Sunday, November 03, 2013

ม็อบนิรโทษกรรม

3 พฤศจิกายน 2556
สามวันมานี้มีม็อบนิรโทษกรรมที่เข้มข้นมาก มีเวทีพันธมิตรที่สวนลุม มีเวทีที่อุรุพงษ์ และมีเวทีของประชาธิปัตย์ที่สามเสน ล่าสุดคืนนี้ เห็นเวทีสวนลุมเคลื่อนพลโดยการนำของพลตรีจำลอง ศรีเมืองได้ไปร่วมกับเวทีอุรุพงษ์เรียบร้อยแล้ว เวทีสามเสนยังคงมีอยู่ ถ่ายทอดสดทางช่อง Bluesky และมีจอเล็กถ่ายทอดเวทีอุรุพงษ์ด้วย

ส่วนตัวเปลี่ยน profile เป็นรูปการคัดค้าน พรบ.นิรโทษกรรมตั้งแต่เมื่อวานและเข้าไปลงชื่อในแคมเปญต่อต้านนิรโทษกรรม น่ายินดีที่พบว่าคนตื่นตัวกันมาก เพื่อนๆในเฟสบุ๊คเปลี่ยน profile และไปลงชื่อกันมาก ดูมีการเข้าร่วมกว่างานอื่นๆ

4 พฤศจิกายน 2556
วันนี้ตอนบ่ายเจออ.เลิศชายกับทรงวุฒิคุยกันเรื่องนี้ ก็นัดแนะกันร่วมกับองค์การนักศึกษา ชุมนุมกันที่ลานเพลินตาตอนห้าโมงเย็น ปราศัยกันจนราวๆหนึ่งทุ่มเคลื่อนย้ายกันจำนวนสองรถบัสไปร่วมกับเวทีในเมืองที่ศาลากลาง นักศึกษาได้ขึ้นพูดด้วย  บรรยากาศคึกคักมา






5 พฤศจิกายน 2556
วันนี้จุฬานัดชุมนุมที่สนามหน้าหอประชุมแล้วเดินขบวนไปที่หน้ามาบุญครอง ปักหลักที่หอศิลป์ กรุงเทพ คนมากันเยอะมาก  เพื่อนๆไปกันหลายคน เห็นแล้วอิจฉา ถ้าอยู่กรุงเทพจะไปด้วยแน่นอน




6 พ.ย. 2556
ที่ท่าศาลา นักศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์รวมตัวกันไปร่วมเวทีกับประชาชนท่าศาลาคัดค้าน พ.ร.บ. นิรโทษกรรมที่สนามหน้าอำเภอท่าศาลา มีการจัดขบวนรถเดินทางตอนบ่ายสามโมงครึ่ง และเปิดเวทีอภิปรายบนรถ  เจตนารมณ์ชัดเจนค่ะ





=========================================================
มาขยายคำว่าสุดซอยจากคำอธิบายของคุณกรณ์ จาติกวนิช ค่ะ

"คำว่า 'สุดซอย' ก็คือการช่วยคุณทักษิณให้พ้นผิดในทุกกรณี ทั้งๆที่ความผิดของเขาไม่ได้้เกี่ยวกับการเมือง แต่เป็นความผิดที่มาจากการทุจริตคอร์รัปชั่นทั้งสิ้น 

ผมขอยืมคำพูดของคุณอภิสิทธิ์ที่เรียกร่างสุดท้ายของกฎหมายนี้ว่าไม่ได้เพียงไปสุดซอย แต่ทะลุซอยออกถนนใหญ่เลยครับ สาเหตุเพราะกฎหมายเขียนว่า ทุกคดีที่คตส.ชี้ว่าผิด ให้ถือว่าพ้นผิดทันที ซึ่งหมายรวมถึงอีกหลากหลายคดีนอกเหนือจากการโกงที่ดินถนนรัชดาฯ ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาจำคุกคุณทักษิณไปแล้ว และทุกคดีล้วนแล้วแต่เป็นคดี 'โกงระดับชาติ' ทั้งสิ้น อย่างเช่น


๑. คดีร่ำรวยผิดปกติ ทำให้ ป.ป.ช.ยื่นฟ้องต่องศาลฎีกา ว่า พ.ต.ท.ทักษิณแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ เนื่องจากไม่ได้แจ้งการถือครองหุ้นบริษัทชินคอร์ปฯไว้ ถึง 6 ครั้ง ซึ่งศาลฎีกาได้ออกหมายจับไว้

๒. คดีทุจริตปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยหรือเอ็กซิมแบงก์ ให้กับรัฐบาลพม่า มูลค่า 4,000 ล้านบาท ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณเป็นจำเลยเพียงคนเดียว ซึ่งศาลฎีกาได้ออกหมายจับไว้

๓. คดีทุจริตออกพระราชกำหนดแปลงค่าภาษีสัมปทานกิจการโทรคมนาคมเป็นภาษีสรรพสามิตเพื่อเอื้อประโยชน์ธุรกิจบริษัทชินคอร์ปฯ ที่มี พ.ต.ท.ทักษิณเป็นจำเลยเพียงคนเดียว และศาลฎีกาได้ออกหมายจับไว้

๔. คดีทุจริตจัดซื้อจัดจ้างโครงการบ้านเอื้ออาทร ที่มีนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กับพวก เป็นผู้ถูกกล่าวหา (ทำให้เราเข้าใจว่าทำไมคุณวัฒนาจึงมีบทบาทอย่างมากในความพยายาม 'ปรองดอง')

๕.คดีทุจริตธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้บริษัทกฤษดามหานคร ที่มี พ.ต.ท.ทักษิณ และนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของ พ.ต.ท.ทักษิณกับพวก เป็นผู้ถูกกล่าวหา...

...และจะมีผลแม้แต่ในคดีที่เพิ่งมีคำพิพากษาไปคือเรื่องการโกงกรณีรถดับเพลิงกทม. 6,800 ล้านบาท เพราะเป็นคดีที่คตส.ได้เป็นผู้ชี้ผิดแต่แรกด้วย!!

พูดง่ายๆก็คือถ้ามองว่าคตส. ลำเอียง ก็อย่างน้อยควรให้มีการพิจารณาคดีใหม่ แต่ไม่ครับ นี่ให้ถือว่า 'พ้นผิด' ในทุกกรณีไปเลย!!

และที่ทะลุซอยก็คือ ร่างกฎหมายฉบับนี้เขียนว่าในกรณีคดีของเสื้อแดงที่มาชุมนุมนั้น 'การนิรโทษกรรมไม่ก่อให้เกิดสิทธิ' ซึ่งหมายความว่าจะไปฟ้องร้องทวงสิทธิจากการถูกจำคุก ฯลฯ ไม่ได้

แต่กฎหมายกลับเขียนให้การนิรโทษกรรมในกรณีทุจริตจะมีสิทธิที่ทวงได้!

ตรงนี้สะท้อนความโลภของทักษิณจริงๆ เพราะไม่ใช่เพียงต้องการให้พ้นผิด แต่ต้องการเงิน 46,000 ล้านที่ถูกยึดจากการทุจริตแผ่นดินคืนอีกต่างหาก

และสะท้อนความเห็นแก่ตัวที่ไม่ให้สิทธิชาวเสื้อแดงที่ออกมาเสี่ยงตายเพื่อตน แต่กลับสงวนสิทธิไว้ให้กับตัวเอง

แต่ที่จะมีผลกับพวกเราโดยตรงทุกคนคือ 46,000 ล้านที่ต้องคืนนั้น เป็นการคืนด้วยเงินพวกเรานะครับ วิธีคือการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินเอาเงินภาษีเราคืนให้แก่คนที่ศาลพิพากษาไปแล้วว่าโกงแผ่นดิน

และที่แย่กว่านั้นก็คือต้องบวกดอกเบี้ยให้เขาด้วย ในอัตราศาลแพ่งที่ 7.5% ซึ่งสูงกว่าอัตราปกติที่ประชาชนธรรมดาได้ในการฝากเงิน รวมแล้วค่าดอกเบี้ยถ้านับจากวันที่ถูกยึดก็ประมาณ 14,000 ล้าน

รวมแล้วเตรียมจ่ายภาษีให้กับคุณทักษิณได้เลยครับ รวม 60,000,000,000 บาท ก็คือคนไทยทุกคนเฉลี่ยประมาณคนละ 1,000 บาท ไม่ว่าคุณจะเป็นเสื้อแดง เหลือง ฟ้า ยากจนหรือรํ่ารวยแค่ไหนก็ตาม

และจารึกไว้ว่าเราจะเป็นประเทศแรกในโลกประชาธิปไตยที่มีการออกกฎหมายยกผิดในคดีทุจริต เพียงเพราะคนโกงมีเสียงข้างมากในสภาฯ

ส่วนตัวผมคิดว่าถ้าเราคิด 'เลยตามเลย' กับเรื่องนี้ ก็จะสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนแอสุดขีดของสังคมไทย เราจะรอพึ่งศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความว่ากฎหมายนี้ขัดต่อหลักนิติธรรมหรือไม่ก็ได้ แต่เราต้องแสดงออกในฐานะเจ้าของประเทศว่าเรายอมรับไม่ได้ที่จะมีคนทำตัวเหนือกฎหมายอย่างนี้ ถ้าทุกคนเงียบ ลูกหลานเราจะต้องอยู่ในประเทศแบบไหน คิดให้ดีครับ ถ้าเรื่องนี้ปล่อยให้เขาทำได้ ผมว่าก็เท่ากับเราพร้อมยอมเขาในทุกเรื่อง"

ข้อมูลจากลิงก์ที่แนบมานี้ค่ะ

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10151975302504740&set=a.113478794739.118233.71254499739&type=1&theater

Saturday, November 02, 2013

ม็อบบางสะพาน ตุลาคม 2556

สัปดาห์ที่ผ่านมามีม็อบสวนยางที่บางสะพาน ปิดถนนสายหลักที่ลงสู่ภาคใต้ เป็นอัมพาตกันไปหมด รถทั้งขึ้นและล่องสามารถผ่านทางได้โดยการใช้เส้นทางเลี่ยง แต่ก็ต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมง

ครั้งนี้ไม่ได้ติดตามข่าวเพราะม็อบเริ่มวันที่ 26 ตุลาคม 2556 ช่วงเดียวกับงานศพของพี่ที่เคารพมากท่านหนึ่ง มัวแต่ยุ่งกับงานไม่ได้ทำอะไรเลย

ผลกระทบที่เจอบ้างคือ มีคนที่ลงมางานด้วยรถทัวร์ จากเดิมที่น่าจะมาถึงประมาณหกโมงเช้า ก็มาถึงประมาณเที่ยง  ขากลับวันนี้(2 พฤศจิกายน) ก็เช่นเดียวกัน Sudjai Khakhunmanee  "หนูกับน้องก็ดีใจที่ได้เจออาจารย์เช่นกันค่ะ แต่เสียดายเวลาสั้นไปนิดนะคะ ตอนนี้หนูเดินทางถึงประจวบคีรีขันธ์ตะวันส่อง (06.09 น.) เลี่ยงม็อบอยู่ที่บางสะพาน รถเยอะมากๆ ค่ะ ขามากับน้องษารถยังคลานตามกันได้ แต่รอบนี้รถตั้งไข่กันทั้งคืนเลยค่ะ 555 อาจารย์เริ่มเห็นชะตากรรมหนูแล้วใช่ไหมคะ"



ข่าวจากหนังสือพิมพ์ต่างๆ

http://news.springnewstv.tv/37755/%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B8%9A-%E0%B8%A1%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AF-%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2


Wednesday, October 30, 2013

กล้วยไม้มีดอกช้า..ฉันใด

"กล้วยไม้มีดอกช้า ฉันใด 
การศึกษาเป็นไป เช่นนั้น
แต่ดอกออกคราวไร งามเด่น 
งานสั่งสอนปลูกปั้น เสร็จแล้วแสนงาม"

(คุรุบุปผชาติ -  นิพนธ์โดย ศ.มล.ปิ่น มาลากุล "กล้วยไม้มีดอกช้า ฉันใด...การศึกษาเป็นไป เช่นนั้น...แต่ดอกออกคราวไร งามเด่น...งานสั่งสอนปลูกปั้น เสร็จแล้ว แสนงาม...หยดน้ำที่พร่างพรม ดูดซับเข้ากิ่งใบ ทีละน้อยซึมเข้าไปเนิ่นช้า...ความรู้ก็เช่นกัน หมั่นทบทวนศึกษา ไม่เว้นว่างตำราเหมือนดั่งน้ำ...ห่างน้ำก็แห้งกรัง แช่น้ำก็เน่าพัง กล้วยไม้จึงเปรียบดังคำสอนใจ...เมื่อถึงวันที่กล้วยไม้ออกดอก งดงามดั่งดวงตะวัน...หยดน้ำที่พร่างพรมทุกวัน ได้รังสรรค์เป็นดอกกล้วยไม้...")

บทกลอนข้างบนเป็นของหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล กล่าวถึงการศึกษา แต่ที่ยกมานี้เป็นชื่อของหนังสืออนุสรณ์ในงานศพของ ดร.ทิพย์วัลย์ สุทิน

ดร.ทิพย์วัลย์ สุทินเป็นอาจารย์สำนักวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เสียชีวิตคืนวันที่ 24 ตุลาคม 2556 คืนเดียวกับที่พระสังฆราชสิ้นพระชนม์ (เป็นวันคล้ายวันเกิดของ ม.ล. ปิ่น มาลากุลด้วยเช่นกัน) แต่ไม่ทราบเวลาที่แน่นอนด้วยมาพบร่างผู้เสียชีวิตตอนเช้าวันที่ 25 ตุลาคม 2556 (ไม่แน่ใจว่ามรณบัตรเขียนไว้เป็นเวลาใด ะไปสอบถามมาอีกครั้ง)

อาจารย์เป็นผู้ทำงานด้านการศึกษาอย่างทุ่มเท เป็นคนที่มีคนรักเคารพมากมาย เมื่ออาจารย์สิ้นลงจึงมีคนที่มีความทรงจำดีๆกับอาจารย์บันทึกเรื่องราวต่างๆ ในโพสต์นี้อยากจะลงรายละเอียดในเรื่องที่อาจารย์ดำเนินการเกี่ยวกับการศึกษา

ในส่วนที่อาจารย์เกี่ยวข้องมีเยอะมากจะมาขยายประเด็นอีกครั้ง ในที่นี้ขอใส่หัวข้อไว้ก่อนว่ามีเรื่องของการสร้างระบบการดูแลนักศึกษา ระบบหอพักนักศึกษา ระบบการประเมินบุคลากรในสถาบันการศึกษา การเรียนการสอนแลล PBL การเรียนการสอนเชิงรุก มาตรฐานวิชาศึกษาทั่วไป



TBC

Tuesday, October 22, 2013

Emilie and Voltaire

ตั้งใจจะค้นเรื่องของวอลแตร์มาอ่าน เพราะมีร้านกาแฟชื่อวอลแตร์เปิดอยู่ที่ซอยข้างห้างโอเชียนนคร ได้ยินว่าเป็นร้านน่ารัก มีการสอนศิลปะชั้นบน และเจ้าของปลาบปลื้มวอลแตร์มากจนนำมาตั้งเป็นชื่อร้าน

จริงๆแล้วรู้จักวอลแตร์แค่ชื่อ จำได้ว่าแต่งหนังสือเรื่องกองดิดส์ แต่ไม่คิดจะอ่าน เพราะเคยอ่านเรื่องย่อแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่แนวที่ชอบ นอกเหนือจากนั้นก็รู้ว่าเป็นนักปรัชญาอะไรทำนองนั้น

มาเปิดวิกิพีเดียอ่านประวัติดู อ่านไปก็ทึ่งไปว่าวอลแตร์ดูจะมีอิทธิพลทางความคิดต่อคนมากมายทีเดียว และความสามารถของเขาดูจะไม่ใช่โดดเด่นแค่การเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการเมืองการปกครอง แต่กลับมีบทบาททางด้านวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ อภิปรัชญา การเขียนหนังสือ บทกวี บทความ ฯลฯ แต่ที่ทำให้คนนึกถึงวอลแตร์น่าจะเป็นการที่เขาวิพากษ์วิจารณ์สังคม ระบบการปกครองในสมัยนั้นโดยใช้หลักเหตุผล โจมตีความเชื่องมงาย แนวคิดของเขาส่งผลมากต่อการลุกฮือของประชาชนในการปฏิวัติฝรั่งเศส

งานของเขาได้แก่ (คัดจากวิกิพีเดีย, นำมาลิสต์รายการไว้เผื่อจะหาอ่านในอนาคต)  :)
Philosophical works
  • Letters concerning the English nation (London, 1733) (French version entitled Lettres philosophiques sur les Anglais, Rouen, 1734), revised as Letters on the English (circa 1778)
  • Le Mondain (1736)
  • Sept Discours en Vers sur l'Homme (1738)
  • Traité sur la tolérance (1763)
  • Ce qui plaît aux dames (1764)
  • La Princesse de Babylone (1768)
Plays
  • Irène
  • L'Orphelin de la Chine (1755)
Historical
  • The Age of Louis XIV (1751)
  • The Age of Louis XV (1746–1752)
  • Annals of the Empire – Charlemagne, A.D. 742 – Henry VII 1313, Vol. I (1754)
  • Annals of the Empire – Louis of Bavaria, 1315 to Ferdinand II 1631 Vol. II (1754)
  • Essay on the Manners of Nations (or 'Universal History') (1756)
  • History of the Russian Empire Under Peter the Great (Vol. I 1759; Vol. II 1763)
  • History of the Parliament of Paris (1769)[66]

ค่อนข้างประหลาดใจที่พบว่าเขาทำงานด้านวิทยาศาสตร์ด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่เขาต้องออกจากฝรั่งเศสไปอยู่ที่อังกฤษเป็นเวลาสามปี เขาได้แนวคิดจากอังกฤษมามากโดยเฉพาะแนวคิดของนิวตันเรื่อง Optics และแรงโน้มถ่วง และในเวลาต่อมาได้ศึกษาเรื่องนี้ร่วมกับเพื่อนหญิงของเขา เอมิลี่ 

วอลแตร์ได้เข้าร่วมในพิธีศพของนิวตัน ได้มีส่วนในการเรียกร้องให้เขาได้รับการนำไปอยู่ที่ Westminster Abbey และได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับนิวตัน รวมทั้งเป็นคนกระพือเรื่องเล่าที่ว่านิวตันได้คิดเรื่องแรงโน้มถ่วงเพราะถูกแอปเปิ้ลหล่นใส่หัว

วอลแตร์ไม่ใช่ชื่อจริงของเขา ชื่อจริงคือ François-Marie Arouet  ชื่อวอลแตร์เป็น anagram ของคำว่า  "AROVET LI," ซึ่งเป็นชื่อในภาษาละตินของนามสกุลของเขา (Arouet)  ส่วนอักษรย่อมาจากคำว่า "le jeune" ("the young")

เมื่อเสียชีวิตวอลแตร์ได้รับการทำพิธีแบบรีบร้อนก่อนคำสั่งประกาศห้ามการทำพิธีของเขาจะถูกประกาศออกมา เพราะยามมีชีวิตไม่ได้ญาติดีกับคริสตจักรเท่าไรนัก เขาจึงได้รับการปฏิเสธที่จะให้ทำพิธีในโบสถ์ แต่เพื่อนของเขาก็ได้จัดการให้ได้ทัน  เขาเสียชีวิตวันที่ 30 พฤษภาคม 1778 และในที่สุดหลังจากนั้นอีกสิบกว่าปีวันที่ 11 กรกฎาคม 1791 ร่างของเขาได้ถูกนำไปไว้ที่ Pantheon ที่ฝังศพบุคคลสำคัญของฝรั่งเศส(ได้ไปเยี่ยมชม Pantheon เมื่อเดือนพฤษภาคม 2013 และได้เห็นที่ฝังศพของวอลแตร์ด้วย โดดเด่นกว่าของคนอื่นมากเพราะถูกนำมาอยู่ด้านหน้าและมีรูปปั้นด้วย)



What is tolerance? it is the consequence of humanity. We are all formed of frailty and error; let us pardon reciprocally each other's folly-that is the first law of nature." ("Tolerance", ibid)


อ่านแล้วก็ตามลิงก์ต่อไปดูข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง เพราะคุ้นๆกับชื่อ
Emilie du Châtelet ที่ทำงานร่วมกับวอลแตร์ ยิ่งค้นเรื่องของเธอยิ่งพบว่าน่าสนใจมาก แทบจะมากกว่าตัววอลแตร์เองด้วยซ้ำเมื่อคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงในยุคนั้นที่ได้รับการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ระดับสูง มีทักษะและพื้นความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ดีกว่าวอลแตร์ เธอรู้ภาษาละติน อิตาเลียน กรีก เยอรมัน ตั้งแต่อายุสิบสองปี มีความสามารถในการเต้นรำ เล่นฮาร์ปซิคอร์ด และเล่นละครสมัครเล่น และเคยใช้ความสามารถทางคณิตศาสตร์ในการพนันเพื่อหาเงินมาซื้อหนังสืออ่าน

เธอเป็นผู้แปลหนังสือ Principia ของนิวตันจากภาษาละตินเป็นภาษา
ฝรั่งเศส ซึ่งยังคงถือว่าเป็นต้นฉบับฝรั่งเศสฉบับที่สมบูรณ์ที่สุด

เธอได้รับการกล่าวถึงโดยวอลแตร์ว่าเป็น "a great man whose only fault was being a woman"

ในชีวิตครอบครัวกลับเป็นว่าเธอต้องแต่งงานตั้งแต่อายุน้อยกับขุนนางชั้นสูงตามแบบฉบับผู้ดีสมัยก่อน แต่เธอก็มีความสัมพันธ์กับคนอื่นอีกหลายคน ที่เป็นที่รู้จักที่สุดคือวอลแตร์ โดยได้ใช้ช่วงเวลาที่อยู่ร่วมกันในการศึกษางานที่สำคัญหลายชิ้น

เธอเสียชีวิตเมื่ออายุได้ 42 ปี หลังการคลอดบุตรคนที่สี่ที่เกิดจากความสัมพันธ์กับคนรักอีกคนหนึ่ง

(ในประวัติของเธอกล่าวว่าเธอเกิดที่ย่านตุยเลอรี่ส์ ในปารีสใน Townhouse ขนาดใหญ่ใกล้สวน น่าเสียดายที่อ่านเรื่องนี้หลังจากกลับมาจากปารีสแล้ว ไม่อย่างนั้นคงจะต้องตามไปดูซักนิด นับว่าเป็นผู้หญิงที่เป็นฮีโร่ได้อีกคน)

แหล่งข้อมูล

Wednesday, October 02, 2013

Inspiration

Inspiration บางครั้งงานของใครบางคนก็เป็นแรงบันดาลใจให้อีกหลายคน...





ส่วนตัวแล้วประทับใจภาพนี้ที่สุดในพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ เมื่อหันไปเห็นภาพนี้ รู้สึกถึงความเศร้าโศรก ความรัก การพลัดพราก โดยไม่รู้มาก่อนด้วยว่าเป็นภาพที่เกี่ยวกับเรื่องอะไร นั่งดูอยู่นาน ชอบมากๆ ซื้อโปสการ์ดกลับมาชื่นชมอีกต่างหาก

ภาพนี้ชื่อ The burial of Atala เป็นภาพเขียนแสดงเรื่องราวของสาวน้อยคริสเตียนเลือดผสมคนหนึ่งชื่อ Atala ผู้ซึ่งสาบานไว้ว่าจะถือพรหมจรรย์ แต่เมื่อเธอพบคนรักซึ่งเป็นหนุ่มอินเดียนแดงเผ่า Natchez. เธอจึงเลือกที่จะกินยาพิษฆ่าตัวตายเพื่อไม่ให้ผิดคำสาบาน

ภาพนี้วาดโดยศิลปินชาวฝรั่งเศส Anne-Louis Girodet ผู้ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากงานเขียนของ Francois-René de Chateaubriand เรื่อง Atala ซึ่งก็ได้แรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องนี้จากการเดินทางไปอเมริกาอีกต่อหนึ่ง งานของเขาได้รับการแปลหลายภาษาและเป็นแรงบันดาลใจในการวาดภาพของศิลปินคนอื่นที่วาดภาพฉากนี้เช่นเดียวกัน เช่นงาน Ultimos momentos de Atala by Luis Monroy. และ Death of Atala ของ Rodolpho Amoedo

นี่ถ้าวาดรูปเก่งๆจะวาดมั่งนะคะเนี่ย ชอบจังเลย...




Atala เขากินยาพิษฆ่าตัวตายค่ะ โดยไม่บอกมิชชั่นนารี Père Aubry ผู้ชายหนวดยาวคนนั้น  


 เขาก็เลยคิดว่าเธอป่วยเฉยๆ เมื่อ Chactas คนรักของเธอมา เธอก็บอกความจริง แต่ก็ช่วย


ชีวิตไม่ทันแล้ว ซึ่งมิชชั่นนารีได้บอกว่าทางศาสนาคริสต์ก็ยอมให้ถอนคำปฏิญานได้( พระ


หรือแม่ชีที่ได้ทำ renunciation of vows เพื่อออกไปแต่งงานก็เคยมี) Atala ไม่น่าจะต้องกิน


ยาพิษค่ะ เศร้าเนอะ...



==========================================




ส่วนงานชิ้นนี้ชื่อ The spirit of eternal rest. เป็นผลงานของโรแดงค่ะ ตั้งอยู่ในสวนที่พิพิธภัณฑ์โรแดง โดมข้างหลังคือ แองวาลิด ที่ฝังศพนโปเลียน ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์โรแดงแล้วได้ภาพนี้มา ไม่ได้ตั้งใจแปลผลงานท่านโรแดงเป็นอื่นเลยจริงจริ๊ง



=======================================
รูปปั้นชุดนี้อยู่ในลูฟร์ค่ะ  ดูแล้วอารมณ์ดี


เห็นได้ชัดว่าน้องเป็นเด็กโหด

ส่วนคุณลุงคุณป้าคู่นี้ยืนขนาบทางเดิน แลดูไหว้แบบเสียไม่ได้นะคะ






================================================

ที่เป็นแรงบันดาลใจตลอดมาคงหนีไม่พ้น Da Vinci











Friday, September 27, 2013

นิยายชีวิตในวังสระปทุม



เมื่อวานซืนซื้อหนังสือมาเล่มหนึ่ง เรื่อง "นิยายชีวิตในวังสระปทุม" เพราะเปิดดูแล้วมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่น่าสนใจมากๆ ดูชื่อผู้แต่งคือ แพทย์หญิงระทวย (จักรพันธ์) วีระแกล้ว ก็ไม่ได้สะดุดใจอะไร เปิดอ่านไปได้หน่อยนึงถึงทราบว่าคุณหมอเคยไปทำงานอยู่ที่ระนอง คุ้นๆขึ้นมาทันทีว่าตอนเด็กๆเคยเห็นคลินิกของคุณหมอรวิและคุณหมอระทวย แต่จำไม่ได้ว่าที่ไหน โทรไปถามคุณพี่สาวก็คุ้นๆ ถามคุณพ่อก็คุ้นๆ แต่ไม่มีใครจำรายละเอียดที่ชัดเจนอะไรได้เลย เง้อ... ชีวิตคุณหมอออกจะน่าสนใจ... เป็นหนังสือน่าอ่านอีกเล่มที่ทำให้รำลึกถึงเรื่องดีๆเมื่อหลายสิบปีก่อนค่ะ  คุณพี่สาวบอกว่าเผลอๆคุณหมอเป็นคนทำคลอดพวกเรานะ  :)

ม็อบสวนยาง

ม็อบสวนยางเกิดจาการที่ชาวสวนรวมตัวกันเรียกร้องให้ดูแลเรื่องราคายางตกต่ำ ราคาลงไปอยู่ที่ประมาณเจ็ดสิบกว่าบาท ชาวสวนยางอยากให้ราคาอยู่ที่ 120 บาท  ตกลงกันไม่ได้ รัฐบาลก็จัดการช้า ไม่ส่งคนที่เหมาะสมลงมาจัดการ ชาวบ้านเริ่มมีม็อบตั้งแต่เดือนสิงหาคม จนถึงปลายกันยายน  มีม็อบมาร่วมเดือนแล้วยังไม่เรียบร้อย

ได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์บางส่วน


"24/8/2013ประชุมรับฟังร่างเกณฑ์มาตรฐานวิชาศึกษาทั่วไป
Updated about a month ago ·
ไปประชุมรับฟังร่างเกณฑ์มาตรฐานวิชาศึกษาทั่วไปที่หาดใหญ่ ออกจากท่าศาลากันตั้งแต่ตีห้า ไปถึงชะอวดยังไม่เจ็ดโมงเช้า เจอรถสิบล้อขวางกลางถนน ทีแรกคิดว่าล้อยางแตกเฉยๆ แต่เนื่องจากเมื่อวานก็มีม็อบก็เลยคาดว่าอาจมีม็อบต่อเนื่อง ก็ขับสวนเลนกลับมาก่อนจะติดยาวอย๔ู่ที่นั่น ลองวนไปดูอีกฟากหนึ่ง พบว่ามีรถบรรทุกมาขวางเช่นกัน คงเพิ่งมาสดๆร้อนๆ รถเราเป็นคันแรกๆ น้องๆที่ขวางถนนก็ขอโทษขอโพยและพยายามหาทางให้เราหลีกไปเส้นทางอื่น แต่ทางที่ไปได้มันทรหดมาก ก็เลยยอมขับรถกลับมาแล้วอ้อมไปทางเขาชุมทอง เข้าชะอวด แล้วไปออกเส้นเอเชียอีกทีที่ป่าพะยอม 

ก็เห็นใจนะคะ แต่ถ้าสายหน่อยรถมามากๆคงวิกฤติใช้ได้เลยละค่ะ ตอนขับอ้ออมทางก็จะเห็นรถตู้ตำรวจวิ่งไปจุดเกิดเหตุหลายคัน จนคันหลังสุดเห็นเป็นรถตำรวจชนิดคันใหญ่สีดำ ท่าทางจะเอาจริงแฮะ"

3 กันยายน 2556 ก็มีม็อบที่ท่าศาลาค่ะ


ในที่สุดก็ทนอยู่หน้าจอไม่ไหว ออกไปฟังม็อบท่าศาลากันดีกว่า จะได้รับรู้ว่าชาวบ้านเราเดือดร้อนกันยังไง และเราก็มีสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นค่ะ

เครือข่ายภาคประชาชนเพื่อความเป็นธรรม จ. นครศรีฯประกาศเจตนารมณ์ให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ยางพาราและปาล์มราคาตกต่ำ เรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมารับหนังสือเพื่อนำเสนอรัฐบาล โดยมีข้อเรียกร้องดังนี้
1. ให้รัฐบาลมอบหมายให้ผู้มีอำนาจในการตัดสินใจเข้ามาแก้ไขปัญหาราคายางพาราและปาล์มตกต่ำอย่างจริงจังโดยไม่เลือกปฏิบัติและเป็นธรรม
2. ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเพิกถอนหมายจับแกนนำและผู้ชุมนุม ในพื้นที่อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช
3. ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำฆาตกรและผู้อยู่เบื้องหลังการทำร้ายผู้ชุมนุมจนถึงแก่ความตายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด
4. รัฐบาลจะต้องไม่ใช้กำลังสลายการชุมนุมทุกรูปแบบ
5. ต้องไม่ดำเนินการกับแกนนำและผู้ชุมนุมในครั้งนี้

ถ้าผู้ว่าไม่มารับหนังสือ จะปิดถนนทั้งหมดและอาจเคลื่อนย้ายไปปิดสนามบิน
 

Thursday, September 19, 2013

การขนเรือด้วยเรือ...

เมื่อวานนักศึกษาปีสองหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศได้ไปเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าขนอม ได้รับทราบวิธีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าว่าตัวโรงงานที่ 1 สร้างมาจากญี่ปุ่น และโรงงานที่ 2 สร้างมาจากเกาหลี สร้างเสร็จก็มีเรือขนมาทางทะเลมาขึ้นฝั่งที่ขนอมซึ่งได้เตรียมสร้างฐานรากเอาไว้พร้อมแล้ว เมื่อเรือโรงงานมาถึงก็ติดตั้งแล้วสามารถเปิดดำเนินการได้เลย ผู้บรรยายได้ให้ดูภาพโรงงานที่มีเรือนำข้ามทะเลมาจากญี่ปุ่น ตื่นเต้นมากเมื่อคิดว่า โรงงานใหญ่ยักษ์ขนาดนั้นยังสามารถบรรทุกด้วยเรือได้ เป็นเรือบรรทุกขนาดยักษ์กว่าเข้าไปอีก

ก็เลยมาค้นดูเรือบรรทุกลักษณะนี้ พบว่ามีหลายลำในโลกนี้ และสามารถเป็นเรือบรรทุกเรือ เรือบรรทุกแท่นขุดเจาะ ไม่น่าเชื่อจริงๆว่ามนุษย์สร้างอะไรที่มหัศจรรย์อย่างนี้ได้ ใน YouTube มีหลายคลิปที่น่าสนใจ http://www.youtube.com/watch?v=mL4CB4SZieo

แล้วก็ไปขุดกรุ Scrapbook ของตัวเองย้อนหลังไปเมื่อประมาณสิบปีที่แล้ว ตอนนั้นไปเรียนที่ออสเตรเลีย จำได้ว่าตัวเองตื่นเต้นกับข่าวการขนเรือขึ้นเรือไปประเทศอังกฤษ กรณีนั้นเกิดจากเรือพิฆาตของอังกฤษชื่อ "HMS Nottingham" เสียหายจากการชนกองหินนอกชายฝั่งทะเล New South Wales เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2002 เรือเสียหายมาก และทางอังกฤษตัดสินใจว่าให้ส่งเรือกลับไปซ่อมที่อังกฤษ ก็เลยใช้เรือของ Netherlands ชื่อ MV Swan มาขนไป หนังสือพิมพ์ใช้คำว่า Piggyback ทีแรกไม่เห็นรูปนึกภาพไม่ออกว่าจะเอาเรือขึ้นเรือได้ยังไง พอมาดูทีวี เขาจะลดดาดฟ้าเรือของเรือ Swan ลง แล้วลากเรือรบเข้าประจำที่ จากนั้นก็ยกดาดฟ้ากลับขึ้นมา เรือรบอังกฤษก็เลยได้ขี่เรือดัชต์กลับบ้าน เก๋ๆ

คนคิดวิธีขนส่งแบบนี้ได้นี่ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา...ว่ามั้ย?





เพนดูลัมของฟูโกต์...พิสูจน์ว่าโลกหมุนรอบตัวเอง

19 กันยายน 2556 วันนี้ Google ขึ้น Doodle เป็นวันครบรอบวันเกิดที่ 194 ปีของ Jean Bernard Léon Foucault ค่ะ ฟูโกต์เป้นนักฟิสิกส์ขาวฝรั่งเศส เป็นคนแรกๆที่ศึกษาเรื่องความเร็วแสง เป็นคนพบ eddy current เป็นคนตั้งชื่อ gyroscope และที่มีชื่อเสียงที่สุดคือการประดิษฐ์ลูกตุ้มเพนดูลัมเพื่อพิสูจน์ว่าโลกหมุน (ลองคิดดูนะคะว่าถ้ามีคนบอกเราว่าจริงๆโลกนี้หมุนรอบตัวเองเราจะพิสูจน์ได้อย่างไร คนนี้แหละที่พิสูจน์ได้ อ่านวิธีทดลองได้จากลิงก์นี้ค่ะhttp://www0.tint.or.th/nkc/nkc52/nstkc053.html)

ปัจจุบันลูกตุ้มที่เขาใช้ในการพิสูจน์ว่าโลกหมุนอยู่ที่ Musée des Arts et Métiers ( Museum of Arts and Crafts) ในปารีส (ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมเมื่อตอนปิดเทอมที่ผ่านมา ปลาบปลื้มมากๆๆๆ)

ก่อนหน้านี้ลูกตุ้มนี้เคยวางไว้ที่ Pantheon ในปารีสเช่นกัน ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่ Musée des Arts et Métiers ค่ะ ก็พยายามตามไปดูสถานที่เช่นกัน เห็นแต่โถงโล่งๆ



และถ้าใครไปเที่ยวหอไอเฟลก็ลองเงยหน้าดูชื่อคนสำคัญที่สลักไว้ที่หอนะคะ มีอยู่ 72 ชื่อ ชื่อของ Foucault เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ ชื่อจะอยู่บนหอฝั่งที่หันหน้าไปทางสนามหญ้านะคะ ( คือต้องมองหอโดยมีทรอคคาเดโรเป็นฉากหลัง)









Thursday, August 22, 2013

Google Doodle-Claude Debussy

เปิด Google วันนี้เจอ Google Doodle ที่ทำขึ้นเพื่อฉลองวันเกิดครั้งที่ 151 ของ Claude Debussy (ถ้าเขายังอยู่นะ แต่ก็...ไม่อยู่แล้วล่ะ  ) เป็น Doodle ที่น่ารักดีค่ะ มีทั้ง Animation และเพลงประกอบเพราะๆ

Debussy ไม่ใช่นักแต่งเพลงคนโปรดแต่ก็ได้ฟังเพลงเขาเรื่อยๆ บางทีก็เห็นเป็นเพลงประกอบในภาพยนตร์บ้าง ที่โดนเพื่อนบังคับฟังมาตั้งแต่สมัยเรียนคือ La mer ส่วนเพลงประกอบที่ Google ใส่ให้วันนี้ชื่อ Clair de Lune แปลว่า Moonlight ค่ะ เพราะดีเหมือนกัน ชื่นชม Doodle วันนี้ด้วยว่า Animation น่ารักโดยเฉพาะตอนจบ บรรยากาศดีมาก

ตอนนี้ Debussy อยู่ที่ Passy Cemetery (อยู่หลัง Trocadero ที่เพิ่งไปเดินเที่ยวมา เดินเลยไปนิดเดียว) ไม่รู้มาก่อนว่าเขาอยู่ตรงนั้น จริงๆถ้าได้ไปก็จะได้ไปคารวะ Manet ศิลปินอิมเพรสชั่นนิสต์ที่อยู่ที่เดียวกันด้วย คนนั้นละคนโปรดจริงๆ Cemetery ที่ๆเขาอยู่มีคนดังๆมาก แม้แต่จักรพรรดิ์องค์สุดท้ายของเวียดนามก็อยู่ที่นั่น เสียดายๆๆๆ




Sunday, August 18, 2013

The Black Hole war สงครามหลุมดำ

วันนี้ซื้อหนังสือมาใหม่เล่มหนึ่ง ยังไม่ทันได้อ่าน แต่อยากอ่านมากเพราะเป็นการโต้แย้งระหว่าง Leonard Susskind ต่องานของ Stephen Hawkings ที่ทาง Hawkings บอกว่าถ้ามีอะไรถูกดูดเข้าไปในหลุมดำ ทุกอย่างก็จะสูญหายหมด ตานี้มันก็จะขัดแย้งกับหลัก Conservation of Information ที่หลักฟิสิกส์เคยเข้าใจกันมา Susskind ได้เสนอแนวคิดในการอธิบายไปจนถึงทฤษฎีโฮโลแกรม  รายละเอียดรออ่านจบค่อยมาเล่า

ที่รีบมาบันทึกก่อนเพราะกลัวจะลีม เรื่องหนังสือที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ถ้าผู้เขียนเขียนออกแนว Popular Science ก็จะมีข้อผิดพลาดมากมาย    เพราะตอนจะอ่านสงครามหลุมดำก็พยายามไปหาหนังสือที่เกี่ยวกับฟิสิกส์ในบ้านมาอ่านอีกครั้ง ทีแรกอยากอ่าน Billions and Billions/Carl Sagan แต่หาไม่เจอ ก็ไปเจอหนังสือ ไอสไตน์พบพระพุทธเจ้าเห็น กับฟิสิกส์นิวตัน ของทันตแพทย์สม สุจีรา พลิกหน้าแรกเจอลายมือตัวเองเขียนไว้ทั้งสองเล่มว่าข้อมูลในหนังสือมีข้อผิดพลาดทางวิชาการ ให้ไปค้นมาอ่านประกอบ  ตกลงยังไม่ทันอ่าน สงครมหลุมดำก็ไปค้นบทความของ ดร.บัญชา ธนสารสมบัติ มาอ่านประกอบ  ตานี้ก็กลัวจะลืม หาไม่เจอ เอามาเก็บไว้ในบล็อกนี้ดีกว่า  :)



">ช่วยยกตัวอย่างความผิดพลาดด้วยครับ?
เรื่องนี้ผมเขียนไว้ในเว็บบางส่วนแล้ว พอเป็นตัวอย่างนิดหน่อย (http://gotoknow.org/blog/science/192799 และhttp://www.vcharkarn.com/varticle/37687) แต่จะขอเพิ่มเติมบ้างกรณีตัวอย่างความผิดพลาดลักษณะแรก (แก้ไขง่าย) เช่น "...วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของเขา (หมายถึง เดอบรอย) ที่ยืนยันว่าอิเล็กตรอนเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า..." (ที่ถูกต้องคือ "....ที่ถือเสมือนว่า อิเล็กตรอนสามารถประพฤติตัวเป็นคลื่นได้" (หน้า 16) และ "คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าทั้งหมดต้องถือเป็นอนุภาค และอนุภาคทุกชนิดต้องถือว่าเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า" (ที่ถูกต้องคือ "คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอาจประพฤติตัวเป็นคลื่นหรืออนุภาคได้ แล้วแต่สภาวะเงื่อนไขที่เราทำการสังเกต" (หน้า 17)
หรือมีตัวอย่างประโยคที่ซ้อนความคิดหลายชั้น มีถูกมีผิดปนกัน ทำให้ต้องค่อยๆ แยกแยะอย่างระมัดระวัง เช่น "แสงจะเดินทางช้าลงได้ที่อุณหภูมิใกล้ศูนย์องศาสัมบูรณ์ (-273 องศาเซลเซียส) ซึ่งยังไม่มีห้องทดลองที่ไหนทำได้ และถึงทำได้มนุษย์ก็จะเสียชีวิตในเวลาไม่นานเมื่อเข้าไปอยู่ในที่อุณหภูมิต่ำขนาดนั้น" (หน้า 65)
ข้อความ "แสงจะเดินทางช้าลงได้ที่อุณหภูมิใกล้ศูนย์องศาสัมบูรณ์ (-273 องศาเซลเซียส)"  - ข้อความนี้ไม่ถูกต้อง
ข้อความ "...ซึ่งยังไม่มีห้องทดลองที่ไหนทำได้ และถึงทำได้มนุษย์ก็จะเสียชีวิตในเวลาไม่นานเมื่อเข้าไปอยู่ในที่อุณหภูมิต่ำขนาดนั้น" - ข้อความนี้ถูกต้องเฉพาะท่อนแรก คือยังไม่มีใครสร้างอุณหภูมิศูนย์เคลวินได้ เพราะกฎข้อที่สามของเทอร์โมไดนามิกส์ห้ามเอาไว้ แต่มีการทดลองบางอย่างที่สามารถลดอุณหภูมิลงจนต่ำมากๆ ได้ และที่สำคัญคือ การลดอุณหภูมินั้นไม่จำเป็นต้องทำกับห้องที่คนอาศัยอยู่ แต่สามารถทำภายในแชมเบอร์ที่ควบคุมอุณหภูมิ ข้อสรุปที่ว่า "ถึงทำได้มนุษย์ก็จะเสียชีวิตในเวลาไม่นาน..." จึงแสดงถึงความไม่เข้าใจเงื่อนไขในการทดลอง
คุณจะเห็นว่าแค่เพียงประโยค 2 บรรทัดในตัวอย่างหลังสุดนี้ ยังมีแง่มุมละเอียดอ่อนที่ซ่อนอยู่ ซึ่งหากจะแก้ไขต้องใช้เวลาพอสมควรทีเดียว และประโยคในลักษณะนี้เองที่ปรากฏอยู่ทั่วไปในหนังสือเล่มนี้ ทำให้หนังสือเล่มนี้ซึ่งอ่านง่าย แต่จะแก้ไขให้ถูกต้องนั้นจำเป็นต้องใช้เวลา ความรู้ และความอดทนอย่างมาก
ส่วนตัวอย่างของกรณีที่ซับซ้อนขึ้น ซึ่งต้องใช้เวลาและความพยายามในการปรับแก้นั้น มักจะปรากฏขึ้นเมื่อกล่าวถึงแนวคิด หลักการ หรือทฤษฎีที่ซับซ้อน ตัวอย่างเช่น เมื่อกล่าวถึงทฤษฎีเคออส (Chaos Theory) ในข้อความที่ว่า "ทฤษฎีแห่งความยุ่งเหยิง (Chaos T heory) ถือว่าเป็นทฤษฎีแห่งคริสต์ศตวรรษที่ 21 ซึ่งสามารถเข้ามาแทนที่ทฤษฎีสัมพัทธภาพ ความมหัศจรรย์ของทฤษฎีนี้ก็คือ สามารถนำไปใช้อธิบายระบบได้ทุกระบบ" (หน้า 77)
(ข้อความนี้ไม่ถูกต้อง เพราะทฤษฎีเคออสศึกษาระบบที่ไม่เป็นเชิงเส้นซึ่งมีพฤติกรรมไวต่อเงื่อนไขตั้งต้น ส่วนทฤษฎีสัมพัทธภาพมี 2 ส่วน ส่วนแรกคือทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษซึ่งศึกษาการสังเกตปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ในกรอบอ้างอิงเฉื่อย และทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปซึ่งศึกษาปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ในกรอบอ้างอิงที่มีความเร่งหรือมีความโน้มถ่วง) การที่จะอ้างถึงเรื่องเหล่านี้อย่างถูกต้องจำเป็นต้องเข้าใจพื้นฐานของทฤษฎีที่กล่าวถึงอย่างถ่องแท้"

ตามไปอ่านแล้วเหนื่อยเชียว ก็เลยยังไม่ได้อ่านสงครมหลุมดำซักที  แต่เรื่องนั้นน่าจะดีเพราะผู้เขียนเป็นนักฟิสิกส์ระดับอาจารย์มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงและมีคุณูปการกับวงการฟิสิกส์มาก

Saturday, June 29, 2013

Quote ชวนคิด...เกี่ยวกับการอ่าน

“You don't have to burn books to destroy a culture. Just get people to stop reading them.” 
― Ray Bradbury

"คุณไม่ต้องเผาหนังสือเพื่อทำลายวัฒนธรรม แค่ทำให้คนหยุดอ่านก็ได้แล้ว"..


เราพบว่าในอดีตเมื่อต้องการทำลายวัฒนธรรมหรือความเชื่อของฝ่ายใดก็นำหนังสือที่สนับสนุนฝ่ายนั้นมาเผาทิ้งเสียเป็นการกั้นไม่ให้ความเชื่อนั้นถูกเผยแพร่ แต่ถ้าคนเราไม่อ่านหรือถูกหยุดไม่ให้มีการอ่าน...ไม่ว่าความเชื่อหรือความรู้ใดๆก็จะไม่มีการถ่ายทอด วัฒนธรรมก็จะสุญหายไปเองโดยไม่ต้องมาเผาทำลายหนังสือ.....

หมายเหตุ: Ray Bradbury เป็นนักเขียนหนังสือนิยายวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงโดยเฉพาะแนวเสียดสีสังคม หนังสือที่โด่งดังของเขาคือเรื่อง Fahrenheit 451 ในฉบับแปลภาษาไทยคือ "ฟาเรนไฮต์ 451 อุณหภูมิเผาหนังสือ" ซึ่งเป็นเรื่องสมัยที่การมีหนังสือในครอบครองเป็นสิ่งผิด ถ้าพบเจอ หนังสือนั้นจะต้องถูกนำมาเผา ซึ่งอุณหภูมิที่หนังสือไหม้คือ 451 องศา F คิดดูซิคะว่ามันน่าเศร้าแค่ไหนถ้าเราไม่มีหนังสืออ่าน ให้โลกมอมเมาความคิดด้วยสิ่งที่เสนอให้จากจอภาพสามมิติแทนที่จะให้มนุษย์มีจินตนาการ (Ray Bradbury เพิ่งเสียชีวิตเมื่อเดือนมิถุนายน ปีที่แล้ว(2012) ในขณะที่เขามีอายุ 91 ปี)