Friday, August 10, 2012

Multiply หยุดให้บริการเว็บโฮสต์ฟรีตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2012

วันนี้เพิ่งได้เปิดไปเช็คเว็บ Multiply ของตัวเอง แล้วก็เจอข้อความนี้


Hello. Stefan here, writing you from Multiply HQ in Jakarta, Indonesia. 

As most of you are probably aware, Multiply's mission has evolved over the past year and a half to become the biggest and most beloved ecommerce marketplace in two very exciting markets, Indonesia and the Philippines. As our focus has shifted, we have reviewed all of our operations, and made some decisions that will affect everyone here.

  • From December 1st, we will unfortunately no longer be able to support Multiply in its current form - notably we will be removing the social networking and content sharing part of Multiply (photos, videos, blogs, social messaging, etc.). We have decided to discontinue providing and hosting these services, as we have concluded that other Internet sites who are committed to social networking services will do a better job serving you than we can.
  • For our existing users of social networking features, we will be providing easy ways for you to either download your stuff (photos, blogs, content, etc), or migrate it to other online services. We'll announce the precise details shortly. It will be your choice whether to download, migrate or just let your content lapse (and get deleted).
  • For our existing ecommerce users (both buyers and sellers) in Indonesia and the Philippines, there will be no action required.
  • Regarding any existing Multiply Premium subscriptions we will refund any unused balance, and apologize for any inconvenience this will cause. Please contact customer service to request a refund. Note that this is for Multiply Premium, not the ecommerce related Multiply Trust product.

I am aware of how disruptive this news may be, and understand the disappointment that it may cause. Ultimately this was a business decision, critical to our to success moving forward. Instead, we are excited to pursue our own mission to give the 350 million consumers in Indonesia and the Philippines a great way to buy and sell items online. Our singular focus now is for Multiply to retain its status as a vibrant e-commerce destination in Southeast Asia in the years ahead. 

I suspect that many of you will not like this news, and am sorry to have to deliver it now. I hope that you will be able to understand the reasons for our decision and thank you for being a part of the Multiply community over the past eight years. 

Stef 


เง้อ...แล้วรูปเค้ามีในเว็บนั้นมหาศาล จะทำยังไงดี ย้ายไปไหนดีน้าาาาา
ว่าแต่  เพิ่งรู้เหมือนกันว่า Multiply มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ Indonesia   

เดือดร้อนแล้วเรา...

ในที่สุดก็ใช้ tool ของ multiply ทำการ download ไฟล์ทั้งหมดลงเครื่อง แล้วจับขึ้น Facebook กับ blogger เจ้าเก่า เสียเวลามากแต่ก็ดีกว่าจะให้ไฟล์หายไป ตอนได้ไฟล์มาตกใจเลย มีรูปอยู่เกือบแปดพันรูป ใส่อะไรลงไปละนั่น

Friday, June 01, 2012

นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ



 หยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่านอีกครั้ง จำได้ว่าชอบมากๆ เพราะได้ความรู้ดี และรู้สึกเชื่อมโยงว่ามีสิ่งที่เราเคยรู้จักหลายเรื่องเหลือเกินที่จริงๆแล้วมันมีความเชื่อมโยงกัน

เป็นหนังสือเล่มแรกที่ตัดสินใจว่าจะไฮไลต์เนื้อหาในหนังสือพารากราฟที่ชอบโดยไม่เสียดายว่าจะทำให้หนังสือเป็นรอย เพราะการไฮไลต์จะทำให้อ่านเนื้อหาที่เราชอบได้ง่ายขึ้นมาก

เดี๋ยวอ่านไปก็จะค่อยๆนำเนื้อหามาใส่ดีกว่านะคะ


-        นำไปสู่ Bletchley Park รู้จักโรอัลด์ ดาล์   เอียน เฟลมมิ่ง(007)
-        Mathematicians
-        http://www.youtube.com/watch?v=YCA3VPB9niU  Bletchley Park's Lost Heroes (2011) - BBC Documentary มีหลายฉากที่สามารถนำมาอธิบายประโยชน์ของการเรียนคณิตศาสตร์เช่น prime number bitwise modulation  รู้จักประวัติและการทำงานของ Colossus/MARK II  
-        William Tuttes มีชื่อเซ็นในสมุดของราชสมาคมแห่งลอนดอน เมื่อเข้าไปดูรายละเอียดที่นี่จะมีสมาชิกผู้โด่งดังมากมายเช่น Newton, Humfrey Davy, Rutterford
-        Alan Turing ชีวิตที่น่ารู้จัก

Wednesday, May 02, 2012

ฝนตก ฝนแล้ง ภัยพิบัติ

2556 ปีนี้อากาศร้อนมาก มีแนวโน้มว่าจะเกิดภัยแล้ง ช่วงนี้เริ่มเข้าหน้าฝน เดือนหกแล้ว ทางใต้มีฝนตกมากพอควร แต่อากาศร้อนมากๆ กะว่าจะบันทึกเรื่องฝนฟ้าอากาศแต่ละปีช่วงนี้ไว้


พฤศจิกายน ช่วงวันที่ 20-22 พฤศจิกายน มีพายุเข้าไทย ภาคใต้ฝนตกต่อเนื่องไม่เห็นัดวงอาทิตย์ตั้งแต่วเันที่ 19 วันนี้วันที่ 21ฝนยังตกตลอดที่ท่าศาลแต่ยังไม่มีน้ำท่วม
วันที่ 22 เริ่มหนักมากขึ้น โดยเฉพาะตอนเย็นมีลมหมุนเข้าพื้นที่ ร้านชาวเลพังลงทั้งหลัง ฝนตกจนถึงวันที่ 24 พฤศจิกายน แล้วก็หยุด

ปี 2556 คิดว่าจะไม่มีอะไร อากาศร้อนเป็นปกติ  แต่ช่วงเดือนกันยายน น้ำท่วมหนักแถบปราจีนบุรี สระแก้ว  และอีกหลายจังหวัด เช่น นครสวรรค์ อุทัยธานี อุบลราชธานี เพชรบูรณ์ ฯลฯ ที่น่านก็มีข่าวถนนเสียหายจากดินถล่ม ภาคใต้มีฝนตกตามปกติแต่ยังไม่มีข่าวน้ำท่วม
ช่วงเดือนนี้หลักๆคือ อุทกภัยภาคตะวันออก

รูปบริเวณที่มีน้ำท่วม สีแดงคือวิกฤต สีฟ้าคือระดับเตือนภัย  ภาพ ณ วันที่ 28 กันยายน 2556  จากเว็บThaiFlood ศูนย์ข้อมูลช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

==========================================

ปี 2555 ปีนี้เขาพยายามพร่องน้ำในเขื่อนเพื่อเตรียมรับน้ำท่วม แต่กลับเจออากาศร้อนจัด หลายจังหวัดประกาศเป็นเขตภัยพิบัติแล้ง เดือนเมษายนปีนี้ร้อนมากๆ  กลางเดือนเมษายนมีแผ่นดินไหวในทะเล อินโดนีเซีย คนภาคใต้ที่นครศรีรับรู้แผ่นดินไหว ที่บ้านเองก็รู้สึกว่าแผ่นดินไหวเบาๆ กลัวกันว่าจะเกิดสึนามิ แต่ก็ไม่เกิด

==========================================

ปี 2554 25 มีนาคม 2554 ฝนตกหนักในมวล.และมีน้ำท่วมหลายจุดในเมือง ถึงกับต้องส่งคนกลับตัวเมืองก่อนเวลาเลิกงาน น้ำท่วมต่อเนื่องถึงต้นเดือนเมษายน   http://www.blogger.com/blogger.g?blogID=7900301#editor/target=post;postID=2131862304366619181 ปีนี้เป็นปีมหาอุทกภัย น้ำท่วมใหญ่  เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม กระจายพื้นที่ต่างๆแต่ละภาคทุกภาค แม้แต่ในกทม.ก็น้ำท่วมชนิดไม่เคยเห็นมาก่อน น้ำลดช่วงมกราคม 2555

==========================================

ปี 2553 น้ำท่วมหนักที่ มวล. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2553

==========================================

ปี 2547 26 ธันวาคม 2547 เกิดสึนามิครั้งร้ายแรงหลายประเทศ และเป็นครั้งแรกของประเทศไทย คนเสียชีวิตมากมาย จังหวัดที่ได้รับผลกระทบคือหกจังหวัดภาคใช้ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

Saturday, March 03, 2012

จดหมายถึงเพื่อน...กนกพงศ์ สงสมพันธ์

สัปดาห์ที่แล้วและสัปดาห์นี้ ได้อ่านหนังสือหลายเล่ม แต่อยากพูดถึงหนังสือ "จดหมายถึงเพื่อน" เพราะปกติก็อ่านหนังสือของคุณกนกพงศ์บ้างมาตั้งแต่ "แผ่นดินอื่น" ที่ได้รางวัลซีไรต์ ชายหนุ่มที่บ้านก็ชอบหนังสือของคุณกนกพงศ์ ที่บ้านก็เลยมีวางไว้หลายเล่ม

โดนส่วนตัวไม่ค่อยอ่านหนังสือของคุณกนกพงศ์ หนึ่งคือไม่ค่อยอ่านเรื่องสั้นเพราะเรื่องมันสั้น อ่านแล้วจบเร็วเกิน และมีพล็อตเดียว ไม่มีอะไรซับซ้อน อีกอย่างความที่โทนเรื่อง เนื้อหา ฉากในเรื่องมักเป็นสิ่งที่ฉันเองก็รับทราบมาตลอดเป็นปกติ ความที่เป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกัน พื้นฐานคล้ายกัน คือเป็นคนใต้ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ที่เขาเขียนถึง ฉันก็รู้จัก มีประสบการณ์กับสภาพชีวิตลักษณะนั้นโดยตรง และไม่เห็นเป็นเรื่องแปลกอะไร สำนวนการเขียนสละสลวย แต่ก็เป็นสิ่งที่คาดหวังจากคนเขียนหนังสืออยู่แล้ว

สิ่งที่เขาอธิบายมาจากความคิดของเขาซึ่งฉันก็ไม่ได้เห็นว่ามันเป็นสิ่งที่คนอื่นจะต้องคิดแบบเดียวกัน เขาอธิบายความคิดตัวเองออกมาได้ดี แต่ฉันก็ไม่ได้เห็นความลุ่มลึกของความคิดหรืออะไรมากนัก ไม่ได้สร้างจินตนาการอะไรที่แปลกใหม่ 

แต่หนังสือ จดหมายถึงเพื่อน กลับเป็นเรื่องฉันชอบ เพราะมันเป็นการเล่าเรื่องชีวิตประจำวันง่ายๆ เหมือนเพื่อนเล่าสู่กันฟัง มีคนในเรื่องที่ฉันรู้จักจริงๆ การอ่านสิ่งที่คนจริงๆคิดโดยไม่ใช่นิยาย ก็เลยสนุกสนานดี โดยเฉพาะตอนที่พูดถึงหมอฟันและภรรยานายกเทศมนตรี (ซึ่งเป็นรุ่นพี่ของฉันทั้งสองคน) ที่อ่านแล้วก็ อืมม์ ใช่จริงๆ

แปลกที่เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้ไปแล้ว เมื่อวานนี้ก็ได้หนังสือของคุณอุรุดา โควินท์ เรื่องครัวสีแดง น่ารัก สนุกสนานดี ตกลงก็เลยได้อ่านหนังสือที่ผู้เขียนเกี่ยวข้องกันโดยมิได้นัดหมาย

22 ตุลาคม 2556

หยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่านอีกครั้ง เพราะมีคนพูดถึงคุณกนกพงศ์ และมีรูป "พินัยกรรม" โพสต์มาให้ดูกันบน FB ก็เลยอยากอ่านว่าเคยรู้สึกกับการเขียนของคุณกนกพงศ์อย่างไร

ทีแรกจะมาเปิดหน้าสองหน้าเฉพาะส่วนที่มีคนในเรื่องที่ฉันรู้จัก ปรากฏว่าหาหน้าที่ว่าไม่เจอก็เลยเปิดอ่านมาใหม่ตั้งแต่หน้าแรก พบว่าอย่างหนึ่งที่ฉันรู้สึกสนุกกับหนังสือเล่มนี้เป็นเพราะเขาเล่าถึงคนที่ฉันรู้จัก ซึ่งตอนนี้ฉันรู้จักคนที่เขาพูดถึงมากขึ้น รู้ชื่อเสียงเรียงนามและก็นึกออกด้วยว่าอารมณ์ในเรื่องเป็นยังไง  :) อ่านไปด้วยความสนุกสนาน และรีบพับมุมหนังสือไว้ ต่อไปกลับมาค้นเฉพาะเรื่องอีกจะได้หาได้ง่ายๆ

แต่ก็ต้องโน้ตไว้ว่าในเล่มนี้เขาพูดถึงหนังสือหลายเล่มทั้งไทยและเทศ บางเล่มฉันก็เคยอ่านแต่ไม่ได้รู้สึกเหมือนที่เขาบรรยายในหนังสือเล่มนี้เลย บางเรื่องที่เขาชอบฉันก็ไม่ชอบ บางเรื่องที่เขาวิจารณ์ฉันก็มองว่าเฉยๆ  อืมม์  คนเราคิดไม่เหมือนกันจริงๆนะ คนละสไตล์ คนละประสบการณ์ชีวิต









Thursday, February 23, 2012

Sifakas ลิงขาว...ราวกับหนุมาน


By SurreyJohn - Own work, CC BY-SA 4.0, https://commons.wikimedia.org/w/index.php?curid=35531490

เมื่อคืนดูรายการสารคดีชีวิตสัตว์ มีรายการหนึ่งพาไปดูชีวิตของลีเมอร์ ซิฟาคา ซึ่งหน้าตาคล้ายๆลิง ขนสีขาวสวย หน้าดำ กระโดดได้ไกลมาก เพราะหากินบนต้นไม่ที่มีหนามแหลม แล้วใช้วิธีกระโดดข้ามจากต้นนี้ไปต้นนั้น ไม่กลัวหนามกันเลย มันกินดอกอ่อน ใบอ่อน ของต้นไม่มีหนามพวกนั้น ซึี่งมีน้ำเพียงพอโดยไม่ต้องไปหาน้ำที่แหล่งอื่นเพิ่มอีก (ซิฟาคามีหลายชนิดย่อย มีชนิดที่เก่าแก่กว่านั้นคือพวกที่อาศัยในป่าเขตร้อน ตัวจะสีคล้ำกว่า แต่ก็สามารถกระโดดได้แบบเดียวกัน)


ว่าไปแล้วซิฟาคาเหมือนลิงมากกว่าลีเมอร์ ใช้ขาทั้งสองคล้ายคนมากกว่าลิงหรือลีเมอร์ชนิดอื่นๆ

ที่สะกิดใจคือ ตอนที่มันกระโดด จะกระโดดจากกิ่งไม้กิ่งหนึ่งโดยใช้ขาหลังไปจับที่กิ่งที่กระโดดไป แล้วมันสามารถกระโดดไปมาได้เร็วมาก นึกถึงนิยายกำลังภายในขึ้นมาทันทีที่เขาใช้วิชาตัวเบากระโดดไปตามต้นไม้ จะเห็นแบบมาจากซิฟาคาพวกนี้หรือเปล่านะ

ท่าทางอีกอย่างที่คุ้นตามากคือการกระโดดไปบนดิน เวลาที่ลงมาจากต้นไม้ มันจะกระโดดตัวเอียงๆ ใช้ขาสองข้างทีละข้างก้าวไป แต่จังหวะกระโดดลงเกือบจะพร้อมกัน เห็นแล้วนึกถึงหนุมาน ตอนที่เขาแต่งเรื่องรามเกียรติ์ เขาจะเคยเห็นลีเมอร์พวกนี้บ้างไหม จริงๆแล้วนึกไกลไปถึงโขนด้วยซ้ำ เวลาที่ตัวลิง ตัวยักษ์ออกมา ก็จะเต้นตัวเอียงๆออกมาแบบนี้

ตอนนี้กลายเป็นสัตว์ตัวโปรดของฉันไปแล้ว ชอบจริงๆเลย

ตามไปดูรูปจากลิงก์นี้แล้วกัน http://www.burrard-lucas.com/photo/madagascar/sifakas_jumping.html

แล้วก็ดูท่ากระโดดจากวิดิโอนี้ค่ะ http://www.youtube.com/watch?v=8fzpeCR2JmQ&feature=related


Sunday, February 19, 2012

Joshua Bell .... เพิ่งรู้จักอีกแล้ว

วันนี้มีน้องโพสต์ใน Facebook ว่า "หรือจังหวะชีวิตก็อาจทำให้เราพลาดอะไรบางอย่างไป" แล้วก็มีเรื่องของนักไวโอลินไปเล่นไวโอลินที่สถานีรถไฟใต้ดินแห่งหนึ่งใน Washington DC เล่นไปประมาณ 45 นาที ในช่วงเวลาเร่งด่วน ซึ่งก็เป็นที่คาดเดาได้ว่าผู้คนจะเร่งรีบกันมาก ช่วงเวลานั้นมีคนเดินผ่านไปมาประมาณ 1,100 คน แต่มีเพียง 6 คนเท่านั้นที่ได้หยุดฟังเขาเล่นไวโอลิน มีประมาณ 20 คนให้เงินเขาซึ่งรวมแล้้วเป็นเงินจำนวน 32 เหรียญ จนถึงตอนที่เขาหยุดเล่นก็ไม่มีใครสนใจ

จริงๆแล้ว นักไวโอลินคนนี้คือ Joshua Bell หนึ่งในนักดนตรีอัจฉริยะของโลก เพลงที่เขาเล่นเป็นระดับมาสเตอร์พีซ และเขาเล่นเพลงด้วยไวโอลินที่มีมูลค่ากว่า 3.5 ล้านดอลล่าร์

การแสดงชุดนี้ถูกจัดขึ้นโดยหนังสือพิมพ์ Washington Post เป็นส่วนหนึ่งของการทดลองเกี่ยวกับการรับรู้ รสนิยม และการให้ความสำคัญของคน ซึ่งก็ได้ข้อคิดมาว่า

"If we do not have a moment to stop and listen to one of the best musicians in the world playing the best music ever written, how many other things are we missing?"

อ่านแล้วก็งงๆกับชีวิตว่าทำไมไม่เคยรู้จักหนุ่มคนนี้ ก็เลยไปค้นข้อมูลในเว็บ ประวัติความเก่งกาจมีเพียบ แถมไวโอลินที่เขาใช้เป็นของ Stradivarius ( เหมือนในเรื่อง Red Violin) กะว่าเดี่ยวจะค้นเรื่องไวโอลินต่อ จะได้ต่อเนื่องจากโพสต์ก่อน
http://singingbluejay.blogspot.com/2010/04/red-violin.html

Friday, February 10, 2012

เรื่องเก่าๆ

วันนี้นั่งคุยกับคุณพ่อและพี่สาวหลังกินข้าวกลางวัน เริ่มจากคุยเรื่องฝรั่งที่มาทำงานเมืองไทย ไม่ใช่ทุกคนที่คนไทยจะนับถือได้ แล้วคุณพ่อเล่าให้ฟังว่าฝรั่งที่เข้ามาสมัยก่อนจะทำตัวน่านับถือ แม้จะเป็นฝรั่งที่เข้ามาทำเหมืองก็จะมีความรู้ดี เก่งจริง และมีการวางตัวที่เหมาะสม ยิ่งถ้าเป็นชาวอังกฤษจะวางตัวดีมากๆ บางคนไปไหนก็จะถือร่มติดตัวตลอดเวลาตามธรรมเนียมอังกฤษ อย่างในระนอง เวลาฝรั่งจะกินข้าวก็จะมีร้านเฉพาะที่ดูดี กินอาหารกระป๋อง เป็นต้น

แล้วก็คุยกันต่อถึงคนที่หน้าตาคล้ายฝรั่ง เช่นที่โรงเรียนสหายวิทย์ที่ระนอง สมัยที่ยังเรียนตอนเด็กมากๆ อาจารย์ใหญ่ชื่อ ขุนเผดิมเกิดบ้านตะเคียน หน้าตาเหมือนฝรั่ง คุณพ่อบอกว่าถ้านามสกุลนี้ แสดงว่าพื้นเพเดิมอยู่ที่ถลาง และอาจมีเชื้อฝรั่งจริงเพราะแถวนั้นมีฝรั่งอยู่เยอะ แต่ตัวขุนเผดิมเป็นบัณฑิตอักษรศาสตร์ จุฬา มีความทรงจำกับอาจารย์ไม่มากนัก เพราะรุ่นต่อมาที่จำได้จะจำว่าอาจารย์ใหญ่ชื่อครูแดง

คุณพ่อเคยทำงานกับบริษัทภูเก็ตติน บริษัทพวกนี้เป็นของฝรั่งทั้งนั้น ฝรั่งออสเตรเลีย สแกนดิเนเวีย ส่วนใหญ่มาเป็นคนงานชั้นดี ฝรั่งนายงานมักเป็นคนอังกฤษ คนฮอลันดา หรือถ้าเหมืองสูบก็จะเป็นนายงานจีนที่เรียนรู้มาจากภูเก็ต คุณพ่อบอกว่าสมัยก่อนมองออกว่าเป็นฝรั่งชาติไหน ฝรั่งก็มีชนชั้น ฝรั่งอังกฤษก็จะเป็นระดับสูงซึ่งก็ใหญ่จริงๆ ฝรั่งอื่นก็ต้องนอบน้อมกว่า

คุณนายก็เป็นลูกฝรั่งอังกฤษ แม่ไทย(ซึ่งมีสามีคนไทยพม่าอีกคนหลังจากฝรั่งกลับไป)

ที่ระนองบริษัทเหมืองแร่ที่มีชื่อได้แ่ก่ ไซมิสติน บางริ้นติน ระนองคอนโทรล(ตรงที่เป็นบ้านเราตอนนี้ ไปแถวโรงเรียนพิชัยด้วย) ทีหลังระนองคอนโทรลขายให้เจ๊กทำเหมือง แล้วเขาก็แบ่งให้ท่านขุนสวัสดิ์ภักดีด้วย ก็ได้ทำเหมืองแร่หาบ หรือเหมืองสูบด้วย (ของฝรั่งจะทำเรือขุด) ฝรั่งจะได้ปทานบัตร สัมปทานเขาจะได้กันนานเป็น 99 ปีเป็นต้น ทำเป็นที่เช่า คนไทยก็ไม่มีสิทธิ์ หลัง 99 ปีสภาพก็เปลี่ยนไปหมดแล้ว ราคาเช่า เช่นหนึ่งบาทต่อเดือน คนฝรั่งอยู่ในระนองเป็นร้อยคน เป็น นายช่าง นายงาน หัวหน้าสำนักงาน ฯลฯ

เรือขุดแร่ที่หลังสวนก็มีเยอะ เช่น เรียกว่าเรือบ้านควนหินมุ้ย ฝรั่งบางคนก็พูดไทยได้นิดหน่อย คนไทยเราก็รู้ภาษาเหมืองแร่หน่อยหนึ่ง สรุปว่าสื่อสารกันได้ สมัยก่อนคนงานมักเป็นคนจีนมากกว่าเมืองไทย ขนกันมาจากปีนัง ปีนังเองก็เหมืองทั้งนั้น

คนฝรั่งหมดเอาตอนสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นจับฝรั่งเกือบหมด กิจการเลิก แต่ญี่ปุ่นไม่ทำเหมือง คนจีนคนไทยจึงได้ทำเหมืองต่อ นายช่างก็เอามาจากวิศวะจุฬา กรมโลหกิจส่งมา เพราะเหมืองช่วงนั้นถูกปล่อยทิ้ง วิศวกรเข้ามาคุมทั่วภาคใต้เพราะคนมีความรู้ไปหมดแล้ว ต้องนำคนไทยเข้ามาคุม โดยใช้ความชำนาญของคนงานที่เคยทำมาก่อน

Saturday, December 03, 2011

พล็อตซีรี่ส์ที่เริ่มคุ้นๆ

ช่วงนี้ดูซีรี่ส์ต่อเนื่องหลายชุด เพราะปกติไม่ได้ดู พอจะดูขึ้นมาก็ได้ดูหลาย seasons ดูไปดูมาก็จะเจอพล็อตคล้ายๆกันอย่างเห็นได้ชัด

ตอนนี้ดูเรื่อง 4400 มีทอมกับไดอาน่าเป็นเจ้าหน้าที่ NTAC คอยจัดการกับพวกที่ถูกพาตัวไปที่ไหนซักแห่งแล้วนำกลับมาโดยมีความสามารถพิเศษติดตัว กลุ่ม 4400 จะมีความสามารถคล้ายๆกับ character ในเรื่อง Hero อย่างอิซาเบลใน 4400 ก็จะคล้ายแคลร์ใน Hero เป็นพวก unbreakable /heal ตัวเองได้เหมือนกัน  

ใน 4400 season 2 มีตอนหนึ่งทอมจะได้เข้าไปในโลกเสมือนที่เกิดจากการสร้างสภาพแวดล้อมปลอมของอลาน่า แนวนี้ก็คล้ายแนวโลกคู่ขนานใน Fringe season 3 (ใน Fringe มีโอลิเวีย กับ ปีเตอร์ เป็น FBI agent ที่อยู่แผนก Fringe)

4400 season 3 ก็มีคนที่สามารถแปลงร่างเป็นคนอื่นได้ เหมือน shape shifter ใน Fringe ที่คนของโลกคู่ขนานเปลี่ยนร่างได้ แต่กรณีนั้นต้องมีอุปกรณ์ต่อเชื่อม

ซีรี่ส์ที่ติดตามอีกเรื่องคือ Fringe เป็นเรื่องของจักรวาลคู่ขนาน นางเอกโอลิเวีย เป็น FBI ที่ต้องใช้ความสามารถของพ่อพระเอกซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เคยทำการทดลองหาความพิเศษของเด็ก ซึ่งนางเอกก็เป็นหนึ่งในเด็กทดลองนั้น พระเอกก็มาจากจักรวาลอื่นตั้งแต่เด็กเพราะพ่อพระเอกไปเอาตัวมาแทนลูกชายแท้ๆที่เสียชีวิตไป  เรื่องนี้เพลงจิงเกิ้ลเพราะดี การใช้โทนสีของซีนเปลี่ยนเรื่องจะบอกว่าขณะนั้นเป็นเรื่องของจักรวาลใด เช่นเป็นซีนเปลี่ยนเรื่องโทนสีเขียว สีแดง สีเหลือง เป็นต้น

Fringe season 4 episode สุดท้ายเริ่มมาแปลก

อุปกรณ์ต่างๆเริ่มคุ้นๆ เช่น Tablet
มีการพูดถึงความถี่ของแต่ละเแกภพ เช่น เอกภพของเราใช้ความถี่คีย์ G ในขณะที่เอกเอกภพหนึ่งใช้คีย์ C

ในปี 2015 พวก observer ยึดครองเอกภพ มนุษย์กลายเป็น native นึกถึงเรื่อง Terminator ขึ้นมาเลย
ทีม fringe ก็ถูก amber ไว้ เหมือนยีนในเรื่อง Jurassic Park

ใน Episode 20 world apart ก็มีไอเดียคล้ายๆเรือของโนอาห์ด้วย ซีรี่ส์เรื่องนี้ช่างหลากหลายจริงๆ


เรื่องที่ชอบคือ  Fringe/4400/Hero/NCIS/Castle

20 กรกฎาคม 2555
ช่วงนี้ดูซีรี่ส์เรื่อง Torchwood เรื่องประหลาดดี เป็นกลุ่มผู้คอยตามล่ามนุษย์ต่าวดาว มีอุปกรณ์แปลกๆเยอะ เรื่องราวแต่ละตอนก็สนุกดี ออกแนวโหดนิดๅ ชอบที่เป็นซีรี่ส์อังกฤษ ได้ฟังเสียงอังกฤษบ้าง พระเอกหน้าตาดีมากๆ เล่นละครเวทีเรื่อง Phantom of the opera เป็น Raoul ด้วย

9 กันยายน 2555
เพิ่งดูซีรี่ส์ Grimm จบ season 1 และได้ดู season 2 แค่สองตอน ไม่มีให้ดูต่อแล้ว T_T ชอบเรื่องนี้มาก พระเอกเป็นเชื้อสายกริมม์ และเป็นตำรวจ ได้ทำคดีที่มีสัตว์ประหลาดแปลกๆ สนุกดี
พอดูเรื่องนี้ก็เลยไปค้นเรื่องกริมม์มาอ่าน ไม่เคยรู้เลยว่ากริมม์เป็นเยอรมัน

กันยายน 2556

ช่วงนี้ดูซีรี่ส์เรื่อง Da vinci's demons จบไปหนึ่งซีซั่น เมื่อคืนก็เพิ่งย้อนกลับไปดูเรื่อง Numbers ดูแล้วรู้สึกหนังเก่าจังเลย  555 ก็มันนานแล้วนี่นา...


ที่เพิ่งดูจบทั้งสาม seasons ไปคือ Downton Abbey ชอบเรื่องนั้นมากมาย ทั้งพล็อตเรื่อง ทั้งฉาก ทั้งดาราและภาษาที่พูด  อังกฤษอะไรขนาดนั้น กำลังรอดูซีซั่น 4 แต่เป็นซีซั่นที่ทอมตาย เศร้าเลย


ก่อนหน้านั้นหลายเดือนก่อน ก็ติด Pretty Little Liars ตามดูสาม seasons เหมือนกัน ติดมาก  ชอบเพลงของเรื่องด้วย นางเอกก็น่ารักทั้ง 4 คนเลย

ในช่อง Fox ที่ยังดูต่อเนื่องก็เรื่อง NCIS/Castle

22/9/2556 วันนี้ดูซีรี่ส์  Orphan Black นางเอกชื่อซาร่าห์ พบว่าตัวเองเป็นมนุษย์โคลนที่มีคนแบบเธออีกหลายคนทั่วโลก สนุกดีเหมือนกัน  ดูจบ Season 1 ทั้ง 10 episodes

18 ตุลาคม 2556
วันนี้ดู Atlantis ถึง Season 1 Episode 3  มากกว่านั้นก็ยังไม่มีให้ดู  ในเรื่องพระเอกชื่อเจสัน ลงสำรวจใต้ทะเลเพื่อหาเงื่อนงำเกี่ยวกับพ่อแล้วก็วาร์ปไปสู่แอตแลนติส สมัยโบราณ เจอทั้งไพธากอรัสกับเฮอร์คิวลิส(ในสภาพมนุษย์ปกติ) และกลายเป็นทีมกัน

The Newsroom Season 1 เรื่องนี้สนุกมาก พระเอกชื่อ วิล แมคคาวอย เป็น TV anchor นางเอกเป็น executive producer ที่เคยคบกันมาก่อน ฉากเป็นรายการ News night 2.0 ที่คนในทีมพยายามสร้างสรรค์งานดีๆให้สมกับการเป็นคนทีวี ได้รู้เรื่องอะไรๆที่เป็นอเมริกันหลายอย่างจากเรื่องนี้  และเรื่องนี้เพิ่งจบ season 2 ไป แต่ยังไม่มีให้ดูเหมือนกัน :(

19 ตุลาคม 2556
หลังจากดู The Newsroom มาตลอดวันจนสี่โมงเย็น  ตอนค่ำก็เริ่มดู Sherlock Holms หนังของ BBC สนุกมากเหมือนกัน ทั้งๆที่อ่านหนังสือมาเยอะแล้ว ชอบหน้าตาคนที่เล่นเป็น Holms มาก

เพิ่งค้นเรื่องของโฮมส์ ก็เลยเทียบเคียงได้ว่าหนังสือเรื่องแรกที่เขาเขียนชื่อ A Study in Scarlet พอมาเป็นซีรี่ส์ใช้ชื่อว่า A study in Pink ฉากก็เป็น London ปี 2010 ไม่ใช่ 1817 เหมือนเมื่อก่อน

5 เมษายน 2557  เมื่อวานเพิ่งดู Sherlock จบ season 3 ตอนจบโมริอาตี้กลับมาอีกครั้ง อ๊ากส์

4 กันยายน 2557 มาเริ่มดู Davinci's demon season 2 ต่อจากภาคแรกที่จบตอนตระกูลพาสชี่ยึดเมืองฟลอเรนซ์ ตอนนี้ดาวินชี่ช่วยลอเรนโซออกมาและพยายามรักษาโดยการถ่ายเลือด

7 กันยายน 2557 ดู  Davinci's demon season 2 จบ 10 episodes season นี้เป็นเรื่องที่ลีโอนาโดไปหา book of leaves ที่เมืองอินคา  ไปมาชูปิกชูด้วย   และตอนจบค้างชนิดที่ต้องมี season 3 แน่ๆ เพราะเป็นตอนที่กองทัพเรือออตโตมันจะเข้ามายึดเนเปิล โดยผู้หญิงนักพยากรณ์ที่ติดมากับเรือนั้นคือแม่ของลีโอนาโด  ^_^


15 พฤศจิกายน 2557

ดู Fringe season 5 จำ season เก่าไม่ค่อยได้แล้ว นานมาก
                   season นี้ ปีเตอร์และวอลเตอร์ เจอเอ็ตต้า ลูกสาวของโอลิเวียและปีเตอร์ ในปี 2036 หลังจากที่ต้องอยู่ในอำพันมา 21 ปี เอ็ตต้าเป็นกลุ่มผู้ต่อต้าน เจอกันแล้วก็ไปตามหาโอลิเวียที่เก็บตัวเองในอำพันมา 21 ปี ตั้งแต่ช่วงที่ไปเอาอุปกรณ์รวมความคิดของวอลเตอร์ หลังจากนั้นวอลเตอร์ถูกจับตัวได้และลบความจำช่วงที่มีแผนล้มล้างผู้รุกราน ก็เลยต้องตามกลับไปหาต้นตอ ไปที่แล็ปมหาวิทยาลัยฮาร์วาด ได้วิดิโอที่ชี้ทางให้ไปที่ต่างๆ เช่นไปเพนซิลเวเนียเพือไปเอาผลึกควอทซ์ในเหมืองทองเก่า หลังจากนั้นก็ไปหาข้อมูลที่สถานี นิวอาร์คเพน ได้มายังไม่ทันอ่านรู้เรื่อง เอ๊ตต้าก็โดนจับตัวและตายในที่สุด โอลิเวียร์ก็ต้องสู้ต่อไป ทรหดมากจริงๆ นี่แค่ 5 episode แรกของ season นี้นะ
ใน episode 7 มีเครื่องระเหิดสสารให้กลายเป็นไอ เหมาะสำหรับการกวาดล้างของที่ไม่ต้องการมาก  :)
นีน่า ชาร์ป ก็มาตายเอา episode 9 นี่เอง
episode ตั้งแต่ 9 เป็นต้นไปก็จะมีน้องนักสังเกตการณ์เด็ก "ไมเคิล" ที่มีทั้งสติปัญญาและอารมณ์ จะต้องถูกส่งตัวไปในปี 2167 ปีที่เริ่มวิวัฒนาการกลุ่มนักสังเกตการณ์ขึ้นมา เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์คนที่คิดเรื่องนี้เปลี่ยนใจว่าการสร้างเผ่าพันธ์ุมนุษย์ที่ฉลาดไม่จำเป็นต้องทิ้งอารมณ์
ในที่สุดก็จบ season และ complete series นะ


พฤษภาคม 2558

ดูซีรี่ส์ The Silicon Valley เป็นซีรี่ส์เกี่ยวกับ Programmer พระเอกคือ Richard Hendricks สามารถเขียน Compression algorithm ได้ใหม่ มีประสิทธิภาพสูง ทีแรกตัวเองก็ไม่รู้ว่ามันมีผลกระทบแค่ไหน คิดว่าจะทำแอพเพื่อส่งไฟล์เพลงให้รวดเร็วเท่านั้น แต่ได้พบกับนักลงทุนที่รู้คุณค่าของอัลกอริทึมนี้ (Gavin Belson ) จึงมีการซื้อผลงานด้วยราคา 10 ล้านเหรียญ พระเอกไม่รับเงิน แต่ไปร่วมมือกับนักลงทุนอีกคนที่ให้เงินมาตั้งต้นสองแสนเหรียญและต้องการหุ้นอีกห้าเปอร์เซ็นต์ (Peter Gregory)  แต่จะช่วยให้เขาตั้งบริษัทชื่อว่า Pied Piper นางเอกเรื่องนี้ชื่อ Monica เป็นเลขาของเกรกเกอรี่  

ดูเรื่องนี้แล้วรู้เลยว่าแค่เขียนโค้ดเป็นไม่พอ ต้องรู้จักการวางแผนธุรกิจ การดูความคุ้มค่าทางการเงิน การดำเนินธุรกิจต่างๆ เรื่องนี้นักศึกษาที่เรียนสายไอทีควรดู

Season แรกมีแค่ 8 episodes จบที่ทีมพระเอกไปชนะการแข่งขันโปรแกรมในงานที่จัดเพื่อให้ผู้ลงทุนมา match กับ developer

นอกจากเรื่องนี้ก็เอาเรื่อง The Big Bang Theory มาดูตั้งแต่ Season แรกใหม่ เพิ่งดูได้ซีซั่นเดียว


มิถุนายน 2558
ดูเรื่อง CSI:Cyber ได้รับคำแนะนำมาจาก อ.สลิล ในเว็บมีให้ดูแค่ 6 episodes ดูจบแล้ว เป็นเรื่องของ CSI แผนก Cyber ที่วอชิงตันดีซี นางเอกเป็นนักจิตวิทยาพฤติกรรมที่เคยถูกแฮกไฟล์คนไข้ ทำให้มีคนไข้คนหนึ่งฆ่าตัวตาย นางเอกเข้ามาร่วมทีมนี้เพื่อหาทางยับนั้ง Black hacker และพยายามหาคนที่เคยแฮกข้อมูลของเธอ ทีมงานมีจนท.หน่วยลุยซึ่งหน้าตาดีมาก เคยเป็น USMC  คนอื่นๆก็มีแฮกเกอร์เก่าที่ถูกนำมาเข้าในโครงการ มีครูมิช ราเวน และเนลสัน ทั้งหมดจะมีหัวหน้าหน่วยคอยดูแลอีกคนหนึ่ง

เป็นซีรี่ส์ที่สนุกสนาน  นางเอกเรื่องนี้เป็นคนเดียวกับที่เล่นเรื่อง Medium และ Boyhood

26 มีนาคม 2559 กำลังจะเริ่มดู Davinci's Demons season 3 ต่อ รอมานานเหลือเกินกว่าจะได้ดู

ก่อนหน้านี้ดูซีรี่ส์อีกหลายเรื่องเลยที่ไม่ได้บันทึกไว้ เช่นเรื่อง Mr. Robot เป็นเรื่องของหนุ่มวิศวคอมผู้สามารถแฮกอะไรก็ได้ และต้องเจอกับเรื่องราวมากมาย  มากจนจำเรื่องไม่ได้แล้ว 555

ดูซีรี่ส์ญี่ปุ่นชื่อ Tokyo Airport เป็นเรื่องของนางเอกผู้เปลี่ยนงานจากพนักงานภาคพื้นดินของท่าอากาศยานฮาเนดะมาเป็นผู้ควบคุมการบิน  เนื่อเรื่องจึงเป็นเหตุการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งในเรื่องวิกฤตการบิน  เรื่องส่วนตัวกับพระเอกผู้อยากเป็นนักบิน แต่เเกิดอุบัติเหตุจนเดินไม่ได้


28 มิถุนายน 2560
มาบันทึกว่ากลับมาดู Silicon Valley ต่อจนจบ season 4 ep 7 แล้ว
และจบ ep 10 วันที่ 12 สิงหาคม 2560 เรื่องจบตอนที่พายไพเพอร์พยายามแก้ปัญหาการหาพื้นที่เก็บข้อมูลให้ลูกค้าโดยใส่มัลแวร์ลงในเครื่องของฮูลิโฟน แต่เนื่องจากเครื่องฮูลิโฟนเกิด overloadละมีการระเบิด แจ็ค บาร์คเกอร์ จึงติดต่อไปที่จีนเพื่อให้ผลิตเครื่องใหม่ทดแทนและจะดึงเครื่องเก่ากลับทั้งหมดประมาณเก้าล้านเครื่อง(อารมณ์เดียวกับซัมซุงโน้ต 7 เลยนะ) ริชาร์ดพยายามย้ายข้อมูลลูกค้าไปที่ต่างๆโดยวิธีที่ไม่ถูกต้องเท่าไร เช่นเอาเข้า server แอนทอน แต่ก็ไม่พอ จนจะเอาไปใส่ในมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ดที่บิ๊กเฮดสอนอยู่ แต่เพื่อนร่วมทีมก็ไม่เอาด้วยจนในที่สุดไม่มี server จะเก็บข้อมูลและข้อมูลหายทั้งหมด แต่ในที่สุดจาเร็ดก็เห็นใจและยอมกลับมาช่วย เพื่อนร่วมทีมก็กลับมา ในความหมดหวัง เมื่อทีมนี้เข้าไปพบลูกค้า ปรากฎว่าระบบทำงานได้ดี ไม่มีการล่ม  เพราะโปรแกรมที่ทีมนี้ใส่เข้าไปในแอนทอน  เมื่อแอนทอนจะล่มก็ทำการแบ็คอัพข้อมูล มันทำให้ตู้เย็นอัจฉริยะทั้งหลายที่เคยลงโปรแกรมของจินหยางคิดว่าเป็นโปรแกรมอัพเดตก็เลยอัพเดตตัวเองและรับข้อมูลเข้าไปเก็บเป็นการกระจายที่เก็บได้มาก สุดท้านเกวินกลับมายื่นข้อเสนอให้ริชาร์ดอีกครั้ง แต่ริชาร์ดไม่ตกลง ....เหมือนจะมี season ต่อไปนะ





Sunday, November 13, 2011


วันนี้อ่านหนังสือเรื่อง รหัสลับหลังคาโลก ตอนยืมมาอ่านคิดว่าเป็นเรื่องแนวรหัสลับดาวินชี หรือรหัสลับอื่นๆที่ออกมาเป็นกระแส เปิดอ่านหน้าแรกแล้วถึงรู้ว่าที่หยิบมานี้เป็นเล่ม 3 มีทั้งหมดกี่เล่มก็ไม่รู้ ก็ยังคิดในแง่ดีต่อว่าแต่ละเล่มจะมีเนื้อหาสมบูรณ์ เพียงแต่มีตัวละครเดิม อ่านแล้วถึงรู้เพิ่มมาอีกว่าไม่ใช่ ... เรื่องมันต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ไหนๆก็อ่านแล้ว อ่านจนจบแล้วกัน สรุปว่าเป็นหนังสือชุดของจีน นักเขียนชื่อ เหอหม่า ซึ่งมีประสบการณ์อยู่ในทิเบตเป็นสิบปี และมีความรู้เกี่ยวกับทิเบตอย่างลึกซึ้ง
อ่านไปอ่านมาเกิดความรู้สึกว่า นี่มันเพชรพระอุมาภาคทิเบตนี่นา (แต่ความจริงเพชรพระอุมาก็ประมาณขุมทรัพย์โซโลมอนภาคไทย) จาก รพินทร์ ไพรวัลย์ ก็กลายเป็น จัวมู่เฉียงปา รพินทร์ในภาคแรก รับจ้างเข้าป่าไปตามหาพี่ชายนางเอก แต่จัวมู่เฉียงปาเป็นเจ้าของบริษัทฝึกสุนัข ที่ออกไปตามหาสุนัขพิเศษที่หายากมากพันธุ์ทิเบตัน มัสทิฟฟ์ สิ่งที่เหมือนกันคือแนวเรื่องที่ทั้งสองเรื่องมีหญิงสาวร่วมการเดินทาง มีเรื่องความรักโรแมนติกท่ามกลางการผจญภัยเหนือจินตนาการ
ส่วนตัวต้องบอกว่าชอบเรื่องนี้มาก ได้รู้เรื่องทิเบตมากขึ้น รู้เรื่องศาสนา อารยธรรมต่างๆมากขึ้น แถมยังต้องลุ้นพระเอกเสียทุกตอน อ่านจบด้วยความเสียดาย เพราะไม่มีเล่มต่อมาอ่าน ต้องรอวันจันทร์ค่อยไปศูนย์บรรณฯ J ข่าวว่าตอนนี้ออกมา 6 เล่มแล้ว ทั้งชุดจะมี 10 เล่ม แต่เห็น version ภาษาจีนเขาบอกว่ามี 8 เล่ม ใครชอบเพชรพระอุมาคิดว่าน่าจะชอบเรื่องนี้ค่ะ

15 มกราคม 2556

มา Update ว่าในที่สุดก็อ่านจบครบ 11 เล่มแล้ว สนุกสนานสมกับที่รอคอยจริงๆ โดยเฉพาะเล่มสุดท้าย บรรยายภาพวิหารและทรัพย์สมบัติต่างๆได้หลุดโลกมาก  แต่จริงๆดูจากตอนจบ ถ้าเขาจะทำภาคต่อก็น่าจะมีพล็อตต่อไปสบายๆเลยทีเดียว 

Friday, October 07, 2011

น้ำท่วมใหญ่ภาคกลางและภาคเหนือ กันยายน-ตุลาคม 2554

7 ตุลาคม 2554

ช่วงเดือนที่ผ่านมากมีข่าวน้ำท่วมใหญ่ทั่วภาคกลางและภาคเหนือ รุนแรงขนาดน้ำท่วมลึกเป็นเมตร บ้านเรือนอยู่ใต้น้ำไปหนึ่งชั้น ไร่นาเสียหายจากน้ำท่วมขังเป็นเดือน เป็นวิกฤตการณ์ที่น่ากลัวมาก คันกั้่นน้ำบางโฉมศรีแตก น้ำทะลักลงใต้เขื่อนจำนวนมาก ดูจากทีวีจะเห็นน้ำไหลเชี่ยวไปตามซอยหมู่บ้าน น่ากลัวมาก

วัดไชยวัฒนาราม ที่อยุธยาก็เพิ่งถูกน้ำท่วมไปสองสามวันมานี้ คันกั้นน้ำเอาไม่อยู่ แม้แต่กรุงเทพเขตรอบนอก วันนี้ก็ได้ข่าวน้ำท่วมถนนหลายจุด

30 ตุลาคม 2554

ช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมาข่าวน้ำท่วมกรุงเทพเป็นเรื่องใหญ่ เพราะคิดง่ายๆว่าแม้แต่ในกรุงเทพก็ไม่สามารถป้องกันได้ แล้วในกรุงเทพเป็นเขตเศรษฐกิจ เขตทำงาน เขตรวมพลที่จะไปช่วยที่อื่น ถ้ากรุงเทพชั้นในน้ำท่วม ส่วนตัวคิดว่ารัฐบาลทำได้แย่มาก ศอภ. ทำงานไม่เป็น และเป็นที่พึ่งไม่ได้

เดิมเมื่อน้ำจะลงมาจากอยุธยาก็จะลงมาที่แถวปทุมธานี ซึ่งก็ท่วมนิคมอุตสาหกรรมมาอย่างต่อเนื่อง 7 แห่ง ไม่เว้นแม้แต่นวนคร น้ำท่วมสูง 1-2 เมตร จากนั้นมีการให้ข้อมูลว่าจะกั้นน้ำให้ไปทางตะวันออกของกรุงเทพ แถบลากกระบัง คลองสามวา หนองจอก แต่ไปๆมาๆกลับเป็นว่าน้ำท่วมไปทางตะวันตกเสียมาก แม้แต่ในสนามบินดอนเมือง น้ำยังท่วมเข้า runway ทั้งๆที่ศูนย์ ศอภ. ก็ตั้งอยู่ที่นั่นและเป็นศูนย์พักพิงด้วย ทางฝั่งธนโดนหนักแถบจรัญสนิทวงศ์ซอย 80-90 กว่าๆ ประชาชนอพยพกันชุลมุน เห็นรูปน้ำท่วมอุโมงค์แยกบางพลัดแล้วตกใจไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพแบบนี้ http://www.pantip.com/cafe/news/topic/NE11258601/NE11258601.html


เมืองเอกน้ำท่วมสูง 2-3 เมตร มหาวิทยาลัยรังสิตจมน้ำ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรุงเทพ จมไปก่อนหน้านั้นแล้ว มูลค่าความเสียหายเป็นพันล้าน

อาหารแพงขึ้น น้ำดื่มหายากและราคาสูง มาม่าอาารแห้งถูกซื้อไปเก็บตุนจนขาดตลาด

รัฐบาลประกาศวันหยุด 27-31 ตุลคม 2554 ในเขตกรุงเทพและอีก 20 จังหวัดที่ประสบภัย ผู้คนที่อพยพก็จะไปทางชลบุรี โคราช ปราจีนบุรี จังหวัดที่น้ำไม่ท่วมทั้งหลาย

บ้านอยู่ที่ซอยอินทามระ 51 ยังคงไม่มีน้ำท่วม แต่เพื่อความไม่ประมาทก็ขนรถไปฝากไว้ที่ปราจีนบุรี เก็บของในบ้านขึ้นชั้นสอง

ภาคใต้ นครศรีธรรมราช ฝนเริ่มตกตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม และตกต่อเนื่องทุกวันแทบจะไม่ได้เห็นแสงแดด สองวันนี้เพิ่งมีแดดช่วงเช้าเล็กน้อย แล้วก็ฝนตกต่อเนื่องทั้งวัน ยังไม่มีน้ำท่วมขัง น้ำดื่มในห้างหาไม่ได้ต้องไปซื้อจากร้านเล็ก แต่ชีวิตโดยรวมยังไม่ลำบากอะไร

สิงหาคม 2554 นายกหญิงคนแรกของไทย

มาบันทึกว่ามีเหตุการณ์ในเมืองไทยที่มีการเลือกตั้งและได้พรรคเพื่อไทยเป็นเสียงข้างมาก จนในที่สุดเมืองไทยก็มีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ นายกฯที่เข้ามาสู่วงการเมืองไม่ถึงสองเดือนก็สามารถเป็นนายกฯได้
เห็นแล้วไม่ไหวจะเคลียร์!

วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 เป็นวันเลือกตั้ง และวันที่ 5 สิงหาคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 28 ของประเทศไทย และถือเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย

ไม่คิดว่าผู้หญิงยุคนี้ยังจะเป็นหุ่นให้ใครชักใยอยู่อีก.... :(

===============================================

21 กุมภาพันธ์ 2557 เวลาผ่านไป 2 ปีเศษต้องกลับมาบันทึกว่านายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยทำความเสียหายให้กับประเทศไทยมากมายเหลือเกิน ปัญหาที่ร้ายแรงที่สุดในตอนนี้คือเรื่องโครงการรับจำนำข้าว

แต่ขอบันทึกหลักฐานทั้งหลายที่เธอทำความอับอายให้ประเทศไว้ในที่นี่ เดี๋ยวจะค่อยๆเข้ามาอัพเดทค่ะ

- 16/11/2011 ในการต้อนรับฮิลลารี คลินตัน นายกรัฐมนตรีของไทยเริ่มการต้อนรับโดยการพูดว่า

"Let me begin by OVERCOME Secretary Clinton to Thailand once again" 

จะทราบไหมคะว่า overcome กับ welcome ความหมายต่างกันคนละขั้ว  แทนที่จะต้อนรับกลายเป็น

พิชิตฮิลลารีไปเสียนี่

http://www.youtube.com/watch?v=tJpKaAv-anA


Friday, August 26, 2011

สาส์นสมเด็จ

สาส์นสมเด็จเป็นหนังสือที่ได้ยินชื่อมานาน บางทีเปิดหนังสือบางเล่มก็อ้างถึงเรื่องนี้ จนในที่สุดได้หนังสือเล่มนี้มาเก็บไว้ ได้อ่านหลายรอบ รู้สึกว่าได้ประโยชน์ในเชิงความรู้ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวิธีคิดของปราชญ์ยุคนั้น กรมพระยาดำรงฯ และกรมพระยานริศฯ เป็นแบบอย่างของปราชญ์ที่อยากตามรอยตลอดมา


บันทึกความรู้

ตอนที่ได้หนังสือชุดนี้ จำได้ว่าไปเดินที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า เดินดูแผงหนังสือเก่า จับๆหนังสือชุดนี้ คนขายก็มาบอกว่าหนังสือชุดนี้ดี ราคาที่ขายก็ถูกมาก ซื้อได้ในราคาเล่มละ 250 บาท สองเล่มก็ห้าร้อยบาท หลังจากซื้อได้เอามาอ่านหลายครั้ง เป็นหนังสือดีที่ดีใจที่ได้ซื้อเก็บไว้

หนังสือชุดนี้มีสองเล่ม เป็นบันทึกจดหมายถามตอบในเรื่องราวน่ารู้มากมาย โดยผู้รู้ที่ตอบจดหมายให้คือกรมพระยานราธิปประพันธ์พงศ์ ผู้รับบันทึกตอบคือพระยาอนุมานราชธน

มีความรู้หลากหลายในหนังสือเล่มนี้ แนวการเขียนถามตอบให้นึกถึงหนังสือสาส์นสมเด็จ

แรงบันดาลใจจากกรมพระยาดำรงราชานุภาพ

เที่ยวเมืองพม่า
นิราศนครวัด
ความทรงจำ
สาส์นสมเด็จ
นิทานโบราณคดี

อยากบันทึกไว้ว่ากรมพระยาดำรงฯเป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ ความคิดที่ยึดถือเรื่องความยุติธรรมถูกต้อง และอาจรวมไปถึงความคิดที่เรียกว่านิยมเจ้าของฉัน

สิ่งแรกที่นับถือคือการให้ความรู้อย่างละเอียดในเรื่องต่างๆทั้งในเรื่องประวัติศาสตร์ ความรู้เรื่องขนบธรรมเนียมประเพณีทั้งไทยและเทศ หนังสือหลายต่อหลายเล่้มที่ได้อ่านได้สร้างฐานความรู้ที่มั่นคงให้ฉัน ไม่ว่าจะเคยได้ยินผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับข้อมูลและแนวความคิดของท่านบ้าง ฉันคิดว่าความรู้และข้อเท็จจริงที่ท่านบันทึกเป็นแหล่งปฐมภูมิและยากที่จะมีใครที่ใกล้ชิดข้อมูลขนาดนั้นมาเล่าให้คนทั่วไปได้รับทราบ


หนังสือชุดทางรัก สายสัมพันธ์ของโรสลาเรน




หนังสือชุดนี้เป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้อยากเดินทางไปเที่ยวเยอรมัน อยากเขียนจดหมายถึงแม่ ทำให้ชีวิตหลังเรียนจบมีสีสันด้วยการทำตามฝันเหมือนในหนังสือ ถึงแม้จะใช้เวลานานกว่าจะได้พาแม่ไปเยอรมันได้อย่างที่ฝัน แต่ในที่สุดก็ได้ทำตามความฝัน ส่วนการเขียนจดหมายหาแม่กลายเป็นนิสัยที่จะเขียนโปสการ์ดหาแม่ทุกวันที่เดินทางไปต่างประเทศ

พล็อตเรื่องง่ายๆคือนางเอกชื่อศุลีพร ไปเยี่ยมพี่ชายที่เรียนอยู่ที่เยอรมัน พี่ชายมีเพื่อนคนหนึ่งชื่อคุณนอง(ชยานนท์) นางเอกก็ได้อาศัยพระเอกพาเที่ยวยุโรป โดยในภาคแรก(ทางรัก)เป็นการท่องเที่ยวด้วยรถยนต์กันสามคนรวมพี่นางเอกด้วย ในภาคหลัง(สายสัมพันธ์) นางเอกได้ข่าวว่าพระเอกมีอุบัติเหตุ ก็ไปหาที่เยอรมัน พระเอกไม่ได้เป็นอะไรมาก ก็เลยได้พาเที่ยวกันอีกรอบ

เรื่องนี้เขียนโดยให้นางเอกเป็นผู้เขียนจดหมายหาแม่ เล่าเรื่องการท่องเที่ยวให้ฟัง รวมถึงเรื่องน่ารักๆที่เกิดขึ้นด้วย แต่คุณโรสลาเรนก็ทำให้จดหมายนั้นน่าติดตามด้วยเรื่องโรแมนติกของคุณนองกับศุลี  ทำให้น่าสนใจโดยการแทรกเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยลงไป บทกลอน หรือ คำดีๆหลายบทในหนังสือเล่มนี้เมื่อได้มาอ่านพบในหนังสืออื่นๆก็ทำให้จดจำได้และรู้สึกดี ที่ดีมากๆคือเหมือนอ่านสารคดีท่องเที่ยวเลยทีเดียว แต่เป็นฉบับโรแมนติก

ได้อ่านหนังสือชุดนี้ประมาณช่วง ม.ต้น และทำให้ตั้งใจไว้ว่าโตขึ้นจะไปเยอรมัน ไปสัญญากับแม่ไว้ด้วยว่าจะพาแม่ไปเที่ยว ได้ทำตามความฝันในการพาแม่ไปทัวร์ยุโรปเมื่อปี 1995  ส่วนทริปโรแมนติกในยุโรปที่ขับรถเที่ยวกับคุณนองในเมืองน่ารักๆนั้น ได้มาทำตามฝันกันในปี 2000 ,2013 และ 2016 คุณนองตัวจริงน่ารักไม่แพ้ในหนังสือค่ะ














หนังสือชุดนี้ก็เป็นแรงบันดาลใจที่ดีจริงๆนะคะ  :)  สำหรับหญิงสาวที่ชอบความโรแมนติกแบบไม่เลี่ยน แนะนำให้อ่านค่ะ

มีรูปคุณนองมาให้ดูด้วยค่ะ  คุณนองคนนี้ไม่ใช่คนตัวยักษ์ เคราเฟิ้มแบบในเรื่อง แต่เป็นคุณนองเวอร์ชั่นตัวสูง...มาก  ตัวขาวแต่ไม่มีหนวดเครา สุภาพ น่ารัก และไม่บ่นไม่ว่าเวลาขับรถพาเที่ยว  คุณน๊อง คณนองนะคะ

บ้านเล็กในป่าใหญ่



หนังสือชุดนี้เป็นหนังสือแนวครอบครัวที่ได้อ่านตั้งแต่เด็กๆ เข้าใจว่าได้อ่านตอนอายุ 11-12 ขวบ โดยอ่านจากห้องสมุดโรงเรียนตอนเข้าเรียนมัธยมต้น เป็นหนังสือชุดที่อ่านได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้เบื่อ

จนถึงวันเกิดอายุครบ 24 ปี พี่สาวคนรองซื้้อหนังสือชุดนี้เป็นฉบับปกแข็งให้ทั้งชุด น่าเสียดายที่หายไปบ้างเพราะเป็นหนังสือที่ชอบ ก็จะให้คนอื่นยืมไปอ่านด้วย แล้วก็หายไป

ตั้งแต่อ่านหนังสือมาก็อยากอ่านฉบับภาษาอังกฤษมาโดยตลอดเพราะอยากรู้ว่าศัพท์จริงๆที่เขาใช้ในเรื่องคือคำว่าอะไร จนเมื่อไปเรียนหนังสือที่ออสเตรเลีย ก็ได้อ่านทั้งชุดเป็นภาษาอังกฤษ แล้วก็เกิดกิเลสอยากได้ จนในที่สุดก็สั่งซื้อออนไลน์มาเก็บไว้ทั้งชุด

จำได้ว่าได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งเป็นบันทึกการเดินทางของเด็กหญิงคนหนึ่งไปตามรอยลอร่า ในหนังสือมีรูปถ่าย ทำให้มองภาพได้ชัดเจนขึ้นว่าที่ลอร่าเล่านั้นเป็นอย่างไร เช่นลอร่าพูดถึงการเดินทางด้วยเกวียน เราจะนึกภาพเกวียนแบบฝรั่งไม่ออกเลย ตอนนั้นก็นึกถึงเกวียนแบบไทยๆ ยังคิดว่าจะไปพอได้ยังไง เกวียนเล็กนิดเดียว   อยากไปตามรอยลอร่าแบบนั้นจังเลย

และเมื่อเห็นเขาทำหนังสือชุดบ้านเล็กทั้งชุดภาษาไทยเป็นปกอ่อนก็อดไม่ได้ที่จะซื้อไว้อีกทั้งชุดเช่นกัน

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เขียนโดย Laura Ingall Wilder เขียนเป็นเรื่องเล่าถึงครอบครัวของลอร่า โดยเริ่มตอนที่ลอร่าอายุ 11 ขวบ อาศัยอยู่ในป่าใหญ่ที่รัฐวิสคอนซิน มีพ่อ แม่ พี่แมรี่พี่สาว และมีน้องสาวอีกคนชื่อแครี่ ครอบครัวนี้อาศัยอยู่ในกระท่อม มีญาติอยู่ใกล้ๆเป็นครอบครัว แต่หลังจากนั้น พ่อก็พาออกเดินทางเพื่อบุกเบิกและจับจองที่ดิน ก็ได้เดินทางไปที่ต่างๆ จนในที่สุดไปตั้งรกรากที่ เดอะสเม็ตที่ South Dakota     จนลอร่าโต เรียนจบ เป็นครูและแต่งงานในที่สุด

การเขียนเล่าเรื่องราว ลอร่าทำได้น่าอ่านมาก อ่านแล้วรู้สึกถึงความรักความอบอุ่นในครอบครัว

ชีวิตหลังจากช่วงที่ลอร่าแต่งงาน ยังคงมีต่อในเรื่อง สี่ปีแรกและตามทางสู่เหย้า แต่อาจแล้วรู้้สึกเศร้าๆ ไม่น่าสนุกเหมือนหนังสือในชุด

อีกเล่มหนึ่งก็คือเรื่องตอนที่ลอร่าไปเยี่ยมลูกสาวที่ซานฟรานซิสโก ชื่อเรื่อง จดหมายจากลอร่า ทำให้รู้เรื่องต่างๆในซานฟรานมากขึ้นเยอะทีเดียว  :)

ทั้งหมดในชุดที่ซื้อมาตอนหลัง 12 เล่ม มีชื่อเรื่องตามนี้ค่ะ

บ้านเล็กในป่าใหญ่
บ้านเล็กในทุ่งกว้าง
เด็กชายชาวนา
บ้านเล็กริมห้วย
ริมทะเลสาบสีเงิน
ฤดูหนาวอันแสนนาน     
เมืองเล็กในทุ่งกว้าง
ปีทองอันแสนสุข
สี่ปีแรก
ตามทางสู่เหย้า
ชีวิตต้องสู้:ลอร่า อิงกัลล์สไวเดอร์
จดหมายจากลอร่า (West from Home)

http://en.wikipedia.org/wiki/Laura_Ingalls_Wilder

หนังสือชุดปริศนา ของ ว ณ ประมวญมารค

หนังสือชุดนี้มี 3 เรื่อง เรื่องแรกคือ ปริศนา เรื่องที่สองคือเจ้าสาวของอานนท์ และเรื่องที่สามคือ รัตนาวดี โดยตัวละครในสามเรื่องนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกัน แต่เนื้อเรื่องไม่ได้ต่อเนื่องกัน

ผู้แต่งหนังสือชุดนี้คือ ว ณ ประมวญมารค หรือ หม่อมเจ้าหญิงวิภาวดีรังสิต พระธิดาของ น.ม.ส. และเป็นชายาของหม่อมเจ้าปิยะรังสิต รังสิต

อ่านเล่มแรกคือปริศนา ตอนอ่านก็ยังเด็กมาก อยู่ช่วงประมาณ ม.ต้น เพราะฉะนั้นการที่นางเอกเป็นหญิงสาวสวย มาจากอเมริกา มาพบรักกับท่านชายที่แสนจะเพอร์เฟ็ค เป็นพล็อตเรื่องที่ชวนฝันจริงๆ แต่สิ่งที่ได้จากปริศนาคือการมองสภาพชีวิตคนในยุคนั้นซึ่งมีอะไรดีๆมาก เช่นการวางตัว ชีวิตความเป็นอยู่ มุมมอง ฯลฯ  รวมทั้งอ่านสนุกเป็นอย่างมาก

เจ้าสาวของอานนท์ เป็นภาคต่อจากปริศนา โดยจับตัวละครตัวหนึ่งคืออานนท์ซึ่งเป็นเพื่อนชายของปริศนาให้มาพบรักกับ สุ ซึ่งเป็นญาติกับปริศนา แต่ไม่รู้จักกันจนมาเฉลยเอาตอนจบ เรื่องนี้ทำให้รู้ว่า อ้อ พระเอกรุ่นโน้น เขาก็ทำงานกันเหมือนกัน พระเอกเป็นวิศวกรไปซ่อมเครื่องที่สวนของนางเอก ซึ่งมีกิจการสวนใหญ่โต เนื้อเรื่องก็ปะติดปะต่อจนรู้ว่านางเอกกับปริศนาเป็นญาติกัน โดยมีเบื้องหลังในครอบครัวของลุงของปริศนาเป็นเหตุ  จบแบบมีความสุขตามสไตล์ของท่าน ว ณ ประมวญมารค เช่นเคย

ส่วน รัตนาวดีเป็นหนังสือเล่มที่สามในชุด เป็นเรื่องของท่านหญิงรัตนาวดีไปเที่ยวยุโรป มีป้าแนบตามไปดูแล แล้วไปพบรักกับท่านชายดนัยวัฒนา โดยท่านชายปลอมตัวเป็นคนขับรถมาขับรถพาเที่ยว ที่ต้องปลอมตัวเพราะทีแรกท่านหญิงไปหาท่านชายแต่ไม่เจอ แล้วเมื่อไปหาเจอพระเอกแต่เข้าใจว่าพระเอกเป็นคนรับใช้ของท่านชาย พระเอกก็เลยสวมรอย เนื้อเรื่องก็เป็นการท่องเที่ยวในมุมมองของท่านหญิง ผสมกับความโรแมนติก

เรื่องนี้มีความคล้ายกับเรื่องทางรัก - สายสัมพันธ์ของโรสลาเรนมาก ทั้งพล็อต ฉาก กลวิธีการเขียน จนเกือบคิดว่าคุณโรสลาเรนอาจได้แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งจากหนังสือเล่มนี้ด้วยซ้ำ

ส่วนตัวมีเรื่องรัตนาวดีเป็นแรงบันดาลใจให้อยากท่องเที่ยวยุโรปค่ะ รวมถึงนิสัยการเขียนโปสการ์ดกลับบ้านก็ได้จากเรื่องนี้และทางรัก


สามก๊ก

To be reviewed

ได้ยินเขาพูดว่า "ใครอ่านสามก๊กครบสามจบคบไม่ได้" ถ้านับจริงๆคิดว่าตัวเองอ่านครบสามจบ แต่เป็นการอ่านของเด็กสิบขวบ ภึงจะอ่านซ้ำซากไปมาหลายรอบ เมื่อจับมาอ่านอีกครั้งตอนอายุมากๆก็จะพบว่ามุมมองในการอ่านเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ความเข้าใจในสถานการณ์ก็ต่างกัน

บางประโยคในเรื่องก็ยังจดจำได้ ถึงเวลาจะผ่านมาหลายปี  เช่น "อันตัวท่านนี้หรือชื่อลกเจ๊ก เมื่อเด็กๆเคยลักส้มเขาเอาไปให้มารดา นั่งลงนี่เถิดเราจะเจรจาด้วย" ตอนนั้นอ่านด้วยความรู้สึกว่าขงเบ้งเก่งจัง รู้เรื่องของลกเจ๊กด้วย แต่มาอ่านตอนโตรู้สึกว่า น่ากลัวเกินไปแล้ว กับการหาข้อมูลของคนที่เราติดต่อด้วย

ในหนังสือเล่มที่อ่านเป็นฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) สองเล่มจบ หนักมากๆ มีสิ่งที่คาใจมาตลอดคือชื่อเมือง เพราะเมื่อโตขึ้นติดหนังสือกำลังภายใน เขาก็พูดชื่อเมือง แต่เมื่อเราไปเมืองจีนจริงๆ เวลาค้นหาชื่อเมืองต้องอิงภาษาอังกฤษและจีนกลาง เทียบชื่อเมืองปัจจุบันไม่ถูกเลย ดีที่เดี๋ยวนี้มีชุมชนคนอ่านสามก๊กที่เขาทำแผนที่ไว้ พอจะไปหาอ่านเพิ่มเติมได้

สามก๊กเริ่มต้นเรื่องปลายสมัยราชวงศ์ฮั่น

พุทธธรรม

To be reviewed

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ซื้อให้คุณแม่ในโอกาสครบรอบวันเกิด 68 ปี (ถ้าแม่อยู่ปีนี้จะอายุ 85 ปีค่ะ) ตั้งแต่ซื้อมาก็พยายามอ่าน แต่ไม่เคยอ่านได้จบ

จะพยายามอ่านให้จบในปีนี้และรีวิวไว้ค่ะ

ตุลาคม 2556
สองปีหลังจากโพสต์แรก มาบันทึกว่ายังอ่านไม่จบค่ะ

โอ้ การหาความรู้ใส่ตัวเป็นเรื่องยากจริงหนอ ทั้งๆที่รู้ว่าดี กลับไม่มีโอกาสได้ศึกษา บารมีมีไม่พอจริงๆ

Friday, August 19, 2011

เที่ยวฝั่งธน...



ได้ไปสัมมนา การเตรียมความพร้อมของอุดมศึกษาไทยกับการปรับตัวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน วันที่18-19 สิงหาคม 2554 หอประชุมกองทัพเรือ ทีแรกก็งงๆไม่รู้จะไปยังไง ไม่รู้จักแถวนั้นเอาเลย ทั้งๆที่อยู่ฝั่งตรงข้ามท่าราชวรดิษฐ์แค่นี้เอง

ก็เลยเลือกที่จะพักโรงแรมเพราะไม่แน่ใจว่าถ้าเดินทางจากบ้านจะนานแค่ไหน อยู่โรงแรมใกล้ๆอย่างน้อยๆก็เดินทางใกล้กว่าและมีอาหารเช้าให้กินด้วย เลือกพักที่ รีสอร์ทบางพลัด เพราะเคยมาเมื่อสองปีก่อน ยังประทับใจมาก ตอนโทรมาจอง ตกใจ เพราะเขามีราคาโปรโมชั่น ลงไปเหลือแค่ 700 บาทต่อคืนรวมอาหารเช้า ทั้งๆที่เป็นโรงแรมสวย มีสไตล์มากๆ



เดินทางจากที่พักไปโรงแรมไม่ไกลเลย แต่ไปรถติดแถวศิริราชนิดหนึ่ง พอเข้าไปที่หอประชุม เห็นวิวเจ้าพระยาที่สวยมาก ฝั่งตรงข้ามเป็นท่าราชวรดิษฐ์ เห็นพระบรมมหาราชวัง มองไปทางขวา ก็เห็นพระปรางค์วัดอรุณอยู่ไม่ไกล จริงๆคืออยู่ถัดกันไปแต่เดินตัดไปไม่ได้ ต้องออกไปนอกถนนแล้วเดินเข้าซอยวัดอรุณอีกที




ตอนเที่ยงของวันสัมมนา 18 สิงหาคม 2554 ไม่อยากกินข้าวที่เขาจัดเลี้ยงเพราะรู้สึกว่าคนแน่นมาก คงต้องคอยกันนาน ก็เลยเดินไปเที่ยววัดอรุณ ทางเดินเข้าเขาปูเป็นหินก้อนใหญ่ๆ ดูโบราณมาก ถนนก็เล็กๆ ดูเหมือนถนนสมัยก่อน


วัดอรุณยังคงเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ มีคนมาเที่ยวมาก ส่วนใหญ่เห็นมาทางเรือ เดินดูรอบวัด รู้สึกตัวว่าไม่ได้มาที่นี่นานมาก หลายปีแล้ว เดินไปเยี่ยมเยียนยักษ์วัดแจ้งสองตนนั้น



ขากลับระหว่างทางเดินกลับหอประชุมกองทัพเรือ แวะกินข้าวมันไก่ไหหลำ เขาโฆษณาว่าเปิดมา 50 กว่าปีแล้ว ก็อร่อยดี เป็นรสชาติที่คุ้นเคย

อยู่แถวนี้สองวัน ชอบวิวที่นี่มาก วันสุดท้าย(วันที่สอง) ได้เข้าประชุมที่ห้องชมวังซึ่งอยู่อีกตึกหนึ่ง เป็นห้องชั้นบน มองเห็นวิวพระบรมมหาราชวังสวยมากๆ ตอนเลิกประชุมก็อาศัยเรือข้ามฟากของกองทัพเรือเขารับส่งฟรีไปลงที่ท่าราชวรดิษฐ์ (แต่ต้องเป็นลำสีขาว ลำสีเทาๆเขาไม่ให้คนทั่วไปขึ้น) ตอนกลับฝนตกพอดี เปียกไปตามๆกัน





Tuesday, May 17, 2011

นกในดวงใจ

วันนี้เข้า FB กลุ่มย่อย มีพี่คนหนึ่งโพสต์รูปนกกะลิงเขียดหางหนาม นกหายากที่แก่งกระจาน ก็เลยมานั่งนึกว่าตัวเองชอบนกอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า นึกๆแล้วก็อยากบันทึกไว้ เพราะรายการดูนกทั้งหลายมันก็หายไปเรื่อยๆ

นกที่ชอบ: กระเต็นอกขาว ตะขาบทุ่ง

นกที่อยากเห็น: กะลิงเขียดหางหนาม

นกที่ประทับใจ: Towny Frogmouth, Java Frogmouth, Green Broadbill, Asian Paradise Bee eater, Common Starring

Monday, May 16, 2011

ปริศนาสวนลับ

เรื่องนี้อ่านจบไปเดือนที่แล้ว แต่อยากจะบันทึกไว้ว่าชอบเรื่องนี้มาก เดี๋ยวค่อยมารีวิว

ตำนานลับขุมทรัพย์เทมปลาร์


หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือแปลจาก The Templar Legacy ของ Steve Berry คนเขียนหนังสือรหัสลับรัสปูตินที่วางแผงไปก่อนหน้านี้ หนังสือเป็นฉบับแปลโดย ธนชน สำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์ เดือน มิถุนายน ปี 2550 (หนังสือภาษาอังกฤษพิมพ์ปี 2006) จำนวน 503 หน้า ราคา 379 บาท ถูกจัดในกลุ่ม Unputdownable Mystery

เนื้อหาเป็นเรื่องการไล่ล่าขุมทรัพย์เทมปลาร์ที่ดีอีกเล่มหนึ่ง ยังอ่านไม่จบ แต่มาบันทึกไว้ก่อน กลัวลืม

ตัวเอกชื่อมาโลน และสเตฟานี ซึ่งมาโลนเคยเป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของสเตฟานีในหน่วยสายลับอเมริกันแต่มาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยเรื่องส่วนตัวของสเตฟานี ผู้มีสามีที่เสียชีวิตไปแล้วซึ่งค้นคว้าเกี่ยวกับขุมทรัพย์ในตำนาน

เรื่องนี้ดำเนินเรื่องใน เดนมาร์ก และ อาวิญง ฝรั่งเศส
เวลาอ่านแล้วจะนึกถึงเล่มอื่นๆที่มีเนื้อหาเี่กี่ยวข้องกัน สนุกดี เหมือนคุ้นเคยกับเรื่องนี้มากทั้งๆที่เป็นเรื่องของศาสนาคริสต์

Saturday, May 14, 2011

ปลาในตลาดสด...รู้จักกันบ้างไหมคะ


สองสามวันก่อนไปตลาดแล้วซื้อปลาตัวเล็กๆมาเยอะแยะจะเอามาต้มให้น้องแมวลูกอ่อนที่บ้าน หยิบปลาขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองรู้จักปลาพวกนี้น้อยมาก ในเจ็ดชนิดรู้จักแต่ปลากระบอกอย่างเดียว ก็เลยโพสต์ถามใน FB ได้คำตอบจากน้องกุ้งว่า

"แถวซ้ายมี...ปลาทราย ปลากดขาว ปลาแดง และปลาหัวมัน, แถวขวามี...ปลากระบอก ปลาจวด และปลาแป้น ทุกชนิดสามารถทาขมิ้น กระเทียม และเกลือทอดกรอบได้หมดเลยค่ะ ถ้าเมนูอื่นก็มีแกงส้ม หรือต้มเต้าเจี้ยวได้ค่ะ แต่ที่บ้านถ้ามีปลาเล็ก ๆ หลากหลายแบบนี้ชอบทำคั่วเกลือค่ะ...ตำตะไคร้(เยอะ ๆ) ขมิ้น กระเทียม หัวหอม เกลือ เข้าด้วยกัน ใส่กะปิเล็กน้อย ใส่น้ำพอขลุกขลิก ตั้งไฟให้เดือด ใส่ปลาลงไป ตั้งไฟปานกลางให้ปลาสุก สังเกตุให้เครื่องเกาะตัวปลา ยกลงคลุกข้าวร้อน ๆ ...อร่อยเหาะค่ะ"

รู้สึกตัวเองรู้เรื่องใกล้ตัวน้อยจัง ทีเรื่องไกลตัวจะรู้เยอะแยะ...รู้จักซีลาคานส์ รู้จักปลาประหลาดๆ แต่ปลาที่กินได้ในตลาดสดไม่ยักรู้จัก ก็เอามาบันทึกกันไว้ดีกว่าเป็นความรู้ใกล้ตัว

และก็พยายามเก็บภาพปลาในตลาดไว้เรื่อยๆ ใครจะไปรู้ว่าต่อไปเราอาจจะไม่ได้เห็นปลาพวกนี้อีก










Saturday, March 19, 2011

Super moon/Vernal equinox

วันนี้มี Super moon ดวงจันทร์โคจรเข้าใกล้โลก เวลาที่ใกล้ที่สุดคือตีสอง แต่คาดว่าจะไม่ตื่นมาดู ก็เลยดูตั้งแต่หัวค่ำ ปรากฏว่ามีฝนตกอีก ก็เลยตามมาดูตอนสามทุ่ม พระจันทร์กลมโตสวยงาม แต่น้อง Canon compact สุดที่รักทำได้ดีที่สุดแค่นี้ก็เลยไม่เห็นกระต่ายบนดวงจันทร์ :)

Supermoon เป็นปรากฏการณ์ที่ดวงจันทร์โคจรเข้าใกล้โลกมากที่สุดและเป็นวันเพ็ญพอดี เราจะมองเห็นดวงจันทร์ขนาดใหญ่กว่าปกติค่ะ ปีหนึ่งๆอาจเกิดซูเปอร์มูนได้หลายครั้ง ปี 2556 เกิด 3 ครั้ง ปี 2557 เกิด 3 ครั้ง วันที่ 12 กรกฎาคม  10 สิงหาคม และ 9 กันยายน ค่ะ



ส่วนพรุ่งนี้เป็นวันวสันตวิษุวัต หรือ Vernal Equinox หรือ Spring Equinox ซึ่งเป็นวันที่จุดที่ระนาบวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ตัดกับเส้นศูนย์สูตรพอดี สิ่งที่เกิดขึ้นคือ บนโลกนี้กลางวันและกลางคืนจะมีเวลาเท่ากันค่ะ ปีหนึ่งจะมีวันแบบนี้สองวัน สำหรับปีนี้คือวันที่ 20 มีนาคมและ 23 กันยายนค่ะ (หลังจากวันที่ 20 มีนาคม บ้านเราจะเริ่มมีกลางวันนานกว่ากลางคืน แล้วจะแกว่งกลับมามีกลางวันเท่ากับกลางคืนในวันที่ 23 กันยายน แล้วจะเริ่มมีเวลากลางคืนนานกว่ากลางวันอีก)...... เหตุผล: เพราะโลกมันเอียงค่ะ :)

ปีนี้ปรากฏการณ์ทั้งสี่จะเป็นตามนี้
20 มีนาคม Vernal Equinox
21 มิถุนายน Summer Solstice
23 กันยายน Autumnal Equinox
22ธันวาคม Winter Solstice