Saturday, April 18, 2015

การตอบคำถามบนเฟซบุ๊กของ Mark Zuckerberg

เมื่อวันที่  15 เมษายน 2558 Mark Zuckerberg เปิดโพสต์ถามตอบ ให้คนมาถามได้เป็นรายการสดบนเฟซบุ๊ก ดีเหมือนกันนะคะ ู้ใช้ได้ถามจากคนที่ตอบได้ทุกเรื่องจริงแบบนี้  เจ้าของมาตอบเองนี่นา  ตามลิงก์นี้ไปเลยค่ะ  น่าสนใจดี  https://www.facebook.com/zuck/posts/10102028100357421?pnref=story

มีเรื่องที่สนใจคือ  Oculus ก็นั่งอ่าน Q&A ของ  Mark Zuckerberg เขาตอบคำถามที่มีคนถามถึง Vision เกี่ยวกับ Oculus ของเขา เขาบอกว่างี้ค่ะ
Mark Zuckerberg Our mission to give people the power to experience anything. Even if you don't have the ability to travel somewhere, or to be with someone in person, or even if something is physically impossible to build in our analog world, the goal is to help build a medium that will give you the ability to do all of these things you might not otherwise be able to do. This will be incredibly powerful as a communication medium as well. Just like we capture photos and videos today and then share them on the internet to let others experience them too, we'll be able to capture whole 3D scenes and create new environments and then share those with people as well. It will be pretty wild.
ก็เลยไปดูประกาศของเฟซบุ๊กเมื่อเดือนที่แล้วเกี่ยวกับการที่เฟซบุ๊กจะนำ Oculus ซึ่งเป็น VR Technology มาใช้ ประมาณว่าจะเป็นอีกแพลตฟอร์มหนึ่งที่จะช่วยการติดต่อสื่อสารเสมือนจริงให้คนทั้งโลกติดต่อกันได้ดีขึ้น ไม่ใช่แค่เอามาเล่นเกมส์ แต่ลองนึกถึงการท่องเที่ยวเสมือนจริง การเรียนในชั้นเรียน การปรึกษาแพทย์ การไปในที่ที่ปกติไม่สามารถไปได้ในชีวิตจริง ปัจจุบันนี้เราก็มีในระดับที่เป็นการประชุมทางไกลกันได้แล้ว หรืออย่าง Street view ของ Google แต่ถ้าเป็นเทคโนโลยีเสมือนจริงก็คงไปกันอีกระดับนะคะ โครงงานนักศึกษาไอทีปีต่อๆไปสนใจแอพแนวนี้ไหมคะ kiki emoticon
ตามไปอ่านลิงก์นี้เลยค่ะ
https://www.facebook.com/zuck/posts/10101319050523971

เศรษฐกิจไทยช่วงหกเดือนที่่่านมา

เช้านี้ วัน้สาร์ นั่งฟังรายการนายกพบประชาชนที่มารีรัน หลังจากนายกพูดก็มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาพูดให้ฟังต่อ

ฟัง ม.ล. ปรีดิยาธร เทวกุลอธิบายสภาพเศรษฐกิจของไทยช่วงหกเดือนที่่านมา  ก็ดีนะคะ  ปกติได้แต่อ่านจากหนังสือพิมพ์  ได้ฟังการชี้แจงจากแหล่งข้อมูลต้นทางแบบนี้`ชัดเจนดี


โดยสรุป ทราบว่า อัตราขยายตัวของ  GDP `เดิมในปีที่่านมาประมาณ 0.6% ซึ่งถือว่าต่ำ รัฐบาลจึงใช้วิธีงเร่งใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ จ่ายเงินมากทำให้ขยายตัวสูงขึ้นมาถึง .55% เป็น  2.3% โดยมีการขยายตัวภาคเอกชน   และการท่องเที่ยว สามปัจจัยนี้ทำให้เศรษฐกิจโต

ไตรมาสที่สอง  ภาครัฐยังขยายตัวต่อไป  เอกชนก็ขยาย  และการส่งออกบริการหรือการท่องเที่ยวก็เพิ่มขึ้น   แม้ว่าการส่งออกจะติดลบถึง 4% แต่เนื่องจากการลงทุนภาครัฐ  เอกชนและอื่นสูงขึ้น ก็จะไม่น่าเป็นห่วง

สรุป เศรษฐกิจของไทยถึงการส่งออกจะต่ำเพราะโลกชะลอตัวลง จีนซื้อสินค้าเราลดลง  ยุโรป ญี่ปุ่น อาเซ๊ยนก็ลด มีแต่อเมริกาที่เพิ่มได้  แต่ในไตรมาสต่อไป โลกได้กระตุ้นเศรษฐกิจมาก  เชื่อว่าเราจะมียอดส่งออกที่ไม่ลดลงอีกต่อไป  เมื่อรวมกับการขยายตัวของการลงทุนและการท่องเที่ยว  เชื่อได้ว่าเศรษฐกิจในไตรมาสสองและสามของปีนี้น่าจะดีขึ้น

หลังจากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมให้ข้อมูลต่อ ซึ่งก็มีการขยายตัวดี มีประเด็นที่ชี้แจงเพิ่มคือกระบวนการในการอนุมัติโรงงาน  เหมืองแร่ก่อน คสช เข้ามาค่อนข้างช้า  หลังจาก คสช เข้ามาได้มีกำหนดเวลาการทำงาน การอนุมัติทำได้มากและเร็วไม่ล่าช้า  เป็นเหตุลทำให้หลังจาก   22  พฤษภาคม ปีที่แล้วโครงการได้รับอนุมัติมีจำนวนมาก

จุดอ่อนของเศรษฐกิจคือข้าว และยางพารา หกเดือนที่่านมาราคาต่ำกว่าปีก่อน  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ปิติพงษ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ชี้แจงการเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรว่า เมื่อเข้ามามีปัญหาสต๊อกข้าวมาก  ราคายางเป็นปัจจัยจากราคาน้ำมันลดลง  ได้มีมาตรการให้เงินช่วยเหลือเกษตรกรหนึ่งพันบาทต่อไร่  และมีความช่วยเหลือทางอ้อม เช่น การจ้างงาน   การอบรม  การเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง   แต่สิ่งที่เกิดมีลจากความแล้ง มาตรการหลักที่ดำเนินการอยู่คือ การช่วยเหลือพื้นที่แห้งแล้งซ้ำซาก  ให้เกษตรกรคิดอ่านอาชีพของตนเอง  ปรับปรุงอาชีพ ปรับปรุงลิตภัณฑ์  จัดการแหล่งน้ำ แปรรูปลลิต ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน  ฯลฯ
ยางพารามีปัญหาทางดครงสร้างมากกว่าเพราะไม่ใช่อาหาร แต่เป็นส่วนประกอบสร้างลิตภัณฑ์อื่น  มาตรการที่ช่วยเหลือคือการอัดฉีดเงินหนึ่งพันบาท ส่งเสริมสหกรณ์โดยให้เงินกู้หมุนเวียน วงเงินหมื่นล้านบาท  ให้สินเชื่อเพื่อการปรับโครงสร้างระยะยาว ปรับเป็นเกษตรสมสาน  กู้ได้รายละไม่เกินหนึ่งแสนบาท
ทั้งหมดเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า  ต่อไปคงต้องปรับโครงสร้างให้ดีขึ้น
ประมง  เดิมลดลงเพราะเกิดโรคตายด่วน  ปัจจุบันปรับขึ้นมากแล้ว  โรคตายด่วนมีเรื่องสิ่งแวดล้อมและแม่พันธ์ุ

สรุปอีกครั้งโดย ม.ล. ปรีดิยาธรว่า  ถึงแม้การส่งออกติดลบถึง 4% ปัจจัยอื่นน่าจะมาช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้น

Friday, February 06, 2015

When a taxi was hit by an aeroplane!



"I'm OK. My car got into a crash. It was hit by an airplane." ถ้ามีคนขับแท๊กซี่พูดแบบนี้ให้ฟัง แว่บแรกต้องคิดว่าโกหกแน่ๆ แต่คนพูดคือคนขับแท๊กชี่สีเหลืองในรูป ไม่เชื่อไม่ได้แล้ว สมัยนี้เครื่องบินลงมาชนรถบนทางด่วนจริงๆ อยู่ที่ไหนก็ไม่ปลอดภัยนะคะ ชีวิตมีสิ่งที่เราไม่คาดคิดเสมอ

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 10.53 น. สายการบินTransAsia Airways  Flight 235 (GE235/TNA235)  ATR 72-600 ของไตัหวัน บินขึ้นจากสนามบินTaipei Songshan Airport มุ่งหน้าไปที่  Kinmen islands และเพียงสองสามนาทีหลังจากนั้นเครื่องก็ตกลงในแม่น้ำ Keelung จุดที่ตกอยู่ห่างจากสนามบินเพียง 5.4 กิโลเมตร โดยกล้องจับภาพได้ว่าเครื่องบินปีกซ้ายเอียงลง 90 องศาและเฉี่ยวชนรถบนทางด่วนก่อนจะหล่นลงในแม่น้ำ  มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยสามสิบห้าคนจากทั้งหมด 58 คนบนเครื่อง  มีผู้โดยสารสิบห้าคนรอดชีวิต  และมีอีกจำนวนหนึ่งที่ยังหาไม่พบ

เมื่อปีที่แล้ว July 23, 2014 สายการบินนี้ TransAsia Airways Flight 222, เครื่องบินรุ่น  ATR 72-500 (B-22810) ก็ตกที่ไต้หวันมีู้เสียชีวิต 47 คนจาก 58 คนเช่นกัน
 
ปีสองปีนี้เป็นปีที่น่ากลัวมากสำหรับการบิน

Friday, January 16, 2015

กรณีศึกษา Hidden city ticketing



ได้อ่านข่าวหนึ่งจากเเว็บของ CNN ที่ลงข่าวไว้ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2557 เกี่ยวกับการที่สายการบิน United Airlines ฟ้องนาย Aktarer Zaman  ผู้สร้างเว็บไซต์ Skiplagged.com ที่ช่วยใหู้้ใช้เว็บสามารถจองตั๋วเครื่องบินราคาถูกได้โดยใช้ประโยชน์จากกลยุทธ์ Hidden city ticketing คือการที่ลูกค้าขึ้นเครื่องแล้วไปลงที่จุดต่อเครื่องโดยไม่ไปต่อถึงปลายทาง เพราะตั๋วจากจุดเริ่มต้นไปถึงจุดสุดท้ายโดย่านจุดต่อนั้นสามารถซื้อได้ในราคาถูกกว่าการซื้อตั๋วแบบกำหนดระบุจุดเริ่มต้นและจุดต่อที่ลูกค้าตั้งใจจะไป  ซึ่งนี้เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดของสายการบินที่ใช้มานานแล้วและเป็นที่รู้กันโดยทั่วไปในกลุ่มธุรกิจการจองตั๋วเครื่องบิน

ตัวอย่างเช่น ต้องการเดินทางจากนิวยอร์คไปซานฟรานซิสโก ราคาตั๋วที่จองแบบนี้อาจแพงกว่าราคาตั๋วที่จองโดยเลือกจากนิวยอร์กไปเล็คตาโฮโดยมีจุดต่อเครื่องที่ซานฟรานซิสโก  ลูกค้าก็ซื้อตั๋วไปเล้คตาโฮแต่จริงแล้วแวะลงที่ซานฟรานซิสโกและปล่อยให้เที่ยวบินต่อจากซานฟรานซิสโกไปเล็คตาโฮนั้นบินต่อไปโดยไม่มีลูกค้าคนนั้น

ทางสายการบินยื่นฟ้องโดยตั้งข้อหาว่า "unfair competition" เพราะใช้ประโยชน์จาก "strictly prohibited" travel  แต่นาย Zaman ก็ยันว่าเว็บไชต์ของเขาไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย

Aktarer Zaman  เป็นคนบังคลาเทศโตในเขตบรูคลิน ที่นิวยอร์ต จบปริญญาตรีสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์จาก Rensselaer Polytechnic Institute ตั้งแต่อายุ 20 ปี ขณะนี้อายุ 22 ปี อาศัยอยู่ในเขตแมนฮัตตัน และทำงานกับบริษัท technology start-up แห่งหนึ่ง

ตอนนี้ในหน้าเว็บ Skiplagged.com จะขึ้นหน้าจอแบบในรูปเพื่อขอความสนับสนุนโดยการบริจาคเงินช่วยเหลือในการทำคดี และถ้าลูกค้าต้องการค้นเที่ยวบินจะไม่สามารถค้นในเว็บได้แต่ให้ไปใช้แอพแทนซึ่งมีทั้งในแบบ IOS และ Android

http://money.cnn.com/2014/12/29/news/united-orbitz-sue-skiplagged-22/index.html?iid=obnetwork

จริงก็มีกลยุทธ์อื่นในการหาตั๋วถูกได้อีก ลองอ่านดูในวิกินะคะ  http://en.wikipedia.org/wiki/Airline_booking_ploys

----------------------------------------------------------------------------------------------
Update
ปี 2015  เคสของ Zaman เขาชนะนะคะ  เนื่องจากสายการบินบอกว่าเขาทำผิด  contract of carriage แต่จริงๆเขาเป็น third party ไม่ใช่ตัวผู้โดยสาร  ข้อหานี้ก็ตกไป  และตอนที่  United ฟ้อง  ทำการฟ้องที่อิลลินอยส์ แต่ตัวบริษัทจริงๆอยู่ที่นิวยอร์ก
ปี 2019 ตอนนี้   United airlines หันมาฟ้องผู้โดยสารแทนแล้วค่ะ  ttps://thepointsguy.com/news/hidden-city-ticket-crackdown/?utm_campaign=FACEBOOK-100000283455255&utm_medium=social&utm_source=FACEBOOK&utm_term=Editorial&fbclid=IwAR3dFylnogQnnYntbRUybL8TwnZnbFI5zjsVy41eWABjCB09-U1NWDXaHks 

Yosemite Tunnel View





ในความเห็นส่วนตัว โยเซมิตี้เป็นอุทยานแห่งชาติในอเมริกาที่มีวิวสวยประทับใจที่สุดตั้งแต่ท่อง เที่ยวอุทยานใดๆมา มีทั้งต้น sequoia ยักษ์ที่ขับรถผ่านได้ มีทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงสด มีแม่น้ำเมอร์เซ็ดแสนสวยและสงบ มีน้ำตกสวยอีกหลายแห่ง แต่วิวที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือ Tunnel view นี่เอง เห็นวิวนี้ครั้งแรกเมื่อขับรถเข้าไปในอุโมงค์ที่ยาวมาก แล้วจู่ๆเมื่อออกมาจากอุโมงค์ก็เจอวิวนี้ สตั๊นท์ไปสิบวิ แทบปล่อยพวงมาลัยรถ!

ในหุบเขาโยเซมิตี้ ที่เห็นซ้ายมือคือผาหินแกรนิตยักษ์ที่ยิ่งใหญ่มากชื่อ "เอล แคปปิตัน" (El Capitan) มองไปไกลๆ ตรงกลางภาพมีภูเขาที่เหมือนจะเป็นครึ่งของทรงกลมเรียกกันว่า "ฮาล์ฟโดม"(Half Dome) เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นของโยเซมิตี้ ขวามือมีน้ำตกแสนสวย สูงชัน น้ำตกไหลแรง นั่นคือน้ำตกผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว "ไบรเดนเวล"(Bridal Veil)

วันนี้มีข่าวว่ามีหนุ่มสองคน Tommy Caldwell และ Kevin Jorgeson ปีนผา El Capitan เส้นทางที่เรียกว่า Dawn Fall (Wall of the Early Morning Light) ได้สำเร็จด้วยมือเปล่า เยี่ยมมากค่ะ ความสูงของผาแกรนิตจุดนั้นคือ 3,000 ฟิต หรือประมาณ 900 เมตร แค่เดินทางเรียบก็ไกลพอดู แต่นี่เขาปีนในแนวดิ่ง เป็นเราหัวใจวายตายก่อนจะถึงยอดเขาแน่เลยค่ะ kiki emoticon

(ดูคลิปการขับรถเข้าอุโมงค์แล้วออกมาเจอ Tunnel view ในคลิปนี้เลยนะคะ

https://www.youtube.com/watch?v=wI7moJr2BZg )

 เครดิตภาพจาก
http://commons.wikimedia.org/…/File:Yosemite_Valley_Tunnel_…

Sunday, December 14, 2014

นิยายจีนกำลังภายใน

วันนี้อ่านเรื่อง กระบี่เทพสังหารจบ มีทั้งหมด 11เล่ม เรื่องนี้พระเอกชื่อ จางเสี่ยวฟาน นางเอกชื่อ ลู่เสวินเฉีย มีนางรองชื่อ ปี้เหยา เป็นเรื่องของตัวเอกที่โง่งมแต่ได้ร่ำเรียนเคล็ดวิชาลึกล้ำ มีฝ่านธรรมะคือดอยเมฆาเขียว ฝ่ายอธรรมคือนิกายจอมปีศาจ เป็นเรื่องที่มีเวทย์ มีปีศาล มีของวิเศษอยู่เต็มไปหมด ก็สนุกดี เล่มแรกๆ สนุกกว่าเล่มหลังๆ โดยรวมชอบประมาณ 7.5เต็มสิบ

สามสี่เดือนก่อนก็ตะลุยอ่านนิยายจีน มีเรื่อง คนขุดสุสาน ต่อด้วยบันทึกจอมโจรขุดสุสาน เรื่องหลังสนุกกว่า แต่ทั้งสองเรื่องผีเยอะมาก อ่านตอนกลางคืนไม่ได้ทีเดียว

16 ธันวาคม เริ่มอ่านคนขุดสุสานภาค 2 เล่มแรกน่าเบื่อมาก ท้ายเล่มดึขึ้นมานิดนึง ชอบสับสนชื่อและเนื้อเรื่องกับบันมึกจอมโจรขุดสุสาน  เรื่องคนขุดสุสานพระเอกเป็นพวก คลำถ้วยตรวจยศ ชื่อ หูป๊าอิ มีตำราฮวงจุ้นหยินหยางสิบหกอักษรจากปู่  พระเอกเป็นทหารในยุคปฏิวัติวัฒนธรรม มีเพื่อนชื่อ พั่งจื่อ  เยี่ยนจื่( ู้หญิง) เนื้อเรื่องมีการจญภันไปขุดสุสานกับศาสตราจารย์เฉิน และนางเอก ชื่อ เชอรี่ หยาง




Friday, December 05, 2014

หาหนังสือให้หลานอ่าน

เมื่อวานคุณหลานคนโตบอกมาว่าเดี๋ยวจะกลับบ้านกลางเดือนให้เตรียมหนังสือ บ้านเล็กในป่าใหญ่ ไว้ให้ เธออยากอ่านอีกรอบ จัดไป ก็เลยนึกถึงคุณหลานเหลือๆอีกสองสาวว่าน่าจะหาอะไรไว้ให้อ่านบ้าง
คุณหลานคนโตเป็นนิเทศ อินเตอร์ แต่ก็เป็นสาวโรแมนติก สนใจทำอาหาร นอกจากบ้านเล็กในป่าใหญ่ ก็เลยจัดเพิ่มให้อีกสี่เล่ม

1. วิทยาวรรณกรรม เป็นพระนิพนธ์ของ พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงษ์ประพันธ์ เป็นหนังสืออธิบายเกี่ยวกับวรรณคดีและหลักวรรณศิลป์ที่ดีที่สุดเล่มหนึ่งที่เคยอ่านทีเดียว
2. สูตรลับ เลอ กอร์ดองเบลอ เรื่องเล่าถึงการเรียนในสถาบันกอร์ดองเบลอมาตั้งแต่วิธีใช้มีดใช้หมัอไปถึงวิธีทำอาหาร คนทำอาหารต้องชอบค่ะเรื่องนี้
3. รัตนาวดี ของ ว. ณ ประมวลมารค เป็นนิยายลำดับที่สามในชุด ปริศนา เรื่องนี้เป็นจดหมายเล่าเรื่องของท่านหญิงรัตนาวดีที่ไปเที่ยวยุโรป ทั้งโรแมนติกและได้ความรู้เป็นแรงบันดาลใจสำหรับคนชอบเที่ยวมากๆ
4. Midsummer Night's Magic เป็นเรื่องสั้นสี่เรื่องในหนึ่งเล่ม เป็นนิยายสนุกๆเกี่ยวกับแฟร์รี่ แต่ก็เป็นเรื่องราวปัจจุบัน น่ารักโรแมนติกค่ะ เป็นภาษาอังกฤษ แต่คุณหลานคงชอบอ่าน


หันไปหาคุณหลานคนรอง เธออ่านตำรามากกว่านิยาย และเธอเรียนเศรษฐศาสตร์ เกษตร งั้นต้องสามเล่มนี้เลย

1. ทรัพยศาสตร์ ของ พระยาสุริยานุวัตร เป็นตำราเศรษฐศาสตร์เล่มแรกของไทย ตอนพิมพ์ครั้งแรกถูกขอไม่ให้เผยแพร่เพราะวิเคราะห์เศรษฐกิจไทยภายใต้ระบบสมบูรณาญาสิทธิราช จริงๆมีสามเล่มย่อย แต่เล่มนี้เป็นฉบับสมบูรณ์รวมทั้งสามเล่มอยู่ในเล่มเดียวกัน
2. เศรษฐกิจสยาม เป็นบทวิเคราะห์ในพระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ กรมกมื่นสรรควิสัยนรบดี ผู้เป็นดุษฎีบัณฑิตทางเศรษฐศาสตร์จากเยอรมนีองค์แรกของสยาม พระวิทยานิพนธ์ใช้ชื่อเรื่อง เกษตรกรรมในสยาม:บทวิเคราะห์ทางประวัติศาสตร์เศรษฐกิจของราชอาณาจักรสยาม น่าสนใจนะคะ
3. อัตชีวประวัติหม่อมศรีพรหมา กฤดากร ท่านเป็นหม่อมของหม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร ผู้บุกเบิกเรื่องกสิกรรมสมัยใหม่ในเมืองไทย เด็กเกษตรไม่อ่านไม่ได้แล้วล่ะ แต่จริงๆชอบเรื่องนี้ในมุมประวัติศาสตร์ยุคสมัยก่อน แถมท้ายเล่มมีวิธีถนอมอาหารที่ท่านได้ทำในฟาร์มสมัยใหม่ของยุคนั้นด้วย อ่านเล่มนี้แล้วปลื้มท่านมากๆ

ตัดฉากมาที่หลานสาวคนเล็ก เด็กเตรียมสายวิทย์ มีหน้าตาและสภาพชีวิตคล้ายคุณน้ามากอย่างน่าตกใจ ถ้าเหมือนกันจริงจะหาหนังสือให้อ่านง่ายมาก คือโยนอะไรให้อ่านก็อ่าน อ่านไปถึงกระดาษหนังสือพิมพ์ที่เขาเอามาห่อของกันเลย เธอมีหนังสือของตัวเองมากอยู่แล้ว เอาไปสองเล่มแล้วกัน




1. จากอณูถึงอนันต์วิทยาศาสตร์ต้องรู้ มีทุกเรื่องตั้งแต่อะตอมไปยันจักรวาลเลยค่ะ อ่านสนุกดี
2. ตำนานอาหารโลก คุณหลานยังไม่สนใจทำอาหาร ก็เอาไปแต่ตำนานสนุกๆของอาหารแล้วกัน อย่างเวลากินชาเอิร์ลเกรย์ รู้รึเปล่าว่าเขาคือใคร ไส้กรอกที่ดีแต่เห่าอย่างฮอตดอก หรือแม้แต่ชื่อกาแฟคาปูชิโนจริงๆมาจากชื่อกลุ่มนักบวช น่าสนใจใช่มั้ย 
อ้อ เพิ่งมาเห็นว่าลืมเขียนอีกเล่มนึง เป็นผลงานศิลปินที่มีชื่อเสียง อ่านไว้ก่อนเวลาไปเที่ยวดูภาพจริงๆจะได้รู้ story และเทคนิคการเขียนภาพนั้นค่ะ

Tuesday, December 02, 2014

น้ำพุย้อมสี





ถ้าได้ไปเที่ยวเมืองไหนที่มีน้ำพุ ลองสังเกตดูนะคะ อาจได้เห็นเขาย้อมน้ำพุเป็นสีต่างๆ สีของน้ำพุก็อาจจะบอกได้ว่ากำลังมีการรำลึกถึงหรือรณรงค์เรื่องอะไรกันอยู่ เท่าที่ผ่านมาได้เห็นอยู่สองที่ ที่แรกในออสเตรเลีย ตอนนั้นเข้าเมืองไปกับอาจารย์เมฆ Phusit Horpet เห็นน้ำพุเป็นสีชมพู ออกจะตื่นเต้น

ล่าสุดได้เห็นที่ฟิลาเดลเฟีย เป็นน้ำพุใน Love Park ได้เห็นสีขาวปกติ สีชมพู และสีฟ้า(จริงๆคิดว่าสีม่วง เห็นด้วยตารู้สึกว่าสีออกม่วง แต่เวลาถ่ายรูปมาเห็นเป็นสีฟ้ามากกว่า) แต่ละสีก็มีความหมายนะคะ ไม่ได้ย้อมเล่นเฉยๆ
เขาบอกว่าน้ำพุที่ Love Park จะถูกย้อมสีอยู่บ่อยๆขึ้นกับว่ามีอีเว้นท์อะไรจัดขึ้น สีของน้ำพุที่เคยใช้จะมีความหมายต่างกัน ได้แก่
สีชมพู - ใช้ในการรณรงค์ให้ตระหนักเเรื่องมะเร็งเต้านม ซึ่งจะจัดทุกปีในเดือนตุลาคม
สีฟ้า - รำลึกการเสียชีวิตของตำรวจ
สีเขียว - เพื่อเป็นเกียรติกับทีมเบสบอล Philadelphia Phillies winning the World Series, Phanatic Green (October 29, 2008) และใช้ในการสนับสนุนทีมอเมริกันฟุตบอล Philadelphia Eagles ในปี 2011
สีแดง- ใช้ในอีเว้นท์การตลาดสำหรับรายการทีวี Showtime's Dexter
สีม่วง- ใช้ในการรณรงค์ให้ตระหนักเรื่องโรค Lupus (โรคลูปัสหรือโรคเอสแอลอี เกิดจากภูมิต้านทานต่อต้านเนื้อเยื่อของตัวเอง ทำให้เกิดการอักเสบของอวัยวะต่างๆ เช่น ไต ข้อ ไต เม็ดเลือด และผิวหนัง.)

ไม่แน่ใจว่าบ้านเรามีการย้อมสีน้ำพุบ้างมั้ย ส่วนใหญ่เห็นแต่การประดับไฟสีมากกว่านะคะ หรือไม่ก็เล่นกับการพ่นน้ำพุเป็นรูปร่างต่างๆ ยังไงก็ชอบค่ะ 

Friday, November 28, 2014

ต่างสี ต่างศักดิ์?


สองสามวันมานี้ติดตามข่าวการจลาจลในเมืองเฟอร์กูสัน เรื่องราวที่เกิดจากรอยแผลแห่งความแตกต่างของสีผิวมนุษย์ มองแบบคนนอก เข้าใจว่าอเมริกาเป็นดินแดนแห่งความเท่าเทียม  แต่ก็มีบางมุมที่ยังเห็นความไม่เท่าเทียมอยู่นั่นเอง....

มาดูหนังเกี่ยวกับความแตกต่างของสีผิวคนเมื่อสองสามร้อยปีก่อนกันดีกว่าค่ะ....(Spoiled)

เมื่อสองเดือนก่อนได้ดูหนังอังกฤษเรื่อง Belle เป็นหนังพีเรียดย้อนไปถึงปลายศตวรรษที่ 18  เรื่องราวของเบลล์ เด็กหญิงลูกครึ่งผิวสีเกิดจากพ่อที่เป็นทหารเรืออังกฤษกับแม่ที่เป็นทาสแอฟริกันใน West Indies  พ่อของเบลล์รับตัวเบลล์ไปอยู่ที่อังกฤษหลังจากที่แม่เธอเสียชีวิต โดยนำไปฝากไว้กับครอบครัวลุงของพ่อ ซึ่งเป็นเอิร์ลแห่งแมนสฟิลด์ และเป็นหัวหน้าคณะลูกขุนด้วย ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวผู้ดีมีตระกูลอาศัยอยู่ที่ Kenwood House นอกเมืองลอนดอน เบลล์ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีคู่กันกับญาติของเธอชื่อ อลิซาเบธ ที่มาอาศัยกับครอบครัวนี้หลังจากที่แม่เสียชีวิตและพ่อก็แต่งงานใหม่ 

เมื่อพ่อของเบลล์ เสียชีวิตลง ได้มอบมรดกไว้ให้เบลล์แต่พ่อของอลิซาเบธไม่ให้มรดกใดกับเธอ  ซึ่งในยุคนั้นการแต่งงานของตระกูลใหญ่มักจะดูเรื่องมรดกที่ติดตัวมาของฝ่ายหญิงด้วย ทำให้อลิซาเบธได้รับความสนใจน้อยกว่าทั้งที่เธอเป็นสุภาพสตรีผิวขาวในขณะที่เบลล์เป็นสุภาพสตรีผิวสี และจากการได้ออกงานสังคมทำให้มีชายหนุ่มจากตระกูลเก่าเข้ามาติดพันหญิงสาวคู่นี้ ในที่สุดเบลล์หมั้นกับโอลิเวอร์ ในขณะที่พี่ชายของโอลิเวอร์สนใจอลิซาเบธแต่หยุดการติดต่อทันทีเมื่อทราบว่าเธอไม่มีมรดกติดตัว

พระเอกของเรื่องชื่อจอห์น เป็นคนหัวก้าวหน้า มาฝึกงานกฏหมายกับลอร์ดแมนสฟิลด์ โดยในปี  1783 มีคดีดังคือ  Gregson v. Gilbert เป็นเรื่องของการเรียกเงินประกันสำหรับทาสที่ถูกฆ่าตายโดยการโยนทิ้งออกไปจากเรือค้าทาส (เหตุการณ์นี้เป็นที่รู้จักในชื่อ  Zong massacre เป็นเหตุการณ์หนึ่งที่นำไปสู่การเลิกทาสในอังกฤษในเวลาต่อมา)  ต่อมาจอห์นเกิดโต้เถียงกับลอร์ดแมนลฟิลด์เกี่ยวกับคดีและถูกสั่งห้ามไม่ให้พบกับเบลล์  เบลล์ชอบพอกับจอห์นและได้ลอบไปพบจอห์นเพื่อช่วยนำเอกสารสำคัญไปให้  ลอร์ดแมนสฟิลด์ทราบเรื่องที่เบลล์ไปพบจอห์น จึงตามไปในขณะที่ทั้งคู่นัดพบกัน จนในที่สุดจอห์นสารภาพว่ารักเบลล์ต่อหน้าท่านลอร์ด  ต่อจากนั้นเบลล์ถอนหมั้นโอลิเวอร์ 

เรื่องมาเข้มข้นตอนท้ายเมื่อลอร์ดแมนสฟิลด์ได้พิจารณาคดีเรื่องทาสที่ตายโดยการถูกจับโยนทิ้งทะเล ซึ่งบริษัทค้าทาสเรียกเงินจากบริษัทประกันโดยอ้างว่าบนเรือมีน้ำดื่มไม่เพียงพอ การฆ่าทาสไปจำนวนหนึ่งเพื่อช่วยคนส่วนใหญ่นับว่าเป็นสิ่งถูกกฎหมาย และบริษัทประกันน่าจะจ่ายค่าประกันให้ ซึ่งบริษัทประกันปฏิเสธการจ่ายเงิน เรื่องจึงมาถึงศาล  แต่จากการไต่สวนพบความจริงว่าเรือค้าทาสลำนั้นแล่นเรือหลงทาง  บรรทุกทาสมาแออัดมากเกินจนมีทาสป่วยหลายคน นำไปขายก็จะไม่ได้ราคา โยนทิ้งน้ำแล้วรับเงินประกันจะคุ้มกว่า เพราะถ้าทาสไปตายเมื่อเรือถึงฝั่งก็จะไม่ได้เงิน  คดีนี้จบลงที่บริษัทประกันไม่ต้องจ่ายเงินให้บริษัทค้าทาส และเรื่องนี้จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งหลังจากที่ลอร์ดแมนสฟิลด์ยอมให้เบลล์คบกับจอห์นและให้ความช่วยเหลือจอห์นให้ได้เป็นนักกฏหมายสมความตั้งใจ

มีประโยคหนึ่งที่น่าสนใจในหนังคือตอนที่นางเอกถามลอร์ดแมนสฟิลด์ว่า ทำไมเธอถึงสูงศักดิ์เกินกว่าที่จะกินอาหารร่วมกับคนใช้ แต่ไม่สูงศักดิ์เพียงพอที่จะกินอาหารร่วมกับครอบครัวของเธอ ....

หนังเรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริงของ  Dido Elizabeth Belle โดยได้แรงบันดาลใจจากการที่เห็นรูปวาดรูปนี้ ซึ่งน่าแปลกใจที่เห็นสุภาพสตรีผิวดำแต่งกายเช่นเดียวกับสุภาพสตรีผิวขาว และได้อยู่ร่วมภาพเดียวกันในอิริยาบทเช่นนี้ รูปนี้ปัจจุบันอยู่ที่ Scone Palace ใน  Perthshire, Scotland  อยากเห็นรูปนี้เหมือนกันค่ะ เป็นภาพที่มีชีวิตชีวามาก เป็นอีกภาพหนึ่งที่เห็นปุ๊บก็รักเลย  :)

ค้นรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก
http://en.wikipedia.org/wiki/Zong_massacre      การสังหารหมู่บนเรือ Zong
http://en.wikipedia.org/wiki/Middle_Passage  เส้นทางสามเหลี่ยมการค้าทาสจากยุโรปไปรับทาสจากแอฟริกาเพื่อนำไปขายในทวีปอเมริกา  
https://www.youtube.com/watch?v=9Qx90wdRD2I Belle Official Trailer

1 มีนาคม 2562
เพิ่งได้ดูรายการ Fake or Fortune  S07E04 A Double Whodunnit 02, September   https://www.youtube.com/watch?v=9luqXA5RHiw&list=PLzcBkB4D0BrdOFOKlAVPgm_YLVUnHSSw_&index=2  เขาไปที่ Scone Palace ด้วย  (เพิ่งรู้ว่าอ่านว่า สกูน  :) ) ep. นี้เขาจะพิสูจน์ว่ารูปวาดในโพสต์นี้เป็นฝีมือใครค่ะ  น่าสนใจมาก  จากการพิสูจน์เทียบการใช้สีของภาพ พิสูจน์ได้ว่าผู้วาดภาพนี้คือศิลปินชื่อ David Martin  
ที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งคือ ใน ep. นี้มีการพูดถึง Reform club อยู่ตรงข้ามกับ office ของ art dealer พิธีกรรายการนี้ ดูแล้วคิดถึงสโมสรปฏิรูปในหนังสือแปดสิบวันรอบโลกเลยทีเดียวค่ะ

Thursday, November 27, 2014

ราเชล...น้องหมูออมสินแห่งตลาดไพค์

วันนี้เล่าเรื่องอะไรดีนะ. นินทาหมูดีกว่า ออกจะสนิทค่ะ...
ที่เมืองซีแอตเติ้ลในอเมริกา มีตลาดที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งชื่อ Pike Place Market เป็นตลาดที่ใครๆก็ไปเที่ยว เพราะเป็นตลาดขายปลาสดๆ มีการโยนปลากันสนุกสนาน รวมถึงขายของอื่นๆทั้งน่ากินไปจนถึงน่ารักน่าเอ็นดู ดอกไม้ก็สวยมากๆ ไม่แพงอึกต่างหาก แถมมีสตาร์บั๊คสาขาแรกของโลกอยู่แถวนั้นด้วย

ใครเดินเข้าตลาดจะเห็นน้องหมูออมสินตัวนึงเป็นหมูโลหะหล่อบรอนซ์ตัวใหญ่หนัก 250 กิโลกรัม น้องเค้าชื่อ ราเชล เป็นเหมือนมาสคอทแบบไม่เป็นทางการของที่นี่ ใครไปใครมาต้องแวะไปถ่ายรูปกับเธอ แล้วก็หยอดออมสินเพื่อสมทบทุนกิจกรรมสาธารณกุศลของตลาด จัดว่าเป็นหมูมีจิตสาธารณะ ปีๆนึงเธอหาทุนได้เยอะนะคะ ยอดรวมที่เธอหาได้นี่หลายล้านบาท เขาประมาณว่าปีนึงเธอหาเงินได้ประมาณ 6,000- 9,000 เหรียญเลยค่ะ แต่เธอก็อยู่มานานแล้วเนอะ มาตั้งแต่ปี 1986 ร่วมๆเกือบสามสิบปึแล้วเนี่ย



ราเชลมีตัวตนจริงๆด้วยนะคะ เป็นหมูที่ชนะการประกวด แล้วศิลปินผู้ปั้นราเชลนัองหมูออมสินก็เอาชื่อมาตั้งตามจะได้ดูดีเป็นระดับ นางงามหมูมีมงกุฏกันทีเดียว ราเชลตัวนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจในการเกิดกิจกรรมหาทุนชื่อ Pigs on parade โดยมีการขึ้นรูปน้องราเชลด้วยไฟเบอร์กลาส เป็นหมูมีสีสันต่างๆสดสวย 170 ตัวในปี 2001 เพื่อเอาไปวางโชว์ตามจุดต่างๆ และมีการจัดกิจกรรมซ้ำอีกครั้งในปี 2007 เที่ยวนี้เป็นหมู 100 ตัวเพื่อฉลองอายุตลาดร้อยปี กิจกรรมเค้าเท่เนอะ

ที่เก๋กว่านั้นคือ ถ้าเดินลงจากตลาดไปที่ริมน้ำย่านทีมีอควาเรี่ยม ที่ใกล้บันไดชั้นล่าง จะเดินผ่านน้องหมูอีกตัวหนึ่ง ตัวนี้เพิ่งมาในปี 2011 ค่ะ ชื่อน้องบิลลี่ เขามีป้ายแนะนำตัวไว้ด้วยว่า "ชื่อบิลลี่...เป็นญาติกับราเชล" 555 มากันทั้งครอบครัวเลย

ตัดฉากมาที่วลัยแลนด์ ถ้ามีน้องลูกวัวออมสินเป็นมาสคอทซักตัวก็ไม่เลวนะคะ ชื่อน้อง"วัววลัย" แล้วเราจัด Cows on parade วางเรียงรายกระจายกันไป มีจุดให้วางเยอะ... เก๋อะ

Tuesday, November 25, 2014

Of Circular field แปลงเกษตรวงกลม








วันนี้อ่านเรื่องราวในอินเทอร์เน็ต อ่านไปอ่านมาไปออกเรื่อง Crop Circle ปริศนาวงกลมลึกลับ เลยนึกขึ้นมาได้ว่าถ่ายรูปแปลงเกษตรรูปวงกลมมาหลายรูประหว่างนั่งเครื่องบินในอเมริกา มองจากข้างบนดูสวยมาก บางแห่งดูเหมือน PACMAN บางที่ก็เหมือนกราฟ Pie งงเหมือนกันว่าทำไมเป็นแปลงวงกลมไม่ใช่แปลงรูปสี่เหลี่ยมแบบบ้านเรา ถามคนอเมริกัน เขาก็บอกว่าบ้านเขาทำแปลงแบบนี้แหละ 

กลับมาค้นดูถึงได้เจอว่าเขาใช้ระบบชลประทานที่เรียกว่า Center-pivot irrigation หรือ circle irrigation ป็นระบบสปริงเกอร์รดน้ำที่ต่อท่อยาวออกไป เวลารดน้ำก็สามารถใช้มอเตอร์ขับให้แขนสปริงเกอร์เคลื่อนที่กวาดเป็นวงกลมปั๊มน้ำออกไปให้แปลงพืช ทีแรกก็สงสัยว่าถ้าเป็นสปริงเกอร์หมุนจะทำแปลงใหญ่ๆได้ยังไง ปรากฏว่าด้วยดีไซน์ของเขาสามารถต่อแขนออกได้ยาวมาก ขนาดที่นิยมใช้ก็ยาวประมาณ 400 เมตร ( ¼ ไมล์)  ระบบนี้ประดิษฐ์ขึ้นในอเมริกาตั้งแต่ 50 กว่าปีที่แล้ว (แอบเชยอะเรา...ไม่เคยรู้มาก่อนเลย) และเป็นระบบที่ช่วยควบคุมในเรื่องการใช้น้ำและการอนุรักษ์น้ำอย่างได้ผลค่ะ มีใช้กันทั่วไปในอเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และตะวันออกกลาง
http://en.wikipedia.org/wiki/Center_pivot_irrigation

Wednesday, August 27, 2014

CU CHORUS

เช้านี้เห็นประกาศรับสมัคร CU CHORUS AUDITION 2014 เป็นกิจกรรมเปิดรับนักร้องและนักเปียโนเข้าชมรมประจำปี ตามลิงก์เข้าไปดูด้วยความสนใจว่าสมัยนี้เขารับสมัครกันยังไง พบว่าเป็นไปตามยุคสมัยคือ ประกาศรับทาง FB ทางเว็บไซต์ ให้เข้าไปสมัครออนไลน์ในเว็บของชมรม ที่น่าเอ็นดูคือขั้นตอนการสมัคร

เมื่อคลิกสมัครจะไปที่หน้า “ขั้นตอนที่ 1 รับทราบข้อตกลง” เพื่อทำความเข้าใจว่าเข้าชมรมมาแล้วต้องซ้อมสม่ำเสมอนะจ๊ะ จะไม่ได้ออกแสดงจนกว่าจะฝึก Voice Training เป็นเวลาหนึ่งปีไม่ว่าจะมีพื้นฐานทางดนตรีหรือการขับร้องมาหรือไม่ และจะมีภาระผูกพันที่จะต้องขับร้องประสานเสียงในงานปฐมนิเทศและพิธีพระราชทานปริญญาบัตรอย่างน้อยงานละหนึ่งครั้ง (ดีนะ รู้กันไปเลยว่าต้องทำอะไร จะได้ไม่มาเล่นๆ)

“ขั้นตอนที่ 2 วิธีการกรอกใบสมัคร” จะให้รายละเอียดว่าต้องคัดเสียงวันไหน ไปที่ไหน การติดต่อทำยังไง (ออกแบบดีนะคะ ให้รายละเอียดครบถ้วน)

“ขั้นตอนที่ 3 สมัครคัดเสียง (ผ่านอินเตอร์เน็ท)” ให้กรอกรายละเอียด และเลือกวันคัดเสียง จากนั้นก็คลิกสมัครไป เข้าใจว่าจะได้อีเมลตอบกลับหลังจากนั้นเป็นการยืนยัน
ชอบมากๆที่เขาใช้สื่อสารออนไลน์ให้ข้อมูลกันได้แบบนี้ ไม่เหมือนสมัยก่อนที่เวลาน้องๆไม่เข้าใจก็ต้องวิ่งไปถามรุ่นพี่กัน แล้วก็ไปกันแบบงงๆๆ ไม่ค่อยรู้อะไรแบบสมัยนี้ ทีแรกเห็นคำว่า “สมัครคัดเสียง (ผ่านอินเตอร์เน็ท)” ยังคิดว่า โห ใช้การอัดเสียงตามตัวโน้ตส่งออนไลน์ไปเลย ไม่ต้องไปคัดเสียงต่อหน้ากันจริงๆ คิดว่าไปอีกระดับแล้ว (จริงๆเดี๋ยวนี้จะร้องประสานเสียงร่วมกันผ่านอินเทอร์เน็ตก็ทำได้นะ) แต่ก็เปล่าหรอกนะ วิธีการคัดเสียงยังเหมือนเดิม 

ก็เลยนึกถึงสมัยก่อนโน้นนนนนนน....

เมื่อหลายสิบปีก่อน...นานไปนะ...เอาใหม่...

เมื่อหลายปีก่อนตอนที่เพิ่งเข้าเป็นนิสิตปีหนึ่ง ทุกคนจะพยายามหาชมรมที่ตัวเองชอบ เพื่อจะได้มีกลุ่มเพื่อนและได้ฝึกฝนในสิ่งที่ชอบเหมือนๆกัน ตอนนั้นอยากเข้าชมรมนักร้องประสานเสียง สจม. ที่เรียกกันย่อๆว่า CU Chorus ก็ทำเหมือนที่เด็กปีหนึ่งปีนี้ทำก็คือเข้ากระบวนการสมัคร จากนั้นเข้าคัดเสียงตามวันที่กำหนด เมื่อได้รับการประกาศชื่อรับเข้าชมรมและกำหนดกลุ่มเสียงแล้วก็เข้ามาฝึกร้องเพลงด้วยกันตามตารางที่กำหนด ปกติคือ 5 โมงเย็นถึงหนึ่งทุ่ม ปีนั้นเข้าไปเป็นโซปราโน รุ่น 12

การร้องเพลงประสานเสียงเป็นการร้องเพลงร่วมกันเพื่อเป็นพลังแห่งการประสาน ไม่มีใครโดดเด่นออกมา ไม่ว่าใครจะมีน้ำเสียงเป็นเอกลักษณ์ไปร้องเพลงเดี่ยวได้ดีแค่ไหน แต่เมื่อมาร้องเพลงร่วมกัน เสียงจะต้องไม่กระโดด ทุกคนต้องส่งเสริมซึ่งกันและกัน เป็นการฝึกการทำงานเป็นทีมได้ดีมากๆ วันที่มีซ้อมจะรีบไปให้เร็วก่อนเวลาเพื่อจะไปนั่งเม้าท์มอยและร้องเพลงอื่นกับเพื่อนๆ ปกติคนในชมรมนอกจากจะชอบร้องเพลงและร้องเพลงได้ดีกันทุกคน แต่ละคนมักจะเล่นดนตรีได้อย่างน้อยก็ชิ้นสองชิ้น คนนึงเล่นเปียโน คนนึงเล่น ไวโอลิน อีกคนเอาฟลูตมาเป่า อีกสองสามคนเล่นกีต้าร์ แล้วก็ร้องเพลงด้วยกัน บรรยากาศสุนทรีย์เป็นอย่างมาก ที่ดีมากๆอีกอย่างหนึ่งที่ชมรมอื่นไม่ค่อยมีคือห้องแอร์ ชมรมนี้จะต้องอยู่ในห้องแอร์และเก็บเสียงเพื่อไม่ให้ไปรบกวนภายนอก ทุกคนก็เลยชอบมาชมรม และชมรมนี้ตั้งอยู่บนชั้นสามของสนามจุ๊บ(สนามกีฬาจุฬาลงกรณ์) โดยมีม่านปิดไว้ ถ้าเราอยากได้บรรยากาศเขียวๆก็เปิดม่าน จะได้อารมณ์สนามกีฬาแทน

CU Chorus ก็เหมือนทุกชมรมที่แรกๆจะมีคนอยากเข้าจำนวนมาก แต่เมื่ออยู่ไปนานๆด้วยภาระการเรียนและการทำกิจกรรมต่างๆ ทำให้คนในชมรมเริ่มร่อยหรอ การมาซ้อมไม่สม่ำเสมอ เมื่อจะทำการแสดงบางครั้งจะหานักร้องได้ไม่ครบจำนวน เพราะเราร้องเพลงประสานเสียงไม่ได้ร้องเดี่ยว จำเป็นต้องมีคนครบทุกกลุ่มเสียงในจำนวนที่มากพอ อย่างเช่นบางงานเราต้องการคนประมาณ 70 คน ต้องระดมกันมาทั้งหมดถึงจะครบโดยไม่รวมน้องปีหนึ่ง เพราะปีหนึ่งจะต้องซ้อมทั้งปี ไม่สามารถออกแสดงได้ จำได้ว่างานแรกที่ได้แสดงคืองานปฐมนิเทศนิสิตใหม่ปีถัดมา นอกนั้นก็จะมีงานแสดงในงานรับพระราชทานปริญญาบัตร งานออกรายการพิเศษทางทีวี งานแสดงหน้าพระที่นั่งในวัง งานอัดเพลงประกอบภาพยนตร์ งานร้องเพลงต้นแบบของเพลงประสานเสียงที่ใช้ในงานซีเกมส์ ฯลฯ จะแสดงแต่ละครั้งต้องวิ่งหาคนกันจ้าละหวั่น เพราะต้องซ้อมล่วงหน้านานและสม่ำเสมอ บางครั้งรุ่นพี่ก็ต้องมาช่วย

CU Chorus เป็นชมรมหลักที่เข้าร่วมตลอดเวลาที่เรียนในมหาวิทยาลัย จนจบออกไป ไม่ค่อยได้เจอกับพี่ๆเพื่อนๆในชมรม แต่ดีใจที่เห็นชมรมยังคงก้าวหน้าต่อไปและมีน้องๆรุ่นต่อไปมาสืบสานเจตนารมณ์ค่ะ






Thursday, August 14, 2014

ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น

ซีรี่ส์เรื่องนี้ถ้าจะไม่พูดถึงคงไม่ได้แล้ว เพราะความสำเร็จของซีรี่ส์เรื่องนี้แสดงให้เห็นชัดถึงการตอบรับของผู้ชมมากมาย ทั้งๆที่เป็นหนังที่ฉายในช่องเคเบิล  เวลาจะดูบางคนต้องตามดูการฉายจากอินเทอร์เน็ต คนที่พลาดก็มาหาดูใน You Tube หรือเว็บอื่นๆที่มี



เรื่องนี้เป็นเรื่องของนักเรียนมัธยมปลายโรงเรียนนาดาวบางกอก มีเรื่องราวของนักเรียนที่น่าสนใจและสะท้อนสภาพวัยรุ่นยุคปัจจุบันได้อย่างเข้าใจ ตอนนี้เป็นซีรี่ส์ season 2 แล้ว มีตัวละครเพิ่มขึ้นและน่าสนใจขึ้นเรื่อยๆ

เดี๋ยวค่อยมาบันทึกต่อว่าเรามีความประทับใจยังไงกับเรื่องนี้บ้าง

ลงมาถึงตัวละครแต่ละตัวกันดีกว่า

1. ของขวัญ เป็นเด็กดี เด็กเก่ง หัวหน้าห้อง เดิมสนิทกับสไปร์ทแล้วรับไม่ได้กับพฤติกรรมของสไปร์ท เลิกคบกันไป ต่อมาของขวัญเจอมรสุมชีวิตเมื่อวินจงใจทำให้ของขวัญทราบว่าจริงๆแล้ว แม่ของตัวเองเป็นเมียน้อย ของขวัญเสียศูนย์ไปพักนึง มีปัญหากับครอบครัวจนถึงขั้นขาดความมั่นใจ ลอกข้อสอบในห้องและถูกจับได้ ของขวัญไปหาสไปร์ทเพื่อหาที่พึ่ง ในที่สุดเมื่อปัญหาถูกแก้ไขโดยการที่ครอบครัวของแม่ใหญ่ยอมรับของขวัญ ชีวิตก็กลับมาสู่ความปกติอีกครั้ง  ใน season 1 ของขวัญเริ่มใกล้ชิดกับหมอกผ่านกิจกรรมถ่ายรูปลงหนังสือโรงเรียน
2. วิน เป็นแบบลูกคนรวย ที่ทำอะไรตามใจตัวเอง ไม่แคร์ใคร วินมีความสัมพันธฺฉาบฉวยกับผู้หญิงหลายคน รวมถึงสไปร์ท ซึ่งไผ่เห็นความสัมพันธ์นี้มาตั้งแต่ต้น
3. เต้ย
4. ต้า
5. ดาว
6. สไปร์ท
7. ไผ่
8. หมอก หนุ่มติสต์ นิ่ง รักการถ่ายภาพ  แอบชอบขวัญ และเป็นแฟนกันในซีซั่น 2
9. ภู
10. ธีร์
11. ขนมปัง เพิ่งเข้ามาในซีซั่นที่ 2 เป็นน้องสาวของป๊อป และเป็นแฟนของต้า 
12. ออย  เพื่อนของขนมปัง


Saturday, July 19, 2014

MH 17... Malaysian Airlines again

เพิ่งบันทึกเรื่อง MH 370 ไปไม่นานนี่เอง วันนี้ต้องมาบันทึกเรื่องของ MH 17 ของสายการบินมาเลเซียนแอร์ไลน์อีกแล้ว สายการบินนี้ต้องมีอะไรแน่ๆทีเดียว ไม่น่าเชื่อมากๆที่มาเกิดอุบัติเหตุเครื่องบินติดต่อกันได้ขนาดนี้

MH 17 (Boeing 777-200ER) เที่ยวนี้บินจาก Amsterdam ไป KL วันพฤหัสบดีที่ 17 กรกฎาคม 2557 เวลา 12.15 น.(เวลา NL) มีคนบนเครื่อง 298 คน เครื่องบินตกที่เมือง  Grabovo     ทุกคนเสียชีวิต จุดสุดท้ายที่ติดต่อเครื่องบินได้อยู่ที่ชายแดนตะวันอออกของยูเครน ข้อสันนิษฐานคือเครื่องบินถูกขีปนาวุธยิง ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นฝ่ายกบฏยูเครนที่โปรฝ่ายรัสเซีย

ผู้เสียชีวิตเป็นชาวเนเธอร์แลนด์ 189 คน มาเลเซีย 44 คน (รวมลูกเรือ 15 คน) ชาวออสเตรเลีย 27 คน ชาวอินโดนีเซีย 12 คนและชาวอังกฤษอีก 9 คน (ใน Update ของ ฺฺBBC ขึ้นเป็น  Malaysia Airlines has listed the nationalities on board: 154 Dutch, 43 Malaysians, 27 Australians, 12 Indonesians, 9 Britons, 4 Germans, 4 Belgians, 3 Filipinos, 1 Canadian, and 41 people of unverified nationalities.)



ภาพของวันที่ 18 กรกฎาคม 2557 แสดงให้เห็นว่าสายการบินต่างๆพยายามเลี่ยงยูเครนหลังจากเกิดกรณีเครื่องบินตก (ภาพจาก http://www.telegraph.co.uk/news/worldnews/europe/ukraine/10975524/Crashed-MH17-flight-was-300-miles-off-typical-course.html)

ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้จาก BBC http://www.bbc.com/news/world-europe-28357880



หนึ่งในผู้เสียชีวิต คือ  Prof Joep Lange ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับ AIDS และเคยเป็นประธานของ  the International Aids Society (IAS).เดินทางกับเที่ยวบินนี้เพื่อไปร่วมงาน AIDS 2014 conference ที่เมลเบิร์น ออสเตรเลีย
(http://www.bbc.com/news/health-28352365)