อาทิตย์ที่ผ่านมา มีน้องไปเดินเที่ยวงานเกษตรที่หาดใหญ่ซื้อกล้วยไม้โกมาซุมมาฝาก เพราะเห็นว่าเป็นคนระนอง ความที่โกมาซุมเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดระนอง แต่ในฐานะคนระนองก็ออกจะอายๆว่าไม่ค่อยเห็นต้นไม้นี้สักเท่าไร ได้มาก็เลยรีบค้นข้อมูลว่าตกลงทำไมอยู่ๆโกมาซุมถึงมามีความสำคัญกับเมืองระนอง
เริ่มจากชื่อ โกมาซุม ฟังเป็นภาษาญี่ปุ่น เกาหลีไปโน่น ไปค้นแล้วเจอว่า โกมาซุมมีชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ “ Dendrobium Formasum “ ซึ่งในเว็บไซต์จังหวัด บอกว่า “ที่มาของชื่อ โกมาซุม มาจากชาวอังกฤษคนหนึ่ง ชื่อ มิสเตอร์ สกอต ซึ่งเข้ามาทำเหมืองแร่ บริษัท ไซมิสติน ตำบลบางริ้น อำเภอเมือง จังหวัดระนอง ได้ตัดดอกไม้ชนิดนี้ ซึ่งพบในป่าแถบนั้น มาแขวนประดับไว้บริเวณบ้าน แล้วเรียกว่า “ ฟอร์ม มา ซ่อม ” คาดว่าคงเป็นการเรียก Species ของต้นไม้นี้ และคนไทยได้เรียกชื่อต่อ ๆ มาจนกลายเป็น “ โกมาซุม ” ในปัจจุบัน ด้วยความสวยงามของดอกโกมาซุม ซึ่งสามารถพบเห็นได้อย่างดาษดื่นในป่าของจังหวัดระนอง นายจำนง เฉลิมฉัตร ผู้ว่าราชการจังหวัดระนองในขณะนั้น จึงได้ประกาศให้ “โกมาซุม ”เป็นดอกไม้ประจำจังหวัด เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2536 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา “
อืมม์....ก็มีเค้าอยู่บ้างเพราะสมัยก่อนมีฝรั่งมาทำงานในเหมืองแร่ระนองจริงๆถึงจะไม่มากนัก และโดยนิสัยฝรั่งที่สนใจต้นไม้ดอกไม้ คงหาต้นไม้มาประดับบ้าน เรื่องความเพี้ยนของชื่อนี้เคยเจอมากับตัวเองตอนที่ได้ต้นไม้จากพี่สาวที่ซื้อมาจากงานเดือนสิบ เขาบอกว่าดอกไม้นี้มาจากเมืองจันทบุรี ชื่อ ไซกามอน ฟังแล้วก็งงๆ ในที่สุดไปเจอที่ออสเตรเลีย บ้านที่ไปพักอยู่ปลูกต้นไซกามอนนี้ด้วย หน้าตาเหมือนกัน แต่ดอกใหญ่กว่ากันคนละเรื่องเลย และชื่อจริงๆคือ “ไซคลาเมน”
ลักษณะของดอกมีคำบรรยายว่า “มีลักษณะคล้ายกับดอกแคทลียา ซึ่งเป็นราชินีดอกกล้วยไม้ พบมากในป่าที่มีความชุ่มชื้นของจังหวัดระนอง โดยเฉพาะเขาน้ำตกหงาว บริเวณอำเภอเมือง ลักษณะลำต้น เป็นปล้อง ๆ เท่านิ้วชี้ เนื้อเยื่ออ่อน ๆ ใบบาง ๆ เรียวเล็ก สีเขียวอ่อนถึงแก่ แยกออกสองทาง โกมาซุมจะออกดอก ออกช่อสมบูรณ์สวยงามมาก ลักษณะดอก มีสีขาว มีสี่กลีบ กลีบใหญ่มีแต้มสีเหลืองอ่อนอยู่ตรงกลางบริเวณใกล้ลิ้น มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ บานอยู่ได้หลายวัน โดยจะออกดอกบานสะพรั่ง ในช่วงเดือน ตุลาคม ถึง ธันวาคม ของทุกปี” ( คัดมาจาก http://www.ranongprovince.com/komazum.htm )
ส่วนข้อมูลจากเว็บไซต์อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว ( http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style1/default.asp?npid=118&lg=1 ) บอกว่า โกมาซุม เป็นดอกไม้ประจำจังหวัดระนอง เป็นกล้วยไม้ชนิดหนึ่ง มีชื่อว่า “เอื้องเงินหลวง” ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dendrobium formosum Roxb. ex Lindl. มีลักษณะคล้ายดอกแคทลียา กลีบสีขาว กลีบใหญ่จะมีแต้มสีเหลืองอ่อนอยู่ตรงกลาง ดอกจะมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ จะออกดอกในช่วงเดือนตุลาคม ถึงเดือนธันวาคม พบมากบริเวณป่าที่มีความชุ่มชื้นสูง โดยเฉพาะป่าที่น้ำตกหงาว
พอมาดูชื่อ Dendrobium formosum Roxb. ex Lindl. ก็เกิดความสงสัยต่อมาอีกว่าชื่อมันมีอะไรต่อท้ายกันนี่ แล้วดอกไม้นี้มันเป็นดอกไม้แถบบ้านเราหรือที่ไหนก็มี ลองไปค้นดูในข้อมูลของสวนพฤกษศาสตร์คิวของอังกฤษ ( http://www.rbgkew.org.uk/exhibitions/johnday/pages/jds_39_001.html ) พบว่า กล้วยไม้ชนิดนี้ถูกค้นพบโดย Mr. William Roxburgh ในทางภาคเหนือของอินเดีย ซึ่ง Mr. Roxburgh เป็นผู้ช่วยศัลยแพทย์ของบริษัท East India Company เมื่อปี 1776 แต่หลังจากนั้นได้เป็นนักพฤกษศาสตร์ประจำบริษัทอยู่ถึง 24 ปี Dendrobium formosum ถูกตั้งชื่อ 15 ปี หลังจากที่เขาเสียชีวิต โดยใช้ชื่อที่เขาตั้งไว้ กล้วยไม้นี้พบได้ทั่วไปในอินเดีย หมู่เกาะอันดามัน ประเทศไทย และเวียตนาม
และสงสัยต่อไปถึง “ex Lindl.” ว่าหมายความว่าอย่างไร วันหลังจะลองถามเพื่อนที่เล่นกล้วยไม้ดู แต่เท่าที่ค้นในอินเทอร์เน็ต พบชื่อคล้ายๆกันที่เกี่ยวกับกล้วยไม้คือ Linden ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่มีความสำคัญในวงการกล้วยไม้ยุดรป ความหลงใหลเสน่ห์ของกล้วยไม้เริ่มต้นในยุโรปเมื่อประมาณปีค.ศ. 1818 ธุรกิจกล้วยไม้กลายเป็นธุรกิจใหญ่ ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 ประเทศเบลเยี่ยมกลายเป็นศูนย์กลางการปลูกกล้วยไม้ Jean Linden (1817-1898) มีบทบาทในการค้นพบชนิดใหม่ๆหลายชนิด เขาได้ตั้งศูนย์เพาะต้นไม้ที่เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติที่กรุงบรัสเซลร่วมกับลูกชายและยังได้ตีพิมม์ "Lindenia - Iconographie des Orchidees" นิตยสารรายเดือนคุณภาพที่มีการออกต่อเนื่องถึง 17 ปี
เนื้อหาที่เกี่ยวข้องและรูปประกอบสวยๆจะหาอ่านเพิ่มเติมได้ที่
1. http://www.ranongprovince.com/komazum.htm
2.http://www.rbgkew.org.uk/exhibitions/johnday/pages/jds_39_001.html
3. http://www.school.net.th/library/create-web/10000/science/10000-854.html
4. http://www.sd.ac.th/student/jaturong/dendrobium.htm
5. http://www.orchidsonline.com.au/species401.html
6. http://www.shigitatsu.com/LINDENIAV1.htm