Tuesday, May 17, 2011

นกในดวงใจ

วันนี้เข้า FB กลุ่มย่อย มีพี่คนหนึ่งโพสต์รูปนกกะลิงเขียดหางหนาม นกหายากที่แก่งกระจาน ก็เลยมานั่งนึกว่าตัวเองชอบนกอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า นึกๆแล้วก็อยากบันทึกไว้ เพราะรายการดูนกทั้งหลายมันก็หายไปเรื่อยๆ

นกที่ชอบ: กระเต็นอกขาว ตะขาบทุ่ง

นกที่อยากเห็น: กะลิงเขียดหางหนาม

นกที่ประทับใจ: Towny Frogmouth, Java Frogmouth, Green Broadbill, Asian Paradise Bee eater, Common Starring

Monday, May 16, 2011

ปริศนาสวนลับ

เรื่องนี้อ่านจบไปเดือนที่แล้ว แต่อยากจะบันทึกไว้ว่าชอบเรื่องนี้มาก เดี๋ยวค่อยมารีวิว

ตำนานลับขุมทรัพย์เทมปลาร์


หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือแปลจาก The Templar Legacy ของ Steve Berry คนเขียนหนังสือรหัสลับรัสปูตินที่วางแผงไปก่อนหน้านี้ หนังสือเป็นฉบับแปลโดย ธนชน สำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์ เดือน มิถุนายน ปี 2550 (หนังสือภาษาอังกฤษพิมพ์ปี 2006) จำนวน 503 หน้า ราคา 379 บาท ถูกจัดในกลุ่ม Unputdownable Mystery

เนื้อหาเป็นเรื่องการไล่ล่าขุมทรัพย์เทมปลาร์ที่ดีอีกเล่มหนึ่ง ยังอ่านไม่จบ แต่มาบันทึกไว้ก่อน กลัวลืม

ตัวเอกชื่อมาโลน และสเตฟานี ซึ่งมาโลนเคยเป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของสเตฟานีในหน่วยสายลับอเมริกันแต่มาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยเรื่องส่วนตัวของสเตฟานี ผู้มีสามีที่เสียชีวิตไปแล้วซึ่งค้นคว้าเกี่ยวกับขุมทรัพย์ในตำนาน

เรื่องนี้ดำเนินเรื่องใน เดนมาร์ก และ อาวิญง ฝรั่งเศส
เวลาอ่านแล้วจะนึกถึงเล่มอื่นๆที่มีเนื้อหาเี่กี่ยวข้องกัน สนุกดี เหมือนคุ้นเคยกับเรื่องนี้มากทั้งๆที่เป็นเรื่องของศาสนาคริสต์

Saturday, May 14, 2011

ปลาในตลาดสด...รู้จักกันบ้างไหมคะ


สองสามวันก่อนไปตลาดแล้วซื้อปลาตัวเล็กๆมาเยอะแยะจะเอามาต้มให้น้องแมวลูกอ่อนที่บ้าน หยิบปลาขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองรู้จักปลาพวกนี้น้อยมาก ในเจ็ดชนิดรู้จักแต่ปลากระบอกอย่างเดียว ก็เลยโพสต์ถามใน FB ได้คำตอบจากน้องกุ้งว่า

"แถวซ้ายมี...ปลาทราย ปลากดขาว ปลาแดง และปลาหัวมัน, แถวขวามี...ปลากระบอก ปลาจวด และปลาแป้น ทุกชนิดสามารถทาขมิ้น กระเทียม และเกลือทอดกรอบได้หมดเลยค่ะ ถ้าเมนูอื่นก็มีแกงส้ม หรือต้มเต้าเจี้ยวได้ค่ะ แต่ที่บ้านถ้ามีปลาเล็ก ๆ หลากหลายแบบนี้ชอบทำคั่วเกลือค่ะ...ตำตะไคร้(เยอะ ๆ) ขมิ้น กระเทียม หัวหอม เกลือ เข้าด้วยกัน ใส่กะปิเล็กน้อย ใส่น้ำพอขลุกขลิก ตั้งไฟให้เดือด ใส่ปลาลงไป ตั้งไฟปานกลางให้ปลาสุก สังเกตุให้เครื่องเกาะตัวปลา ยกลงคลุกข้าวร้อน ๆ ...อร่อยเหาะค่ะ"

รู้สึกตัวเองรู้เรื่องใกล้ตัวน้อยจัง ทีเรื่องไกลตัวจะรู้เยอะแยะ...รู้จักซีลาคานส์ รู้จักปลาประหลาดๆ แต่ปลาที่กินได้ในตลาดสดไม่ยักรู้จัก ก็เอามาบันทึกกันไว้ดีกว่าเป็นความรู้ใกล้ตัว

และก็พยายามเก็บภาพปลาในตลาดไว้เรื่อยๆ ใครจะไปรู้ว่าต่อไปเราอาจจะไม่ได้เห็นปลาพวกนี้อีก










Saturday, March 19, 2011

Super moon/Vernal equinox

วันนี้มี Super moon ดวงจันทร์โคจรเข้าใกล้โลก เวลาที่ใกล้ที่สุดคือตีสอง แต่คาดว่าจะไม่ตื่นมาดู ก็เลยดูตั้งแต่หัวค่ำ ปรากฏว่ามีฝนตกอีก ก็เลยตามมาดูตอนสามทุ่ม พระจันทร์กลมโตสวยงาม แต่น้อง Canon compact สุดที่รักทำได้ดีที่สุดแค่นี้ก็เลยไม่เห็นกระต่ายบนดวงจันทร์ :)

Supermoon เป็นปรากฏการณ์ที่ดวงจันทร์โคจรเข้าใกล้โลกมากที่สุดและเป็นวันเพ็ญพอดี เราจะมองเห็นดวงจันทร์ขนาดใหญ่กว่าปกติค่ะ ปีหนึ่งๆอาจเกิดซูเปอร์มูนได้หลายครั้ง ปี 2556 เกิด 3 ครั้ง ปี 2557 เกิด 3 ครั้ง วันที่ 12 กรกฎาคม  10 สิงหาคม และ 9 กันยายน ค่ะ



ส่วนพรุ่งนี้เป็นวันวสันตวิษุวัต หรือ Vernal Equinox หรือ Spring Equinox ซึ่งเป็นวันที่จุดที่ระนาบวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ตัดกับเส้นศูนย์สูตรพอดี สิ่งที่เกิดขึ้นคือ บนโลกนี้กลางวันและกลางคืนจะมีเวลาเท่ากันค่ะ ปีหนึ่งจะมีวันแบบนี้สองวัน สำหรับปีนี้คือวันที่ 20 มีนาคมและ 23 กันยายนค่ะ (หลังจากวันที่ 20 มีนาคม บ้านเราจะเริ่มมีกลางวันนานกว่ากลางคืน แล้วจะแกว่งกลับมามีกลางวันเท่ากับกลางคืนในวันที่ 23 กันยายน แล้วจะเริ่มมีเวลากลางคืนนานกว่ากลางวันอีก)...... เหตุผล: เพราะโลกมันเอียงค่ะ :)

ปีนี้ปรากฏการณ์ทั้งสี่จะเป็นตามนี้
20 มีนาคม Vernal Equinox
21 มิถุนายน Summer Solstice
23 กันยายน Autumnal Equinox
22ธันวาคม Winter Solstice

Wednesday, March 16, 2011

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ญี่ปุ่น

สึนามิครั้งใหญ่ที่ผ่านมาทำให้เกิดวิกฤติการณ์กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของญี่ปุ่น รู้สึกตัวว่าใกล้ตัวมาก อยากจะบันทึกสถานการณ์และความรู้เรื่องนิวเคลียร์ไว้ให้ชัดเจน

ศุกร์ที่ 11 มีนาคม

2:46 p.m.(เวลาเที่ยงสี่สิบหกนาทีในระเทศไทย) แผ้นดินไหวที่ความรุนแรงระดับ 9.0 ก่อให้เกิดคลื่นสูง 9 เมครซัดเข้ามาในพื้นที่ชายฝั่ง
ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Fukushima Daiichi ของบริษัท Tokyo Electric Power Company's (TEPCO) ซึ่งอยู่ทางใต้ของ Sendai ประมาณ 65 กิโลเมคร

เสาร์ที่ 12 มีนาคม

2.06 a.m.: ระดับรังสีที่เตาปฏิกรณ์หมายเลข 1 เพิ่มขึ้น
6:22 p.m. มีการระเบิดของไฮโดรเจนที่เตาปฏิกรณ์หมายเลข 3 มีผู้บาดเจ็บ 4 คน ทำการอพยพประชาชนประมาณ 200,000 คน ในรัศมี 20 กิโลเมตรรอบบริเวณ

จันทร์ที่ 14 มีนาคม

11 a.m. มีการระเบิดของไฮโดรเจนที่เตาปฏิกรณ์หมายเลข 3 สร้างความเสียหายให้ระบบทำความเย็นของเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 มีผู้บาดเจ็บ 11 คน

อังคารที่ 15 มีนาคม

6 a.m. มีการระเบิดครั้งที่สามภายในสี่วัน ส่งผลต่อที่เตาปฏิกรณ์หมายเลข 2

พุธที่ 16 มีนาคม

7 a.m. มีเปลวไฟครั้งที่สองภายในสองวันที่พบในอาคารเตาปฏิกรณ์หมายเลข 4

Scale of nuclear accidents

  • Level 7 - Major release of radioactive material. Example: Chernobyl, Ukraine, 1986
  • Level 6 - Significant release of radioactive material. Example: Kyshtym, Russia, 1957
  • Level 5 - Limited release of radioactive material. Example: Three Mile Island, US, 1979, and Windscale, UK, 1957
  • Level 4 - Minor release of radioactive material with at least one death from radiation. Example: Tokaimura, Japan, 1999
  • Level 3 - Exposure in excess of 10 times the statutory annual limit for workers
  • Level 2 - Exposure of a member of the public in excess of 10mSv (average annual dose is 1mSv)
  • Level 1 - Exposure of a member of public above statutory annual limit. Minor safety problems
(Source: UN nuclear agency, IAEA)

อธิบายปัญหากันง่ายๆว่า ในเตาปฏิกรณ์มีแท่งเชื้อเพลิง ซึ่งเมื่อเกิดแผ่นดินไหวจะมีแท่งควบคุมการเกิดปฏิกิริยาเลื่อนขึ้นมาหยุดปฏิกิริยา แต่เนื่องจากระบบทำความเย็นใช้งานไม่ได้เพราะเครื่องจ่ายไฟเสียหาย น้ำที่หล่อแท่งเชื้อเพลิงจึงเดือดกลายเป็นไอ ปริมาณน้ำจึงลดระดับลงจนแท่งเชื้อเพลิงมีความร้อนสูงและหลอมเหลวบางส่วน โลหะผสมเซอร์โคเนียมที่หุ้มแท่งเชื้อเพลิงจึงทำปฏิกิริยากับไอน้ำเกิดก๊าซไฮโดรเจน เมื่อวิศวกรระบายก๊าซออกมาจึงเกิดการระเบิดขึ้น

Saturday, March 12, 2011

โบสถ์มหาอุตตม์

วันนี้ทีมสารสนเทศศาสตร์พา Dr. Whymark และภรรยาไปเที่ยวในเมืองนคร เช้าพาไปชมพระบรมธาตุ กินข้าวเที่ยงที่ร้านขนมจีนเมืองคอนที่ซอยพานยม บ่ายไปเดินซื้อของที่หลังสนามหน้าเมือง แล้วไป
แวะร้านโกปี๊แป๊บนึงก่อนพาไปคีรีวง ไปแล้วยังเหลือเวลาก็เลยพาไปวัดเขาขุนพนมก่อนจะพาไปกินข้าวเย็นที่ร้านชาวเรือ

ที่วัดเขาขุนพนม เดินเข้าไปวันนี้รู้สึกแปลกตาเพราะมีอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินกำลังสร้างขึ้นใหม่ เดิมไม่เคยมี ศูนย์วิทยาศาสตร์ก็มีตึกใหม่ มีรั้วกั้นเป็นสัดส่วนแยกจากวัด 


เดินขึ้นบันไดไปที่ตำหนักพระเจ้าตาก รู้สึกแปลกตาอีกเพราะมีไก่รูปปั้นวางเต็มไปหมด ลุงคนเฝ้าสถานที่มาอธิบายให้ฟังว่าสมัยก่อนยามว่างเขาชนไก่กัน เมื่อนำของมาถวายพระเจ้าตากจึงถวายเป็นไก่ ที่ตลกคือ มีสาวๆมาถวายไก่เป็นคู่แต่ตัวจะไม่เท่ากันมีตัวใหญ่และตัวเล็ก ตัวใหญ่คือของฝ่ายสาวจะได้ข่มหนุ่มๆในคอนโทรลได้ :)



ลุงเขาบอกว่าจะพาเข้าไปชมในโบสถ์มหาอุตม์ โชคดีจัง อยากเข้ามาตั้งนานแล้ว แล้วลุงเขาก็อธิบายลักษณะของโบสถ์ให้ฟัง ตามคลิปนี้เลยค่ะ http://www.youtube.com/watch?v=YjGJqaOgCEo



ถามลุงว่าในเมืองไทยมีโบสถ์มหาอุตม์แแบบนี้ที่ไหนอีกบ้าง ลุงก็บอกว่าไม่เคยได้ยิน คิดว่ามีแห่งเดียวในประเทศไทย ก็เลยกลับมาค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ต เจออย่างน้อยๆก็อีก 5 แห่งคือ

1. วัดนางสาว อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร
2. วัดสุทธาวาสวิปัสสนา อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
3. อุโบสถมหาอุตม์ ณ วัดห้วยสอง ต.สุขเดือนห้า อ.เนินขาม จ.ชัยนาท มีพิธียกช่อฟ้าและพิธีเบิกเนตรพระประธานในอุโบสถมหาอุตม์ในวันที่ ๘ - ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๒
4. วัดสมณโกฏฐาราม ม.7 ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
5. โบสถ์มหาอุตม์ ณ วัดบ้านผึ้งนาเกลือ อ.เกาะคา จ.ลำปาง (กำลังสร้างในปี 2554)

คัดลอกข้อมูลมาเก็บไว้อ่าน:

"สิ่งที่ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญภายในวัดคือ โบสถ์วัดนางสาว เป็นสิ่งมหัศจรรย์แปลกกว่าโบสถ์ทั่วไป กล่าวคือ เป็นโบสถ์ที่ไม่มีหน้าต่างเลยแม้แต่บานเดียว โดยมีประตูเข้าออกเพียงประตูเดียว เรียกกันคุ้นหูว่าโบสถ์มหาอุตตม์ ซึ่งค่อนข้างหาดูได้ยากและพูดได้ว่า มีแห่งเดียวในสยาม บรรยากาศภายในโบสถ์เย็นสบายและมีแสงสว่างไม่มืดทึบ มีอากาศถ่ายเทอย่างเพียงพอ ทั้งๆ ที่มีทางเข้าออกเพียงประตูเดียวเท่านั้นซึ่งก็น่าแปลกอยู่เหมือนกัน ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ริมแม่น้ำท่าจีนโดยจะหันหน้าออกไปทางแม่น้ำ

โบสถ์มหาอุตตม์มีลักษณะฐานโค้งรูปเรือสำเภา ซึ่งเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่พบมากในช่วงอยุธยาตอนปลาย จนถึงช่วงรัตนโกสินทร์ ผนังด้านนอกประดับด้วยกระเบื้องลายนูนต่ำ ภาพเทวดาเหาะเหินเดินอากาศ โบสถ์หลังนี้มีขนาดกะทัดรัด ไม่มีหน้าต่าง มีประตูทางเข้าด้านหน้าเพียงประตูเดียว เป็นลักษณะเฉพาะของโบสถ์มหาอุตตม์ ซึ่งในสมัยโบราณ ใช้สำหรับวิปัสสนากรรมฐาน เนื่องจากต้องการอยู่ในพื้นที่จำกัด ไร้การรบกวนจากสภาพแวดล้อม ภายในประดิษฐานพระประธานชื่อหลวงพ่อมหาอุตตม์ซึ่งมีชื่อเสียงมากในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพบูชาของผู้คนในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียงมากมาย ส่วนฝาผนังด้านในจะเป็นจิตรกรรมภาพเขียนซึ่งเป็นศิลปะของไทยที่เรียกกันว่าลายลดน้ำซึ่งก็สวยงามมากเลยทีเดียว"


Friday, March 11, 2011

สึนามิถล่มญี่ปุ่น

วันนี้งานยุ่งทั้งวัน กำลังอยู่ในห้องสอนตอนสี่โมงกว่า คุณดวงพรโทรมาถามไถ่ว่ารู้ข่าวสึนามิแล้วยัง วันนี้ตกข่าวเป็นอย่างมาก กลับมาบ้านรีบเปิดข่าวดู น่ากลัวมาก

BBC บอกว่า

Key points

  1. 8.9 magnitude earthquake hits the north-east of Japan triggering a tsunami that has caused extensive damage
  2. Waves as high as 10m (33ft) strike Japanese coastal towns, with numerous casualties feared
  3. A tsunami warning covers Japan, the Philippines, Hawaii, the Pacific coast of Russia, Indonesia, Taiwan, Australia, New Zealand and also Central and South America


ปีที่แล้วก็มีเรื่องภูเขาไฟระเบิดที่ไอซ์แลนด์ ปีนี้ก็มีภัยธรรมชาติอีกแล้ว

Friday, February 04, 2011

โรงไฟฟ้าถ่านหิน... ไม่เอาค่ะ


ช่วงนี้มีข่าวคราวต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินของคนในอำเภอท่าศาลา ตามข่าวจาก Facebook เรื่อยๆก็เห็นว่ามีการนัดชุมนุมกันที่หน้าอำเภอ วันที่ 22 และ 24 กุมภาพันธ์ เวลาขับรถจะเห็นหลายบ้านเขียนป้ายไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ติดอยู่หน้าบ้าน เขียนแบบง่ายๆไม่เน้นสวย แต่มีจำนวนมากใช้ได้ เห็นตั้งแต่แถบกลายไปถึงสระบัว คิดว่าชาวบ้านตื่นตัวกันมากใช้ได้ทีเดียว

ในม.วลัยลักษณ์ก็มีเวทีที่มีนักศึกษาเข้าร่วมเมื่อสองสามวันก่อน ไม่ได้เข้าร่วม แต่เห็นด้วยว่าไม่ควรสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแถวนี้

เนื่องจากแค่เห็นด้วยเฉยๆคงไม่พอก็เลยหาข้อมูลเพิ่มเติมจะได้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ :)

1. ข้อมูลจากเว็บของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เขาก็ยอมรับมามีปัญหาและระบุวิธีแก้ไข แต่ปัญหามันก็คือปัญหาละนะ และมันก็อันตรายต่อคนทั่วไป
"ปัญหามลภาวะอากาศโรงไฟฟ้าแม่เมาะปี 2535

ในเดือนตุลาคม 2535 ได้เกิดเหตุการณ์มลภาวะอากาศที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยจองชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบ ๆ โรงไฟฟ้า ตลอดจนทำให้เกิดความเสียหายต่อพืชและสัตว์เลี้ยง สาเหตุเนื่องจากสภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนไปจากเดิม เกิดความกดอากาศสูลจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทย และสภาพอากาศปิด (inversion) ด้วย

การดำเนินการแก้ไขปัญหา

  • กำหนดจำนวนโรงไฟฟ้าที่พีงจะพัฒนาได้ในบริเวณลุ่มแม่เมาะ
  • กำหนดความสูงของปล่อง
  • กำหนดประสิทธิภาพและเทคโนโลยีของเครื่องดักฝุ่น
  • กำหนดให้ติดตั้งเครื่องดักก๊าซซัลเซอร์ไดออกไซด์ สำหรับโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 12 และ 13 (ชนิด wet Scrubber ประสิทธิภาพ 92%)
  • กำหนดเลือกใช้เตาเผาชนิด Low Nox Burner

นอกจากนี้ยังได้ติดตั้งเครือข่ายสถานีอุตุนิยมวิทยา และสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในบริเวณลุ่มแม่เมาะ ปัจจุบันมีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศชนิดต่อเนื่องตลอดเวลา 12 สถานี"


http://maemoh.egat.com/index_maemoh/index.php?content=environment&topic=2


ปัญหามลภาวะอากาศโรงไฟฟ้าแม่เมาะปี 2535

ในเดือนตุลาคม 2535 ได้เกิดเหตุการณ์มลภาวะอากาศที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยจองชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบ ๆ โรงไฟฟ้า ตลอดจนทำให้เกิดความเสียหายต่อพืชและสัตว์เลี้ยง สาเหตุเนื่องจากสภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนไปจากเดิม เกิดความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทย และสภาพอากาศปิด (inversion) ด้วย

การดำเนินการแก้ไขปัญหา
การดำเนินการแก้ปัญหา กฟผ. ได้กำหนดมาตรฐานการแก้ไขปัญหาออกเป็น 2 ระยะ คือ

1. มาตรการระยะยาว
ในการดำเนินการแก้ปัญหาในระยะยาว ครม. ได้มีมติให้ กฟผ. ติดตั้งเครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ สำหรับโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 4-7 นอกเหนือจากโรงไฟฟ้าเครื่องที่่ 8-11 ที่กำลังดำเนินการก่อสร้าง และโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 12-13 ซึ่งดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมกับตัวโรงไฟฟ้า ส่วนโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 1-3 เป็นเครื่องเก่าไม่เหมาะสมที่จะติดตั้ง จะเดินเครื่องในช่วงที่มีอากาศโปร่ง

2. มาตรการระยะสั้น
เนื่องจากการดำเนินการติดตั้งเครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ สำหรับโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 8-11 ซึ่งแล้วเสร็จในต้นปี 2541 ดังนั้นในระหว่างช่วงฤดูหนาวปี 2536 - 2540 กฟผ. ได้กำหนดมาตรการระยะสั้นเพื่อบรรเทาปัญหามิให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของชาวบ้าน ดังนี้

  1. ลดกำลังผลิตในช่วงสภาวะอากาศไม่อำนวย (ระหว่าง 01:00-12:00 น.ในปี 2536-2537 และระหว่าง 06:00-13:00 น. ในปี 2537-2540) ลงเหลือประมาณ 700-1,000 MW
  2. กำหนดการหยุดซ่อมแซมของโรงไฟฟ้าแม่เมาะให้ตรงกับช่วงฤดูหนาว
  3. สำรองใช้ถ่านลิกไนต์เปอร์เซนต์ซัลเฟอร์ต่ำ (น้อยกว่า 2 เปอร์เซ๊นต์ซัลเฟอร์) ใช้ในช่วงสภาะอากาศไม่อำนวยในฤดูหนาวปี 2536-2540 และหาถ่านลิกไนต์ เปอร์เซ็นต์ซัลเฟอร์ต่ำ (1 เปอร์เซ็นต์ซัลเฟอร์) จากแหล่งภายนอก (บริษัท ลานนาลิกไนต์ จำกัด, บริษัท บ้านปู จำกัด, บริษัท เหมืองเชียงม่วน จำกัด และ บริษัท ชัยธารินทร์ จำกัด) มาเสริมสำหรับฤดูหนาวปี 2537-2541
  4. ใช้น้ำมันดีเซลเปอร์เซ็นต์ซัลเฟอร์ต่ำ (0.5-0.6 เป็นเซ็นต์ซัลเฟอร์) เสริมในช่วงวิกฤติกรณที่พบว่าค่าความเข้มข้นของก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ณ สถานีใดสถานีหนึ่งกำลังสูงขึ้น
  5. ปรับปรุงกระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศ ที่มีอยู่ให้เป็นระบบ Real time Air Qality Monitoring และเชื่อมดยงผลการตรวจวัด ให้สามารถอ่านค่าได้ที่ห้องควบคุมการเดินเครื่องโรงไฟฟ้า (จำนวน 8 สถานี ก่อนพฤศจิกายน 2537 และเพิ่มเป็น 12 สถานี หล้ังพฤศจิกายน 2537)
  6. ดำเนินการจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือตรวจวัดคุณภาพอากาศ เครื่องมืออุตุนิยมวิทยาคอมพิวเตอร์ ในขณะนี้มีสถานะตรวจวัดคุณภาพอากาศชนิดต่อเนื่อง 12 สภานี ส่วนระบบ Air Quality Warning System กำลังขอให้ AUSAID ดำเนินการ

ปัญหาและอุปสรรค

  1. การลดกำลังผลิตที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ซึ่งในช่วง 06:00-13:00 น. ในฤดูหนาวปี 2537-2538 ลงต่ำถึง 700 เมกกะวัตต์ เพื่อรักษาระดับคุณภาพอากาศไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของชาวบ้าน มีผลกระทบต่อระบบการผลิดเพราะจำเป็นต้องผลิดไฟฟ้าจากแหล่งผลิดไฟฟ้าจากแหล่งอื่น ๆ ในระบบ เพื่อสนองตอบความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้าให้เพียงพอ
  2. มาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศสำหรับก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ก่อนเกิดเหตการณ์มลภาวะอากาศแม่เมาะปี 2535 ประเทศไทยไม่มีมาตรฐานช่วงสั้น ๆ คือค่าเฉลี่ย 1 ชั่วโมง มีแต่ค่าเฉลี่ย 1 วัน(300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) และค่าเฉลี่ย 1 ปี (100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ต่อมากรมควบคุมมลพิษได้ให้ใช้ค่าเบื้องต้นเฉลี่ยน 1 ชั่วโมง 1,300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ชั่วคราว ซึ่งขณะนี้ได้กำหนดเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 1 ชั่วโมง สำหรับพืิ้นที่อำเภอแม่เมาะ ส่วนการศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนโดยกรมอนามัย (เริ่มทำการศึกษาวิจัยเดือนตุลาคม 2537) จะเป็นส่วนประกอบการพิจารณาปรับปรุงมาตรฐานในอนาคต
  3. ปริมาณถ่านคุณภาพดี ที่มีเปอร์เซ็นต์ซัลเฟอร์เจือปนต่ำ ในบ่อเหมืองลิกไนต์แม่เมาะมีปริมาณน้อยและยากต่อการจัดการเพื่อนำมาใช้ในช่วงฤดูหนาว ขณะนี้ กฟผ. ได้ทำการแก้ไขโดยซื้อถ่านจากเหมืองเอกชนมาเสริมในฤดูหนาวปี 2537-2541 เป็นจำนวน 1,039,000 ตัน แต่มีขึดจำกัดที่การขนส่งโดยรถบรรทุกและถ่านจากเหมืองเอกชนมีค่าความแข็งสูง อาจจะมีปัญหากับเครื่องโม่และเครื่องบดได้
  4. ราษฏรที่ได้รับผลกระทบไม่เชื่อข้อมูลของทางราชการ เกี่ยวกับผลการพิสูจน์ความเสียหายเนื่องจากก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ต่อพืชและสัตว์ ตลอดจนการวินิจฉัยทางการแพทย์เกี่ยวกับการเจ็บป่วยเนื่องมาจากสาเหตุของก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ทำให้ชาวบ้านชุมนุมร้องเรียนในเดือนตุลาคม 2537 เพื่อให้ กฟผ. ดำเนินการแก้ไขปัญหาให้เสร็จโดยเร็ว และให้ กฟผ. รักษาพยาบาลฟรีแก่ชาวบ้านที่เจ็บป่วยเนื่องจากก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และโรคต่อเนื่องรวมทั้งจ่ายค่าชดเชยค่าเสียหายต่อพืชและสัตว์ ในการดำเนินการแก้ไขปัญหารัฐบาลได้ตั้งคณะอนุกรรมการชดใช้ค่าเสียหายแ่ก่ราษฏรที่ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ โดยมีรองผู้ว่างราชการจังหวัดลำปางเป็นประธาน กรรมการประกอบด้วยตัวแทนหน่วยราชการ ตัวแทนชาวบ้าน ผู้ทรงคุณวิฒิ และ กฟผ. มีหน้าที่ตรวจสอบและพิจารณาชดใช้ค่าเสียหายแก่ราษฏรที่ได้รัีบผลกระทบ

การประสานงานและการดำเนินการร่วมกับหน่วยราชการต่าง ๆ
กรมควบคุมมลพิษ กับ กฟผ.

  • กรมควบคุมมลพิษ ขอความช่วยเหลือทางวิชาการและผู้เชี่ยวชาญมา US Environment Protection Agency (USEPA) และ US Department of Energy (USDOE) มาตรวจสอบถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2535 โดยการสนับสนุนด้านงบประมาณจาก US Agency for International Developemnt (USAID) ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้สรุปว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นเนื่องจากสภาวะอากาศปิด ทำให้ควันจากปล่องไม่สามารถระบายสู่บรรยากาศชั้นบนได้ (Fumigation) พร้อมทั้งเห็นควรให้การสนับสนุนแก่ฝ่ายไทยในเรื่องการตรวจสอบ audit เครื่องมือตรวจวัดการพัฒนาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์สำหรับคาดการณ์คุณภาพอากาศ และให้เจ้าหน้าที่ของกรมควบคุมมลพิษและ กฟผ. ไปอบบรมที่ USEPA
  • การพัฒนาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ สำหรับคาดการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่แม่เมาะ กรมควบคุมมลพิษ และ กฟผ. ร่วมกับ USEPA และ Nation Oceanic Atmosheric Administration (NOAA) โดยการสนับสนุนงบประมาณจาก USAID และ กฟผ. ดำเนินการปรับปรุงและทดสอบแบบจำลองที่เหมาะสมกับพื้นที่แม่เมาะ โดยพิจารณากรณีการเกิด Fumigation ร่วมอยู่ในแบบจำลอง การศึกษาขึ้นต้นแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2537 และในปี 2538 กรมควบคุมมลพิษ และ กฟผ. จะดำเนินการต่อเนื่องจาก USEPA/NOAA ในการ Validate แบบจำลองดังกล่าวให้ถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น โดยมีงบประมาณสำรหับการดำเนินการจากกรมควลคุมมลพิษ 35 ล้านบาท และจาก กฟผ. อีกจำนวนหนึ่ง
  • การพิจารณาแนวทางเลือก ในการควบคุมการะบายก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์จากหน่วยผลิตกระแสไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 1-7 จากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นผู้ดำเนินการศึกษาโครงการ "Development of System Wide Emission Control Strategies Application to Mae Moh Power Plants" โดยเริ่มศึกษาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2537 แล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2537
กรมอนามัย กับ กฟผ. และกรมควบคุมมลพิษ
  • กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข โดยความช่วยเหลือของ USEPA และวิทยาลัยสาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้ความร่วมมือของ กฟผ. และกรมควบคุมมลพิษ ได้จัดทำแผนและรายละเอียดผลกระทบของมลพิษทางอากาศจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะต่อสุขภาพอนามัย โครงการมีระยะเวลา 5 ปี เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2537 ใช้งบประมาณทั้งหมดประมาณ 31 ล้านบาท ทั้งนี้เป็นเงินสนับสนุนจาก กฟผ. 14.5 ล้านบาท ในช่วง 2 ปีแรก ส่วน 3 ปีหลัง กรมอนามัยจะตั้งงบประมาณดำเนินการเอง
กรมวิชาการเกษตร กับ กฟผ.
  • กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตร ได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่องผลกระทบของก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ที่มีผลต่อพืชและสภาพดินและน้ำ และการใช้ประโยชน์ของยิปซัมและขึ้เถ้าจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะเพื่อการเกษตร โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือน มิถุนายน 2537 เป็นระยะเวลา 3 ปี ใช้งบประมาณทั้งหมด 3.335 ล้านบาท โดยใน 2 ปีแกร กฟผ. สนับสนุนด้านงบประมาณ เป็นเงิน 2.57 ล้านบาท ส่วนในปีสุดท้าย จะใช้งบของกรมวิชาการเกษตร

http://maemoh.egat.com/index_maemoh/index.php?content=environment&topic=3


ปัญหามลภาวะอากาศโรงไฟฟ้าแม่เมาะปี 2541

เมื่อวันที่ 17-18 สิงหาคม 2541 ได้เกิดเหตุการณ์มลภาวะทางอากาศที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ โดยมีสาเหตุจากการที่เครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ขัดข้อง ต้องหยุดซ่อมฉุกเฉิน และประกอบกับเป็นช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวนทำให้เกิดผลกระทบขึ้น กฟผ. ได้ดำเนินการดังนี้

  1. การตรวจสอบความเสียหายและการให้ความช่วยเหลือ
    กฟผ. ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบความเสียหาย และให้ความช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ อำเภอแม่เมาะ โรงพยาบาลแม่เมาะ สาธารณสุขอำเภอ เกษตรอำเภอ ส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เข้าไปช่วยเหลือราษฎรที่เจ็บป่วยจัดพาหนะ รับ-ส่ง ราษฎรที่เจ็บป่วยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแม่เมาะรวมทั้งส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจความเสียหายของพืชผลทางการเกษตรของราษฎรเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป
  2. การชดเชยค่าเสียหาย
    ได้จัดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างอำเภอแม่เมาะ ตัวแทนราษฎรที่ได้รับผลกระทบและ กฟผ. เพื่อพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริง และจ่ายค่าชดเชยความเสียหาย ให้แก่ราษฎรที่ได้รับ ผลกระทบ จำนวน 1,225 ราย จาก 4 ตำบล 12 หมู่บ้าน ของอำเภอแม่เมาะ โดยจ่ายเป็นค่าชดเชยให้แก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพอนามัย จำนวน 868 ราย เป็นเงิน 2,683,921 บาท จ่ายเป็น ค่าชดเชยแก่ราษฎรที่พืชผลทางการเกษตรได้รับผลกระทบจำนวน 1,211 ราย เป็นเงิน 28,886,247.50 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 31,570,168.50 บาท
  3. การดำเนินการแก้ไขปัญหา
    คณะรัฐมนตรี และคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญญา และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมบริเวณโรงไฟฟ้าและเหมืองแม่เมาะ ได้มีมติให้มีมาตรการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ดังนี้
    1. ให้ กฟผ. ติดตั้งเครื่องดักก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ สำหรับโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 4-7 โดยมีกำหนดแล้วเสร็จประมาณ ต้นปี 2543 นอกเหนือจากโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 8-13 ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จและนำเข้าใช้งานแล้ว ส่วนโรงไฟฟ้า เครื่องที่ 1-3 เป็นเครื่องเก่าไม่เหมาะสมที่จะติดตั้งเครื่องดักก๊าซซัลเฟอร์ ไดออกไซด์ให้เดินเครื่องน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น และเพื่อให้เพียงพอที่จะจ่ายไฟฟ้าให้กับ 5 จังหวัด ภาคเหนือ คือ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำพูน และลำปาง ให้เดินเครื่องโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 1-7 ซึ่งยังไม่ได้ติดตั้งเครื่องดักก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ผลิตไฟฟ้ารวมกันไม่เกิน 500 เมกะวัตต์ จากกำลังผลิตที่มีอยู่ 825 เมกะวัตต์ รวมทั้งควบคุมปริมาณการระบายก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่ปล่อยออกจากโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 1-13 รวมกันแล้วไม่เกิน 15 ตันต่อชั่วโมง
    2. ให้มีถ่านลิกไนต์กำมะถันต่ำสำรองไว้ใช้ที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะตลอดเวลา โดยใช้ถ่านซึ่งจัดซื้อจากเอกชน มีส่วนผสมของซัลเฟอร์น้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ซัลเฟอร์ และถ่านคุณภาพดีของเหมือง แม่เมาะซึ่งมีส่วนผสมของซัลเฟอร์น้อยกว่า 2 เปอร์เซ็นต์ซัลเฟอร์
    3. ติดตั้งระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศที่มีอยู่ให้เป็นระบบ REAL TIME AIR QUALITY MONITORING และเชื่อมโยงผลการตรวจวัดให้สามารถอ่านค่าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่ห้องศูนย์ควบคุมการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ และโรงพยาบาลแม่เมาะ
    4. กรมควบคุมมลพิษจะสรุปค่าก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่จุดวัดต่างๆ ส่งให้ราษฎรทราบโดยผ่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สัปดาห์ละ 1 ครั้ง

http://maemoh.egat.com/index_maemoh/index.php?content=environment&topic=4

การติดตั้งเครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ดำเนินการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากโครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ตั้งแต่ปี 2520 เป็นต้นมา เพื่อควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากโครงการฯ ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (สวล.) ในปี 2533 กฟผ. ได้วางแผนให้โรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 12-13 มีระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Flue Gas Desulfurization System) แบบเปียก (Wet Limestone Process) ซึ่งมีประสิทธิภาพในการกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์สูงประมาณ 92% โดยดำเนินการติดตั้งระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ ไปพร้อมกับการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2538 ขณะเดียวกันได้ศึกษาความเหมาะสมในการติดตั้งเครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ สำหรับโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องอื่น ๆ ที่ได้เดินเครื่องจ่ายไฟเข้าระบบแล้ว

ในเดือนตุลาคม 2535 ได้เกิดมลภาวะทางอากาศที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ สาเหตุเนื่องมาจากสภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนไปจากเดิมและสภาพอากาศปิด (Inversion) ในช่วงฤดูหนาว ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนที่อาศัยอยู่รอบ ๆ โรงไฟฟ้า ตลอดจนทำให้เกิดความเสียหายต่อพืชและสัตว์เลี้ยง กฟผ. ได้ดำเนินการแก้ไขเพื่อลดผลกระทบของก๊าซซัลเฟอร์ฯ โดยลดกำลังผลิตของโรงไฟฟ้าลงเมื่อตรวจพบว่าค่าความเข้มข้นของก๊าซซัลเฟอร์ฯ เกินค่ามาตรฐานในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ในขณะเดียวกันเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาว กฟผ. ได้ดำเนินการติดตั้งระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ สำหรับโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 8-11 โดยเลือกระบบแบบเปียก (Wet Limestone Process) มี ประสิทธิภาพในการกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ สูงประมาณ 95% มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2539

นอกจากนี้ กฟผ. ยังได้ว่าจ้างบริษัท KBN Engineering and Applied Sclences, Inc. แห่งสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ดำเนินการศึกษาควบคุมสิ่งแวดล้อมทางอากาศในบริเวณโรงไฟฟ้าแม่เมาะ และในขณะเดียวกัน กรมควบคุมมลพิษร่วมกับ กฟผ. โดยการสนับสนุนด้านงบประมาณจาก United States Agency for International Development (USAID) ได้ว่าจ้างบริษัท Sargent & Lundy Engineers จากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นผู้ดำเนินการศึกษาโครงการ "Development of System Wide Emission Control Strategies Application to Mae Moh Power Plant" ผลการศึกษาสรุปได้ว่า ค่ามาตรฐานของปริมาณความเข้มข้นของก๊าซซัลเฟอร์ฯ ในคาบเฉลี่ย 1 ชั่วโมงที่เหมาะสมสำหรับโรงไฟฟ้าแม่เมาะ คือ 1,300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และควรติดตั้งระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ แบบเปียก (Wet Limestone Process) สำหรับโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4-7

ระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ ระบบแบบเปียกนี้จะใช้หินปูนเป็นวัตถุดิบ เพื่อทำปฏิกิริยากับก๊าซซัลเฟอร์ฯ โดยใช้หินปูนจากบริเวณตอนใต้ของดอยผาตูบ ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ ใกล้กับบริเวณโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ สำหรับโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4-7 มีความต้องการใช้หินปูนประมาณ 34 ตันต่อชั่วโมง หรือเฉลี่ย 0.24 ล้านตันต่อปี รวมปริมาณความต้องการใช้หินปูนสำหรับโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4-13 ประมาณ 127 ตันต่อชั่วโมง หรือเฉลี่ย 0.89 ล้านตันต่อปี

งานติดตั้งระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ นี้มีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งรวมทั้งสิ้นประมาณ 3,230 ล้านบาท หรือ 127 ล้านเหรียญสหรัฐ ใช้เวลาในการดำเนินงานหลังจากได้รับอนุมัติจากรัฐบาลประมาณ 40 เดือน คาดว่าจะแล้วเสร็จสามารถเดินเครื่องระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ สำหรับโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 6-7 ได้ในเดือนมิถุนายน 2542 และสำหรับโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 4-5 ได้ในเดือนสิงหาคม 2542

ในกรณีที่ใช้ถ่านลิกไนต์ที่มีปริมาณกำมะถันเฉลี่ย 2.8% ระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ สำหรับ โรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4-7 สามารถกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ ได้ประมาณปีละ 140,000 ตัน หรือ 2,268,000 ตัน ตลอดอายุการใช้งานของโรงไฟฟ้า ซึ่งช่วยบรรเทาและแก้ไขการเกิดมลภาวะทางอากาศจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะได้ โดยสามารถควบคุมปริมาณความเข้มข้นของก๊าซซัลเฟอร์ฯ ให้มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมกำหนดไว้


2. ข้อมูลจากเว็บของ Green Peace

"Hazardous emissions from Thai coal-fired power plants: Toxic and potentially toxic elements in fly ashes collected from the Mae Moh and Thai Petrochemical Industry coal-fired power plants in Thailand, 2002"

http://www.greenpeace.to/publications/Thai%20fly%20ash%20report%20FINAL.pdf


CONCLUSIONS
The production of power through the combustion of coal at the Mae Moh and TPI coal power plants in Thailand produces fly ash contaminated with a range of toxic and potentially toxic elements. Due to the very large quantities of coal burned and fly ash produced, each plant liberates many tonnes of these elements each year (see Table 5).

Particles emitted to the environment either directly with the flue gases, or as a result of inadequate fly ash storage, pose a threat to human and animal health. For the finest particles, the health impacts due to their very small size are combined with the tendency for these particles to contain the highest concentrations of toxic and potentially toxic elements.

Despite the use of efficient end-of-pipe pollution control devices such as electrostatic precipitators (ESPs) and ionizing wet scrubbers, appreciable quantities of potentially toxic
elements bound to fly ash particles and in gaseous form will be released to the atmosphere along with flue gases. The release of certain gaseous forms of arsenic and mercury tends to
be lower where ionizing wet scrubbers are employed. These reductions in atmospheric emissions are, however, reflected in higher concentrations in other wastestreams, including
fly ash and scrubber wastes. The elements contained in the fly ashes have the ability to leach from them, and thus enter
the environment where they can accumulate in sediments and soils. In addition, many of these elements have the potential to bioaccumulate.

The use of fly ash in cement production will not prevent the release of significant quantities of heavy metals and other toxic elements into the environment due to weathering and erosion over time. Mechanical operations on cement that has been produced using coal fly15 ash as a raw material may produce dusts containing respirable contaminated particles, as well as hastening elemental leaching through weathering processes.

Treatment processes to reduce the quantities of hazardous elements in the fly ashes will simply result in the production of additional contaminated wastestreams.

Ongoing use of coal combustion for power production will result in future releases of toxic and potentially toxic elements to the environment. This can only be avoided through the
cessation of coal combustion and the implementation of sustainable production technologies such as solar- and wind-power generation

Monday, November 01, 2010

ถึงเวลาของภาคใต้

ภาพถ่ายหน้ามอ ตอนเย็นวันที่ 1 พ.ย.

ทะเลสาบหน้ามอ สถานการณ์ยังปกติ

ก่อนหน้าื่นี้มีแต่ข่าวน้ำท่วมภาคอื่นตั้งแต่ ภาคกลาง โคราช ไปอีสาน ปีนี้น่ากลัวมาก แทบจะเป็นน้ำท่วมรุนแรงที่สุดที่เคยเจอ จนสองสามวันนี้ภาคใต้ก็เจอหน้าฝนแรงๆกับเขาเหมือนกัน

ฝนตกต่อเนื่องมาสามวันแล้ว ไม่เห็นดวงอาทิตย์เลย แต่ที่ท่าศาลาน้ำยังไม่ท่วมขัง ฝนตกแรง แต่ก็ไม่แรงมากเท่าที่อื่น

คืนนี้( 1 พ.ย.) มีข่าวว่าดีเปรสชั่นจะขึ้นฝั่งที่นครหรือสุราษฏร์ แต่น้ำเริ่มท่วมสงขลา หาดใหญ่ สตูล ปัตตานี ตั้งแต่ตอนค่ำ ดูข่าวก็น่ากลัวมาก
ช่วงสี่ทุมเศษ ข่าวทีวี NBT บอกว่าพายุขึ้นฝั่งไปแล้วทางสงขลา นครก็รอดไป ถือว่าเป็นฝนตกธรรมดา

2 พ.ย.
ตื่นเช้ามาฝนไม่ตกแล้ว แต่ฟ้าก็ยังมัวๆ วันนี้ไม่เห็นดวงอาทิตย์ทั้งวันอีกเช่นเคย ข่าวว่าเมื่อคืนศูนย์กลางพายุขึ้นฝั่งแถบสงขลา ระโนด ทางนครไม่มีอะไรมาก ไฟฟ้าดับๆติดๆเรื่อยๆ รวมถึงที่ทำงานด้วย

คลองใกล้ๆบ้านน้ำเอ่อประมาณนี้ ดินที่ถมที่นั่นก็ถมปิดทางน้ำย่อย กำลังรอดูเหมือนกันว่าจะทานกระแสน้ำได้จริงไหม
มีนักศึกษาโทรมาหาจากหาดใหญ่บอกว่าที่บ้านน้ำท่วมจะถึงคอแล้ว (เว่อร์ไปหรือของจริงเนี่ย) เจอกันเต็มๆหลายแห่งเลย ภาคใต้หกจังหวัดที่วิกฤตมีสงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และพัทลุง สนามบินหาดใหญ่ก็ตลก เนื่องจากเป็นที่ดอน สนามบินยังเปิด เครื่องขึ้นลงได้ แต่ไม่มีรถไปรับจากสนามบิน....

จะห้าทุ่มแล้ว ดูรายการตอบโจทย์ทางไทยพีบีเอส มีคุณปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน และมี ร.ศ. ประเสริฐ ชิดพงศ์ สว.สงขลา มาคุยเรื่องน้ำท่วมหาดใหญ่ เขาบอกว่าปีนี้น้ำมาแรง ไม่เหมือนปี 43 และมาเร็วกว่าปกติ ซึ่งปกติควรมาหลังลอยกระทง แต่เป็นประเภทมาไวไปไว น้ำจะลดเร็ว เที่ยวนี้มีทั้งฝนตกแล้วมีดีเปรสชันซ้ำ จึงเกินความสามารถที่จะรองรับน้ำเพราะประเมินปริมาณน้ำเทียบกับปี 43 เที่ยวนี้มีน้ำมากกว่าจึงไม่พอ ถ้าจะไม่ให้น้ำท่วมหาดใหญ่ ก็ต้องทำเพิ่ม ขยายคลอง ความลาดเทของน้ำไปยังทะเลสาบสงขลาก็ทำได้ และระบบคันกั้นน้ำปกป้องระบบเศรษฐกิจที่เหมาะสม ( เช่นทำถนนกั้น หรือทำคันกั้น)

4 พ.ย.
แล้ว มวล.ก็ถึงเวลาประกาศหยุดการเรียนการสอนวันที่ 4-5 พ.ย. กลับมาอีกทีวันจันทร์ที่ 8 พ.ย. เพราะสถานการณ์น่าจะเอาไม่อยู่แล้ว



ดูรูปเพิ่มเติมได้ที่

Monday, June 14, 2010

สิงคโปร์.....สิงหปุระ....เกาะหมาก.... เทมาเส๊ก...เมืองน่ารักน่าชัง

ไปเจอว่าตัวเองเขียนเกี่ยวกับสิงคโปร์ไว้ตั้งแต่ 26 พฤศจิกายน 2550 ที่ bloggang ซึ่งไม่ได้อัพเดตนานมาก เลยเอามาแปะที่นี่ดีกว่า ความจริงก็มีในส่วนที่เขียนไปแล้ว แต่ก็มีบางส่วนที่ยังไม่ได้พูดถึง

===========================================

สิงคโปร์เป็นเมืองน่ารักน่าชัง น่ารักเพราะมีอะไรให้รักได้มาก น่าชังเพราะช่างเจริญเติบโตเกินหน้าเกินตาเสียนี่กระไร แถมยังอุตส่าห์มาซื้อกิจการใหญ่ๆของบ้านเราไปด้วย
สิงคโปร์เป็นเมืองที่ได้ไปเยี่ยมเยียนบ่อยที่สุด ถ้าเทียบกับเมืองอื่นๆ ( ก็แน่ละคะ...ใครจะได้ไปเที่ยวที่ซ้ำๆกันบ่อยๆ ) เพราะสิงคโปร์เป็นเมืองนอกที่ไปง่ายที่สุด มีสาเหตุที่ต้องไปมากที่สุด เช่น ไปอบรม ไป ทำงาน ไปดูงาน และอื่นๆตามที่จะสามารถอ้างได้


ครั้งแรกที่เห็นสิงคโปร์....ปี 1986...โอย..นานจัง แต่ตอนนั้นยังเด็กค่ะ สิงคโปร์เป็นเมืองที่ประทับใจมากๆในความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความสะอาด ความร่มรื่น ปีนี้ ปี 2007 ....สิงคโปร์ยังมีข้อดีเหมือนเดิม น่าแปลกใจจริงๆว่าเขาทำได้ยังไง

แต่สิงคโปร์ก็เป็นเมืองที่น่าเบื่อถ้าต้องอยู่นานๆ คุยกับเพื่อนๆชาวสิงคโปร์ เขาก็เบื่อ เขาชอบมาเที่ยวเมืองไทยมาก (พอๆกับที่เราชอบไปบ้านเขา) ไม่เคยคิดว่าจะไปอยู่สิงคโปร์ ถ้าให้ไปเที่ยวป๊อปแป๊บละก็เอา

ครั้งล่าสุดที่ไปเป็นช่วงเดือนเมษายนปีนี้ มีธุระการงานที่ต้องเดินทาง แต่เมื่อหมดงานก็เป็นเวลาของเรา....เย้

ต้องสารภาพว่าเหตุผลอีกอย่างที่ยอมไปสิงคโปร์ช่วงนั้นเพราะมีละครเพลง The Phantom of the Opera มาแสดงพอดี อิ อิ ที่บ้านเรียกว่า สบโอกาส

ละครเพลงเรื่องนี้มาเล่นที่สิงคโปร์ช่วงวันที่ 23 มี.ค. - 20 พ.ค. 2007 มีรอบบ่าย 2 และรอบ 2 ทุ่ม เล่นที่ The Esplanade เราได้ตั๋วรอบ 2 ทุ่มคืนวันที่ 18 เมษายน จำเป็นต้องเป็นรอบนี้เพราะเราไปดูกัน 6 คน มี 3 คนที่ต้องกลับตามกำหนดการปกติ เราได้ตั๋วราคา 95 เหรียญสิงคโปร์ (คูณด้วย 23.25 บาท) ที่นั่งเป็น Circle 3 ซึ่งอยู่ชั้นบนมากๆ สูงชนิดถ้าตกลงมาจากที่นั่งมีสิทธิคอหักตายเอาง่ายๆ เห็นคนแสดงตัวนิดเดียว มิน่าเขาถึงต้องใช้ binacular เวลาดูการแสดง แต่ของเรามีพี่เขาเอา binoc ขนิดส่องนกไปด้วย เห็นหน้าตัวละครชัดมาก
ต้องบอกว่าประทับใจมาก เป็นครั้งแรกที่ได้ดูละครบรอดเวย์ ครั้งต่อมามาดู Cats ที่เมืองไทยรัชดาลัยก็ไม่ประทับใจเท่า

การแสดงนี้อลังการงานสร้างจริงๆ ต้องยอมรับว่าไม่เคยได้ดูอะไรประทับใจขนาดนี้ การจัดฉาก เต็มสิบ เครื่องแต่งกายเต็มสิบ การร้องเพลงเต็มสิบ สรุปว่ารวมทุกอย่าง Perfect Ten!

หน้าโรงมีการขายของที่ระลึกเช่น CD เสื้อ หนังสือ (หนังสือเล่มละ 25 เหรียญ แต่เนื่องจากเคยซื้อเล่มเก่ามาได้ในราคาแค่ 4 เหรียญ Australia ก็เลยตัดใจซื้อไม่ลง) ของทุกอย่างแพงสำหรับคนไทย ก็เลยไม่ได้อะไรกลับมาเลย

..................................................................................

แต่เรื่องที่อยากเล่าคือเรื่องความน่ารักของสิงคโปร์ที่มีให้ชมในรูปของนกสวยมากมายที่ Jurong bird park และดอกไม้งามๆใน botanic garden

เดี๋ยวค่อยมาเล่าต่อนะ

Thursday, June 03, 2010

Farmville สนุกจัง ...

หลังจากเล่น Facebook มาพักนึง มีหลาย account ด้วยซ้ำ จนต้องลบ account พวกนั้นทิ้งเหลือไว้แต่ J ชุดเดียว ทิ้งไว้นานเหมือนกัน แล้วเพิ่งมาเริ่มเล่นจริงๆชนิดยอม add เพื่อนไม่นานมานี้ แล้วก็ได้เจอกับ Farmville


ได้ยินมานานแล้วว่าคนเล่น Facebook มาปลูกผักกันมาก ก็ไม่ได้สนใจอะไร จนในที่สุดลองเล่นดู เริ่มเล่นก็ไม่รู้เรื่อง เล่นตามที่โปรแกรมบอกว่าต้องทำอะไร เล่นไ
ปเล่นมาเริ่มเล่นได้รู้เรื่อง คราวนี้ก็สนุกสนานเป็นการใหญ่

เริ่มเล่นบ่ายวันที่ 30 พฤษภาคม จนถึงวันนี้ 3 มิถุนายน เล่นได้ Level 15 แล้วค่ะ รูปบนเป็นรูปวันแรกที่เล่น รูปล่างถัดมาเป็นรูปของ level 15 ที่เพิ่งเล่นเมือ่ดะกี้นี้เอง อิ อิ

Wednesday, May 19, 2010

19 พฤษภาคม 2553 ทำไมคนพวกนี้ถึงทำร้ายประเทศไทย ยังเป็นคนไทยหรือเปล่า

วันนี้ได้ข่าวตอนบ่ายว่าแกนนำเสื้อแดงมอบตัวและมีการสลายการชุมนุมแล้ว ทีแรกก็ดีใจว่าเหตุการณ์จะสงบ แต่กลับมาถึงบ้านพบว่าเหตุการณ์ยิ่งแย่ลงไปอีก มีการเผาสถานที่ต่างๆ 27 จุดในกรุงเทพ และมีการเผาศาลากลางจังหวัดอุดรธานี มุกดาหาร และอีกบางจังหวัดในภาคอีสานและเหนือ

จุดที่รุนแรงมากได้แก่ เซ็นทรัลเวิร์ลถูกเผาทั้งหลัง ตึกแปดชั้นกำลังจะถล่มในขณะนี้(เกือบเที่ยงคืน) อาคารมาลีนนท์ของช่องสามถูกเผาบางส่วน ช่องสามต้องปิดสถานีปล่อยจอดำไป โรงหนังสยามไม่มีอีกแล้วถูกเผาทั้งหลัง สยามพารากอนก็ถูกวางเพลิง ธนาคารกรุงเทพถูกเผาหลายสาขา ธนาคารกรุงไทย ฯลฯ

พวกคนเสื้อแดงที่เป็นเด็ก คนแก่ รวมถึงพวกที่กลัวตายกลัวถูกทหารยิง หลบอยู่ในวันปทุมวนาราม ไม่ยอมออกมา มีทีมครูหยุยและพระในวัดดูแล

พวกเสื้อแดงที่ไม่ยอมหยุดความรุนแรงกำลังทำร้ายประเทศไทยอย่างไม่น่าเชื่อว่าเป็นคนไทย ยังมีการเผาสถานที่ มีเหตุวุ่นวาย การต่อสู้ ทั้งบริเวณบ่อนไก่ อนุสาวรีย์ สามแยกดินแดง สะพานเหลือง ฯลฯ พวกนี้กำลังทำอะไรกัน

ข่าวที่นำเสนอในต่างประเทศก็มองเป็นกลาง ซึ่งอาจเป็นกลางมากไปจนสร้างความเข้าใจผิด เช่น ดูข่าวเห็นกลุ่มประเภทพิทักษ์สิทธิมนุษยชนหรืออะไรประเภทนี้ที่เกาหลีใต้ไปถือป้ายประท้วงหน้าสถานฑูตไทยให้ทหารหยุดการใช้อาวุธกับประชาชน งงกับคนประเภทนี้มาก เข้าใจบ้างไหมว่าประชาชนที่คุณเสนอตัวพิทักษ์เขาทำอันตรายกับประเทศแค่ไหน ทำไมต้องเข้าข้างคนที่ทำร้ายประเทศ ทำร้านประชาชนคนอื่นอย่างไม่มีสมองนอกจากพูดแค่ว่าต้องการประชาธิปไตย ซึ่งเขาเหล่านั้นเข้าใจคำว่าประชาธิปไตยแค่ไหนก็ไม่รู้

เพิ่งได้อ่านจดหมายเปิดผนึกของคุณนภัส ณ ป้อมเพชรที่เขียนถึงนักข่าวสองคนของ CNN ที่รายงานข่าวอย่างไม่เป็นกลาง เหมือนจะเป็นนักข่าวเสื้อแดงแทนที่จะเป็นกลางต่อประเทศไทย ขอคัดมาไว้ในหน้านี้ด้วย เพราะกลัวว่าต่อไปจะหาไม่เจอ


As a first-rate global news agency, CNN has an inherent professional duty to deliver all sides of the truth to the public who have faithfully and sincerely placed their trust and reliance in you. Your network, by its longtime transnational presence and extensive reach, has been put in a position of trust and care; CNN's journalists, reporters, and researchers have a collective responsibility to follow the journalist's code and ethicsto deliver and present facts from all facets of the story, not merely one-sided, shallow and sensational half-truths. The magnitude of harm or potential extent of damage that erroneous and fallacious news reporting can cause to (and exacerbate), not only a country's internal state of affairs, economic well-being, and general international perception, but also the real lives and livelihood of the innocent and voiceless people of that nation, is enormous. CNN should not negligently discard its duty of care by reporting one-sided or unverified facts and distorted truths drawn from superficial research, or display/distribute biased images which capture only one side of the actual event.Recently, CNN Thailand correspondents Dan Rivers and Sarah Snider have made me seriously reconsider your agency as a source for reliable and accurate, unbiased news. As of this writing, thousands of CNN's viewers have already begun to question the accuracy and dependability of its reporting as regards events in Afghanistan, Haiti, Iraq, Iran, in addition to Bangkok.

Rivers and Snider have not done their best under these life-threatening circumstances because many other foreign correspondents have done better. All of Rivers' and Sniders' quotes and statements seem to have been solely taken from the anti-government protest leaders or their sympathisers. Yet, all details about the government's position have come from secondary resources. No direct interviews with government officials have been shown; no interviews or witness statements from Bangkok residents or civilians unaffiliated with the protesters, particularly those who have been harassed by or suffered at the hands of the protesters, have been circulated.

Why the discrepancy? Why the failure to report all of the government's previous numerous attempts to negotiate or invitation to the protesters to go home? Why no broadcasts shown of the myriad ways the red protesters have terrorised and harmed innocent civilians by burning their shops, enclosing burning tyres around apartment buildings, shooting glass marbles at civilians, attacking civilians in their cars, and worst of all, obstructing paramedics and ambulances carrying civilians injured by grenade blasts during the Silom incident of April 24, thereby resulting in the sole civilian casualty? The entire timeline of events that have forced the government to take this difficult stance has been hugely and callously ignored in deference to the red 'underdogs'.

Rivers and Snider's choice of sensational vocabulary and terminology in every newscast, and choice of images to broadcast, has resulted in law-abiding soldiers and the heavily-pressured Thai government being painted in a negative, harsh and oppressive light, whereas the genuinely violent and law-breaking arm of the anti-government protesters - who are directly responsible for overt acts of aggression not only against soldiers but also against unarmed civilians and law-abiding apolitical residents (and whose actions under American law would by now be classified as terrorist activities) - are portrayed as righteous freedom fighters deserving of worldwide sympathy and support. This has misled the various international human rights watchdogs to believe that the Thai government is sending trigger-happy soldiers out to ruthlessly murder unarmed civilians without cause.

As a current resident of war zone Bangkok who has experienced the effect of the red protests firsthand and is living in a state of constant terror and anxiety as to whether her family, friends and home will get bombed or attacked by the hardcore anti-government paramilitary forces - I appeal to CNN's professional integrity to critically investigate and scrutinise the misinformed news reporting of your above-named correspondents. If they are incapable of obtaining genuine, authentic facts from any other source except the red protest leaders and red-sympathising Thai translators or acquaintances, or from fellow non-Thai-speaking journalists who are similarly ignorant of Thai language, culture, history and society, then perhaps CNN should consider reassigning field correspondents to Thailand.

I implore and urge you to please take serious action to correct or reverse the grave injustice that has been done to the Thai nation, her government, and the majority of law-abiding Thai citizens and expatriate residents by the poorly researched and misrepresented news coverage of the ongoing political unrest and escalating violence in Thailand.

Copies of this open letter have also been distributed to other local as well as international news media and social networks for public information. Please feel free to contact me further should you require any additional concrete and reputable evidence in substantiation and corroboration of my complaints and claims stated above.

Napas Na Pombejra

Bangkok


ส่วนข้างล่างนี้เป็นฉบับแปลอ่านมาจากผู้จัดการออนไลน์


http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9530000069552



ความคิดเห็นที่ 23+1
CNN งานเข้า … เมื่อมีจดหมายเปิดผนึกเวียนในสื่อต่างๆ ถึงการเสนอข่าวที่ไม่เป็นกลาง เอนเอียงไปฝ่ายเดียว
ขอบคุณ คุณsupawan ผู้แปล
oknationblog ผู้เผยแพร่่
คุณนภัส ณ ป้อมเพชร ผู้เขียนจดหมายฉบับนี้

Zeze Na Pombejra: Open Letter to CNN International

Dear Sirs/Madams,

เร็วๆนี้ ผู้สื่อข่าว CNN ประจำประเทศไทย แดน ริเวอร์ และ ซาร่าห์ ซไนเดอร์ ทำให้ดิฉันต้องกลับมาพิจารณาอย่างจริงจังว่าข่าวของสำนักข่าวของคุณเป็น แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ มีความถูกต้อง และไม่เอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งหรือไม่ ในขณะที่ดิฉันกำลังเขียนจดหมายฉบับนี้ มีผู้เสพข่าวของ
CNN กำลังตั้งคำถามถึงความแม่นยำและแหล่งข่าวในการนำเสนอเหตุการณืที่เกิดขึ้นใน อาฟกานิสสถาน ไฮติ อิรัก อิหร่าน เป็นต้น .. เพิ่มเติมจากการเสนอข่าว ในกรุงเทพมหานคร

ในฐานะที่เป็นสำนักข่าวชั้นนำของโลก CNN มีหน่าที่ในการเสนอข่าวอย่างรอบด้าน บนพื้นฐานของความจริงต่อประชาชนทั่วโลกที่ให้ความไว้วางใจอย่างสุจริต ต่อการเสนอข่าวของสำนักข่าวของท่าน เครือข่ายข่าวนานาชาติของท่านยังดำรงอยู่และเข้าถึงอย่างกว้างขวางโดยพื้น ฐานของการนำ
เสนออย่างระมัดระวังและไว้ใจได้มาอย่างยาวนาน ; นักข่าว ผู้สื่อข่าว และผู้ที่ทำการวิจัยข้อมูลของ CNN ต้องมีความรับผิดชอบในการปฏิบัติตนตามมาตรฐานการปฏิบัติและจริยธรรมของ ผู้สื่อข่าว ในอันที่จะนำเสนอเรื่องราวและข้อเท็จจริงรอบด้าน ไม่ใช่การนำเสนอข่าวด้านเดียว ที่ตื้นเขินและความจริงเพียงครึ่งเดียว ความเสียหายและโอกาสที่จะเกิดความเสียหายที่ร้ายแรงจากความเข้าใจผิดหรือการ รับรู้ที่ไม่ถูกต้องอาจจะเกิดขึ้นได้(และถูกทำให้แย่ลง) ไม่เพียงแค่ในส่วนที่เกี่ยวกับกิจการภายในของประเทศ ภาวะเศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ต่อประชาคมโลกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงชีวิตความเป็นอยู่จริงๆ ของผู้คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่และไม่มีปากเสียงของประเทศนั้นๆด้วย นี่เป็นเรื่องที่ใหญ่โต CNN ไม่ควรจะเพิกเฉยและละเลยหน้าที่ที่ต้องใช้ ความระมัดระวังในในการนำเสนอข่าวเพียงด้านเดียวในประชาคมโลก หรือการที่ไม่ตรวจสอบยืนยันความถูกต้องของข่าว และแม้แต่การบิดเบือนข้อ เท็จจริงที่นำมาจากการการวิจัยอย่างคร่าวๆ ผิวๆเผินๆ หรือการนำเสนอ/แจกจ่ายรูปภาพที่เอนเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งของความจริงทั้ง หมดในภาพรวม

คุณริเวอร์ และคุณ ซไนเดอร์ ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดภายใต้ภาวะที่อาจจะเกิดการคุกคามชีวิต เพราะผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวอื่นๆทำหน้าที่ได้ดีกว่านี้ ทุกสิ่งที่คุณริเวอร์และคุณซไนเดอร์กล่าวถึงและเขียนถึง ล้วนแต่เป็นเรื่องที่นำมาจากแกนนำของกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้าน หรือผู้ชุมนุมที่ฟูมฟาย
รียกร้องความเห็นอกเห็นใจ ดังนั้น รายละเอียดทั้งหมดที่เกี่ยวกับทางฝ่ายรัฐบาลล้วนได้มาจากแหล่งข่าวรองๆทั้ง สิ้น ยังไม่ปรากฏว่ามีการเข้าไปสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐโดยตรง หรือการเข้าไปรับทราบการรายงานจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร และผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องการการ
ชุมนุมประท้วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ซึ่งถูกคุกคามและต้องทนทุกข์จากการกระทำของกลุ่มผู้ ประท้วง แล้วนำมารายงานข่าวทำไมจึงมีความแตกต่างในการนำเสนอข่าว (สองมาตรฐาน – ผู้แปล) ทำไมจึงไม่มีการรายงานข่าวความพยายามหลายๆครั้งของทางฝ่ายรัฐบาลที่จะ เจรจาหรือเชิญผู้ชุมชุมให้กลับบ้าน ทำไมจึงไม่มีการรายงานวิธีการมากมายหลายอย่างที่เลวร้ายน่ากลัวที่กลุ่มผู้ ประท้วงได้กระทำและเป็นอันตรายต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ ด้วยการเผาทำลายร้านค้า การเผายางรถยนต์รอบๆตึกอพาร์ทเม้นท์ ยิงลูกแก้วเข้าสู่ประชาชนจากที่สูง ทำร้ายประชาชนในรถยนต์ และที่เลวร้ายที่สุดก็คือกีดขวางเจ้าหน้ราที่ทางการแพทย์และรถพยาบาลที่ กำลังลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บจากกรณีการยิงระเบิด
เอ็ม 79 ในพื้นที่การปะทะที่ถนนสีลมเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2010 ซึ่งทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตของประชาชน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นลำดับได้บีบบังคับให้ทางฝ่ายรัฐบาลต้องอยู่ใน ฐานะที่ยากลำบากที่จะต้องเมินต่อกลุ่มคนเสื้อแดง

สิ่งที่คุณริเวอร์และ คุณซไนเดอร์เลือกใช้ไม่ว่าจะเป็นภาษา คำศัพท์ หรือภาพที่กินใจในการนำเสนอข่าว ล้วนเป็นเรื่องของทหารที่ปฏิบัติตนตามกฎหมาย และอยู่ภายใต้ภาวะกดดันอย่างสูง ฝ่ายรัฐบาลได้รับการป้ายสี วาดภาพในด้านลบ หยาบกระด้าง และปกครองอย่างกดขี่ ในขณะที่พวกที่มีความรุนแรงที่แท้จริง และละเมิดกฎหมายของกลุ่มคนที่ประท้วงรัฐบาล ผู้ซึ่งจะต้องรับผิดชอบอย่างแท้จริงต่อการกระทำที่เกินเลยและก้าวร้าว ไม่เพียง กระทำต่อทหารที่มีอาวุธเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประชาชนที่สิ้นหวัง ปราศจากอาวุธ ผู้ที่ปฏิบัติตนภายใต้กฎหมาย และประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตที่ ครั้งหนึ่งเป็นเขตที่รุ่งเรืองของมหานครแห่งนี้ (ซึ่งการปฏิบัติตนเช่นที่กล่าวมานี้ หากเป็นกฎหมายของอเมริกา จะถูกจัดเป็นกลี่มผู้ก่อการร้ายทันที) – แต่คนกลุ่มนั้นกลับปฏิบัติตนเสมือนว่ามีอิสระที่จะต่อสู่ และได้รับความเห็นใจและการสนับสนุนจากประชาคมโลก นี่เป็นการทำให้เกิดความเข้าใจที่ผิดๆในกลุ่มพิทักษ์สิทธิมนุษยชนระหว่าง ประเทศ ซึ่งเข้าใจว่ารัฐบาลไทยกำลังส่งทหารที่มีอาวุธเข้าไปเข่นฆ่าประชาชนโดยไม่มี เหตุอันควร

ในฐานะที่เป็นผู้ที่อาศัยอยู่ใน “เขตสงคราม” ของกรุงเทพ และมีประสบการณ์ตรงที่ได้รับผลกระทบจากกลุ่มผู้ประท้วงเสื้อแดงที่มีการข่ม ขู่อย่างต่อเนื่อง เรามีความกังวลว่าครอบครัวของเรา เพื่อนฝูง และบ้านเรือนของเราจะถูกระเบิดหรือถูกโจมตีจากกลุ่มหัวรุนแรงของกลุ่มคนที่ ต่อต้านรัฐบาล
กองกำลังต่างๆ – ดิฉันอยากจะขอร้องให้ CNN ใช้จริยธรรมของวิชาชีพในการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนละพินิจพิเคราะห์ข่าวที่บิด เบือนจกการนำเสนอโดยผู้สื่อข่าวที่ได้พูดถึงข้างต้น หากพวกเขาไม่มีความสามารถในการหาข่าวที่เป็นจริงจากแหล่งข่าวอื่นๆนอกเหนือ ไปจากแกนนำคนเสื้อแดงและคน
แปลที่เห็นอกเห็นใจฝ่ายเสื้อแดง หรือจากนักข่าวที่ไม่สามารถพูดภาษาไทยได้ ไม่รู้เรื่องวัฒนธรรม เมินเฉยต่อประวัติศาสตร์ และสภาวะทางสังคมและหากเป็นเช่นนั้นจริงๆ CNN น่าจะหาผู้สื่อข่าวคนอื่นเข้ามาทำข่าวในประเทศไทย

ดิฉันขออ้อนวอนและขอ ให้สำนักข่าวของท่านลงมือทำอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างจริงจัง เพื่อแก้ไขความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย กับรัฐบาลไทย และประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ซึ่งเป็นผู้ที่เคารพกฎหมาย รวมถึงชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ที่นี่ โดยการรายงานข่าวและงานวิจัยแย่ๆ ซึ่งไม่ใช่ข้อ
เท็จจริงของสถานการณ์ไม่สงบที่เกิดขึ้น รวมถึงการรายงานความรุนแรงที่เกิดขึ้นจนเกินเลยเกินความเป็นจริง

สำเนา ของจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้จะมีการแจกจ่ายในประเทศไทย และในประชาคมโลก รวมถึงในเครือข่ายสังคมออนไลน์เพื่อเป็นข้อมูลให้กับคนทั่วไป กรุณาติดต่อดิฉันได้ทุกเมื่อหากท่านต้องการข้อมูลเฉพาะเพิ่มเติม หรือหลักฐานที่เชื่อถือได้ ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อความที่ดิฉันเขียนมาทั้งหมด
ข้างต้น

Thank you.
Yours faithfully,
Napas Na Pombejra, B.A., LL.B. (Lond.)
Bangkok, Thailand
May 17, 2010

พร้อมจดหมายฉบับนี้ ดิฉันได้แนบตัวอย่างข้อมูลจากสำนักข่าวระหว่างประเทศที่มีคุณภาพดี ที่รายงานโดยผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่น่านับถือ เพื่อเป็นข้อมูลให้ท่านได้พิจารณาประเมินข่าวที่ต่ำกว่ามาตรฐานและบิดเบือน ของสำนักข่าวของท่านที่รายงานโดยคุณริเวอร์ และคุณซไนเดอร์

1. New York Times: http://www.nytimes.com/2010/05/16/world/asia/16thai.html
2. Fox News/Associated Press:
(i) http://www.foxnews.com/world/2010/05/16/chaos-continues-thailand-govt-rejects-talks-continues-crackdown-killed/
(ii) http://www.foxnews.com/world/2010/05/17/thai-red-shirt-general-dies-chaos-continues/
3. Global Post: http://www.globalpost.com/dispatch/thailand/100514/thailand-protests-bangkok
4. NHK: http://www.nhk.or.jp/daily/english/17_15.html
5. Al Jazeera: http://english.aljazeera.net/programmes/listeningpost/2010/04/2010423171540981286.html
6. Deutsche Welle (English media in Germany):
http://www.dw-world.de/dw/article/0,,5575254,00.html
7. Local English daily newspaper’s chronology of events on Day 3 of “War in Bangkok”:
http://www.nationmultimedia.com/home/2010/05/17/politics/What-went-down-30129533.html
Youtube Videos, images, articles showing what CNN has failed to circulate:
1. http://www.youtube.com/watch?v=F_xg0l6-oHY
2. http://www.youtube.com/watch?v=6rGqZDvRa_U
3. http://www.youtube.com/watch?v=r3tfBBSVJdU&feature=player_embedded
4. http://www.youtube.com/watch#!v=4hmSPbugDAA&feature=related
5.
6. http://www.youtube.com/watch#!v=XRi6m7QG06M&feature=related
7. http://www.youtube.com/watch#!v=Aws3ZMXzNjs&feature=related
8. http://www.youtube.com/watch#!v=giuEOQ62n6E&feature=related
9. http://www.youtube.com/watch#!v=yy3a73Y6fBg&feature=related
10. http://www.youtube.com/watch?v=MLuffqnszIY
11. http://www.youtube.com/watch?v=MqnXV2ltUlE
12. http://www.youtube.com/watch#!v=LXMmQReCKVg&feature=related
13. http://www.youtube.com/watch#!v=FWN7zYV7_Bo&feature=related
14. http://www.youtube.com/watch?v=005jYjmEAVE
15. http://www.youtube.com/watch?v=ioOrreuQ94c
16. http://tweetphoto.com/22647514
17. http://www.bangkokpost.com/opinion/opinion/37395/put-an-end-to-this-rebellion?awesm=fbshare.me_AMdZh
18. http://www.facebook.com/photo.php?pid=333752&id=118996168116475
19. http://www.youtube.com/watch#!v=El-zPySi9cQ&feature=related
20. http://www.youtube.com/watch#!v=KzcVcHokaVM&feature=related
21. http://www.youtube.com/watch?v=agLBIWDKWkI
22. http://www.youtube.com/watch#!v=34hSEPOC71g&feature=related
23. http://www.youtube.com/watch#!v=kuAQyc5d1HY&feature=related
24. http://www.youtube.com/watch#!v=Pv9Hpfb6gNE&feature=related
25. http://www.youtube.com/watch?v=x7yAVunxw1g&feature=player_embedded
26. http://www.facebook.com/photo.php?pid=328250&o=all&op=1&view=all&subj=122351831122683&aid=-1&id=1785951766
27. http://www.facebook.com/photo.php?pid=5959829&o=all&op=1&view=all&subj=122351831122683&aid=-1&id=506055218
28. http://www.facebook.com/photo.php?pid=5960844&o=all&op=1&view=all&subj=122351831122683&aid=-1&id=506055218
29. http://news.bbc.co.uk/2/hi/asia-pacific/8684405.stm
30. http://www.facebook.com/video/video.php?v=428905841067&ref=mf
แมวดำ