Friday, August 26, 2011
สาส์นสมเด็จ
บันทึกความรู้
แรงบันดาลใจจากกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
อยากบันทึกไว้ว่ากรมพระยาดำรงฯเป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ ความคิดที่ยึดถือเรื่องความยุติธรรมถูกต้อง และอาจรวมไปถึงความคิดที่เรียกว่านิยมเจ้าของฉัน
สิ่งแรกที่นับถือคือการให้ความรู้อย่างละเอียดในเรื่องต่างๆทั้งในเรื่องประวัติศาสตร์ ความรู้เรื่องขนบธรรมเนียมประเพณีทั้งไทยและเทศ หนังสือหลายต่อหลายเล่้มที่ได้อ่านได้สร้างฐานความรู้ที่มั่นคงให้ฉัน ไม่ว่าจะเคยได้ยินผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับข้อมูลและแนวความคิดของท่านบ้าง ฉันคิดว่าความรู้และข้อเท็จจริงที่ท่านบันทึกเป็นแหล่งปฐมภูมิและยากที่จะมีใครที่ใกล้ชิดข้อมูลขนาดนั้นมาเล่าให้คนทั่วไปได้รับทราบ
หนังสือชุดทางรัก สายสัมพันธ์ของโรสลาเรน
หนังสือชุดนี้เป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้อยากเดินทางไปเที่ยวเยอรมัน อยากเขียนจดหมายถึงแม่ ทำให้ชีวิตหลังเรียนจบมีสีสันด้วยการทำตามฝันเหมือนในหนังสือ ถึงแม้จะใช้เวลานานกว่าจะได้พาแม่ไปเยอรมันได้อย่างที่ฝัน แต่ในที่สุดก็ได้ทำตามความฝัน ส่วนการเขียนจดหมายหาแม่กลายเป็นนิสัยที่จะเขียนโปสการ์ดหาแม่ทุกวันที่เดินทางไปต่างประเทศ
พล็อตเรื่องง่ายๆคือนางเอกชื่อศุลีพร ไปเยี่ยมพี่ชายที่เรียนอยู่ที่เยอรมัน พี่ชายมีเพื่อนคนหนึ่งชื่อคุณนอง(ชยานนท์) นางเอกก็ได้อาศัยพระเอกพาเที่ยวยุโรป โดยในภาคแรก(ทางรัก)เป็นการท่องเที่ยวด้วยรถยนต์กันสามคนรวมพี่นางเอกด้วย ในภาคหลัง(สายสัมพันธ์) นางเอกได้ข่าวว่าพระเอกมีอุบัติเหตุ ก็ไปหาที่เยอรมัน พระเอกไม่ได้เป็นอะไรมาก ก็เลยได้พาเที่ยวกันอีกรอบ
เรื่องนี้เขียนโดยให้นางเอกเป็นผู้เขียนจดหมายหาแม่ เล่าเรื่องการท่องเที่ยวให้ฟัง รวมถึงเรื่องน่ารักๆที่เกิดขึ้นด้วย แต่คุณโรสลาเรนก็ทำให้จดหมายนั้นน่าติดตามด้วยเรื่องโรแมนติกของคุณนองกับศุลี ทำให้น่าสนใจโดยการแทรกเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยลงไป บทกลอน หรือ คำดีๆหลายบทในหนังสือเล่มนี้เมื่อได้มาอ่านพบในหนังสืออื่นๆก็ทำให้จดจำได้และรู้สึกดี ที่ดีมากๆคือเหมือนอ่านสารคดีท่องเที่ยวเลยทีเดียว แต่เป็นฉบับโรแมนติก
ได้อ่านหนังสือชุดนี้ประมาณช่วง ม.ต้น และทำให้ตั้งใจไว้ว่าโตขึ้นจะไปเยอรมัน ไปสัญญากับแม่ไว้ด้วยว่าจะพาแม่ไปเที่ยว ได้ทำตามความฝันในการพาแม่ไปทัวร์ยุโรปเมื่อปี 1995 ส่วนทริปโรแมนติกในยุโรปที่ขับรถเที่ยวกับคุณนองในเมืองน่ารักๆนั้น ได้มาทำตามฝันกันในปี 2000 ,2013 และ 2016 คุณนองตัวจริงน่ารักไม่แพ้ในหนังสือค่ะ
หนังสือชุดนี้ก็เป็นแรงบันดาลใจที่ดีจริงๆนะคะ :) สำหรับหญิงสาวที่ชอบความโรแมนติกแบบไม่เลี่ยน แนะนำให้อ่านค่ะ
มีรูปคุณนองมาให้ดูด้วยค่ะ คุณนองคนนี้ไม่ใช่คนตัวยักษ์ เคราเฟิ้มแบบในเรื่อง แต่เป็นคุณนองเวอร์ชั่นตัวสูง...มาก ตัวขาวแต่ไม่มีหนวดเครา สุภาพ น่ารัก และไม่บ่นไม่ว่าเวลาขับรถพาเที่ยว คุณน๊อง คณนองนะคะ
บ้านเล็กในป่าใหญ่
จำได้ว่าได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งเป็นบันทึกการเดินทางของเด็กหญิงคนหนึ่งไปตามรอยลอร่า ในหนังสือมีรูปถ่าย ทำให้มองภาพได้ชัดเจนขึ้นว่าที่ลอร่าเล่านั้นเป็นอย่างไร เช่นลอร่าพูดถึงการเดินทางด้วยเกวียน เราจะนึกภาพเกวียนแบบฝรั่งไม่ออกเลย ตอนนั้นก็นึกถึงเกวียนแบบไทยๆ ยังคิดว่าจะไปพอได้ยังไง เกวียนเล็กนิดเดียว อยากไปตามรอยลอร่าแบบนั้นจังเลย
และเมื่อเห็นเขาทำหนังสือชุดบ้านเล็กทั้งชุดภาษาไทยเป็นปกอ่อนก็อดไม่ได้ที่จะซื้อไว้อีกทั้งชุดเช่นกัน
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เขียนโดย Laura Ingall Wilder เขียนเป็นเรื่องเล่าถึงครอบครัวของลอร่า โดยเริ่มตอนที่ลอร่าอายุ 11 ขวบ อาศัยอยู่ในป่าใหญ่ที่รัฐวิสคอนซิน มีพ่อ แม่ พี่แมรี่พี่สาว และมีน้องสาวอีกคนชื่อแครี่ ครอบครัวนี้อาศัยอยู่ในกระท่อม มีญาติอยู่ใกล้ๆเป็นครอบครัว แต่หลังจากนั้น พ่อก็พาออกเดินทางเพื่อบุกเบิกและจับจองที่ดิน ก็ได้เดินทางไปที่ต่างๆ จนในที่สุดไปตั้งรกรากที่ เดอะสเม็ตที่ South Dakota จนลอร่าโต เรียนจบ เป็นครูและแต่งงานในที่สุด
การเขียนเล่าเรื่องราว ลอร่าทำได้น่าอ่านมาก อ่านแล้วรู้สึกถึงความรักความอบอุ่นในครอบครัว
ชีวิตหลังจากช่วงที่ลอร่าแต่งงาน ยังคงมีต่อในเรื่อง สี่ปีแรกและตามทางสู่เหย้า แต่อาจแล้วรู้้สึกเศร้าๆ ไม่น่าสนุกเหมือนหนังสือในชุด
อีกเล่มหนึ่งก็คือเรื่องตอนที่ลอร่าไปเยี่ยมลูกสาวที่ซานฟรานซิสโก ชื่อเรื่อง จดหมายจากลอร่า ทำให้รู้เรื่องต่างๆในซานฟรานมากขึ้นเยอะทีเดียว :)
ทั้งหมดในชุดที่ซื้อมาตอนหลัง 12 เล่ม มีชื่อเรื่องตามนี้ค่ะ
บ้านเล็กในป่าใหญ่
บ้านเล็กในทุ่งกว้าง
เด็กชายชาวนา
บ้านเล็กริมห้วย
ริมทะเลสาบสีเงิน
ฤดูหนาวอันแสนนาน
เมืองเล็กในทุ่งกว้าง
ปีทองอันแสนสุข
สี่ปีแรก
ตามทางสู่เหย้า
ชีวิตต้องสู้:ลอร่า อิงกัลล์สไวเดอร์
จดหมายจากลอร่า (West from Home)
http://en.wikipedia.org/wiki/Laura_Ingalls_Wilder
หนังสือชุดปริศนา ของ ว ณ ประมวญมารค
อ่านเล่มแรกคือปริศนา ตอนอ่านก็ยังเด็กมาก อยู่ช่วงประมาณ ม.ต้น เพราะฉะนั้นการที่นางเอกเป็นหญิงสาวสวย มาจากอเมริกา มาพบรักกับท่านชายที่แสนจะเพอร์เฟ็ค เป็นพล็อตเรื่องที่ชวนฝันจริงๆ แต่สิ่งที่ได้จากปริศนาคือการมองสภาพชีวิตคนในยุคนั้นซึ่งมีอะไรดีๆมาก เช่นการวางตัว ชีวิตความเป็นอยู่ มุมมอง ฯลฯ รวมทั้งอ่านสนุกเป็นอย่างมาก
เจ้าสาวของอานนท์ เป็นภาคต่อจากปริศนา โดยจับตัวละครตัวหนึ่งคืออานนท์ซึ่งเป็นเพื่อนชายของปริศนาให้มาพบรักกับ สุ ซึ่งเป็นญาติกับปริศนา แต่ไม่รู้จักกันจนมาเฉลยเอาตอนจบ เรื่องนี้ทำให้รู้ว่า อ้อ พระเอกรุ่นโน้น เขาก็ทำงานกันเหมือนกัน พระเอกเป็นวิศวกรไปซ่อมเครื่องที่สวนของนางเอก ซึ่งมีกิจการสวนใหญ่โต เนื้อเรื่องก็ปะติดปะต่อจนรู้ว่านางเอกกับปริศนาเป็นญาติกัน โดยมีเบื้องหลังในครอบครัวของลุงของปริศนาเป็นเหตุ จบแบบมีความสุขตามสไตล์ของท่าน ว ณ ประมวญมารค เช่นเคย
ส่วน รัตนาวดีเป็นหนังสือเล่มที่สามในชุด เป็นเรื่องของท่านหญิงรัตนาวดีไปเที่ยวยุโรป มีป้าแนบตามไปดูแล แล้วไปพบรักกับท่านชายดนัยวัฒนา โดยท่านชายปลอมตัวเป็นคนขับรถมาขับรถพาเที่ยว ที่ต้องปลอมตัวเพราะทีแรกท่านหญิงไปหาท่านชายแต่ไม่เจอ แล้วเมื่อไปหาเจอพระเอกแต่เข้าใจว่าพระเอกเป็นคนรับใช้ของท่านชาย พระเอกก็เลยสวมรอย เนื้อเรื่องก็เป็นการท่องเที่ยวในมุมมองของท่านหญิง ผสมกับความโรแมนติก
เรื่องนี้มีความคล้ายกับเรื่องทางรัก - สายสัมพันธ์ของโรสลาเรนมาก ทั้งพล็อต ฉาก กลวิธีการเขียน จนเกือบคิดว่าคุณโรสลาเรนอาจได้แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งจากหนังสือเล่มนี้ด้วยซ้ำ
ส่วนตัวมีเรื่องรัตนาวดีเป็นแรงบันดาลใจให้อยากท่องเที่ยวยุโรปค่ะ รวมถึงนิสัยการเขียนโปสการ์ดกลับบ้านก็ได้จากเรื่องนี้และทางรัก
สามก๊ก
ได้ยินเขาพูดว่า "ใครอ่านสามก๊กครบสามจบคบไม่ได้" ถ้านับจริงๆคิดว่าตัวเองอ่านครบสามจบ แต่เป็นการอ่านของเด็กสิบขวบ ภึงจะอ่านซ้ำซากไปมาหลายรอบ เมื่อจับมาอ่านอีกครั้งตอนอายุมากๆก็จะพบว่ามุมมองในการอ่านเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ความเข้าใจในสถานการณ์ก็ต่างกัน
บางประโยคในเรื่องก็ยังจดจำได้ ถึงเวลาจะผ่านมาหลายปี เช่น "อันตัวท่านนี้หรือชื่อลกเจ๊ก เมื่อเด็กๆเคยลักส้มเขาเอาไปให้มารดา นั่งลงนี่เถิดเราจะเจรจาด้วย" ตอนนั้นอ่านด้วยความรู้สึกว่าขงเบ้งเก่งจัง รู้เรื่องของลกเจ๊กด้วย แต่มาอ่านตอนโตรู้สึกว่า น่ากลัวเกินไปแล้ว กับการหาข้อมูลของคนที่เราติดต่อด้วย
ในหนังสือเล่มที่อ่านเป็นฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) สองเล่มจบ หนักมากๆ มีสิ่งที่คาใจมาตลอดคือชื่อเมือง เพราะเมื่อโตขึ้นติดหนังสือกำลังภายใน เขาก็พูดชื่อเมือง แต่เมื่อเราไปเมืองจีนจริงๆ เวลาค้นหาชื่อเมืองต้องอิงภาษาอังกฤษและจีนกลาง เทียบชื่อเมืองปัจจุบันไม่ถูกเลย ดีที่เดี๋ยวนี้มีชุมชนคนอ่านสามก๊กที่เขาทำแผนที่ไว้ พอจะไปหาอ่านเพิ่มเติมได้
สามก๊กเริ่มต้นเรื่องปลายสมัยราชวงศ์ฮั่น
พุทธธรรม
ตุลาคม 2556
สองปีหลังจากโพสต์แรก มาบันทึกว่ายังอ่านไม่จบค่ะ
โอ้ การหาความรู้ใส่ตัวเป็นเรื่องยากจริงหนอ ทั้งๆที่รู้ว่าดี กลับไม่มีโอกาสได้ศึกษา บารมีมีไม่พอจริงๆ
Friday, August 19, 2011
เที่ยวฝั่งธน...
ได้ไปสัมมนา การเตรียมความพร้อมของอุดมศึกษาไทยกับการปรับตัวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน วันที่18-19 สิงหาคม 2554 หอประชุมกองทัพเรือ ทีแรกก็งงๆไม่รู้จะไปยังไง ไม่รู้จักแถวนั้นเอาเลย ทั้งๆที่อยู่ฝั่งตรงข้ามท่าราชวรดิษฐ์แค่นี้เอง
ก็เลยเลือกที่จะพักโรงแรมเพราะไม่แน่ใจว่าถ้าเดินทางจากบ้านจะนานแค่ไหน อยู่โรงแรมใกล้ๆอย่างน้อยๆก็เดินทางใกล้กว่าและมีอาหารเช้าให้กินด้วย เลือกพักที่ รีสอร์ทบางพลัด เพราะเคยมาเมื่อสองปีก่อน ยังประทับใจมาก ตอนโทรมาจอง ตกใจ เพราะเขามีราคาโปรโมชั่น ลงไปเหลือแค่ 700 บาทต่อคืนรวมอาหารเช้า ทั้งๆที่เป็นโรงแรมสวย มีสไตล์มากๆ
ตอนเที่ยงของวันสัมมนา 18 สิงหาคม 2554 ไม่อยากกินข้าวที่เขาจัดเลี้ยงเพราะรู้สึกว่าคนแน่นมาก คงต้องคอยกันนาน ก็เลยเดินไปเที่ยววัดอรุณ ทางเดินเข้าเขาปูเป็นหินก้อนใหญ่ๆ ดูโบราณมาก ถนนก็เล็กๆ ดูเหมือนถนนสมัยก่อน
วัดอรุณยังคงเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ มีคนมาเที่ยวมาก ส่วนใหญ่เห็นมาทางเรือ เดินดูรอบวัด รู้สึกตัวว่าไม่ได้มาที่นี่นานมาก หลายปีแล้ว เดินไปเยี่ยมเยียนยักษ์วัดแจ้งสองตนนั้น
ขากลับระหว่างทางเดินกลับหอประชุมกองทัพเรือ แวะกินข้าวมันไก่ไหหลำ เขาโฆษณาว่าเปิดมา 50 กว่าปีแล้ว ก็อร่อยดี เป็นรสชาติที่คุ้นเคย
อยู่แถวนี้สองวัน ชอบวิวที่นี่มาก วันสุดท้าย(วันที่สอง) ได้เข้าประชุมที่ห้องชมวังซึ่งอยู่อีกตึกหนึ่ง เป็นห้องชั้นบน มองเห็นวิวพระบรมมหาราชวังสวยมากๆ ตอนเลิกประชุมก็อาศัยเรือข้ามฟากของกองทัพเรือเขารับส่งฟรีไปลงที่ท่าราชวรดิษฐ์ (แต่ต้องเป็นลำสีขาว ลำสีเทาๆเขาไม่ให้คนทั่วไปขึ้น) ตอนกลับฝนตกพอดี เปียกไปตามๆกัน
Tuesday, May 17, 2011
นกในดวงใจ
Monday, May 16, 2011
ปริศนาสวนลับ
ตำนานลับขุมทรัพย์เทมปลาร์

Saturday, May 14, 2011
ปลาในตลาดสด...รู้จักกันบ้างไหมคะ
สองสามวันก่อนไปตลาดแล้วซื้Saturday, March 19, 2011
Super moon/Vernal equinox
Supermoon เป็นปรากฏการณ์ที่ดวงจันทร์โคจรเข้าใกล้โลกมากที่สุดและเป็นวันเพ็ญพอดี เราจะมองเห็นดวงจันทร์ขนาดใหญ่กว่าปกติค่ะ ปีหนึ่งๆอาจเกิดซูเปอร์มูนได้หลายครั้ง ปี 2556 เกิด 3 ครั้ง ปี 2557 เกิด 3 ครั้ง วันที่ 12 กรกฎาคม 10 สิงหาคม และ 9 กันยายน ค่ะ
Wednesday, March 16, 2011
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ญี่ปุ่น
Scale of nuclear accidents
- Level 7 - Major release of radioactive material. Example: Chernobyl, Ukraine, 1986
- Level 6 - Significant release of radioactive material. Example: Kyshtym, Russia, 1957
- Level 5 - Limited release of radioactive material. Example: Three Mile Island, US, 1979, and Windscale, UK, 1957
- Level 4 - Minor release of radioactive material with at least one death from radiation. Example: Tokaimura, Japan, 1999
- Level 3 - Exposure in excess of 10 times the statutory annual limit for workers
- Level 2 - Exposure of a member of the public in excess of 10mSv (average annual dose is 1mSv)
- Level 1 - Exposure of a member of public above statutory annual limit. Minor safety problems
Saturday, March 12, 2011
โบสถ์มหาอุตตม์
Friday, March 11, 2011
สึนามิถล่มญี่ปุ่น
Key points
- 8.9 magnitude earthquake hits the north-east of Japan triggering a tsunami that has caused extensive damage
- Waves as high as 10m (33ft) strike Japanese coastal towns, with numerous casualties feared
- A tsunami warning covers Japan, the Philippines, Hawaii, the Pacific coast of Russia, Indonesia, Taiwan, Australia, New Zealand and also Central and South America
Friday, February 04, 2011
โรงไฟฟ้าถ่านหิน... ไม่เอาค่ะ

ช่วงนี้มีข่าวคราวต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินของคนในอำเภอท่าศาลา ตามข่าวจาก Facebook เรื่อยๆก็เห็นว่ามีการนัดชุมนุมกันที่หน้าอำเภอ วันที่ 22 และ 24 กุมภาพันธ์ เวลาขับรถจะเห็นหลายบ้านเขียนป้ายไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ติดอยู่หน้าบ้าน เขียนแบบง่ายๆไม่เน้นสวย แต่มีจำนวนมากใช้ได้ เห็นตั้งแต่แถบกลายไปถึงสระบัว คิดว่าชาวบ้านตื่นตัวกันมากใช้ได้ทีเดียว
ในเดือนตุลาคม 2535 ได้เกิดเหตุการณ์มลภาวะอากาศที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยจองชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบ ๆ โรงไฟฟ้า ตลอดจนทำให้เกิดความเสียหายต่อพืชและสัตว์เลี้ยง สาเหตุเนื่องจากสภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนไปจากเดิม เกิดความกดอากาศสูลจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทย และสภาพอากาศปิด (inversion) ด้วย
การดำเนินการแก้ไขปัญหา
- กำหนดจำนวนโรงไฟฟ้าที่พีงจะพัฒนาได้ในบริเวณลุ่มแม่เมาะ
- กำหนดความสูงของปล่อง
- กำหนดประสิทธิภาพและเทคโนโลยีของเครื่องดักฝุ่น
- กำหนดให้ติดตั้งเครื่องดักก๊าซซัลเซอร์ไดออกไซด์ สำหรับโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 12 และ 13 (ชนิด wet Scrubber ประสิทธิภาพ 92%)
- กำหนดเลือกใช้เตาเผาชนิด Low Nox Burner
นอกจากนี้ยังได้ติดตั้งเครือข่ายสถานีอุตุนิยมวิทยา และสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในบริเวณลุ่มแม่เมาะ ปัจจุบันมีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศชนิดต่อเนื่องตลอดเวลา 12 สถานี"
http://maemoh.egat.com/index_maemoh/index.php?content=environment&topic=2
ปัญหามลภาวะอากาศโรงไฟฟ้าแม่เมาะปี 2535
ในเดือนตุลาคม 2535 ได้เกิดเหตุการณ์มลภาวะอากาศที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยจองชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบ ๆ โรงไฟฟ้า ตลอดจนทำให้เกิดความเสียหายต่อพืชและสัตว์เลี้ยง สาเหตุเนื่องจากสภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนไปจากเดิม เกิดความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทย และสภาพอากาศปิด (inversion) ด้วย
การดำเนินการแก้ไขปัญหา
การดำเนินการแก้ปัญหา กฟผ. ได้กำหนดมาตรฐานการแก้ไขปัญหาออกเป็น 2 ระยะ คือ
1. มาตรการระยะยาว
ในการดำเนินการแก้ปัญหาในระยะยาว ครม. ได้มีมติให้ กฟผ. ติดตั้งเครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ สำหรับโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 4-7 นอกเหนือจากโรงไฟฟ้าเครื่องที่่ 8-11 ที่กำลังดำเนินการก่อสร้าง และโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 12-13 ซึ่งดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมกับตัวโรงไฟฟ้า ส่วนโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 1-3 เป็นเครื่องเก่าไม่เหมาะสมที่จะติดตั้ง จะเดินเครื่องในช่วงที่มีอากาศโปร่ง
2. มาตรการระยะสั้น
เนื่องจากการดำเนินการติดตั้งเครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ สำหรับโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 8-11 ซึ่งแล้วเสร็จในต้นปี 2541 ดังนั้นในระหว่างช่วงฤดูหนาวปี 2536 - 2540 กฟผ. ได้กำหนดมาตรการระยะสั้นเพื่อบรรเทาปัญหามิให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของชาวบ้าน ดังนี้
- ลดกำลังผลิตในช่วงสภาวะอากาศไม่อำนวย (ระหว่าง 01:00-12:00 น.ในปี 2536-2537 และระหว่าง 06:00-13:00 น. ในปี 2537-2540) ลงเหลือประมาณ 700-1,000 MW
- กำหนดการหยุดซ่อมแซมของโรงไฟฟ้าแม่เมาะให้ตรงกับช่วงฤดูหนาว
- สำรองใช้ถ่านลิกไนต์เปอร์เซนต์ซัลเฟอร์ต่ำ (น้อยกว่า 2 เปอร์เซ๊นต์ซัลเฟอร์) ใช้ในช่วงสภาะอากาศไม่อำนวยในฤดูหนาวปี 2536-2540 และหาถ่านลิกไนต์ เปอร์เซ็นต์ซัลเฟอร์ต่ำ (1 เปอร์เซ็นต์ซัลเฟอร์) จากแหล่งภายนอก (บริษัท ลานนาลิกไนต์ จำกัด, บริษัท บ้านปู จำกัด, บริษัท เหมืองเชียงม่วน จำกัด และ บริษัท ชัยธารินทร์ จำกัด) มาเสริมสำหรับฤดูหนาวปี 2537-2541
- ใช้น้ำมันดีเซลเปอร์เซ็นต์ซัลเฟอร์ต่ำ (0.5-0.6 เป็นเซ็นต์ซัลเฟอร์) เสริมในช่วงวิกฤติกรณที่พบว่าค่าความเข้มข้นของก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ณ สถานีใดสถานีหนึ่งกำลังสูงขึ้น
- ปรับปรุงกระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศ ที่มีอยู่ให้เป็นระบบ Real time Air Qality Monitoring และเชื่อมดยงผลการตรวจวัด ให้สามารถอ่านค่าได้ที่ห้องควบคุมการเดินเครื่องโรงไฟฟ้า (จำนวน 8 สถานี ก่อนพฤศจิกายน 2537 และเพิ่มเป็น 12 สถานี หล้ังพฤศจิกายน 2537)
- ดำเนินการจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือตรวจวัดคุณภาพอากาศ เครื่องมืออุตุนิยมวิทยาคอมพิวเตอร์ ในขณะนี้มีสถานะตรวจวัดคุณภาพอากาศชนิดต่อเนื่อง 12 สภานี ส่วนระบบ Air Quality Warning System กำลังขอให้ AUSAID ดำเนินการ
ปัญหาและอุปสรรค
- การลดกำลังผลิตที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ซึ่งในช่วง 06:00-13:00 น. ในฤดูหนาวปี 2537-2538 ลงต่ำถึง 700 เมกกะวัตต์ เพื่อรักษาระดับคุณภาพอากาศไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของชาวบ้าน มีผลกระทบต่อระบบการผลิดเพราะจำเป็นต้องผลิดไฟฟ้าจากแหล่งผลิดไฟฟ้าจากแหล่งอื่น ๆ ในระบบ เพื่อสนองตอบความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้าให้เพียงพอ
- มาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศสำหรับก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ก่อนเกิดเหตการณ์มลภาวะอากาศแม่เมาะปี 2535 ประเทศไทยไม่มีมาตรฐานช่วงสั้น ๆ คือค่าเฉลี่ย 1 ชั่วโมง มีแต่ค่าเฉลี่ย 1 วัน(300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) และค่าเฉลี่ย 1 ปี (100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ต่อมากรมควบคุมมลพิษได้ให้ใช้ค่าเบื้องต้นเฉลี่ยน 1 ชั่วโมง 1,300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ชั่วคราว ซึ่งขณะนี้ได้กำหนดเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 1 ชั่วโมง สำหรับพืิ้นที่อำเภอแม่เมาะ ส่วนการศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนโดยกรมอนามัย (เริ่มทำการศึกษาวิจัยเดือนตุลาคม 2537) จะเป็นส่วนประกอบการพิจารณาปรับปรุงมาตรฐานในอนาคต
- ปริมาณถ่านคุณภาพดี ที่มีเปอร์เซ็นต์ซัลเฟอร์เจือปนต่ำ ในบ่อเหมืองลิกไนต์แม่เมาะมีปริมาณน้อยและยากต่อการจัดการเพื่อนำมาใช้ในช่วงฤดูหนาว ขณะนี้ กฟผ. ได้ทำการแก้ไขโดยซื้อถ่านจากเหมืองเอกชนมาเสริมในฤดูหนาวปี 2537-2541 เป็นจำนวน 1,039,000 ตัน แต่มีขึดจำกัดที่การขนส่งโดยรถบรรทุกและถ่านจากเหมืองเอกชนมีค่าความแข็งสูง อาจจะมีปัญหากับเครื่องโม่และเครื่องบดได้
- ราษฏรที่ได้รับผลกระทบไม่เชื่อข้อมูลของทางราชการ เกี่ยวกับผลการพิสูจน์ความเสียหายเนื่องจากก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ต่อพืชและสัตว์ ตลอดจนการวินิจฉัยทางการแพทย์เกี่ยวกับการเจ็บป่วยเนื่องมาจากสาเหตุของก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ทำให้ชาวบ้านชุมนุมร้องเรียนในเดือนตุลาคม 2537 เพื่อให้ กฟผ. ดำเนินการแก้ไขปัญหาให้เสร็จโดยเร็ว และให้ กฟผ. รักษาพยาบาลฟรีแก่ชาวบ้านที่เจ็บป่วยเนื่องจากก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และโรคต่อเนื่องรวมทั้งจ่ายค่าชดเชยค่าเสียหายต่อพืชและสัตว์ ในการดำเนินการแก้ไขปัญหารัฐบาลได้ตั้งคณะอนุกรรมการชดใช้ค่าเสียหายแ่ก่ราษฏรที่ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ โดยมีรองผู้ว่างราชการจังหวัดลำปางเป็นประธาน กรรมการประกอบด้วยตัวแทนหน่วยราชการ ตัวแทนชาวบ้าน ผู้ทรงคุณวิฒิ และ กฟผ. มีหน้าที่ตรวจสอบและพิจารณาชดใช้ค่าเสียหายแก่ราษฏรที่ได้รัีบผลกระทบ
การประสานงานและการดำเนินการร่วมกับหน่วยราชการต่าง ๆ
กรมควบคุมมลพิษ กับ กฟผ.
- กรมควบคุมมลพิษ ขอความช่วยเหลือทางวิชาการและผู้เชี่ยวชาญมา US Environment Protection Agency (USEPA) และ US Department of Energy (USDOE) มาตรวจสอบถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2535 โดยการสนับสนุนด้านงบประมาณจาก US Agency for International Developemnt (USAID) ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้สรุปว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นเนื่องจากสภาวะอากาศปิด ทำให้ควันจากปล่องไม่สามารถระบายสู่บรรยากาศชั้นบนได้ (Fumigation) พร้อมทั้งเห็นควรให้การสนับสนุนแก่ฝ่ายไทยในเรื่องการตรวจสอบ audit เครื่องมือตรวจวัดการพัฒนาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์สำหรับคาดการณ์คุณภาพอากาศ และให้เจ้าหน้าที่ของกรมควบคุมมลพิษและ กฟผ. ไปอบบรมที่ USEPA
- การพัฒนาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ สำหรับคาดการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่แม่เมาะ กรมควบคุมมลพิษ และ กฟผ. ร่วมกับ USEPA และ Nation Oceanic Atmosheric Administration (NOAA) โดยการสนับสนุนงบประมาณจาก USAID และ กฟผ. ดำเนินการปรับปรุงและทดสอบแบบจำลองที่เหมาะสมกับพื้นที่แม่เมาะ โดยพิจารณากรณีการเกิด Fumigation ร่วมอยู่ในแบบจำลอง การศึกษาขึ้นต้นแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2537 และในปี 2538 กรมควบคุมมลพิษ และ กฟผ. จะดำเนินการต่อเนื่องจาก USEPA/NOAA ในการ Validate แบบจำลองดังกล่าวให้ถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น โดยมีงบประมาณสำรหับการดำเนินการจากกรมควลคุมมลพิษ 35 ล้านบาท และจาก กฟผ. อีกจำนวนหนึ่ง
- การพิจารณาแนวทางเลือก ในการควบคุมการะบายก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์จากหน่วยผลิตกระแสไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 1-7 จากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นผู้ดำเนินการศึกษาโครงการ "Development of System Wide Emission Control Strategies Application to Mae Moh Power Plants" โดยเริ่มศึกษาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2537 แล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2537
- กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข โดยความช่วยเหลือของ USEPA และวิทยาลัยสาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้ความร่วมมือของ กฟผ. และกรมควบคุมมลพิษ ได้จัดทำแผนและรายละเอียดผลกระทบของมลพิษทางอากาศจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะต่อสุขภาพอนามัย โครงการมีระยะเวลา 5 ปี เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2537 ใช้งบประมาณทั้งหมดประมาณ 31 ล้านบาท ทั้งนี้เป็นเงินสนับสนุนจาก กฟผ. 14.5 ล้านบาท ในช่วง 2 ปีแรก ส่วน 3 ปีหลัง กรมอนามัยจะตั้งงบประมาณดำเนินการเอง
- กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตร ได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่องผลกระทบของก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ที่มีผลต่อพืชและสภาพดินและน้ำ และการใช้ประโยชน์ของยิปซัมและขึ้เถ้าจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะเพื่อการเกษตร โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือน มิถุนายน 2537 เป็นระยะเวลา 3 ปี ใช้งบประมาณทั้งหมด 3.335 ล้านบาท โดยใน 2 ปีแกร กฟผ. สนับสนุนด้านงบประมาณ เป็นเงิน 2.57 ล้านบาท ส่วนในปีสุดท้าย จะใช้งบของกรมวิชาการเกษตร
http://maemoh.egat.com/index_maemoh/index.php?content=environment&topic=3
ปัญหามลภาวะอากาศโรงไฟฟ้าแม่เมาะปี 2541
เมื่อวันที่ 17-18 สิงหาคม 2541 ได้เกิดเหตุการณ์มลภาวะทางอากาศที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ โดยมีสาเหตุจากการที่เครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ขัดข้อง ต้องหยุดซ่อมฉุกเฉิน และประกอบกับเป็นช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวนทำให้เกิดผลกระทบขึ้น กฟผ. ได้ดำเนินการดังนี้
- การตรวจสอบความเสียหายและการให้ความช่วยเหลือ
กฟผ. ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบความเสียหาย และให้ความช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ อำเภอแม่เมาะ โรงพยาบาลแม่เมาะ สาธารณสุขอำเภอ เกษตรอำเภอ ส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เข้าไปช่วยเหลือราษฎรที่เจ็บป่วยจัดพาหนะ รับ-ส่ง ราษฎรที่เจ็บป่วยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแม่เมาะรวมทั้งส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจความเสียหายของพืชผลทางการเกษตรของราษฎรเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป - การชดเชยค่าเสียหาย
ได้จัดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างอำเภอแม่เมาะ ตัวแทนราษฎรที่ได้รับผลกระทบและ กฟผ. เพื่อพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริง และจ่ายค่าชดเชยความเสียหาย ให้แก่ราษฎรที่ได้รับ ผลกระทบ จำนวน 1,225 ราย จาก 4 ตำบล 12 หมู่บ้าน ของอำเภอแม่เมาะ โดยจ่ายเป็นค่าชดเชยให้แก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพอนามัย จำนวน 868 ราย เป็นเงิน 2,683,921 บาท จ่ายเป็น ค่าชดเชยแก่ราษฎรที่พืชผลทางการเกษตรได้รับผลกระทบจำนวน 1,211 ราย เป็นเงิน 28,886,247.50 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 31,570,168.50 บาท - การดำเนินการแก้ไขปัญหา
คณะรัฐมนตรี และคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญญา และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมบริเวณโรงไฟฟ้าและเหมืองแม่เมาะ ได้มีมติให้มีมาตรการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ดังนี้- ให้ กฟผ. ติดตั้งเครื่องดักก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ สำหรับโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 4-7 โดยมีกำหนดแล้วเสร็จประมาณ ต้นปี 2543 นอกเหนือจากโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 8-13 ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จและนำเข้าใช้งานแล้ว ส่วนโรงไฟฟ้า เครื่องที่ 1-3 เป็นเครื่องเก่าไม่เหมาะสมที่จะติดตั้งเครื่องดักก๊าซซัลเฟอร์ ไดออกไซด์ให้เดินเครื่องน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น และเพื่อให้เพียงพอที่จะจ่ายไฟฟ้าให้กับ 5 จังหวัด ภาคเหนือ คือ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำพูน และลำปาง ให้เดินเครื่องโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 1-7 ซึ่งยังไม่ได้ติดตั้งเครื่องดักก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ผลิตไฟฟ้ารวมกันไม่เกิน 500 เมกะวัตต์ จากกำลังผลิตที่มีอยู่ 825 เมกะวัตต์ รวมทั้งควบคุมปริมาณการระบายก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่ปล่อยออกจากโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 1-13 รวมกันแล้วไม่เกิน 15 ตันต่อชั่วโมง
- ให้มีถ่านลิกไนต์กำมะถันต่ำสำรองไว้ใช้ที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะตลอดเวลา โดยใช้ถ่านซึ่งจัดซื้อจากเอกชน มีส่วนผสมของซัลเฟอร์น้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ซัลเฟอร์ และถ่านคุณภาพดีของเหมือง แม่เมาะซึ่งมีส่วนผสมของซัลเฟอร์น้อยกว่า 2 เปอร์เซ็นต์ซัลเฟอร์
- ติดตั้งระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศที่มีอยู่ให้เป็นระบบ REAL TIME AIR QUALITY MONITORING และเชื่อมโยงผลการตรวจวัดให้สามารถอ่านค่าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่ห้องศูนย์ควบคุมการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ และโรงพยาบาลแม่เมาะ
- กรมควบคุมมลพิษจะสรุปค่าก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่จุดวัดต่างๆ ส่งให้ราษฎรทราบโดยผ่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สัปดาห์ละ 1 ครั้ง
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ดำเนินการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากโครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ตั้งแต่ปี 2520 เป็นต้นมา เพื่อควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากโครงการฯ ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (สวล.) ในปี 2533 กฟผ. ได้วางแผนให้โรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 12-13 มีระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Flue Gas Desulfurization System) แบบเปียก (Wet Limestone Process) ซึ่งมีประสิทธิภาพในการกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์สูงประมาณ 92% โดยดำเนินการติดตั้งระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ ไปพร้อมกับการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2538 ขณะเดียวกันได้ศึกษาความเหมาะสมในการติดตั้งเครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ สำหรับโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องอื่น ๆ ที่ได้เดินเครื่องจ่ายไฟเข้าระบบแล้ว ในเดือนตุลาคม 2535 ได้เกิดมลภาวะทางอากาศที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ สาเหตุเนื่องมาจากสภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนไปจากเดิมและสภาพอากาศปิด (Inversion) ในช่วงฤดูหนาว ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนที่อาศัยอยู่รอบ ๆ โรงไฟฟ้า ตลอดจนทำให้เกิดความเสียหายต่อพืชและสัตว์เลี้ยง กฟผ. ได้ดำเนินการแก้ไขเพื่อลดผลกระทบของก๊าซซัลเฟอร์ฯ โดยลดกำลังผลิตของโรงไฟฟ้าลงเมื่อตรวจพบว่าค่าความเข้มข้นของก๊าซซัลเฟอร์ฯ เกินค่ามาตรฐานในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ในขณะเดียวกันเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาว กฟผ. ได้ดำเนินการติดตั้งระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ สำหรับโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 8-11 โดยเลือกระบบแบบเปียก (Wet Limestone Process) มี ประสิทธิภาพในการกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ สูงประมาณ 95% มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2539 นอกจากนี้ กฟผ. ยังได้ว่าจ้างบริษัท KBN Engineering and Applied Sclences, Inc. แห่งสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ดำเนินการศึกษาควบคุมสิ่งแวดล้อมทางอากาศในบริเวณโรงไฟฟ้าแม่เมาะ และในขณะเดียวกัน กรมควบคุมมลพิษร่วมกับ กฟผ. โดยการสนับสนุนด้านงบประมาณจาก United States Agency for International Development (USAID) ได้ว่าจ้างบริษัท Sargent & Lundy Engineers จากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นผู้ดำเนินการศึกษาโครงการ "Development of System Wide Emission Control Strategies Application to Mae Moh Power Plant" ผลการศึกษาสรุปได้ว่า ค่ามาตรฐานของปริมาณความเข้มข้นของก๊าซซัลเฟอร์ฯ ในคาบเฉลี่ย 1 ชั่วโมงที่เหมาะสมสำหรับโรงไฟฟ้าแม่เมาะ คือ 1,300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และควรติดตั้งระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ แบบเปียก (Wet Limestone Process) สำหรับโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4-7 ระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ ระบบแบบเปียกนี้จะใช้หินปูนเป็นวัตถุดิบ เพื่อทำปฏิกิริยากับก๊าซซัลเฟอร์ฯ โดยใช้หินปูนจากบริเวณตอนใต้ของดอยผาตูบ ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ ใกล้กับบริเวณโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ สำหรับโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4-7 มีความต้องการใช้หินปูนประมาณ 34 ตันต่อชั่วโมง หรือเฉลี่ย 0.24 ล้านตันต่อปี รวมปริมาณความต้องการใช้หินปูนสำหรับโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4-13 ประมาณ 127 ตันต่อชั่วโมง หรือเฉลี่ย 0.89 ล้านตันต่อปี งานติดตั้งระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ นี้มีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งรวมทั้งสิ้นประมาณ 3,230 ล้านบาท หรือ 127 ล้านเหรียญสหรัฐ ใช้เวลาในการดำเนินงานหลังจากได้รับอนุมัติจากรัฐบาลประมาณ 40 เดือน คาดว่าจะแล้วเสร็จสามารถเดินเครื่องระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ สำหรับโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 6-7 ได้ในเดือนมิถุนายน 2542 และสำหรับโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 4-5 ได้ในเดือนสิงหาคม 2542 ในกรณีที่ใช้ถ่านลิกไนต์ที่มีปริมาณกำมะถันเฉลี่ย 2.8% ระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ สำหรับ โรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4-7 สามารถกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ ได้ประมาณปีละ 140,000 ตัน หรือ 2,268,000 ตัน ตลอดอายุการใช้งานของโรงไฟฟ้า ซึ่งช่วยบรรเทาและแก้ไขการเกิดมลภาวะทางอากาศจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะได้ โดยสามารถควบคุมปริมาณความเข้มข้นของก๊าซซัลเฟอร์ฯ ให้มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมกำหนดไว้ 2. ข้อมูลจากเว็บของ Green Peace "Hazardous emissions from Thai coal-fired power plants: Toxic and potentially toxic elements in fly ashes collected from the Mae Moh and Thai Petrochemical Industry coal-fired power plants in Thailand, 2002"http://maemoh.egat.com/index_maemoh/index.php?content=environment&topic=4
การติดตั้งเครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์
http://www.greenpeace.to/publications/Thai%20fly%20ash%20report%20FINAL.pdf






