Showing posts with label เหตุการณ์สำคัญในประเทศ. Show all posts
Showing posts with label เหตุการณ์สำคัญในประเทศ. Show all posts

Wednesday, November 02, 2016

การนั่งย่อคุกเข่าวันทยาหัตถ์

บันทึกไว้ในวันที่ 15 ตลาคม 2559
เมื่อวานตอนที่ดูทีวีถ่ายทอดสดขบวนพระบรมศพ ได้เห็นทหารเรือ่คุกเข่าลงและวันทยาหัตถ์ ยังนึกในใจว่าเป็นการแสดงความเคารพที่งดงามมาก ดูเป็นการให้เกียรติสูงสุด แต่ไม่เคยเห็นทหารทำความเคารพด้วยท่านี้มาก่อน วันนี้มีการชี้แจงโดยรองเลขาธิการทหารเรือ ตามนี้เลยค่ะ
"วันนี้(15ต.ค.59)พล.ร.ท.จุมพล ลุมพิกานนท์ รองเสนาธิการทหารเรือ เปิดเผยถึงท่าทำความเคารพทหารเรือในช่วงที่มีขบวนพระบรมศพเคลื่อนผ่านด้วยการนั่งย่อคุกเข่าวันทยาหัตถ์ว่าเป็นท่าไม่มีในรูปแบบการเคารพ แต่เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากมาร่วมในพิธีตลอด 2 ฝั่งถนน ทำให้กองอำนวยการร่วมทหารเรือ ทหารบกและตำรวจ จึงมีมติร่วมกันว่าจะใช้รูปแบบของการทำความเคารพด้วยการย่อคุกเข่าวันทยาหัตถ์ เพื่อไม่ให้บังประชาชน
ที่สำคัญท่านี้เป็นท่าที่เคยใช้ในการทำความเคารพและถวายงานที่อย่างเคยปฎิบัติมา เช่นการรับพระราชทานกระบี่ ซึ่งการทำความเคารพไม่จำเป็นต้องใช้ท่ายืนเพียงอย่างเดียว ต้องดูที่สถานการณ์และความเหมาะสมด้วย" #MyKing

แม่พลอยเมื่อสิ้นแผ่นดินที่หนึ่ง


แม่พลอยเป็นสาวชาววังในยุคสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ใช้ชีวิตใต้เบื้องยุคลบาทพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลต่อมารวมได้ถึงสี่แผ่นดิน ชีวิตของแม่พลอยเป็นตัวละครสมมติในนวนิยายเรื่อง “สี่แผ่นดิน” ของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธ์ ปราโมช ที่มีผู้อ่านติดตามใส่ใจและห่วงใยเสมือนแม่พลอยมีตัวตนจริง และยังสงสัยกันว่าน่าจะมีใครสักคนในยุคสมัยนั้นเป็นต้นแบบ ในเรื่องนี้หม่อมราชวงศ์คึกฤทธ์ ปราโมชได้บอกกล่าวไว้ชัดเจนว่า แม่พลอยเป็นตัวละครสมมติไม่มีตัวตนจริง แต่สิ่งที่เป็นของจริงคือฉากที่บรรยายเหตุการณ์ต่างๆในหนังสือ เพราะผู้ประพันธ์ตั้งใจจะให้เป็นที่รวบรวม “รายละเอียดเบื้องหลังประวัติศาสตร์”
ฉันได้อ่านหนังสือเรื่องสี่แผ่นดินตั้งแต่อายุน้อยๆประมาณเดียวกับอายุแม่พลอยตอนเด็กๆในเรื่อง สิ่งที่แม่พลอยได้บรรยายจากสายตาของเด็กๆช่างงดงาม เมืองไทยในยุคสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นเมืองที่แสนจะสงบร่มเย็น มีความเป็นไทย มีธรรมชาติ มีวิถีแห่งไทย โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง โดยเฉพาะในวังหลวงที่แม่พลอยได้เข้าไปอาศัย ความละเมียดละไม วิจิตรบรรจง และความประณีตที่แม่พลอยได้ฝึกฝนในการเป็นสาวชาววัง ชีวิตชาววังที่มีสิทธิ์ใกล้ชิดเจ้าชีวิตของคนไทย ชีวิตที่ได้เห็นพระราชพิธีที่คนภายนอกจะไม่มีโอกาสได้เห็นอย่างใกล้ชิด ได้เห็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม แปลกใหม่ที่เข้ามาทำให้เมืองไทยเปลี่ยนโฉมและพัฒนาในด้านต่างๆ ทำให้ฉันนึกภาพตามได้อย่างง่ายดายทั้งๆที่ไม่ได้อยู่ในยุคสมัยนั้น
นึกดูซิว่าแค่ของฝากที่แม่แช่มนำมาให้พลอยหลังจากฝากพลอยถวายตัวให้เสด็จชุบเลี้ยงก็เป็นของที่ต้องใช้เวลาใช้ความคิด
“แล้วแม่ก็หยิบชะลอมเล็กๆน่าเอ็นดูเป็นที่สุดขึ้นมาหลายชะลอม ของในชะลอมนั้นเมื่อพลอยแลเห็น ก็เกือบจะลิงโลดด้วยความดีใจ ชะลอมหนึ่งมีปลากรอบตัวเล็กๆเท่านิ้วก้อย เข้าไม้ตับไว้อย่างกับของจริง อีกชะลอมหนึ่งมีมะขามป้อมลูกเล็กๆได้ขนาด อีกชะลอมหนึ่งใส่ไข่เต่าเปลือกขาวสะอาด ส่วนอีกชะลอมหนึ่งนั่นใส่ไข่เค็มทำด้วยไข่นกกระจาบ พอกขี้เถ้าลูกเล็กๆไม่เกินปลายหัวแม่มือ แต่สิ่งสุดท้ายที่แม่ล้วงจากชะลอมคือทุเรียนกวนพวงหนึ่ง ห่อกาบหมากเรียบร้อยเป็นห่อเล็กๆ แต่ละห่อน่าเอ็นดูเพียงจะขาดใจ”
โลกของแม่พลอยช่วงแรกอยู่ในวังหลวงใต้ร่มพระบารมีอย่างเป็นสุข
จนเมื่อแม่พลอยออกเรือน ออกมาอยู่นอกวังกับคุณเปรม มีครอบครัว มีลูก ชีวิตของแม่พลอยก็เป็นหนึ่งในข้าแผ่นดินที่ใช้ชีวิตตามวิถีคนกรุงเทพยุคนั้น ได้เห็นชีวิตของชาวบ้านร้านตลาด ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสบายตามฐานะ
และแล้วก็มาถึงวันที่แม่พลอยต้องพบกับความสูญเสียที่เป็นความรู้สึกร่วมกันกับคนไทยทั้งประเทศ เมื่อรัชกาลที่ 5 ประชวรและเสด็จสวรรคตในวันที่ 23 ตุลาคม 2453 ในหนังสือ “สี่แผ่นดิน” บรรยายไว้ว่า
“ วันนั้นอากาศมืดครึ้มไปทั่ว ไม่มีแสงแดด ทำให้แลดูครึ้มเยือกเย็น ลมเหนือที่เริ่มจะพัดในเดือนตุลาคมหยุดนิ่งในวันนั้น แม้แต่ใบไม้สักใบก็ไม่มีกระดิก เสียงนกเล็กๆที่เคยร้องอยู่ตามพุ่มไม้ก็เงียบหายไป ธรรมชาติทั่วทั้งกรุงเทพดูเหมือนจะแสดงความโศกสลดในความวิปโยคอันยิ่งใหญ่ ”
“ อย่างน้อยที่สุดที่ตนจะทำได้ในวันนี้ก็คือไปคอยเฝ้าถวายบังคมพระบรมศพตามข้างถนนหนทาง ยังดีกว่านั่งอยู่ที่บ้านโดยไม่มีจิตใจจะทำอะไรถูก พอนึกออกพลอยก็รีบแต่งกายเข้าเครื่องไว้ทุกข์ บอกนางพิศให้ไปตามรถม้ามาคันหนึ่ง แล้วก็ขึ้นรถม้าออกจากบ้านสองคนกับนางพิศมุ่งหน้าไปทางถนนราชดำเนิน
ตลอดทางที่พลอยผ่านมีแต่ชาวบ้านร้านตลาด แต่งกายไว้ทุกข์นุ่งดำเดินมุ่งหน้าไปทางเดียวกันทั้งสิ้น ทุกคนมีใบหน้าอันเศร้าหมอง ส่วนมากถือดอกไม้ธูปเทียนในมือ บางคนเดินร้องไห้ดังๆ ทุกคนต่างมุ่งหน้าไปคอยกระบวนแห่พระบรมศพ เพื่อถวายบังคมสักการะในวันนี้”
“พอพระยานมาศเคลื่อนมาอยู่ตรงหน้า พลอยก็ก้มลงกราบถวายบังคม และเมื่อเงยหน้าขึ้น ตาก็พอดีไปจับอยู่ที่ใบหน้าทหารที่ยืนรายทาง ทหารคนนั้นยืนถือปืนกลับปลายกระบอกปืนก้มหน้าไม่มีกระดิกตามที่ได้รับคำสั่ง ใบหน้าของทหารคนนั้นเป็นใบหน้าของเด็กหนุ่มชาวบ้านนอกเหมือนกับเด็กหนุ่มคนอื่นๆที่เกณฑ์เข้ามา แต่สิ่งที่เข้ามาปลดปล่อยความรู้สึกของพลอยให้ประทุออกมาทั้งหมดก็คือใบหน้าของทหารหนุ่มนั้น มีทางน้ำตาเป็นทางยาวไหลออกมาจากเบ้าตาทั้งสองข้างและน้ำตานั้นไหลอยู่ไม่ขาดสาย พลอยเป็นคนไม่ค่อยแสดงความรู้สึกออกมาให้คนอื่นเห็น แต่เมื่อเห็นหน้าทหารคนนั้นด้วยแสงเทียนที่ถืออยู่ พลอยก็ปล่อยโฮออกมาอย่างหมดอับอาย”
ในความเป็นเด็กสิบขวบ ฉันอ่านมาถึงตอนนี้ ก็อ่านผ่านเลยไป เพราะไม่ได้มีความรู้สึกร่วมใดๆ
เหตุการณ์ในวันที่ 23 ตุลาคม 2453 เหมือนกลับมาซ้ำรอยเดิมในวันที่ 13 ตุลาคม 2559 เวลาผ่านไป 106 ปีแล้ว นับจากวันที่แม่พลอยไปคอยถวายบังคมพระบรมศพ และฉันได้อ่านหนังสือสี่แผ่นดินมาหลายสิบรอบแล้วเช่นกัน แต่การกลับมาอ่านหนังสือ “สี่แผ่นดิน” ในวันนี้ ฉันร้องไห้น้ำตาไหลไม่ขาดสาย และคงจะร้องไห้อีกหลายครั้งหากกลับมาอ่านอีกในอนาคต
เข้าใจแล้วกับความรู้สึกที่ว่า “เกิดมาในแผ่นดินของท่านที่รู้สึกว่าเป็นสุขมาแต่น้อยคุ้มใหญ่ มีชีวิตอยู่ได้ด้วยความแน่นอนเหมือนกับว่ามีต้นโพธิ์ต้นใหญ่คุ้มกันอยู่ให้ได้รับความร่มเย็นเพราะพระบารมี”
เนื้อหาบางส่วนคัดจากหนังสือ “สี่แผ่นดิน” ของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช
ภาพจาก เว็บไซต์ https://news.thaipbs.or.th/content/256946
วิดีโอการเคลื่อนพระบรมศพจากโรงพยาบาลศิริราชไปที่พระบรมมหาราชวัง https://www.youtube.com/watch?v=ltWPF_I1Swk

Friday, October 02, 2015

Single Gateway แบบไทยๆ

สองสามวันที่ผ่านมา ข่าวดังคือการที่รัฐบาลจะปรับให้การใช้งาน Internet เป็นแบบ Single Gateway คือการรวมทางเข้าออกทั้งประเทศให้ได้รับการควบคุมจุดเดียว

ประเด็นนี้คนไอทีคัดค้านกันมาก เพราะถ้าเกิดกรณีระบบล่ม ล่มที่เดียวล่มกันทั้งประเทศ  และจะมีปัญหาอินเทอร์เน็ตล่าช้า มีปัญหาว่าข้อมูลของบุคคลจะถูกดักจับกันง่ายๆ

เข้าใจว่ารัฐบาลก็อยากจะสร้างความมั่นคงของชาติ แต่กรณีแบบนี้เราจะเหมือนเกาหลีเหนือ จีนและลาว ซึ่งต่างก็เป็นคอมมิวนิสต์กันไปหมดหรือไม่  :(

โฆษกรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่อง single gateway เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรี สั่งให้กระทรวงไอซีที ยังอยู่ในขั้นตอนศึกษาหาข้อมูลผลดี-ผลเสีย ยังไม่มีมติดำเนินการ ย้ำว่ารัฐบาลไม่มีการละเมิดสิทธิประชาชน เพียงแต่ต้องการผลักดันเศรษฐกิจดิจิตอล  ....  ก็ถ้าศึกษา Digital Economy ของประเทศอื่นๆที่ทำกัน ยุโรป ออสเตรเลีย เพิ่งไปค้นข้อมูลเขามา ก็ไม่เห็นต้องใช้ Single Gateway เลยนะคะ

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2558 เว็บไซต์กระทรวงไอซีทีล่ม ( 500 Internal Server Error)  และมีประกาศจากเพจ รวมพลเกมเมอร์บุกยึด CAT TOWER คืนจากม๊อบ ประกาศรวมตัวกันเข้าหน้าเว็บกระทรวงพร้อมกันในเวลา 22:00 ของวันที่ 30 กันยายน เพื่อ DDoS ให้เว็บไซต์ล่ม เป็นการประท้วงเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านนโยบาย Single Gateway 

เล่นอะไรกับไอทีก็ดูๆกันนิดนะคะ :)

Friday, May 08, 2015

จักรยาน...เหยื่อสุรา

สัปดาห์นี้ข่าวใหญ่มากคือเรื่องคนเมาขับรถยนต์ชนจักรยานที่ปั่นออกกำลังกาย มีต่อเนื่องกันถึงสามราย

รายที่หนึ่ง เกิดขึ้นช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 3 พฤษภาคม 2558 นักศึกษาสาวปีสองของราชภีฏเชียงใหม่ ภัทร์ชุดา จายเรือน อายุ 23 ปี   เมาเหล้าและหลับในขับรถชนนักปั่นจักรยานชมรมจักรยานสันทรายจำนวน 30 คน  กม.ที่ 8 หมู่ที่4 บนถนนทางหลวงหมายเลข 118 สายดอยสะเก็ด-เชียงใหม่-เชียงรายขาออก เขตพื้นที่อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ฝั่งตรงข้ามกับปั๊ม ปตท.   นักปั่นจักรยานเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที 3 ราย และบาดเจ็บสาหัส 2 ราย 

รายที่สอง คืนวันที่ 4 พ.ค. หนุ่มขับรถฮอนด้าแจ๊ส  ทะเบียน 3 กฎ 8938 กรุงเทพมหานคร เมาแล้วชนจักรยานเหมือนกัน มีคนเสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บหนึ่งคน ที่บริเวณหน้าหมู่บ้านบางกอกบูเลอวาร์ด ถนนรัชดา-รามอินทรา แขวงรามอินทรา ขาออก เขตคันนายาว กทม.  จนมีผู้บาดเจ็บสาหัส 2 คนและเสียชีวิต 1 คน คือ น.ส.ธัญญกร เด่นสิริมงคง อายุ 31 ปี อาชีพ สถาปนิก 

รายที่สามเป็นมอเตอร์ไซต์ขับเฉี่ยวจักรยาน แต่คนขับจักรยายเป็นคนพิการมือข้างเดียวที่เคยขี่รถรอบโลกมาแล้ว

น่ากลัวมากทีเดียว  หาความปลอดภัยไม่ได้เลย

Saturday, April 19, 2014

บทเรียนของธนาคารออมสิน

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557 ได้เกิดปรากฏการณ์ประชาชนทั่วประเทศทุกจังหวัดแห่กันไปถอนเงินจากธนาคารออมสิน โดยมียอดถอนเงินประมาณ 30,000 ล้านบาทในขณะที่มียอดเงินฝากประมาณ 10,000 ล้านบาท 
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2557 ยังคงมีการถอนเงินอย่างต่อเนื่องโดยในวันที่สองมียอดถอนเงินประมาณ 4 หมื่นล้านบาท
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557 การถอนเงินยังดำเนินการต่อเป็นวันที่ 3

สาเหตุของเหตุการณ์นี้มาจากการที่ธนาคารออมสินได้อนุมัติเงินกู้ระหว่างธนาคารรัฐ (อินเตอร์แบงก์) ให้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และมีข่าวว่า ธ.ก.ส.จะนำไปใช้จ่ายชาวนาในโครงการรับจำนำข้าว จำนวน 5,000 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ ธ.ก.ส.จะนำไปให้ชาวนากู้เงิน แต่การที่ธนาคารออมสินให้เงินธ.ก.ส. เหมือนกันเป็นการสนับสนุนให้รัฐบาลจ่ายเงินให้ชาวนาโดยวิธีการนำเงินของธนาคารไปให้ชาวนากู้แทนที่จะไปขายข้าวเพื่อนำเงินมาให้ชาวนาอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งธนาคารไม่ควรเข้าไปโอบอุ้มรัฐบาลที่โกงเงินจำนำข้าวของชาวนาในลักษณะนี้

การที่ธนาคารออมสินให้เงินกู้ไป มีสิทธิ์ที่จะไม่ได้เงินกลับมา ผู้ฝากเงินกับธนาคารส่วนหนึ่งเห็นว่าเป็นความเสี่ยงที่ธนาคารบริหารเงินผิดพลาด จึงรีบมาถอนเงิน ในขณะที่มีผู้ฝากจำนวนมากที่ไม่ได้มีเหตุผลเรื่องความเสี่ยงในการสูญหายของเงิน แต่มีความเห็นว่าธนาคารดูถูกลูกค้าโดยการบริหารงานในรูปแบบที่ประชาชนรับไม่ได้

หลังจากการถอนเงินจำนวนมหาศาลในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ คณะกรรมการธนาคารออมสินประชุมร่วมกับสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจธนาคารออมสิน ได้ข้อสรุป 3 ข้อ คือ 

1.คณะกรรมการให้ยกเลิกการเปิดวงเงินกู้(เครดิตไลน์) ในการกู้ระหว่างธนาคาร (อินเตอร์แบงก์) จำนวน 2 หมื่นล้านบาทให้แก่ ธ.ก.ส. 
2. ธนาคารออมสินขอเรียกเงินกู้ที่ได้อนุมัติไปแล้วจำนวน5,000 ล้านบาท คืนจาก ธ.ก.ส. โดยเร็วที่สุด คาดว่า จะมีหนังสือถึง ธ.ก.ส. ในวันพรุ่งนี้ (19 ก.พ.) 
3. ธนาคารออมสิน ขอให้ ธ.ก.ส. ชี้แจงว่า การขอกู้ผ่านอินเตอร์แบงก์ในครั้งนี้ เป็นการกู้เสริมสภาพคล่องหรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นเนื่องจากก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 57 ธ.ก.ส.ได้ทำหนังสือถึงธนาคารออมสินเพื่อขอกู้เงินเสริมสภาพคล่อง ซึ่งธนาคารมีหนังสือฉบับนั้นเป็นหลักฐาน พร้อมทั้งมีการบันทึกการหารือทางโทรศัพท์ไว้ด้วย

ในวันที่ 18 ก.พ. หลังจากการชี้แจงคณะกรรมาธิการ การเงิน การคลัง การธนาคาร วุฒิสภา นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เดินทางกลับไปยังธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่เรียกประชุมบอร์ดและพนักงานธนาคาร ทั้งนี้ แม้นายวรวิทย์จะชี้แจงถึงการปล่อยกู้แก่พนักงานแล้ว แต่พนักงานธนาคารออมสินต่างไม่ยอมรับเหตุผลและยืนยันว่าปัญหาดังกล่าวเป็นการตัดสินใจของผู้บริหารและบอร์ด ในเมื่อสร้างความเสียหายให้แก่ธนาคาร ก็ต้องมีผู้รับผิดชอบ และไม่อยากให้คนภายนอกมองว่าเป็นธนาคารออมสินเป็นธนาคารเสื้อแดง




http://bit.ly/1ckLQAs
 http://bit.ly/1jzXadG

Monday, February 24, 2014

วิกฤตศรัทธาต่อธนาคารออมสิน กุมภาพันธ์ 2557

เดือนกุมภาพันธ์ 2557 คงเป็นเดือนแห่งความทรงจำที่เลวร้ายในประวัติของธนาคารออมสิน ธนาคารที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 เป็นผู้ก่อตั้ง

วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์มีการยืนยันว่ารัฐบาล ได้ให้ธนาคารออมสินปล่อยเงินกู้ระหว่างธนาคารต่อธนาคาร (อินเตอร์แบงก์) ให้กับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาโครงการรับจำนำข้าว การดำเนินการดังกล่าวนี้เป็นที่สงสัยว่าว่าจะผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 181(4) หรือไม่ 

16 ก.พ. นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ได้ออกมาแถลงข่าวว่า ธนาคารออมสินได้มีการปล่อยกู้ในลักษณะดังกล่าวให้กับ ธ.ก.ส.จริง ในวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท นายวรวิทย์ ได้ปฏิเสธว่าทาง ธ.ออมสิน ไม่ทราบว่า ธ.ก.ส.จะนำเงินดังกล่าวไปใช้อะไร เพราะการให้กู้ในลักษณะดังกล่าวปกติเป็นไปเพื่อเสริมสภาพคล่องของธนาคารนั้น
       
        ในวันเดียวกัน สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจธนาคารออมสิน (สร.อส.) ได้ออกแถลงการณ์ด่วนเรื่อง “ขอให้ยกเลิกการปล่อยกู้อินเตอร์แบงก์ (Interbank) ให้กับ ธ.ก.ส.” โดยระบุว่า การดำเนินการปล่อยกู้ดังกล่าวส่งผลกระทบในวงกว้างแล้ว เนื่องจากความไม่เข้าใจและทำให้ผู้ฝากและสาธารณชนทั่วไปเกิดข้อกังขา
       
        “ตามที่ธนาคารออมสินได้ให้กู้ Interbank ให้กับ ธ.ก.ส.ปรากฏว่า เกิดผลกระทบในวงกว้าง จากความไม่เข้าใจและเกิดข้อกังขากับผู้ฝากและสาธารณชนทั่วไป แม้ว่าการดำเนินธุรกรรมดังกล่าวนี้ไม่ได้เกี่ยวโยงหรือเกี่ยวข้องกับการปล่อยกู้โครงการจำนำข้าวก็ตาม”  พร้อมกันนั้น สร.อส.ได้เรียกร้องให้ผู้บริหารพิจารณาดำเนินการ 3 ข้อ คือ หนึ่ง หยุดการให้กู้อินเตอร์แบงก์แก่ ธ.ก.ส.โดยทันที เนื่องจาก ธ.ก.ส.มีสภาพคล่องสูงเพียงพอแล้ว, สอง ให้ทวงถาม ธ.ก.ส.และให้ ธ.ก.ส.คืนเงินที่ขอยืมไปจากธนาคารออมสินจากการกู้อินเตอร์แบงก์ดังกล่าวโดยทันที เพราะถือว่าไม่มีความจำเป็นและไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ และ สาม งดการให้กู้ใดๆ ก็ตาม ที่จะลุกลามกระทบถึงความเชื่อมั่นต่อลูกค้าและประชาชนทั่วไป อันอาจจะเกิดความเสียหายต่อธนาคารออมสิน
       


17 กุมภาพันธ์  2557 ประชาชนแห่กันไปถอนเงินจากธนาคารออมสินเพราะไม่พอใจที่ธนาคารเข้าไปสนับสนุนโครงการรับจำนำข้าว ถือว่าเป็นการดูถูกประชาชน ด้วยการตัดสินใจพลาดของผู้บริหารธนาคารออมสิน ส่งผลให้วันแรกมียอดถอนเงินสามหมื่นล้านในขณะที่มีเงินเข้าประมาณหมื่นล้าน ออมสินบาดเจ็บสาหัส

18 กุมภาพันธ์ 2557 เสื้อแดงประกาศว่าจะนำแดงฝากออมสินเท่าที่ถอน ส่งผลให้ประชาชนยังคงถอนเงินออกจากธนาคารอย่างต่อเนื่องอีก 4 หมื่นล้านบาท 
ผู้อำนวยการธนาคารออมสินลาออกท่ามกลางการขุดคุ้ยประวัติที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนทักษิณ

19 กุมภาพันธ์ 2557 ยังคงมีการถอนเงินอย่างต่อเนื่อง รวมสามวันยอดถอนเงินร่วมแสนล้าน ในขณะที่มียอดฝากเข้ามา หักลบแล้วถอนมากกว่าฝากประมาณหกหมื่นกว่าล้านบาท โดยธนาคารออมสินได้เรียกคืนเงินที่ให้ธกส.กู้กลับทั้งหมดเพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า แต่ก็ยังคงมีความพยายามที่จะประท้วงให้บอร์ดของธนาคารออมสินออกไปด้วย

20 กุมภาพันธ์ 2557 ยังคงมีการถอนเงินออก  แต่หลังจากสามวันวิกฤต ข่าวธนาคารออมสินก็ซาลง ถึงอย่างไรเข้าใจว่าคงหาเงินกลับเข้าไปเหมือนตอนถอนคงจะยาก


บทเรียนนี้สอนให้รู้ว่า  อย่าดูถูกประชาชน



ภาพนี้ถ่ายเวลา 7.34 น.ของวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2557 กระแสยังไม่ซา

Friday, February 07, 2014

Internet Meme ชัชชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี

แถวๆสี่ทุ่มเปิดไปดูข่าวช่อง TNN พูดถึงปรากฏการณ์ชัชชาติฟีเวอร์ เป็นรัฐมนตรีที่มีคนทำภาพล้อเลียนมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยเฉพาะคอสเพลย์สุดฮิต หนุ่มชุดดำเท้าเปล่าถือถุงแถง ความจริงเห็นมาพักนึงแล้วแต่ไม่คิดว่ามาฮิตขนาดนี้  ส่วนภาพและคำล้อเลียนต่างๆต้องบอกว่าไวมากๆ บางภาพเพิ่งเห็นโพสต์ในเพจของชัชชาติไม่นานก็ถุกนำมาทำภาพใหม่ ตอนนี้ฉายา "ชัชชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี" กลายเป็นอินเทอร์เน็ตมีม(Internet Meme)ที่แรงที่สุดตอนนี้ทีเดียว 555

แรกๆก็งงว่าคำว่า"ชัชชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี" มาจากไหน ปรากฎว่ามาจากการ์ตูนเรื่องบากิ ที่มีตัวละครชื่อฮันมะ ยูจิโร หุ่นประมาณชัชชาติ และมีฉายาว่า สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี เป็นพ่อของฮันมะ บากิ ตัวเอกของเรื่อง

ส่วนคำหยามเหยียดยอดฮิต "อ่อนหัด มีความตั้งใจ แต่ก็อ่อนหัด" ก็มาจากเรื่องบากิเช่นกัน เป็นตอนที่ ฮันมะ ยูจิโรพูดสบประมาทลูกชายตัวเอง(ฮันมะ บากิ)ว่า "อ่อนหัด มีความตั้งใจ แต่ก็อ่อนหัด" ไม่น่าเชื่อว่าจะเอาการ์ตูนแนวต่อสู้มาลิงก์กับชัชชาติได้ 

ส่วนตัวเคยชื่นชมชัชชาติมาตลอดตั้งแต่สมัยเรียนเพราะเห็นว่าเรียนเก่งระดับได้ทุนอานันทมหิดลซึ่งคนที่ได้ทุนนี้ปกติเราถือว่าไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา ต้องนับเป็นระดับเทพ....... แต่ถ้าเทพมาอยู่พรรคมารเราก็ไม่ชื่นชมนะ


มีสื่อเยอะแยะที่ทำล้อเลียนชัชชาติ
คลิปวิดิโอ เสือร้องไห้ - ชัชชาติดาดั๊ด คนไร้พ่าย (คนใจง่าย)
เฟสบุ๊ค https://www.facebook.com/chutchartpower "ชัชชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี"

Sunday, February 02, 2014

NO VOTE ค่ะ

NO VOTE!
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นวันเลือกตั้ง จะเป็นครั้งแรกที่ชีวิตตั้งแต่มีสิทธิ์ออกเสียงมา ที่จะไม่ไปเลือกตั้งโดยจงใจ

การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกต่อต้านจาก กปปส.และประชาชนอีกนับล้านที่ต้องการให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่นำพา ยังคงมีมติให้ดำเนินการเลือกตั้งต่อไป ทั้งๆที่สถานการณ์ชัดเจนว่าการเลือกตั้งจะต้องเป็นโมฆะเพราะมีจำนวนหน่วยเลือกตั้งในหลายจังหวัดที่จะไม่มีบัตรเลือกตั้ง  ไม่มีเจ้าหน้าที่ กกต,ประจำหน่วย เพราะมีการสกัดบัตรเลือกตั้งที่สามไปรษณีย์ใหญ่ของภาคใต้คือที่ชุมพร ทุ่งสงและหาดใหญ่ มีกปปส.และประชาชนไปปิดล้อมไว้

ขณะนี้บ่ายโมงเศษ ก็เห็นได้ชัดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้เข้าไปเลือกตั้งได้น้อย บางที่เข้าไปไม่ได้เลย บางที่ไม่มีเจ้าหน้าที่จนต้องประกาศปิดหน่วย  สามพันกว่าล้านที่นำมาจัดการเลือกตั้ง เอาไปให้ชาวนาค่าจำนำข้าวจะดีกว่าไหม

ประชาธิปไตยให้สิทธิ์กับเสียงข้างมาก แต่หากเสียงข้างมากเหล่านั้นกลายเป็นเครื่องมือให้ผู้รับมอบอำนาจไปทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง คดโกง กอบโกย ทำให้ประเทศชาติเสียหาย หรือพูดกันชัดๆก็คือทำให้เสียงข้างมากที่เลือกไปนั่นแหละเสียประโยชน์(ซึ่งดูเหมือนเสียงข้างมากเหล่านั้นจะไม่เข้าใจว่าตัวเองเสียประโยชน์อย่างไร) เสียงข้างมากเหล่านั้นยังคงตัดสินใจสนับสนุนคนโกงอยู่อีกหรือ 

ช่วยตัดสินใจด้วยสมองและ......จริยธรรมเถอะนะ

ขอเป็นเสียงส่วนน้อยที่มั่นใจว่าเรามีจริยธรรม เราเลือกความถูกต้องเพื่ออนาคตของชาติ ...... NO VOTE ค่ะ



==========================================================
ข้อมูลจากสำนักข่าวอิศรา   
http://www.isranews.org/isranews-news/item/27014-korkortor_27014.html
เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2557 แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า สำหรับจำนวนผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2557 เฉพาะใน 66 จังหวัดที่ไม่มีปัญหาเรื่องการลงคะแนน ปรากฏว่า จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทั้งหมด 39,375,057 คน มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ทั้งหมด 20,051,337 คน คิดเป็นร้อยละ 50.92 โดยจังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งในอัตราส่วนมากที่สุด ได้แก่ จ.ลำพูน ที่มีผู้มาใช้สิทธิถึงร้อยละ 81.96 (จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 331,343 คน มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 271,566 คน) ส่วนจำนวนที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งในอัตราส่วนน้อยที่สุด ได้แก่ จ.สมุทรสาคร ได้แก่ จ.สมุทรสาคร ที่มีผู้มาใช้สิทธิเพียงร้อยละ 20.00 (จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 385,863 คน มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 77,172 คน)
สำหรับจังหวัดอื่นๆ ที่น่าสนใจ มีอาทิ จ.เชียงใหม่ บ้านเกิดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1,254,863 คน มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 876,113 คน คิดเป็นร้อยละ 69.82 จ.อุดรธานี จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1,169,274 คน มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 701,564 คน คิดเป็นร้อยละ 60.00 จ.สุพรรณบุรี บ้านเกิดนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 661,499 คน มาใช้สิทธิเลือกตั้ง400.804 คน คิดเป็นร้อยละ 60.58 เป็นต้น
เมื่อแยกเป็นรายภาค ภาคกลาง 25 จังหวัด จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 12,443,324 คน มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 5,273,199 (ร้อยละ 42.36) ภาคเหนือ 17 จังหวัด จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 9,097,707 คน มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 4,915,774 คน (ร้อยละ 54.03) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 16,503,780 คน มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 9,265,309 คน (ร้อยละ 56.14) และภาคใต้ เฉพาะ 4 จังหวัดชายแดน จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1,330,246 คน มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 597,055 คน (ร้อยละ 44.88)
ecsum1
ecsum3
ecsum2
ecsum4
ecsum5
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วประเทศ ในปี 2557 น้อยกว่าการเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วประเทศ ในปี 2554 เป็นอย่างมาก โดยครั้งนั้น มีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 46,921,682 คน มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 35,203,107 คน คิดเป็นร้อยละ 75.03
ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ รายงานว่า นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เปิดเผยภายหลังการประชุมกกต.ถึงจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กพ.ที่ผ่านมา ว่า ตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการมีผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 20,468,646 คน จากจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งใน 68 จังหวัดที่ไม่รวม 9 จังหวัดภาคใต้ที่ไม่มีผู้สมัคร ส.ส.เขต 44,649,742 คน คิดเป็นร้อยละ 45.84 โดย จ.ลำพูน เป็นจังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งมากที่สุด ร้อยละ 72.8 ลำดับที่ 2 หนองบัวลำภู 72.50 และลำดับที่ 3 จ.บึงกาฬ มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งร้อยละ 70 ขณะที่ จ.นครศรีธรรมราช มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งน้อยที่สุด ร้อยละ 0.11 โดยมีประชาชน มาใช้สิทธิ์ 1,292 คนจากจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด 1,153,060 คน เพราะสามารถจัดให้มีการเลือกตั้งได้เพียง 24 หน่วยเท่านั้น อย่างไร ก็ตามผลที่เป็นทางการจะทราบในวันพรุ่งนี้ เพราะจะมีการประชุมของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดที่จะมีการรายงาน ผลการเลือกตั้งแต่ละจังหวัดให้ กกต.ทราบรวมถึงการกำหนดวันเลือกตั้งทดแทน เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัดด้วย ทั้งนี้จำนวนผู้มาใช้สิทธิจะสมบูรณ์หลังการจัดการเลือกตั้งทดแทนหน่วยเลือก ตั้งที่ไม่สามารถจัดได้ รวมถึงการเลือกตั้งนอกเขตจังหวัด

Monday, November 25, 2013

24 พฤศจิกายน 2556 ถนนทุกสายสู่ราชดำเนิน

สืบเนื่องจากม็อบต้าน พรบ. นิรโทษกรรม ซึ่งจุดพีคที่สุดคือวันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 ที่มีคนออกมาร่วมชุมนุมกันล้นหลาม แต่ในที่สุดก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะฝ่ายรัฐบาลประกาศถอน พรบ. นิรโทษกรรมออกจากการพิจารณา ซึ่งก็ไม่ได้สร้างความเชื่อถือแก่ประชาชนมานัก เพราะถอนได้ก็นำมาขอใหม่อีกได้ ไม่มีความน่าเชื่อถือใดๆ  สิ่งที่มุกคนเห็นว่าเป็นการตัดสินใจผิดคือ การที่สุเทพ เทือกสุบรรณ ยังรอดูสถานการณ์ ไม่ยกระดับการชุมนุม ความฮึกเหิมของประชาชนจึงมอดลงอย่างน่าเสียดาย



แต่หลังจากนั้น ม็อบยังคงมีเวทีต่อเนื่องทั้งที่ เวทีราชดำเนิน( พรรคประชาธิปัตย์ Blue /Sky TV) เวทีสะพานมัฆวานของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนต้านระบอบทักษิณ (คปท.)  และเวทีผ่านฟ้า มีการนัดหมายชุมนุมใหญ่วันที่ 24 พฤศจิกายน ซึ่งได้รับการขานรับจากทุกสาชาอาชีพ  นิสิตนักศึกษาหลายมหาวิทยาลัยนัดกันที่นางเลิ้งช่วงบ่ายเพื่อเดินขบวนมารวมตัวกันที่เวทีราขดำเนิน


ช่วงวันที่ 22-24 พ.ย. ภาคใต้มีพายุเข้า ฝนตกหนัก น้ำท่วมหลายแห่ง แต่คนใต้ขนกันขึ้นมาที่เวทีราชดำเนินอย่างน่าประทับใจ ไม่ว่าจะถูกตะปูเรือใบ รถไฟตกรางที่สวี รถติดน้ำท่วมที่แยกปฐมพร ทุกคนพยายามหาทางเข้าไปสู่ราชดำเนิน

คนไทยในต่างแดนมีการชุมนุมกันทั้งที่ ปารีส ลอนดอน และที่น่าสนใจคือมีจดหมายเปิดผนึกของนักศึกษา Oxford ที่ไม่ต้องรับนายพงษ์เทพ เทพกาญจนาที่จะเดินทางไปอังกฤษ

รายการบนเวทีกลางใช้ชื่อว่า เกาะติด มหาประชนโค่นล้มทักษิณ สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมหลายสถานี จับมือร่วมกันเป็นเครือข่ายราชดำเนิน มี Blue Sky, T News, FMTV, 13SiamThai และเจ้าเดิมตลอดกาลคือ ASTV
และเมื่อเปรียบเทียบกับทีวีกระแสหลัก ช่างน่าอายในความเป็นสื่อมวลชน


วันที่ 24 พฤศจิกายน 2556 เป็นวันที่ต้องจารึกในประวัติศาสตร์ชาติไทยว่าเป็นการรวมตัวของประชาชนมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยคนเต็มพื้นที่ยางตลอดถนนไปถึงผ่านฟ้า หลานหลวง ฝั่งสนามหลวงคนเต็มถนน เต็มสนามหลวง ล้นไปบนสะพานปิ่นเกล้า  ตรอกซอกซอย ถนนรายรอบอนุสาวรีย์ เต็มทุกจุด  หน้าลานกทม. แน่นขนัด



 ไม่เคยมีครั้งไหนที่เสียใจที่ไม่ได้ร่วมชุมนุมเท่าครั้งนี้เลย

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 วันนี้มีการนำกลุ่มผู้ชุมนุมดาวกระจายไปตามจุดต่างๆในกทม. 13 จุด ตอนเย็นได้ข่าวว่าสุเทพเข้ายึดที่มั่นในกระทรวงการคลังแล้ว

วันที่ 9 ธันวาคม 2556 เป็นวัดนัดชุมนุมใหญ่ทั่วประเทศ ครั้งนี้ถนนทุกสายในกรุงเทพมุ่งสู่ทำเนียบรัฐบาล ในต่างจังหวัดก็นัดพบกันที่ศาลากลาง เวลา 9:39 น. เป็นการชุมนุมที่ลบสถิติวันที่ 24 ไปได้อย่างสวยงาม ด้วยกำลังประชาชนร่วม 5 ล้านคน  มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ เป็นมวลมหาประชาชนจริงๆ


แม้แต่ตัวเองก็เข้าร่วมการชุมนุมที่ศาลากลางนครศรีธรรมราช เดินขบวนไปตามถนนราชดำเนิน เป็นอีกครั้งที่เห็นความร่วมมือร่วมใจของคนมากขนาดนี้

วันที่ 22 ธันวาคม 2556  คิดว่าวันที่ี่ 9 คนมากแล้ว มีการนัดชุมนุมวันที่ 22 ธันวาคม อีกครั้ง คราวนี้กระจายทั่งกรุงเทพ มีเวทีใหญ่ 6 จุดรวมราชดำเนินก้วยและเพิ่มเป็นเจ็ดจุดที่ห้าแยกลาดพร้าว มีขบวนกบฏดอกไม้เคลื่อนขบวนไปบ้านนายกที่ซอยโยธินพัฒนา 3 ไปกันมากมายเต็มซอย แต่นายกก็ออกไปตรวจราชการที่อีสานแทน ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร


อีกวันที่น่าเสียใจคือเช้าวันที่ 25 ธันวาคม กปปส ถูกยิงที่สนามไทยญี่ปุ่นดินแดง ที่รับสมัครเลือกตั้ง ตั้งแต่เช้ายันสายและเหตุการณ์ตุงเครียดทั้งวัน ตำรวจตายหนึ่งนาย ประชาชนสองสามคน บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง เมื่อคืน(28 ธันวาคม มีพิธีไว้อาลัยตุณวสุ อาสาผู้ถูกยิงเสียชีวิต คนมากมายมาเคารพศพ เห็นแล้วขนลุกแทนที่งานยิ่งใหญ่ด้วยใจของคนขนาดนั้น)

วันที่ 13 มกราคม 2557 การนัดหมายอีกครั้งคือ การ Shutdown Bangkok เป็นการปิดเวทีราชดำเนินแล้วไปเปิดเวทีกลางเมืองหลายจุด จุดหลักอยู่ที่แยกปทุมวัน จุดอื่นๆ ได้แก่ อนุสาวรีย์ชัย ห้าแยกลาดพร้าว ราชประสงค์ ครั้งนี้ตัวเองไม่ได้เข้าร่วมเลย ยังไม่ฟื้นตัวดีจากหวัด แต่คุณพี่เขยขึ้นไป คุณหลานสาวทั้งสามคนก็ออกไปกันหมด


20 มกราคม 2557 กปปส.บุกหน่วยงานราชการต่างๆทั่วประเทศ ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้รับการร้องขอให้ปิดทำการ ก็ปิดวันที่ 22-24 มกราคม 2557 ให้คนที่ต้องการกู้ชาติได้มีโอกาสไปทำหน้าที่ของคนไทย

22 มกราคม 2557 รัฐบาลประกาศ พรก.ฉุกเฉิน  ได้แต่ประกาศ ไม่มีผลอะไรเลย


23 มกราคม 2557 วันนี้ไปตลาดตามปกติ แวะซื้อกะทิเห็นแม่ค้าสวมปลอกข้อมือลายธงชาติ เลยคุยกันเรื่องการสนับสนุน กปปส. ก็เลยได้รู้ว่าชาวตลาดท่าศาลาสนับสนุนการต่อสู้กันเอาจริงเอาจัง ส่งเงินไปเที่ยวละหลายหมื่น ล่าสุดรวมกันในท่าศาลาได้ไปสองแสนกว่า เช้านี้มีการเตรียมอาหารให้เหล่านักรบ กปปส.ที่อำเภอ แต่ละคนก็ช่วยกันเตรียมข้าวเตรียมของให้ คุยแล้วรู้สึกว่างานนี้ทุกคนพยายามช่วยกันจริงๆ รายต่อไปคุยกับแม่ค้าขายขนมหน้าตลาด ก็รู้สึกว่าติดตามข่าวคราวและสนับสนุนกันมากถึงแม้ไม่มีโอกาสได้ขึ้นไปกรุงเทพ ตัวเองก็ไม่มีโอกาสเหมือนกัน เข้าใจความรู้สึกดีทีเดียว

ขากลับก็เลยขับรถไปวนดูที่อำเภอ กำลังมีกิจกรรมพระสงฆ์สวดมนต์และพรมน้ำมนต์ให้ผู้ร่วมเดินทางไปกรุงเทพ มีรถบัสอยู่หน้าอำเภอสามสี่คัน รถตู้รถกระบะอยู่ในสนามหญ้า เดินเข้าไปและก็เป็นไปตามความคาดหมายที่จะต้องเจอกับชาววลัยลักษณ์กู้ชาติ หน้าคุ้นๆขาประจำ เที่ยวนี้ไปกันสองคันรถตู้ เจอเพชรดนัยมาแจกสติ๊กเกอร์ติดรถให้ "วลัยลักษณ์รวมพลังรักประเทศไทย" คุณพินิจก็แจกตะกรุดเป็นสร้อยถักสวมข้อมือให้น้องๆ เห็นหนู ทรงวุฒิเดินช่วยเช็ดข้างรถให้รถแต่ละคันได้ได้ติดสติ๊กเกอร์หมายเลขรถ น้องๆวลัยวลักษณ์สวมเสื้อ"WALAILAK university Restart Thailand ปิดเพื่อเปลี่ยน" ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันจริงๆ เห็นแล้วปลื้มใจค่ะ สู้ๆนะคะ

ขากลับบ้านผ่านป้ายมวล. มีประกาศปิดทำการวันที่ 22-24 มกราคม2557 ดีค่ะ คนที่ไม่ทราบจะได้ไม่ต้องหลงขับรถเข้าไปถึงข้างใน หลายกิโลอยู่ค่ะ



2 กุมภาพันธ์ 2557 วันนี้เป็นวันเลือกตั้ง แต่กปปส.ประกาศเป็น National Picnic Day อยากรู้เหมือนกันว่าจำนวนผู้ไปเลือกตั้งมีจำนวนเท่าไร

Sunday, November 03, 2013

ม็อบนิรโทษกรรม

3 พฤศจิกายน 2556
สามวันมานี้มีม็อบนิรโทษกรรมที่เข้มข้นมาก มีเวทีพันธมิตรที่สวนลุม มีเวทีที่อุรุพงษ์ และมีเวทีของประชาธิปัตย์ที่สามเสน ล่าสุดคืนนี้ เห็นเวทีสวนลุมเคลื่อนพลโดยการนำของพลตรีจำลอง ศรีเมืองได้ไปร่วมกับเวทีอุรุพงษ์เรียบร้อยแล้ว เวทีสามเสนยังคงมีอยู่ ถ่ายทอดสดทางช่อง Bluesky และมีจอเล็กถ่ายทอดเวทีอุรุพงษ์ด้วย

ส่วนตัวเปลี่ยน profile เป็นรูปการคัดค้าน พรบ.นิรโทษกรรมตั้งแต่เมื่อวานและเข้าไปลงชื่อในแคมเปญต่อต้านนิรโทษกรรม น่ายินดีที่พบว่าคนตื่นตัวกันมาก เพื่อนๆในเฟสบุ๊คเปลี่ยน profile และไปลงชื่อกันมาก ดูมีการเข้าร่วมกว่างานอื่นๆ

4 พฤศจิกายน 2556
วันนี้ตอนบ่ายเจออ.เลิศชายกับทรงวุฒิคุยกันเรื่องนี้ ก็นัดแนะกันร่วมกับองค์การนักศึกษา ชุมนุมกันที่ลานเพลินตาตอนห้าโมงเย็น ปราศัยกันจนราวๆหนึ่งทุ่มเคลื่อนย้ายกันจำนวนสองรถบัสไปร่วมกับเวทีในเมืองที่ศาลากลาง นักศึกษาได้ขึ้นพูดด้วย  บรรยากาศคึกคักมา






5 พฤศจิกายน 2556
วันนี้จุฬานัดชุมนุมที่สนามหน้าหอประชุมแล้วเดินขบวนไปที่หน้ามาบุญครอง ปักหลักที่หอศิลป์ กรุงเทพ คนมากันเยอะมาก  เพื่อนๆไปกันหลายคน เห็นแล้วอิจฉา ถ้าอยู่กรุงเทพจะไปด้วยแน่นอน




6 พ.ย. 2556
ที่ท่าศาลา นักศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์รวมตัวกันไปร่วมเวทีกับประชาชนท่าศาลาคัดค้าน พ.ร.บ. นิรโทษกรรมที่สนามหน้าอำเภอท่าศาลา มีการจัดขบวนรถเดินทางตอนบ่ายสามโมงครึ่ง และเปิดเวทีอภิปรายบนรถ  เจตนารมณ์ชัดเจนค่ะ





=========================================================
มาขยายคำว่าสุดซอยจากคำอธิบายของคุณกรณ์ จาติกวนิช ค่ะ

"คำว่า 'สุดซอย' ก็คือการช่วยคุณทักษิณให้พ้นผิดในทุกกรณี ทั้งๆที่ความผิดของเขาไม่ได้้เกี่ยวกับการเมือง แต่เป็นความผิดที่มาจากการทุจริตคอร์รัปชั่นทั้งสิ้น 

ผมขอยืมคำพูดของคุณอภิสิทธิ์ที่เรียกร่างสุดท้ายของกฎหมายนี้ว่าไม่ได้เพียงไปสุดซอย แต่ทะลุซอยออกถนนใหญ่เลยครับ สาเหตุเพราะกฎหมายเขียนว่า ทุกคดีที่คตส.ชี้ว่าผิด ให้ถือว่าพ้นผิดทันที ซึ่งหมายรวมถึงอีกหลากหลายคดีนอกเหนือจากการโกงที่ดินถนนรัชดาฯ ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาจำคุกคุณทักษิณไปแล้ว และทุกคดีล้วนแล้วแต่เป็นคดี 'โกงระดับชาติ' ทั้งสิ้น อย่างเช่น


๑. คดีร่ำรวยผิดปกติ ทำให้ ป.ป.ช.ยื่นฟ้องต่องศาลฎีกา ว่า พ.ต.ท.ทักษิณแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ เนื่องจากไม่ได้แจ้งการถือครองหุ้นบริษัทชินคอร์ปฯไว้ ถึง 6 ครั้ง ซึ่งศาลฎีกาได้ออกหมายจับไว้

๒. คดีทุจริตปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยหรือเอ็กซิมแบงก์ ให้กับรัฐบาลพม่า มูลค่า 4,000 ล้านบาท ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณเป็นจำเลยเพียงคนเดียว ซึ่งศาลฎีกาได้ออกหมายจับไว้

๓. คดีทุจริตออกพระราชกำหนดแปลงค่าภาษีสัมปทานกิจการโทรคมนาคมเป็นภาษีสรรพสามิตเพื่อเอื้อประโยชน์ธุรกิจบริษัทชินคอร์ปฯ ที่มี พ.ต.ท.ทักษิณเป็นจำเลยเพียงคนเดียว และศาลฎีกาได้ออกหมายจับไว้

๔. คดีทุจริตจัดซื้อจัดจ้างโครงการบ้านเอื้ออาทร ที่มีนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กับพวก เป็นผู้ถูกกล่าวหา (ทำให้เราเข้าใจว่าทำไมคุณวัฒนาจึงมีบทบาทอย่างมากในความพยายาม 'ปรองดอง')

๕.คดีทุจริตธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้บริษัทกฤษดามหานคร ที่มี พ.ต.ท.ทักษิณ และนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของ พ.ต.ท.ทักษิณกับพวก เป็นผู้ถูกกล่าวหา...

...และจะมีผลแม้แต่ในคดีที่เพิ่งมีคำพิพากษาไปคือเรื่องการโกงกรณีรถดับเพลิงกทม. 6,800 ล้านบาท เพราะเป็นคดีที่คตส.ได้เป็นผู้ชี้ผิดแต่แรกด้วย!!

พูดง่ายๆก็คือถ้ามองว่าคตส. ลำเอียง ก็อย่างน้อยควรให้มีการพิจารณาคดีใหม่ แต่ไม่ครับ นี่ให้ถือว่า 'พ้นผิด' ในทุกกรณีไปเลย!!

และที่ทะลุซอยก็คือ ร่างกฎหมายฉบับนี้เขียนว่าในกรณีคดีของเสื้อแดงที่มาชุมนุมนั้น 'การนิรโทษกรรมไม่ก่อให้เกิดสิทธิ' ซึ่งหมายความว่าจะไปฟ้องร้องทวงสิทธิจากการถูกจำคุก ฯลฯ ไม่ได้

แต่กฎหมายกลับเขียนให้การนิรโทษกรรมในกรณีทุจริตจะมีสิทธิที่ทวงได้!

ตรงนี้สะท้อนความโลภของทักษิณจริงๆ เพราะไม่ใช่เพียงต้องการให้พ้นผิด แต่ต้องการเงิน 46,000 ล้านที่ถูกยึดจากการทุจริตแผ่นดินคืนอีกต่างหาก

และสะท้อนความเห็นแก่ตัวที่ไม่ให้สิทธิชาวเสื้อแดงที่ออกมาเสี่ยงตายเพื่อตน แต่กลับสงวนสิทธิไว้ให้กับตัวเอง

แต่ที่จะมีผลกับพวกเราโดยตรงทุกคนคือ 46,000 ล้านที่ต้องคืนนั้น เป็นการคืนด้วยเงินพวกเรานะครับ วิธีคือการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินเอาเงินภาษีเราคืนให้แก่คนที่ศาลพิพากษาไปแล้วว่าโกงแผ่นดิน

และที่แย่กว่านั้นก็คือต้องบวกดอกเบี้ยให้เขาด้วย ในอัตราศาลแพ่งที่ 7.5% ซึ่งสูงกว่าอัตราปกติที่ประชาชนธรรมดาได้ในการฝากเงิน รวมแล้วค่าดอกเบี้ยถ้านับจากวันที่ถูกยึดก็ประมาณ 14,000 ล้าน

รวมแล้วเตรียมจ่ายภาษีให้กับคุณทักษิณได้เลยครับ รวม 60,000,000,000 บาท ก็คือคนไทยทุกคนเฉลี่ยประมาณคนละ 1,000 บาท ไม่ว่าคุณจะเป็นเสื้อแดง เหลือง ฟ้า ยากจนหรือรํ่ารวยแค่ไหนก็ตาม

และจารึกไว้ว่าเราจะเป็นประเทศแรกในโลกประชาธิปไตยที่มีการออกกฎหมายยกผิดในคดีทุจริต เพียงเพราะคนโกงมีเสียงข้างมากในสภาฯ

ส่วนตัวผมคิดว่าถ้าเราคิด 'เลยตามเลย' กับเรื่องนี้ ก็จะสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนแอสุดขีดของสังคมไทย เราจะรอพึ่งศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความว่ากฎหมายนี้ขัดต่อหลักนิติธรรมหรือไม่ก็ได้ แต่เราต้องแสดงออกในฐานะเจ้าของประเทศว่าเรายอมรับไม่ได้ที่จะมีคนทำตัวเหนือกฎหมายอย่างนี้ ถ้าทุกคนเงียบ ลูกหลานเราจะต้องอยู่ในประเทศแบบไหน คิดให้ดีครับ ถ้าเรื่องนี้ปล่อยให้เขาทำได้ ผมว่าก็เท่ากับเราพร้อมยอมเขาในทุกเรื่อง"

ข้อมูลจากลิงก์ที่แนบมานี้ค่ะ

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10151975302504740&set=a.113478794739.118233.71254499739&type=1&theater

Saturday, November 02, 2013

ม็อบบางสะพาน ตุลาคม 2556

สัปดาห์ที่ผ่านมามีม็อบสวนยางที่บางสะพาน ปิดถนนสายหลักที่ลงสู่ภาคใต้ เป็นอัมพาตกันไปหมด รถทั้งขึ้นและล่องสามารถผ่านทางได้โดยการใช้เส้นทางเลี่ยง แต่ก็ต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมง

ครั้งนี้ไม่ได้ติดตามข่าวเพราะม็อบเริ่มวันที่ 26 ตุลาคม 2556 ช่วงเดียวกับงานศพของพี่ที่เคารพมากท่านหนึ่ง มัวแต่ยุ่งกับงานไม่ได้ทำอะไรเลย

ผลกระทบที่เจอบ้างคือ มีคนที่ลงมางานด้วยรถทัวร์ จากเดิมที่น่าจะมาถึงประมาณหกโมงเช้า ก็มาถึงประมาณเที่ยง  ขากลับวันนี้(2 พฤศจิกายน) ก็เช่นเดียวกัน Sudjai Khakhunmanee  "หนูกับน้องก็ดีใจที่ได้เจออาจารย์เช่นกันค่ะ แต่เสียดายเวลาสั้นไปนิดนะคะ ตอนนี้หนูเดินทางถึงประจวบคีรีขันธ์ตะวันส่อง (06.09 น.) เลี่ยงม็อบอยู่ที่บางสะพาน รถเยอะมากๆ ค่ะ ขามากับน้องษารถยังคลานตามกันได้ แต่รอบนี้รถตั้งไข่กันทั้งคืนเลยค่ะ 555 อาจารย์เริ่มเห็นชะตากรรมหนูแล้วใช่ไหมคะ"



ข่าวจากหนังสือพิมพ์ต่างๆ

http://news.springnewstv.tv/37755/%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B8%9A-%E0%B8%A1%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AF-%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2


Friday, September 27, 2013

ม็อบสวนยาง

ม็อบสวนยางเกิดจาการที่ชาวสวนรวมตัวกันเรียกร้องให้ดูแลเรื่องราคายางตกต่ำ ราคาลงไปอยู่ที่ประมาณเจ็ดสิบกว่าบาท ชาวสวนยางอยากให้ราคาอยู่ที่ 120 บาท  ตกลงกันไม่ได้ รัฐบาลก็จัดการช้า ไม่ส่งคนที่เหมาะสมลงมาจัดการ ชาวบ้านเริ่มมีม็อบตั้งแต่เดือนสิงหาคม จนถึงปลายกันยายน  มีม็อบมาร่วมเดือนแล้วยังไม่เรียบร้อย

ได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์บางส่วน


"24/8/2013ประชุมรับฟังร่างเกณฑ์มาตรฐานวิชาศึกษาทั่วไป
Updated about a month ago ·
ไปประชุมรับฟังร่างเกณฑ์มาตรฐานวิชาศึกษาทั่วไปที่หาดใหญ่ ออกจากท่าศาลากันตั้งแต่ตีห้า ไปถึงชะอวดยังไม่เจ็ดโมงเช้า เจอรถสิบล้อขวางกลางถนน ทีแรกคิดว่าล้อยางแตกเฉยๆ แต่เนื่องจากเมื่อวานก็มีม็อบก็เลยคาดว่าอาจมีม็อบต่อเนื่อง ก็ขับสวนเลนกลับมาก่อนจะติดยาวอย๔ู่ที่นั่น ลองวนไปดูอีกฟากหนึ่ง พบว่ามีรถบรรทุกมาขวางเช่นกัน คงเพิ่งมาสดๆร้อนๆ รถเราเป็นคันแรกๆ น้องๆที่ขวางถนนก็ขอโทษขอโพยและพยายามหาทางให้เราหลีกไปเส้นทางอื่น แต่ทางที่ไปได้มันทรหดมาก ก็เลยยอมขับรถกลับมาแล้วอ้อมไปทางเขาชุมทอง เข้าชะอวด แล้วไปออกเส้นเอเชียอีกทีที่ป่าพะยอม 

ก็เห็นใจนะคะ แต่ถ้าสายหน่อยรถมามากๆคงวิกฤติใช้ได้เลยละค่ะ ตอนขับอ้ออมทางก็จะเห็นรถตู้ตำรวจวิ่งไปจุดเกิดเหตุหลายคัน จนคันหลังสุดเห็นเป็นรถตำรวจชนิดคันใหญ่สีดำ ท่าทางจะเอาจริงแฮะ"

3 กันยายน 2556 ก็มีม็อบที่ท่าศาลาค่ะ


ในที่สุดก็ทนอยู่หน้าจอไม่ไหว ออกไปฟังม็อบท่าศาลากันดีกว่า จะได้รับรู้ว่าชาวบ้านเราเดือดร้อนกันยังไง และเราก็มีสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นค่ะ

เครือข่ายภาคประชาชนเพื่อความเป็นธรรม จ. นครศรีฯประกาศเจตนารมณ์ให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ยางพาราและปาล์มราคาตกต่ำ เรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมารับหนังสือเพื่อนำเสนอรัฐบาล โดยมีข้อเรียกร้องดังนี้
1. ให้รัฐบาลมอบหมายให้ผู้มีอำนาจในการตัดสินใจเข้ามาแก้ไขปัญหาราคายางพาราและปาล์มตกต่ำอย่างจริงจังโดยไม่เลือกปฏิบัติและเป็นธรรม
2. ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเพิกถอนหมายจับแกนนำและผู้ชุมนุม ในพื้นที่อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช
3. ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำฆาตกรและผู้อยู่เบื้องหลังการทำร้ายผู้ชุมนุมจนถึงแก่ความตายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด
4. รัฐบาลจะต้องไม่ใช้กำลังสลายการชุมนุมทุกรูปแบบ
5. ต้องไม่ดำเนินการกับแกนนำและผู้ชุมนุมในครั้งนี้

ถ้าผู้ว่าไม่มารับหนังสือ จะปิดถนนทั้งหมดและอาจเคลื่อนย้ายไปปิดสนามบิน
 

Wednesday, May 02, 2012

ฝนตก ฝนแล้ง ภัยพิบัติ

2556 ปีนี้อากาศร้อนมาก มีแนวโน้มว่าจะเกิดภัยแล้ง ช่วงนี้เริ่มเข้าหน้าฝน เดือนหกแล้ว ทางใต้มีฝนตกมากพอควร แต่อากาศร้อนมากๆ กะว่าจะบันทึกเรื่องฝนฟ้าอากาศแต่ละปีช่วงนี้ไว้


พฤศจิกายน ช่วงวันที่ 20-22 พฤศจิกายน มีพายุเข้าไทย ภาคใต้ฝนตกต่อเนื่องไม่เห็นัดวงอาทิตย์ตั้งแต่วเันที่ 19 วันนี้วันที่ 21ฝนยังตกตลอดที่ท่าศาลแต่ยังไม่มีน้ำท่วม
วันที่ 22 เริ่มหนักมากขึ้น โดยเฉพาะตอนเย็นมีลมหมุนเข้าพื้นที่ ร้านชาวเลพังลงทั้งหลัง ฝนตกจนถึงวันที่ 24 พฤศจิกายน แล้วก็หยุด

ปี 2556 คิดว่าจะไม่มีอะไร อากาศร้อนเป็นปกติ  แต่ช่วงเดือนกันยายน น้ำท่วมหนักแถบปราจีนบุรี สระแก้ว  และอีกหลายจังหวัด เช่น นครสวรรค์ อุทัยธานี อุบลราชธานี เพชรบูรณ์ ฯลฯ ที่น่านก็มีข่าวถนนเสียหายจากดินถล่ม ภาคใต้มีฝนตกตามปกติแต่ยังไม่มีข่าวน้ำท่วม
ช่วงเดือนนี้หลักๆคือ อุทกภัยภาคตะวันออก

รูปบริเวณที่มีน้ำท่วม สีแดงคือวิกฤต สีฟ้าคือระดับเตือนภัย  ภาพ ณ วันที่ 28 กันยายน 2556  จากเว็บThaiFlood ศูนย์ข้อมูลช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

==========================================

ปี 2555 ปีนี้เขาพยายามพร่องน้ำในเขื่อนเพื่อเตรียมรับน้ำท่วม แต่กลับเจออากาศร้อนจัด หลายจังหวัดประกาศเป็นเขตภัยพิบัติแล้ง เดือนเมษายนปีนี้ร้อนมากๆ  กลางเดือนเมษายนมีแผ่นดินไหวในทะเล อินโดนีเซีย คนภาคใต้ที่นครศรีรับรู้แผ่นดินไหว ที่บ้านเองก็รู้สึกว่าแผ่นดินไหวเบาๆ กลัวกันว่าจะเกิดสึนามิ แต่ก็ไม่เกิด

==========================================

ปี 2554 25 มีนาคม 2554 ฝนตกหนักในมวล.และมีน้ำท่วมหลายจุดในเมือง ถึงกับต้องส่งคนกลับตัวเมืองก่อนเวลาเลิกงาน น้ำท่วมต่อเนื่องถึงต้นเดือนเมษายน   http://www.blogger.com/blogger.g?blogID=7900301#editor/target=post;postID=2131862304366619181 ปีนี้เป็นปีมหาอุทกภัย น้ำท่วมใหญ่  เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม กระจายพื้นที่ต่างๆแต่ละภาคทุกภาค แม้แต่ในกทม.ก็น้ำท่วมชนิดไม่เคยเห็นมาก่อน น้ำลดช่วงมกราคม 2555

==========================================

ปี 2553 น้ำท่วมหนักที่ มวล. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2553

==========================================

ปี 2547 26 ธันวาคม 2547 เกิดสึนามิครั้งร้ายแรงหลายประเทศ และเป็นครั้งแรกของประเทศไทย คนเสียชีวิตมากมาย จังหวัดที่ได้รับผลกระทบคือหกจังหวัดภาคใช้ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

Friday, October 07, 2011

น้ำท่วมใหญ่ภาคกลางและภาคเหนือ กันยายน-ตุลาคม 2554

7 ตุลาคม 2554

ช่วงเดือนที่ผ่านมากมีข่าวน้ำท่วมใหญ่ทั่วภาคกลางและภาคเหนือ รุนแรงขนาดน้ำท่วมลึกเป็นเมตร บ้านเรือนอยู่ใต้น้ำไปหนึ่งชั้น ไร่นาเสียหายจากน้ำท่วมขังเป็นเดือน เป็นวิกฤตการณ์ที่น่ากลัวมาก คันกั้่นน้ำบางโฉมศรีแตก น้ำทะลักลงใต้เขื่อนจำนวนมาก ดูจากทีวีจะเห็นน้ำไหลเชี่ยวไปตามซอยหมู่บ้าน น่ากลัวมาก

วัดไชยวัฒนาราม ที่อยุธยาก็เพิ่งถูกน้ำท่วมไปสองสามวันมานี้ คันกั้นน้ำเอาไม่อยู่ แม้แต่กรุงเทพเขตรอบนอก วันนี้ก็ได้ข่าวน้ำท่วมถนนหลายจุด

30 ตุลาคม 2554

ช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมาข่าวน้ำท่วมกรุงเทพเป็นเรื่องใหญ่ เพราะคิดง่ายๆว่าแม้แต่ในกรุงเทพก็ไม่สามารถป้องกันได้ แล้วในกรุงเทพเป็นเขตเศรษฐกิจ เขตทำงาน เขตรวมพลที่จะไปช่วยที่อื่น ถ้ากรุงเทพชั้นในน้ำท่วม ส่วนตัวคิดว่ารัฐบาลทำได้แย่มาก ศอภ. ทำงานไม่เป็น และเป็นที่พึ่งไม่ได้

เดิมเมื่อน้ำจะลงมาจากอยุธยาก็จะลงมาที่แถวปทุมธานี ซึ่งก็ท่วมนิคมอุตสาหกรรมมาอย่างต่อเนื่อง 7 แห่ง ไม่เว้นแม้แต่นวนคร น้ำท่วมสูง 1-2 เมตร จากนั้นมีการให้ข้อมูลว่าจะกั้นน้ำให้ไปทางตะวันออกของกรุงเทพ แถบลากกระบัง คลองสามวา หนองจอก แต่ไปๆมาๆกลับเป็นว่าน้ำท่วมไปทางตะวันตกเสียมาก แม้แต่ในสนามบินดอนเมือง น้ำยังท่วมเข้า runway ทั้งๆที่ศูนย์ ศอภ. ก็ตั้งอยู่ที่นั่นและเป็นศูนย์พักพิงด้วย ทางฝั่งธนโดนหนักแถบจรัญสนิทวงศ์ซอย 80-90 กว่าๆ ประชาชนอพยพกันชุลมุน เห็นรูปน้ำท่วมอุโมงค์แยกบางพลัดแล้วตกใจไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพแบบนี้ http://www.pantip.com/cafe/news/topic/NE11258601/NE11258601.html


เมืองเอกน้ำท่วมสูง 2-3 เมตร มหาวิทยาลัยรังสิตจมน้ำ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรุงเทพ จมไปก่อนหน้านั้นแล้ว มูลค่าความเสียหายเป็นพันล้าน

อาหารแพงขึ้น น้ำดื่มหายากและราคาสูง มาม่าอาารแห้งถูกซื้อไปเก็บตุนจนขาดตลาด

รัฐบาลประกาศวันหยุด 27-31 ตุลคม 2554 ในเขตกรุงเทพและอีก 20 จังหวัดที่ประสบภัย ผู้คนที่อพยพก็จะไปทางชลบุรี โคราช ปราจีนบุรี จังหวัดที่น้ำไม่ท่วมทั้งหลาย

บ้านอยู่ที่ซอยอินทามระ 51 ยังคงไม่มีน้ำท่วม แต่เพื่อความไม่ประมาทก็ขนรถไปฝากไว้ที่ปราจีนบุรี เก็บของในบ้านขึ้นชั้นสอง

ภาคใต้ นครศรีธรรมราช ฝนเริ่มตกตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม และตกต่อเนื่องทุกวันแทบจะไม่ได้เห็นแสงแดด สองวันนี้เพิ่งมีแดดช่วงเช้าเล็กน้อย แล้วก็ฝนตกต่อเนื่องทั้งวัน ยังไม่มีน้ำท่วมขัง น้ำดื่มในห้างหาไม่ได้ต้องไปซื้อจากร้านเล็ก แต่ชีวิตโดยรวมยังไม่ลำบากอะไร

สิงหาคม 2554 นายกหญิงคนแรกของไทย

มาบันทึกว่ามีเหตุการณ์ในเมืองไทยที่มีการเลือกตั้งและได้พรรคเพื่อไทยเป็นเสียงข้างมาก จนในที่สุดเมืองไทยก็มีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ นายกฯที่เข้ามาสู่วงการเมืองไม่ถึงสองเดือนก็สามารถเป็นนายกฯได้
เห็นแล้วไม่ไหวจะเคลียร์!

วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 เป็นวันเลือกตั้ง และวันที่ 5 สิงหาคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 28 ของประเทศไทย และถือเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย

ไม่คิดว่าผู้หญิงยุคนี้ยังจะเป็นหุ่นให้ใครชักใยอยู่อีก.... :(

===============================================

21 กุมภาพันธ์ 2557 เวลาผ่านไป 2 ปีเศษต้องกลับมาบันทึกว่านายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยทำความเสียหายให้กับประเทศไทยมากมายเหลือเกิน ปัญหาที่ร้ายแรงที่สุดในตอนนี้คือเรื่องโครงการรับจำนำข้าว

แต่ขอบันทึกหลักฐานทั้งหลายที่เธอทำความอับอายให้ประเทศไว้ในที่นี่ เดี๋ยวจะค่อยๆเข้ามาอัพเดทค่ะ

- 16/11/2011 ในการต้อนรับฮิลลารี คลินตัน นายกรัฐมนตรีของไทยเริ่มการต้อนรับโดยการพูดว่า

"Let me begin by OVERCOME Secretary Clinton to Thailand once again" 

จะทราบไหมคะว่า overcome กับ welcome ความหมายต่างกันคนละขั้ว  แทนที่จะต้อนรับกลายเป็น

พิชิตฮิลลารีไปเสียนี่

http://www.youtube.com/watch?v=tJpKaAv-anA