 7 กลุ่มคือ Cane-stemmed ทรงใบเป็นรูปหัวใจ Rex-cultorum ต้องการอุณหภูมิประมาณ 70-75 องศาF Rhizomatous oms. ต้องการอุณหภูมิประมาณ 66 องศาF และให้น้ำโดยวิธีจุ่มน่ำจากข้างล่าง Semperflorens , Shrub-like , Tuberous มักใช้ประดับในงาน เป็นบิโกเนียแบบมีหัวใต้ดินและมีดอกหลากสี สูงประมาณ 15 นิ้วมีใบใหญ่เป็นมัน ถ้าเป็นเมืองหนาวจะตายในฤดูใบไม้ร่วงและจะงอกใหม่ในฤดูใบไม้ผลิ บางชนิดเหมาะจะปลูกในตะกร้าแขวน และสำหรับกลุ่มสุดท้าย Winter-flowering มีใบสีเขียวบรอนซ์ มีดอกในฤดูหนาว (ข้อมูลนี้จากhttp://www.botany.com/begonia.htm)

ลองไปค้นเว็บอื่นๆบางเว็บให้ข้อมูลว่าบิโกเนียมี species ได้มากกว่า 1400 ชนิด

Begonia (ถูกตั้งชื่อตาม M. Begon ผู้ให้การสนับสนุนด้านพฤกษศาสตร์ชาวฝรั่งเศส) บิโกเนียอยู่ในจีนัสใหญ่ (Family Begoniaceae)มีประมาณ 350 species ในเขตร้อนชื้นโดยเฉพาะอเมริกาใต้และอินเดีย มีประมาณ 150 species เป็นที่รู้จักในการเพาะพันธ์และมีอีกมากมายนับไม่ถ้วนที่เป็นพันธุ์ผสม ใบจะมีลักษณะเบี้ยว ไม่สมมาตร (จาก 1911 encyclopedia..
http://www.fact-index.com/b/be/begonia.html )

Begonias ถูกจัดอยู่ใน division Magnoliophyta, class Magnoliopsida, order Violales , genus Begonia

อืมม์...ข้อมูลเยอะแยะ เริ่มเกิดอาการ Information overload ต้องไปอ่านเพิ่มแล้วมา update ใหม่อีกแล้วล่ะ




Sunday, August 29, 2004

โกมาซุม...ดอกไม้ประจำจังหวัดระนอง

อาทิตย์ที่ผ่านมา มีน้องไปเดินเที่ยวงานเกษตรที่หาดใหญ่ซื้อกล้วยไม้โกมาซุมมาฝาก เพราะเห็นว่าเป็นคนระนอง ความที่โกมาซุมเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดระนอง แต่ในฐานะคนระนองก็ออกจะอายๆว่าไม่ค่อยเห็นต้นไม้นี้สักเท่าไร ได้มาก็เลยรีบค้นข้อมูลว่าตกลงทำไมอยู่ๆโกมาซุมถึงมามีความสำคัญกับเมืองระนอง

เริ่มจากชื่อ โกมาซุม ฟังเป็นภาษาญี่ปุ่น เกาหลีไปโน่น ไปค้นแล้วเจอว่า โกมาซุมมีชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ “ Dendrobium Formasum “ ซึ่งในเว็บไซต์จังหวัด บอกว่า “ที่มาของชื่อ โกมาซุม มาจากชาวอังกฤษคนหนึ่ง ชื่อ มิสเตอร์ สกอต ซึ่งเข้ามาทำเหมืองแร่ บริษัท ไซมิสติน ตำบลบางริ้น อำเภอเมือง จังหวัดระนอง ได้ตัดดอกไม้ชนิดนี้ ซึ่งพบในป่าแถบนั้น มาแขวนประดับไว้บริเวณบ้าน แล้วเรียกว่า “ ฟอร์ม มา ซ่อม ” คาดว่าคงเป็นการเรียก Species ของต้นไม้นี้ และคนไทยได้เรียกชื่อต่อ ๆ มาจนกลายเป็น “ โกมาซุม ” ในปัจจุบัน ด้วยความสวยงามของดอกโกมาซุม ซึ่งสามารถพบเห็นได้อย่างดาษดื่นในป่าของจังหวัดระนอง นายจำนง เฉลิมฉัตร ผู้ว่าราชการจังหวัดระนองในขณะนั้น จึงได้ประกาศให้ “โกมาซุม ”เป็นดอกไม้ประจำจังหวัด เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2536 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา “

อืมม์....ก็มีเค้าอยู่บ้างเพราะสมัยก่อนมีฝรั่งมาทำงานในเหมืองแร่ระนองจริงๆถึงจะไม่มากนัก และโดยนิสัยฝรั่งที่สนใจต้นไม้ดอกไม้ คงหาต้นไม้มาประดับบ้าน เรื่องความเพี้ยนของชื่อนี้เคยเจอมากับตัวเองตอนที่ได้ต้นไม้จากพี่สาวที่ซื้อมาจากงานเดือนสิบ เขาบอกว่าดอกไม้นี้มาจากเมืองจันทบุรี ชื่อ ไซกามอน ฟังแล้วก็งงๆ ในที่สุดไปเจอที่ออสเตรเลีย บ้านที่ไปพักอยู่ปลูกต้นไซกามอนนี้ด้วย หน้าตาเหมือนกัน แต่ดอกใหญ่กว่ากันคนละเรื่องเลย และชื่อจริงๆคือ “ไซคลาเมน”

ลักษณะของดอกมีคำบรรยายว่า “มีลักษณะคล้ายกับดอกแคทลียา ซึ่งเป็นราชินีดอกกล้วยไม้ พบมากในป่าที่มีความชุ่มชื้นของจังหวัดระนอง โดยเฉพาะเขาน้ำตกหงาว บริเวณอำเภอเมือง ลักษณะลำต้น เป็นปล้อง ๆ เท่านิ้วชี้ เนื้อเยื่ออ่อน ๆ ใบบาง ๆ เรียวเล็ก สีเขียวอ่อนถึงแก่ แยกออกสองทาง โกมาซุมจะออกดอก ออกช่อสมบูรณ์สวยงามมาก ลักษณะดอก มีสีขาว มีสี่กลีบ กลีบใหญ่มีแต้มสีเหลืองอ่อนอยู่ตรงกลางบริเวณใกล้ลิ้น มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ บานอยู่ได้หลายวัน โดยจะออกดอกบานสะพรั่ง ในช่วงเดือน ตุลาคม ถึง ธันวาคม ของทุกปี” ( คัดมาจาก http://www.ranongprovince.com/komazum.htm )

ส่วนข้อมูลจากเว็บไซต์อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว ( http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style1/default.asp?npid=118&lg=1 ) บอกว่า โกมาซุม เป็นดอกไม้ประจำจังหวัดระนอง เป็นกล้วยไม้ชนิดหนึ่ง มีชื่อว่า “เอื้องเงินหลวง” ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dendrobium formosum Roxb. ex Lindl. มีลักษณะคล้ายดอกแคทลียา กลีบสีขาว กลีบใหญ่จะมีแต้มสีเหลืองอ่อนอยู่ตรงกลาง ดอกจะมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ จะออกดอกในช่วงเดือนตุลาคม ถึงเดือนธันวาคม พบมากบริเวณป่าที่มีความชุ่มชื้นสูง โดยเฉพาะป่าที่น้ำตกหงาว

พอมาดูชื่อ Dendrobium formosum Roxb. ex Lindl. ก็เกิดความสงสัยต่อมาอีกว่าชื่อมันมีอะไรต่อท้ายกันนี่ แล้วดอกไม้นี้มันเป็นดอกไม้แถบบ้านเราหรือที่ไหนก็มี ลองไปค้นดูในข้อมูลของสวนพฤกษศาสตร์คิวของอังกฤษ ( http://www.rbgkew.org.uk/exhibitions/johnday/pages/jds_39_001.html ) พบว่า กล้วยไม้ชนิดนี้ถูกค้นพบโดย Mr. William Roxburgh ในทางภาคเหนือของอินเดีย ซึ่ง Mr. Roxburgh เป็นผู้ช่วยศัลยแพทย์ของบริษัท East India Company เมื่อปี 1776 แต่หลังจากนั้นได้เป็นนักพฤกษศาสตร์ประจำบริษัทอยู่ถึง 24 ปี Dendrobium formosum ถูกตั้งชื่อ 15 ปี หลังจากที่เขาเสียชีวิต โดยใช้ชื่อที่เขาตั้งไว้ กล้วยไม้นี้พบได้ทั่วไปในอินเดีย หมู่เกาะอันดามัน ประเทศไทย และเวียตนาม

และสงสัยต่อไปถึง “ex Lindl.” ว่าหมายความว่าอย่างไร วันหลังจะลองถามเพื่อนที่เล่นกล้วยไม้ดู แต่เท่าที่ค้นในอินเทอร์เน็ต พบชื่อคล้ายๆกันที่เกี่ยวกับกล้วยไม้คือ Linden ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่มีความสำคัญในวงการกล้วยไม้ยุดรป ความหลงใหลเสน่ห์ของกล้วยไม้เริ่มต้นในยุโรปเมื่อประมาณปีค.ศ. 1818 ธุรกิจกล้วยไม้กลายเป็นธุรกิจใหญ่ ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 ประเทศเบลเยี่ยมกลายเป็นศูนย์กลางการปลูกกล้วยไม้ Jean Linden (1817-1898) มีบทบาทในการค้นพบชนิดใหม่ๆหลายชนิด เขาได้ตั้งศูนย์เพาะต้นไม้ที่เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติที่กรุงบรัสเซลร่วมกับลูกชายและยังได้ตีพิมม์ "Lindenia - Iconographie des Orchidees" นิตยสารรายเดือนคุณภาพที่มีการออกต่อเนื่องถึง 17 ปี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้องและรูปประกอบสวยๆจะหาอ่านเพิ่มเติมได้ที่
1. http://www.ranongprovince.com/komazum.htm
2.http://www.rbgkew.org.uk/exhibitions/johnday/pages/jds_39_001.html
3. http://www.school.net.th/library/create-web/10000/science/10000-854.html
4. http://www.sd.ac.th/student/jaturong/dendrobium.htm
5. http://www.orchidsonline.com.au/species401.html
6. http://www.shigitatsu.com/LINDENIAV1.htm