Wednesday, November 02, 2016

แม่พลอยเมื่อสิ้นแผ่นดินที่หนึ่ง


แม่พลอยเป็นสาวชาววังในยุคสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ใช้ชีวิตใต้เบื้องยุคลบาทพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลต่อมารวมได้ถึงสี่แผ่นดิน ชีวิตของแม่พลอยเป็นตัวละครสมมติในนวนิยายเรื่อง “สี่แผ่นดิน” ของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธ์ ปราโมช ที่มีผู้อ่านติดตามใส่ใจและห่วงใยเสมือนแม่พลอยมีตัวตนจริง และยังสงสัยกันว่าน่าจะมีใครสักคนในยุคสมัยนั้นเป็นต้นแบบ ในเรื่องนี้หม่อมราชวงศ์คึกฤทธ์ ปราโมชได้บอกกล่าวไว้ชัดเจนว่า แม่พลอยเป็นตัวละครสมมติไม่มีตัวตนจริง แต่สิ่งที่เป็นของจริงคือฉากที่บรรยายเหตุการณ์ต่างๆในหนังสือ เพราะผู้ประพันธ์ตั้งใจจะให้เป็นที่รวบรวม “รายละเอียดเบื้องหลังประวัติศาสตร์”
ฉันได้อ่านหนังสือเรื่องสี่แผ่นดินตั้งแต่อายุน้อยๆประมาณเดียวกับอายุแม่พลอยตอนเด็กๆในเรื่อง สิ่งที่แม่พลอยได้บรรยายจากสายตาของเด็กๆช่างงดงาม เมืองไทยในยุคสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นเมืองที่แสนจะสงบร่มเย็น มีความเป็นไทย มีธรรมชาติ มีวิถีแห่งไทย โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง โดยเฉพาะในวังหลวงที่แม่พลอยได้เข้าไปอาศัย ความละเมียดละไม วิจิตรบรรจง และความประณีตที่แม่พลอยได้ฝึกฝนในการเป็นสาวชาววัง ชีวิตชาววังที่มีสิทธิ์ใกล้ชิดเจ้าชีวิตของคนไทย ชีวิตที่ได้เห็นพระราชพิธีที่คนภายนอกจะไม่มีโอกาสได้เห็นอย่างใกล้ชิด ได้เห็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม แปลกใหม่ที่เข้ามาทำให้เมืองไทยเปลี่ยนโฉมและพัฒนาในด้านต่างๆ ทำให้ฉันนึกภาพตามได้อย่างง่ายดายทั้งๆที่ไม่ได้อยู่ในยุคสมัยนั้น
นึกดูซิว่าแค่ของฝากที่แม่แช่มนำมาให้พลอยหลังจากฝากพลอยถวายตัวให้เสด็จชุบเลี้ยงก็เป็นของที่ต้องใช้เวลาใช้ความคิด
“แล้วแม่ก็หยิบชะลอมเล็กๆน่าเอ็นดูเป็นที่สุดขึ้นมาหลายชะลอม ของในชะลอมนั้นเมื่อพลอยแลเห็น ก็เกือบจะลิงโลดด้วยความดีใจ ชะลอมหนึ่งมีปลากรอบตัวเล็กๆเท่านิ้วก้อย เข้าไม้ตับไว้อย่างกับของจริง อีกชะลอมหนึ่งมีมะขามป้อมลูกเล็กๆได้ขนาด อีกชะลอมหนึ่งใส่ไข่เต่าเปลือกขาวสะอาด ส่วนอีกชะลอมหนึ่งนั่นใส่ไข่เค็มทำด้วยไข่นกกระจาบ พอกขี้เถ้าลูกเล็กๆไม่เกินปลายหัวแม่มือ แต่สิ่งสุดท้ายที่แม่ล้วงจากชะลอมคือทุเรียนกวนพวงหนึ่ง ห่อกาบหมากเรียบร้อยเป็นห่อเล็กๆ แต่ละห่อน่าเอ็นดูเพียงจะขาดใจ”
โลกของแม่พลอยช่วงแรกอยู่ในวังหลวงใต้ร่มพระบารมีอย่างเป็นสุข
จนเมื่อแม่พลอยออกเรือน ออกมาอยู่นอกวังกับคุณเปรม มีครอบครัว มีลูก ชีวิตของแม่พลอยก็เป็นหนึ่งในข้าแผ่นดินที่ใช้ชีวิตตามวิถีคนกรุงเทพยุคนั้น ได้เห็นชีวิตของชาวบ้านร้านตลาด ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสบายตามฐานะ
และแล้วก็มาถึงวันที่แม่พลอยต้องพบกับความสูญเสียที่เป็นความรู้สึกร่วมกันกับคนไทยทั้งประเทศ เมื่อรัชกาลที่ 5 ประชวรและเสด็จสวรรคตในวันที่ 23 ตุลาคม 2453 ในหนังสือ “สี่แผ่นดิน” บรรยายไว้ว่า
“ วันนั้นอากาศมืดครึ้มไปทั่ว ไม่มีแสงแดด ทำให้แลดูครึ้มเยือกเย็น ลมเหนือที่เริ่มจะพัดในเดือนตุลาคมหยุดนิ่งในวันนั้น แม้แต่ใบไม้สักใบก็ไม่มีกระดิก เสียงนกเล็กๆที่เคยร้องอยู่ตามพุ่มไม้ก็เงียบหายไป ธรรมชาติทั่วทั้งกรุงเทพดูเหมือนจะแสดงความโศกสลดในความวิปโยคอันยิ่งใหญ่ ”
“ อย่างน้อยที่สุดที่ตนจะทำได้ในวันนี้ก็คือไปคอยเฝ้าถวายบังคมพระบรมศพตามข้างถนนหนทาง ยังดีกว่านั่งอยู่ที่บ้านโดยไม่มีจิตใจจะทำอะไรถูก พอนึกออกพลอยก็รีบแต่งกายเข้าเครื่องไว้ทุกข์ บอกนางพิศให้ไปตามรถม้ามาคันหนึ่ง แล้วก็ขึ้นรถม้าออกจากบ้านสองคนกับนางพิศมุ่งหน้าไปทางถนนราชดำเนิน
ตลอดทางที่พลอยผ่านมีแต่ชาวบ้านร้านตลาด แต่งกายไว้ทุกข์นุ่งดำเดินมุ่งหน้าไปทางเดียวกันทั้งสิ้น ทุกคนมีใบหน้าอันเศร้าหมอง ส่วนมากถือดอกไม้ธูปเทียนในมือ บางคนเดินร้องไห้ดังๆ ทุกคนต่างมุ่งหน้าไปคอยกระบวนแห่พระบรมศพ เพื่อถวายบังคมสักการะในวันนี้”
“พอพระยานมาศเคลื่อนมาอยู่ตรงหน้า พลอยก็ก้มลงกราบถวายบังคม และเมื่อเงยหน้าขึ้น ตาก็พอดีไปจับอยู่ที่ใบหน้าทหารที่ยืนรายทาง ทหารคนนั้นยืนถือปืนกลับปลายกระบอกปืนก้มหน้าไม่มีกระดิกตามที่ได้รับคำสั่ง ใบหน้าของทหารคนนั้นเป็นใบหน้าของเด็กหนุ่มชาวบ้านนอกเหมือนกับเด็กหนุ่มคนอื่นๆที่เกณฑ์เข้ามา แต่สิ่งที่เข้ามาปลดปล่อยความรู้สึกของพลอยให้ประทุออกมาทั้งหมดก็คือใบหน้าของทหารหนุ่มนั้น มีทางน้ำตาเป็นทางยาวไหลออกมาจากเบ้าตาทั้งสองข้างและน้ำตานั้นไหลอยู่ไม่ขาดสาย พลอยเป็นคนไม่ค่อยแสดงความรู้สึกออกมาให้คนอื่นเห็น แต่เมื่อเห็นหน้าทหารคนนั้นด้วยแสงเทียนที่ถืออยู่ พลอยก็ปล่อยโฮออกมาอย่างหมดอับอาย”
ในความเป็นเด็กสิบขวบ ฉันอ่านมาถึงตอนนี้ ก็อ่านผ่านเลยไป เพราะไม่ได้มีความรู้สึกร่วมใดๆ
เหตุการณ์ในวันที่ 23 ตุลาคม 2453 เหมือนกลับมาซ้ำรอยเดิมในวันที่ 13 ตุลาคม 2559 เวลาผ่านไป 106 ปีแล้ว นับจากวันที่แม่พลอยไปคอยถวายบังคมพระบรมศพ และฉันได้อ่านหนังสือสี่แผ่นดินมาหลายสิบรอบแล้วเช่นกัน แต่การกลับมาอ่านหนังสือ “สี่แผ่นดิน” ในวันนี้ ฉันร้องไห้น้ำตาไหลไม่ขาดสาย และคงจะร้องไห้อีกหลายครั้งหากกลับมาอ่านอีกในอนาคต
เข้าใจแล้วกับความรู้สึกที่ว่า “เกิดมาในแผ่นดินของท่านที่รู้สึกว่าเป็นสุขมาแต่น้อยคุ้มใหญ่ มีชีวิตอยู่ได้ด้วยความแน่นอนเหมือนกับว่ามีต้นโพธิ์ต้นใหญ่คุ้มกันอยู่ให้ได้รับความร่มเย็นเพราะพระบารมี”
เนื้อหาบางส่วนคัดจากหนังสือ “สี่แผ่นดิน” ของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช
ภาพจาก เว็บไซต์ https://news.thaipbs.or.th/content/256946
วิดีโอการเคลื่อนพระบรมศพจากโรงพยาบาลศิริราชไปที่พระบรมมหาราชวัง https://www.youtube.com/watch?v=ltWPF_I1Swk

Saturday, July 16, 2016

Digital Nomad ...คนรักการเที่ยวและทำ(งาน)ยุคดิจิตัล

ปัจจุบันมีไลฟ์สไตล์แบบหนึ่งที่เป็นที่นิยมกันคือการทำงานโดยไม่ต้องผูกติดกับออฟฟิศ ไม่ต้องทำงานประจำ ได้เดินทางไปยังที่เราชอบตลอดเวลา ทำงานคนเดียวหรืออาจจะเป็นกลุ่ม ทำงานโดยเน้นการติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต คนที่ทำงานแบบนี้มักเป็น freelance เจ้าของกิจการ start up หรือทำธุรกิจออนไลน์ที่ขาย digital content เช่น ขายภาพ เขียนโปรแกรม เขียนบล็อก ฯลฯ สถานที่ทำงานคือที่ใดก็ได้ที่สามารถติดต่อสื่อสารอินเทอร์เน็ตได้ เช่น ร้านกาแฟ  ห้องสมุด ออฟฟิศให้เช่า หรือแม้แต่ในที่พัก

นึกถึงบรรยากาศประมาณว่า วันหนึ่งเราตื่นขึ้นมาตอนเช้าในที่พักริมชายหาด ได้ใช้เวลาแบบไม่ต้องเร่งรีบ โต๊ะทำงานของเราอาจจะเป็นโต๊ะนั่งเล่นซักตัวริมทะเล มีกาแฟให้ดื่ม มีเสียงคลื่นเบาๆ ทำงานไปเท่าที่มีไฟอยากทำ เบื่อบรรยากาศแบบนี้ก็อาจจะย้ายที่ทำงานไปทำงานในเมืองตามร้านกาแฟ หรือถ้าต้องการออฟฟิศจริงๆก็ไปเช่าออฟฟิศตาม Coworking space ที่ในเมืองไทยตอนนี้มีการขยายตัวให้บริการขึ้นมาก  อยู่ริมทะเลซักพักอยากเปลี่ยนไปเที่ยวภูเขา ก็แค่เปลี่ยนที่พักแต่ยังทำงานได้ตามปกติ และถ้าอยากท่องเที่ยวเห็นโลกให้มาก ก็ย้ายที่ทำงานข้ามประเทศ อยู่ประเทศนี้สองสามเดือน อยู่อีกประเทศอีกสองสามเดือน เป็นต้น

แนวคิดแบบนี้มีมานานแล้ว มีคนทำตัวเป็น Digital Nomad อยู่จำนวนมากในโลกนี้ ปัจจุบันมีงานที่ทำในลักษณะออนไลน์มากขึ้นการแชร์ข้อมูลให้กัน มีถึงขนาดการจัดประชุมกัน เช่น DNX - Digital Nomad Conference จัดมาสองปีแล้วที่เบอร์ลินและกรุงเทพ ปีหน้านี้ ปี 2017 จะจัดที่โปรตุเกส

จริงๆทุกยุคสมัยคนที่ต้องทำงานและเดินทางมากๆก็มีมาโดยตลอด แต่ด้วยความก้าวหน้าของไอทียุคนี้ ทำให้โอกาสแบบนี้ขยายตัวเปิดโอกาสให้คนจำนวนมากทำตามความฝันของตัวเองได้นะคะ  ยุคนี้มีสมาร์ทโฟน มีอินเทอร์เน็ต มี social media มีบริการคลาวด์ มี VoIP ชีวิตเราติดต่อกันง่ายขึ้นทางดิจิตัล รู้จักแต่ตัวตน avatar .....แต่กลับน้อยลงในเชิงปฏิสัมพันธ์กับคนจริงๆ
===============================================================
เขียนบันทึกนี้เพราะเพิ่งอ่านบทความในบีบีซีที่พูดถึงการปรับตัวของคนที่เป็น Digital nomad  เมื่อเที่ยวจนอิ่มตัวและต้องการกลับมาลงหลักปักฐานบางครั้งก็ไม่ง่าย ถึงแม้จะเป็นการกลับบ้านก็ตามค่ะ
http://www.bbc.com/capital/story/20160706-the-problem-expats-find-with-returning-home


ป,ล, เห็นนักศึกษาของเราจำนวนหนึ่งทำตัวคล้าย Digital nomad คือ ไม่ค่อยมาเรียน พบเห็นข่าวคราวการท่องเที่ยวจากเฟสบุ๊กเสมอๆ  อืมม์ มันยังไม่ใช่รึเปล่าคะ เรียนจบก่อนค่อยเป็นก็ได้นะคะ.... J

Wednesday, June 01, 2016

ดาวอังคารใกล้โลก

31 ฤษภาคม 2559 คืนนี้คืนอังคารสีชมพู........ออกมาดูดาวกันค่ะ 






คืนนี้ดาวอังคารจะมองเห็นชัดมากนะคะ ตอนนี้อยู่ทางทิศตะวันออกสูงขึ้นมามากแล้ว จะเห็นไปตลอดคืนค่ะ ใครยังไม่ได้ออกมาดูดาวก็ยังมาดูทันนะคะ

ช่วงนี้ดาวอังคารเข้าใกล้โลกมากที่สุดในรอบ 11 ปี ถ้าออกไปดูตอนนี้ หันหน้าไปทิศตะวันออกเฉียงใต้นิดหน่อย ดาวอังคาร Mars จะเป็นดาวที่สว่างมากๆอยู่ด้านบน เป็นดาวที่แสงนิ่งๆไม่กระพริบนะคะ ใต้ลงมาจะเป็นกลุ่มดาวแมลงป่อง Scorpion เห็นเป็นแมลงป่องเต็มตัว สวยงามมากๆ ใกล้ๆหัวใจแมลงป่องจะเห็นดาวเสาร์ Saturn อยู่ทางซ้าย เป็นดาวสว่างไม่กระพริบแสงเช่นกัน เพราะเป็นดาวเคราะห์

ดาวอื่นๆที่น่าดูมากเพราะคืนนี้ฟ้าโปร่ง มองไปจากกลางฟ้าไปทางทิศตะวันตก จะมีดาวใหญ่ไม่กระพริบแสงอีกดวง ดวงนั้นคือ ดาวพฤหัสบดีค่ะ อยู่ในกลุ่มดาวสิงโต

มองไปทิศใต้ จะเห็นดาวสว่างมากสองดวงเหมือนเป็นเส้นชี้ไปสู่กลุ่มดาวชุดหนึ่งที่มองเห็นดาวสี่ดวงเรียงกันเป็นรูปไม้กางเขน นั่นคือกลุ่มดาวกางเขนใต้ Southern Cross ค่ะ สวยมากๆ ชัดมากด้วย


หันไปทิศเหนือ คนที่บ้านอยู่กลางทุ่งจะสามารถมองเห็นดาวเหนือได้อยู่ขึ้นจากขอบฟ้ามาหน่อยนึงค่ะ แต่ดาวที่เห็นชัดมากคือกลุ่มดาวหมีใหญ่ Big Dipper คนไทยเรียกว่า ดาวจระเข้ ตอนนี้ทำตัวเหมือนกลอนที่เคยท่องตอนเด็กๆเลยค่ะ เพราะตอนนี้จระเข้ "ศีรษะตกหันหางขึ้นกลางหาว" จริงๆด้วย :
ออกมาดูดาวกันเถอะ ‪#‎ดูดาวกันเถอะ‬

เกือบตีห้า ชะโงกมาดูท้องฟ้าอีกครั้ง จันทร์เสี้ยวคืนแรมกำลังขึ้นทางทิศตะวันออก
มองไปทิศตะวันตกดาวอังคารกำลังจะลับขอบฟ้า ดาวแมลงป่องกำลังชูหางขึ้นและหันหัวปักลงทางทิศตะวันตก ตามรูป

ถ้ามองทิศเหนือตอนนี้ดาวจระเข้ตกลับขอบฟ้าไปแล้ว จะมีกลุ่มดาวแคสซิโอเปียหรือกลุ่มดาวค้างคาวขึ้นมาแทนเพราะสองกลุ่มดาวนี้อยู่ตรงข้ามกัน กลุ่มหนึ่งขึ้นกลุ่มหนึ่งจะลงค่ะ เป็นกลุ่มดาวที่มองแล้วสามารถบอกทิศเหนือคร่าวๆได้จากการลากเส้นตรงผ่านจุดหลักๆของกลุ่มดาวค่ะ

Tuesday, May 31, 2016

Embrace of the Serpent หนังอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาด

หนังเรื่องนี้เป็นหนังอีกเรื่องที่ควรค่าแก่การชมเป็นอย่างยิ่ง ใช้ชื่อภาษาไทยว่า จอมคนป่าอสรพิษ หรือในภาษาสเปนคือ El abrazo de la serpiente เป็นหนังโคลอมเบีย ออกฉายในปี 2015 กำกับโดย ผู้กำกับ Ciro Guerra หนังได้รางวัล Art Cinema Award จาก้ิเทศกาลหนังเมืองคานส์ และเทศกาลหนังที่อื่นๆ ได้รางวัลการันตีมามากมาย การถ่ายทำใช้ฟิล์ม 35 ม.ม. นำเสนอหนังขาวดำซึ่งทำให้รู้สึกว่าเรื่องราวย้อนยุค และทำให้ภาพออกมาดูงดงามมาก

เนื้อหาเป็นเรื่องราวของ การามากาเต (Karamakate) ผู้เหลือรอดคนสุดท้ายของชาวอเมซอนเผ่าหนึ่ง ผู้มีเหตุให้ต้องนำทางนักผจญภัยสองคนผู้เข้ามาในอเมซอนต่างกรรมต่างวาระ คนหนึ่งเป็นนักชาติพันธุ์วิทยาเยอรมันเดินทางมาในปี 1909 อีกคนหนึ่งเป็นนักพฤษศาสตร์ชาวอเมริกันเข้ามาในปี 1940 ทั้งสองกรณีเป็นการบุกเข้าไปในป่าลึกเพื่อค้นหาต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ยากรูนา โดยหนังตัดฉากกลับไปกลับมาระหว่างสองช่วงเวลาเล่าเรื่องราวของสิ่งที่พบเห็นระหว่างการเดินทาง

สิ่งที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกร่วมได้อย่างมากคือความรู้สึกของคนพื้นเมืองที่ถูกนักล่าอาณานิคมเข้ามายึดครองและใช้แรงงานทาสเพื่อการทำสวนยาง อันเป็นสิ่งที่โลกต้องการมากในขณะนั้น การใช้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสมัยใหม่ซึ่งเป็นสิ่งได้เปรียบของคนผิวขาวที่ทำให้คนพื้นเมืองไร้ทางสู้ การเข้ามาของผู้เผยแพร่ศาสนาชาวสเปนอันเข้มงวด ผู้เข้ามาด้วยความคิดว่าคนพื้นเมืองเป็นคนนอกรีต ป่าเถื่อน แต่ละฉากในหนังที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับคนงานกรีดยาง นักบวชสเปน ชาวโคลัมเบียผู้เข้ามาครอบครอง แสดงให้เห็นความแตกต่างทางความคิดขั้นพื้นฐานของคนพื้นเมืองและคนผิวขาว เห็นความโหดร้ายที่ชาวพื้นเมืองถูกกระทำโดยไม่มีความสามารถที่จะตอบโต้

เรื่องนี้จัดได้ว่าเห็นหนังดีที่ให้ความคิดในแง่มุมต่างๆได้มาก สามารถมองได้หลายมุมมอง ทั้งในมุมมองของประวัติศาสตร์ ชาติพันธ์ุ ศาสนา ปรัชญา การรู้แจ้ง และเทคโนโลยีที่สร้างความได้เปรียบให้ผู้ถือครอง

เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากนักสำรวจอเมซอนตัวจริงสองคนคือ Theodor Koch-Grünberg และ Richard Evans Schultes

ความเห็นส่วนตัว:
ในมุมมองของคนที่อยู่ในวิถีไทย ชีวิตคนที่ห่างไกลความเจริญที่ถูกเอาเปรียบโดยคนที่มาจากเมืองเจริญกว่าไม่ใช่สิ่งแปลกสำหรับเรา พิธีกรรมความเชื่อต่างๆเทียบกับคนไทยก็ไม่ต่างกัน เราเองก็มีความเชื่อในลักษณะต่างๆที่สืบต่อกันมา สิ่งที่คนพื้นเมืองอเมซอนถูกกระทำ เป็นสิ่งที่คนพื้นเมืองในส่วนอื่นๆทั่วโลกถูกกระทำจากผู้ล่าอาณานิคมเช่นกัน
ยิ่งเมื่อลงไปถึงการเดินทางผ่านนิมิตแล้วกลับมาแทบจะทำให้เรามองเห็นภาพการรู้แจ้งทางศาสนาว่ามีลักษณะอย่างใด ดูหนังเรื่องนี้แล้ว เกือบจะนึกออกว่าการตรัสรู้แล้วรู้ทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นอย่างไร
คำพูดของตัวละครบางประโยคทำให้เรานึกถึงหลักธรรมชาติ ในขณะที่บางประโยคฟังแล้วทำให้นึกไปถึงกลศาสตร์ควอนตัมที่มองโลกและสิ่งที่เป็นไปในลักษณะที่ขัดกับความรู้สึกและความเข้าใจปกติของมนุษย์อย่างเราๆ เช่น คำถามว่าตลิ่งมีกี่ด้าน คำตอบของนักสำรวจคือ มีสองด้าน แต่ความเข้าใจของการามากาเตบอกว่ามีเป็นพันตลิ่งที่แตกต่างกัน
โดยสรุป ถ้าไม่ได้ดูถือว่าพลาดค่ะ

---------------------------------------
ปล.1 ไม่มีรูปประกอบโพสต์นี้ แต่จริงๆแล้วชอบโปสเตอร์ของหนังเรื่องนี้มาก ผู้วาดภาพโปสเตอร์ได้เขียนเล่าการวาดโปสเตอร์ของหนังเรื่องนี้ซึ่งใช้เวลาเพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น ลองตามไปอ่านดูในลิงก์ที่พันทิปนะคะ
http://pantip.com/topic/35136366

ป.ล. 2 ชื่อหนังมีที่มานะคะ Embrace of the serpent แปลได้ประมาณ อ้อมกอดของงู การโอบกอดของงู ซึ่งเมื่อเราได้รับการโอบกอดจากงูในตำนานผู้ลงมาจากทางช้างเผือกก็จะทำให้เราได้มองโลกจากอีกจุดเวลาและมุมมองที่ต่างไปค่ะ เหมือนที่ในหนังตอนท้ายที่อีวานได้รับประสบการณ์ใหม่ในการมองโลก ผู้กำกับให้สัมภาษณ์เรื่องตำนานไว้นะคะ
ในตำนานของอเมซอนเล่าขานกันมาว่า มีสิ่งที่มาจากทางช้างเผือกเดินทางมายังโลกด้วยงูยักษ์อนากอนดา พวกเขาลงมายังมหาสมุทรแล้วเดินทางสู่อเมซอน โดยแวะหยุดที่ชุมชนรายทางและได้ทิ้งผู้นำทางไว้เพื่อให้บอกเล่ากฏแห่งการอยู่อาศัยบนโลกนี้ ทำการเก็บเกี่ยวอย่างไร ตกปลาอย่างไรและล่าสัตว์อย่างไร จากนั้นพวกเขาก็รวมกลุ่มกันแล้วกลับไปสู่ทางช้างเผือก ทิ้งไว้แต่งูยักษ์อนากอนดาซึ่งได้กลายเป็นแม่น้ำ หนังที่หดตัวของงูยักษ์กลายเป็นน้ำตก
เขายังได้ฝากของขวัญสองสามอย่าง ทั้ง โคคา พืชศักดิ์สิทธิ์ ยาสูบซึ่งเป็นพืชศักดิ์สิทธิ์อีกชนิดหนึ่งและ yagé ซึ่งเปรียบเสมือน ayahuasca ซึ่งเป็นสิ่งที่ใช้เพื่อสื่อสารกับพวกเขาหากมีคำถามหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการอยู่ดำรงในโลก เมื่อใช้ yagé งูใหญ่จะลงมาจากทางช้างเผือกอีกครั้งและจะโอบกอดเราไว้ อ้อมกอดนั้นจะพาเราไปยังดินแดนอันไกลโพ้น ไปสู่จุดเริ่มต้นที่ซึ่งยังไม่มีสิ่งมีชีวิต ที่ซึ่งเรามองเห็นโลกในมุมมองที่ต่างออกไป

น้องกระดิ่งเงินกระดิ่งทอง ...ใครเลี้ยงบ้างคะ



สิ่งนี้คือน้องแมลงที่เชื่อกันว่าเป็นสัตว์มงคลค่ะ เลี้ยงไว้ให้โชคลาภ ทำมาค้าขึ้น ข่าวว่าในเมืองไทยนิยมเลี้ยงมาหลายปีแล้วเหมือนกัน ทำไมตัวเองไม่เคยเห็นก็ไม่ทราบ อาจจะไม่เคยสังเกต วันนี้ที่ได้เห็นเพราะไปซื้อเลนส์สายตาที่ร้านท็อปเจริญข้างตลาด แล้วก็ขอให้น้องที่ร้านช่วยดัดขาแว่นให้นิดนึงเพราะมันหลวมจะดัดเองก็กลัวจะหักคามือ
ระหว่างที่น้องเอาแว่นไปดัดขาให้ ตัวเองก็เหมือนคนตาบอด มองทุกอย่างเบลอๆเหมือนทำ photoshop เห็นอะไรก็ไม่รู้สีน้ำเงินๆ วางบนโต๊ะเตี้ยๆ คิดว่าเป็นของประดับก็เลยนั่งลงไปดูอย่างจริงจัง ปรากฏว่าสิ่งนั้นคือตัวแมลงกำลังเดินไปเดินมาบนกองข้าวตอกที่ใส่ขวดโหลไว้ มีดินทรายอยู่ชั้นล่างข้าวตอกอยู่ชั้นบน มีผ้าโปร่งสีน้ำเงินผูกปิดปากโหลไว้อีกที ก็เข้าใจไปว่าเป็นวิธีการดักแมลงอีกแบบ อยากรู้วิธีการก็ถามน้องเขาว่าสิ่งนี้คืออะไร ดักแมลงด้วยข้าวตอกนี่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย
น้องเขาเลยแก้ความเข้าใจให้ว่า นี่เป็นแมลงเลี้ยงเป็นตัวนำโชคลาภ ซื้อมาจากอินเทอร์เน็ตแค่สิบตัวแล้วก็ออกลูกออกหลานมากมาย เลี้ยงด้วยข้าวตอกรสจืด ส่วนที่เห็นเป็นดินทรายนั่นเป็นมูลของแมลงค่ะไม่ใช่ดินจริงๆ น้องๆพวกนี้โตเร็วมาก แล้วก็จะออกไข่ เป็นตัวหนอน แก่ตัวก็เป็นกระดิ่งเงินกระดิ่งทองแบบนี้ ถามน้องเขาว่าแล้วถ้ามีเยอะๆทำยังไง ก็แมลงอะนะคะ ยังไงก็แพร่พันธ์ุเร็ว วงจรชีวิตก็ไม่น่าจะยาว น้องเขาบอกว่าก็แจกๆให้ลูกค้าที่สนใจไปบ้าง น้องเขาใจดีจะให้แมลงมาเลี้ยงด้วยนะคะ แต่ไม่ค่อยถนัดเลี้ยงแมลงก็ให้คนที่เขาสนใจดีกว่า
กลับมาค้นเน็ตดู พบว่าแมลงชนิดนี้เป็นประเด็นคุยกันมาหลายปีแล้ว บางคนบอกว่ามันคือหนอนนก บางคนบอกว่าไม่ใช่ ไปดูอันนี้มาดูจะเข้าเค้า เขาบอกว่าเป็นแมลงที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Martianus dermestoides อยู่ในวงศ์ Tenebrionidae คนละตัวกับหนอนนกซึ่งคือ Tenebrio molitor ซึ่งแม้จะอยู่ในวงศ์เดียวกัน แต่หนอนนก มีตัวอ่อนและตัวเต็มวัยใหญ่กว่ากระดิ่งทองมาก อันนี้ไม่รู้จริงๆ ไม่ค้นเพิ่มด้วย เพราะปกติก็ไม่ได้สนิทสนมขอบพอกับน้องหนอนขนาดนั้น
ถามน้องที่ร้านว่าตั้งแต่ได้มา มีโชคลาภจริงๆเหรอ น้องเขาก็บอกว่าดีขึ้นจริง  แต่อยากจะบอกว่าน้องที่ร้านเป็นคนอัธยาศัยดีค่ะ พูดจาดี ให้ความช่วยเหลือดีมาก ต่อให้ไม่มีสิ่งนำโชค ชีวิตก็น่าจะดีนะคะ
ใครไม่มีโชคลาภเอาเลย รีบไปขอน้องกระดิ่งทองมาเลี้ยงด่วนเลยค่ะ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนไม่ไหวแล้ว ก็ให้น้องแมลงช่วยแล้วกัน

The incredible beauty of math

ปกติเวลาเล่นอินเตอร์เน็ตก็จะเปิดหาอะไรน่าดูบน You Tube ไปเรื่อยๆ ดูจนเสียใจว่าเราเกิดเร็วไปมั้ย เพราะหลายๆเรื่องที่เคยเรียนมาแต่มองภาพไม่ออก ไม่มีใครยกตัวอย่างการนำไปใช้ให้เห็น ไม่มีใครมีเวลามาอธิบายความเป็นมาของเรื่องนั้นๆ (อย่าบอกว่าทำไมไม่ถาม....ถามแล้วค่ะ...) มาสมัยนี้มันช่างง่ายดายที่จะหาคำอธิบาย มีคนมาอธิบายแบบเห็นภาพ มี animation ให้ดู ยกตัวอย่างเช่น วิชาคณิตศาสตร์ ตอนม. 1 จำได้ว่าชอบวิชาคณิตศาสตร์ที่สุด เพราะอะไรๆก็เข้าใจง่ายมาก ยกความดีทั้งหมดให้อาจารย์ผู้สอนที่แสนจะใจดี สนุกสนาน แต่เมื่อเรียนสูงขึ้นคณิตศาสตร์มีความยากมากขึ้น แต่ความสามารถในการทำความเข้าใจของเราไปไม่ทันความยากขนาดนั้น วิชาที่ชอบที่สุดจึงเปลี่ยนจากคณิตศาสตร์ไปเป็นเคมี ซึ่งก็กราบอาจารย์อีกว่าทำอะไรให้เข้าใจได้ง่ายมากๆ

ตอนนี้จะกราบ You Tube ก็กระไรนะคะที่นำอาจารย์ดีๆออนไลน์มาให้ได้ศึกษามากเหลือเกิน 

คลิปนี้เป็นการบรรยายของ Dr. Margot Gerritsen จาก Standford Univ เป็นอีกคนหนึ่งที่ติดตามดูบน You Tube มาเรื่อยๆ เพราะสามารถอธิบายเรื่องยากๆให้เห็นภาพได้แบบชัดเจน แน่นอนว่ามันมีความยากในรายละเอียด แต่การที่เรามองเห็นภาพรวมแบบนี้มันทำให้คณิตศาสตร์ดูสวยขึ้นมามากจริงๆ

ตัวอย่างเช่น ตอนท้ายๆของคลิปนี้พูดถึงการทำ Library of Congress Subject Headings (LCSH) Visualization ของการแคตตาล็อกหมวดหมู่หนังสือของห้องสมุดรัฐสภาอเมริกันเพื่อให้เข้าใจโครงสร้างทั้งหมด โดยการจัดข้อมูลของ Subject header ภาพความสัมพันธ์ที่ได้ออกมาดูน่าตื่นเต้นมากเพราะมีลักษณะคล้ายกาแลกซี่ โครงการนี้มีนำเสนอบนอินเทอร์เน็ตนะคะ เข้าไปดูได้ ข้อมูลที่เห็นเป็นการ แสดงความสัมพันธ์ของหัวเรื่องมากกว่าหนึ่งแสนหัวเรื่อง เราสามารถขยายภาพแล้วดูเฉพาะหัวเรื่องที่เราสนใจได้ มีบรรณารักษ์กี่คนคะที่เคยเห็นภาพการเชื่อมโยงของเนื้อหาที่เราจัดเก็บในห้องสมุดแบบเป็นรูปธรรมแบบนี้ จากภาพที่ได้สามารถนำไปวิเคราะห์ได้ว่าจุดใดที่มีการเชื่อมโยงน้อย ควรจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะยิ่งเชื่อมโยงมากเท่าไรการค้นหาสิ่งที่เราสนใจก็จะค้นได้ง่ายและมีให้ค้นมากขึ้นใช่ไหมคะ ศูนย์บรรณฯอยากได้ visualization แบบนี้ซักชุดไหมคะ

ไม่รักคณิตศาสตร์ไม่ได้แล้ว
https://www.youtube.com/watch?v=s6p864XVxeU

Thursday, April 28, 2016

Note for Play+Learn #1 (Einstein)

แนะนำคลิปวิดิโอให้น้องเพลินไปดูดีกว่า....

https://www.youtube.com/watch?v=1CYqBNgqJ1A

รื่องนี้ก็เป็นหนังน่าดูเรื่องนึง ที่อธิบายสมการของไอน์สไตน์ได้แบบเข้าใจง่าย พูดถึงชีวิตของไอน์สไตน์กับการค้นพบสมการ E= mc2 ของเขา เรื่องนี้วนเวียนกับสถานที่หลายแห่งในยุโรป(เผื่อหน่องน้องจะตามไปดูอีกครั้งเพื่อไปซาบซึ้งในรายละเอียด) มีตั้งแต่ที่ Bern, Munich, Zurich,Paris,London มีหลายที่ที่หน่องน้องเคยไปเนอะ

เรื่องนี้เล่าถึงการค้นพบสมการของไอน์สไตน์ โดยแยกไปดูตัวแปรแต่ละตัวว่ามีที่มาอย่างไร มีทั้งเรื่องของ ...

E Energy คือการทดลองของฟาราเดย์ที่พบความสัมพันธ์ของแม่เหล็กและไฟฟ้า (ปัจจุบันยังมีเลกเชอร์ที่ฟาราเดย์เซ็ตขึ้นตั้งแต่ปี 1825 คือ Christmas Lecture ของ Royal Institute หาดูได้ใน Youtube น่าสนใจมาก)

มีเรื่องของ M Mass คือการค้นพบกฏการทรงมวลของสสารของลาวัวซิเยร์(มีแลปแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ art and craft ที่ปารีส ครั้งหน้าไปอย่าลืมแวะไปดู)

แล้ววกกลับมาที่เรื่องของ C Speed of light ก็เป็นการค้นพบของฟาราเดย์ที่ Maxwell นำไปต่อยอดจนกลายเป็นศาสตร์ Electromagnetic ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความเร็วแสง (Light is another form of electromagnetic wave)

ส่วนตัวสุดท้ายในสมการคือ 2 squared มาจากผลงานของเอมิลี หญิงสาวตระกุูลสูงผู้ได้รับการศึกษาสูงมากของฝรั่งเศส เธอได้รับการกล่าวถึงโดยวอลแตร์ว่าเป็น "a great man whose only fault was being a woman" (http://www.singingbluejay.blogspot.com/.../%E0%B8%A7%E0... ) เธอศึกษางานของนิวตัน งานของไลซ์นิชในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ squared และงานของนักวิทยาศาสตร์ดัชต์ Willem 's Gravesande ที่พูดถึง kinetc energy การตกของบอลพิสูจน์ว่าแนวคิดของไลซ์นิชถูกต้อง

จากความรู้ของคนในอดีต ไอน์สไตน์ได้คิดในมุมมองใหม่ และได้สมการที่รวมทุกอย่างลงในรูปแบบง่ายๆ E=mc2

การพิสูจน์งานของไอน์สไตน์น่าจะกินเวลายาวนาน แต่เนื่องจากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 และในช่วงนั้นมีนักฟิสิกส์หญิงชื่อ Lise Meitner ผู้ค้นพบการเกิด nuclear fission ลองคิดซิว่าถ้าเราแยกอะตอมหนึ่งอะตอมออกจากกันเป็นสองส่วน พลังงานที่เกิดขึ้นจะมากมายแค่ไหน มันเป็นไปตามสมการของไอน์สไตน์นั่นเอง (คนนี้เก๋มากๆ มีธาตุชนิดใหม่ที่ได้รับการตั้งชื่อว่า meitnerium เป็นเกียรติแก่เธอเมื่อปี 1997 จะมีใครซักกี่คนในโลกมีธาตุเป็นของตัวเองแบบนั้น และเป็นคนที่ไอน์สไตน์เรียกว่า German Marie Curie)

หลังจากการค้นพบที่จะแยกอะตอมได้ นักฟิสิกส์ทั่วโลกก็สามารถหาวิธีการที่จะสร้างการแยกอะตอมด้วยวิธีการอื่น ด้วยธาตุอื่น และระเบิดปรมาณูก็ุถูกสร้างขึ้นด้วยความสำเร็จของการเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์นี้เอง

เรื่องนี้สนุกดีนะ เราเห็นว่านักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง บางคนก็รู้จักกันในรูปแบบต่างๆ เช่น ฟาราเดย์จะเป็นผู้ช่วยของเซอร์ฮัมฟรีย์ แต่ไม่ได้รับการยกย่อง ในขณะที่เมื่อแก่ตัวลง ฟาราเดย์เป็นเพื่อนต่างวัยกับแมกซเวลล์และดีกันมาก เอมิลีและวอลแตร์ก็มีความสัมพันธ์กัน ไอน์สไตน์และแมก แพลงค์ก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ไมท์เนอร์ก็เคยเป็นผู้ช่วยของแพลงค์

Btw,ไอน์สไตน์ตายในปีที่ป้ามิลินท์เกิด ปี 1955 ค่ะ

Wednesday, April 06, 2016

Dog Tag....อันเนื่องมาจากซีรี่ส์เกาหลี

สิ่งนี้คือ Dog tag ค่ะ เป็นป้ายแขวนคอบอกข้อมูลบุคคล ใช้ในวงการทหาร โดยทหารจะห้อย dog tag นี้ไว้ประจำตัว ในซีรี่ส์เรื่อง The Descendants of the Sun มีฉากที่พระเอกต้องเปลี่ยนชุดทหารเป็นชุดดำเพื่อไปช่วยนางเอก พระเอกก็จะถอดสร้อยที่ห้อยป้าย dog tag (ที่มีอยู่สองชิ้น)ออกเพื่อไม่ให้ยืนยันตัวตนได้ หรือแม้แต่ตอนที่จ่าซอนำทีมทหารหน่วยรบพิเศษไปช่วยพระเอกก็ยังถอดแท็กนี้ฝากไว้ที่มยองจู จนเมื่อกลับมามยองจูก็สวมสร้อยคืนให้ ฟินเนอะ... คืนนี้รอดูต่อ...

การใช้งาน dog tag คือ ในยามสงครามหากมีทหารเสียชีวิตจะมีการนำแท็กอันหนึ่งไปแล้วทิ้งแท็กอีกอันไว้ที่บุคคลนั้น เป็นการยืนยันตัวตนค่ะ จะมีข้อมูล ชื่อ รหัสประจำตัว สังกัด หมู่เลือด ประมาณนั้น บางประเทศไม่ได้มีแต่แบบที่ห้อยคอมีแบบที่ติดกับรองเท้าด้วยข้างละอัน รวมติดตัวไปสี่อัน คือถ้าที่ห้อยคอหายไปสามารถนำแท็กอีกชุดมาใส่ไว้ในปากทหารที่เสียชีวิตเป้นการระบุตัวตนได้
และบางประเทศไม่ได้ห้อยแท็กสองอัน แต่จะห้อยแท็กอันเดียวที่สามารถหักครึ่งได้

ส่วนทหารไทย ข่าวว่าแต่ก่อนไม่มีเพราะมีข้อมูลบุคคลบนเสื้อผ้าหรือบัตรอยู่แล้ว แต่เคยเห็นคนมาบอกในกระทู้บนเน็ตว่าเดี๋ยวนี้ทหารไทยก็มีใช้เหมือนกัน อันนี้ไม่ทราบค่ะ ไม่ค่อยได้ใกล้ชิดทหาร แฮ่... ใครทราบบอกด้วย

และที่เรียกกันว่า dog tag เพราะมันหน้าตาเหมือนป้ายของน้องหมานะคะ smile emoticon

ส่วนตัวมี dog tag กับเขาหนึ่งอัน ทำไว้ตอนไปดู Air show ที่ Marine Corps Air Station El Toro ในงานจะมีทหารตั้งบู้ททำ Dog Tag ให้ด้วย อันละห้าเหรียญ ที่นั่นเป็นหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐ เราเป็นประชาชนธรรมดา แท็กที่ได้ก็เลยมีข้อมูลของตัวเอง มีชื่อ หมายเลข Social security number กลุ่มเลือด ศาสนา แล้วเขาก็ใส่สังกัดให้เป็น USMC ด้วย เก๋ๆ เอามาใช้เป็นพวงกุญแจ เวลาทำกุญแจหายเขาจะได้ส่งคืนถูกคนค่ะ smile emoticon

Saturday, March 26, 2016

แล้วก็เกิดเหตุที่บรัสเซลล์ 22 March 2016 :(

ไม่ได้มาอัพเดตนาน โพสต์สุดท้ายก่อนหน้านี้คือเรื่องเหตุระเบิดในปารีส ไม่คิดเลยว่าโพสต์นี้จะเป็นเรื่องต่อเนื่องว่าเกิดเหดุวางระเบิดสนามบิน และสถานีรถไฟไต้ดิน ที่บรัสเซลล์ วันที่ 22 มีนาคม 2559

22 มีนาคม 2560
ไม่น่าเชื่อ  แต่ในวันเดียวกัน ห่างมาอีกหนึ่งปี คราวนี้เป็นคิวของเหตุ London attack ในกรุงลอนดอน มีผู้ก่อการร้ายขับรถชนคนเดินถนนบนสะพานข้ามแม่น้ำเทมส์ใกล้รัฐสภาอังกฤษ จากนั้นได้ลงจากรถไปแทงเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตอีกหนึ่งคนก่อนจะถูงยิงเสียชีวิต เหตุการณ์นี้ กลุ่ม IS อ้างความรับผิดชอบ และผู้ก่อเหตุมาจากครอบครัวผู้อพยพ แต่เกิดในอังกฤษ

Credit: http://www.bbc.com/news/uk-39363297


Saturday, November 14, 2015

Paris Attacks

เช้านี้ตื่นขึ้นมาด้วยข่าวร้ายของปารีส มีเหตุกราดยิงในปารีสหลายจุด

http://www.bbc.com/news/world-europe-34814203

Friday, October 30, 2015

หยี่กียิ้น คุณป้าที่รักยิ่ง


สัปดาห์ที่แล้วเป็นสัปดาห์แสนเศร้าของลูกหลาน เพราะคุณป้ากียิ้นสิ้นใจอย่างสงบไปเมื่อวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2558 ที่โรงพยาบาลในจังหวัดตรัง งานบำเพ็ญกุศลจัดที่วัดห้วยยอดและเพิ่งมีพิธีเผาไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา 26 ตุลาคม 2558
คุณป้าเป็นป้าที่เรารักมาก ใจดีมาก คุยเก่งมาก และทำกับข้าวอร่อย ปิดเทอมตอนเด็กๆ ช่วงวันเชงเม้ง จะได้ไปพักที่บ้านคุณป้าที่ห้วยยอด ได้กินของอร่อยๆ ได้สนุกสนานในหมู่พี่น้อง คุณป้ากับคุณแม่เป็นพี่น้องลำดับต่อกันและมีหน้าตาคล้ายกันเป็นอย่างมากด้วยเช่นกัน มากขนาดที่เมื่อเราเดินเข้าบ้าน สวัสดีคุณแม่แล้วหันไปอีกด้านพบว่ามีคุณแม่อีกคนนั่งอยู่ ... 
คุณป้าเป็นคนโชคดีที่อยู่ในครอบครัวที่รักกันยิ่ง โดยมีคุณป้าเป็นศูนย์กลางความรักของลูกหลาน หลานๆทุกคนเป็นเด็กดี และทุกคนเรียนดีมากถึงมากที่สุดเพราะอยากทำให้คุณย่า(ย)สบายใจ 
คุณป้าจากไปในวัย 91 ปีท่ามกลางลูกหลาน ไม่มีห่วงใดๆ เป็นคนสุดท้ายของพี่น้องที่จากไป เราหวังกันว่าป่านนี้คุณป้า คุณแม่และพี่น้องคนอื่นคงได้พบกัน นั่งคุยกัน ดื่มน้ำชากันอย่างมีความสุขค่ะ






Sunday, October 25, 2015

การทำแท้งเสรี

วันนี้อ่านข่าวจากเว็บ BBC ถึงเรื่องการสนับสนุนการทำแท้งและการไม่สนับสนุนการทำแท้งในอเมริกา อ่านแล้วเศร้ามากกับการที่มีผู้อยากให้มีทางเลือกในการทำแท้งเสรี

ส่วนตัวไม่สนับสนุนการทำแท้งเสรี คิดว่าด้วยกฏหมายที่มีอยู่ให้ทางเลือกกับผู้ที่มีปัญหากับการตั้งครรภ์ได้มากพอ หากต้องการมากกว่านั้นควรต้องมีการกลั่นกรองจากหลายๆฝ่าย เพราะการทำอะไรเสรีทำให้คนตัดสินใจแบบมักง่าย คิดให้ตัวเองหมดปัญหา โดยไม่คิดถึงลูกของตัวเอง คนเป็นแม่ปกติไม่คิดแบบนั้น

US abortion debate: Both sides speak

  • 3 hours ago
  •  



    Abortion is a highly contested issue in the United States, despite a 1973 Supreme Court decision legalising the procedure. Two women on both sides of the issue talked to the BBC.
State and federal opponents of abortion have returned their attention to Planned Parenthood, a healthcare non-profit group with 59 affiliates and 700 clinicsaround the US, some of which provide abortion services. 
The most recent controversy was touched off after an anti-abortion organisation called The Center for Medical Progress secretly recorded a Planned Parenthood official discussing how to obtain aborted foetal tissue for medical research.



In this July 28, 2015, file photo, Erica Canaut, center, cheers as she and other anti-abortion activists rally on the steps of the Texas Capitol in Austin, Texas,Image copyrightAP

Pro-life advocates say this proves Planned Parenthood is selling foetal parts for profit - which is illegal - although the tape does not show the official explicitly saying as much. The organisation said only 1% of their clinic offer tissue donation - not sales - as an option. But it eventually changed its policies so that no clinics could be reimbursed for their donations.
Most of the estimated $450m (£292m) in federal funding given to Planned Parenthood clinics comes in the form of reimbursements for health services like Pap smears. The clinics are blocked from using such funding for abortions.
Meanwhile in Texas, lawmakers have said they will cut all Medicaid payments to Planned Parenthood, alleging the clinics were "no longer capable of performing medical services in a professionally competent, safe, legal and ethical manner". On Thursday, the state investigators arrived at clinics in three Texas cities, ordering Planned Parenthood to turn over documents.



Planned Parenthood supporters rally for women's access to reproductive health care on National Pink Out Day at Los Angeles City Hall, 29 September 2015Image copyrightAP

The state was already embroiled in a lawsuit against legislation that effectively shut down many of the state's abortion clinics.
The BBC has spoken to two women about where they stand in the abortion debate - one woman who turned to Planned Parenthood for her own abortion, and another who organises one of the largest anti-abortion rallies in Washington, DC.

http://www.bbc.com/news/magazine-34611878


Friday, October 02, 2015

Single Gateway แบบไทยๆ

สองสามวันที่ผ่านมา ข่าวดังคือการที่รัฐบาลจะปรับให้การใช้งาน Internet เป็นแบบ Single Gateway คือการรวมทางเข้าออกทั้งประเทศให้ได้รับการควบคุมจุดเดียว

ประเด็นนี้คนไอทีคัดค้านกันมาก เพราะถ้าเกิดกรณีระบบล่ม ล่มที่เดียวล่มกันทั้งประเทศ  และจะมีปัญหาอินเทอร์เน็ตล่าช้า มีปัญหาว่าข้อมูลของบุคคลจะถูกดักจับกันง่ายๆ

เข้าใจว่ารัฐบาลก็อยากจะสร้างความมั่นคงของชาติ แต่กรณีแบบนี้เราจะเหมือนเกาหลีเหนือ จีนและลาว ซึ่งต่างก็เป็นคอมมิวนิสต์กันไปหมดหรือไม่  :(

โฆษกรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่อง single gateway เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรี สั่งให้กระทรวงไอซีที ยังอยู่ในขั้นตอนศึกษาหาข้อมูลผลดี-ผลเสีย ยังไม่มีมติดำเนินการ ย้ำว่ารัฐบาลไม่มีการละเมิดสิทธิประชาชน เพียงแต่ต้องการผลักดันเศรษฐกิจดิจิตอล  ....  ก็ถ้าศึกษา Digital Economy ของประเทศอื่นๆที่ทำกัน ยุโรป ออสเตรเลีย เพิ่งไปค้นข้อมูลเขามา ก็ไม่เห็นต้องใช้ Single Gateway เลยนะคะ

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2558 เว็บไซต์กระทรวงไอซีทีล่ม ( 500 Internal Server Error)  และมีประกาศจากเพจ รวมพลเกมเมอร์บุกยึด CAT TOWER คืนจากม๊อบ ประกาศรวมตัวกันเข้าหน้าเว็บกระทรวงพร้อมกันในเวลา 22:00 ของวันที่ 30 กันยายน เพื่อ DDoS ให้เว็บไซต์ล่ม เป็นการประท้วงเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านนโยบาย Single Gateway 

เล่นอะไรกับไอทีก็ดูๆกันนิดนะคะ :)

Migration Crisis ในยุโรป

เรื่องนี้ไม่ค่อยอยากบันทึกไว้ แต่คงต้องเขียนไว้ซักโพสต์เพื่อเก็บข้อมูล รายละเอียดค่อยเอามาใส่เพิ่มแล้วกัน

คร่าวๆคือจากเหตุการณ์สงครามกลางเมืองของซีเรีย ทำให้มีผู้อพยพหลั่งไหลเข้าไปในยุโรปจำนวนมหาศาล พยายามทุกวิถีทางที่จะเข้าไปให้ได้ สหภาพยุโรปนำโดยนายกรัฐมนตรีเยอรมัน ให้นโยบายต้อนรับผู้อพยพ และผู้อพยพก็อยากเข้าไปอยู่ในเยอรมันมากกว่าประเทศอื่นด้วย

ตามที่เคยตกลงกันไว้ เมื่อผู้อพยพเข้าสู่ EuroZone จะต้องลงทะเบียนผู้อพยพก่อนจะเคลื่อนย้ายไปที่อื่น  แต่จำนวนผู้อพยพมีมหาศาล รวมถึงมีคนที่ไม่อยากลงทะเบียน ณ ประเทศแรกเพราะต้องการไปลงทะเบียนที่เยอรมันที่เดียว ทำให้ EuroZone ต้องประกาศยอมให้ผู้อพยพเข้าไปได้ก่อน

ขณะนี้เป็นวิกฤตการณ์ในยุโรปที่ถือว่าซีเรียสทีเดียว เข้าใจว่าที่นายกเยอรมันให้ผู้อพยพเข้าไปสร้างคนกลุ่มใหม่เพื่อการสร้างเยอรมันยุคใหม่ แต่ไม่เชื่อว่าชีวิตมันจะราบเรียบขนาดนั้น นี่พูดจากประสบการณ์คนชายแดนที่มีมุสลิมโรฮิงญาเข้ามาอยู่ในเมือง เรื่องนี้คงต้องรอดูกันต่อไป

Friday, June 19, 2015

กุหลาบอังกฤษ English Rose

เมื่อวานนี้เพิ่งไปเดินซื้อต้นไม้ในงานเกษตรแฟร์ มวล. เดินดูกุหลาบ พบว่าปีนี้มีกุหลาบต้นใหญ่ๆมาด้วย ปกติจะไม่เคยเห็นมาขาย ก็เลยเพิ่งได้ยินชื่อพันธุ์กุหลาบที่ไม่คุ้นหู เพราะเราไม่ได้เลี้ยงกุหลาบจริงจัง เพิ่งได้ยินชื่อ David Austin ต้องกลับมาค้นเว็บถึงรู้ว่าเขาเป็น The Great Rosarian of the world ตามไปดูเว็บเขาก็พบกุหลาบสวยๆมากมาย ชอบจังเลย http://www.davidaustinroses.com/American/Advanced.asp?PageId=1988

แต่ที่ซื้อกลับมาได้เป็นกุหลาบเยอรมันหลายต้นเหมือนกัน จากสวนกุหลาบพนัส ซื้อมาทั้งหมด 6 ต้น สี่พันธุ์ คือ Kordes Jubilee, Crown Princess Margareta, McCartney Rose, และ Phoenix ต้นละ 350 บาทยกเว้น Phoenix ต้นละห้าร้อยบาท ถ้าเทียบว่าแถวนี้ไม่มี ก็คุ้มนะคะ








Monday, May 25, 2015

John Nash เสียชีวิต

วันนี้มีข่าวอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์เสียชีวิตไปอีกคนจากอุบัติเหตุรถชนที่รัฐนิวเจอร์ซี่ อเมริกา
จอห์น แนช อายุ 86 ปี เป็นนักคณิตศาสตร์ู้ที่เป็นที่รู้จักทั่วโลกเนื่องจากเรื่องของเขาถูกนำไปสร้างหนังเรื่อง ฺBeautiful Mind แต่ที่จริงแท้คือเขาเป็นอัจฉริยะ ทำงานทฤษฎีด้าน game theory, differential geometry, และ partial differential equations เขาได้รับรางวัลโนเบลในปี 1994 ด้านเศรษฐศาสตร์เพราะทฤษฎีของเขานำไปประยุกต์ใช้ด้านเศรษฐศาสตร์ (Nobel Memorial Prize in Economic Sciences) และต้นอาทิตย์นี้เพิ่งได้รับรางวัล Abel Prize อันเป็นรางวัลทรงเกียรติในฟิลด์คณิตศาสตร์


ถึงแม้เขาจะมีปัญหาโรคจิตเภท (Schizophrenia) แต่งานของเขาก็เป็นประโยชน์กับโลกค่ะ ข่าวว่าในการสมัครเข้าเรียนต่อบัณฑิตศึกษา อาจารย์ที่ปรึกษาเขาเขียนคำรับรองแค่ว่า This man is a genius.
RIP นะคะ

ลูกชายของจอห์น แนช ก็เป็นนักคณิตศาสตร์นะคะ จบ PhD และทำงานด้านคณิตศาสตร์ ี่มีรหัสแอร์ดิชเป็น 2 ไม่ธรรมดาเหมือนกัน เขาได้มรดกจากพ่อทั้งความปราดเปรื่องและกรรมพันธ์ุปัญหาทางจิต ช่างน่าเสียดายความฉลาดของคนเราที่ถูกสุขภาพทางกายมาเป็นอุปสรรค https://www.youtube.com/watch?v=SizS1nOOeJg

ว่าด้วยแคลคูลัส

แคลคูลัสเป็นวิชาที่ไม่ชอบเสมอมา ตั้งแต่เริ่มเรียน จำได้ว่าเคยถามอาจารย์ว่าเราเรียนไปทำไม อาจารย์บอกว่าก็ไม่รู้เหมือนกัน มันไม่ได้เชิญชวนให้เรียนเลยนะคะ

ตอนปีหนึ่งต้องเรียนวิชานี้ เข้าห้องมาเจอทฤษฎีบท เจอการใช้สูตร พิสูจน์สูตร...เพื่อ?
เพิ่งมารู้สึกว่าแคลคูลัสมีการใช้ประโยชน์ ตอนเรียนป.โทไปแล้ว ถึงทราบว่ามันมีการคำนวณโดยใช้แคลคูลัสจึงจะแก้ปัญหาได้ในบางเรื่อง ซึ่งคณิตศาสตร์แขนงอื่นตอบไม่ได้  แต่ก็เป็นเรื่องไกลตัว ไม่สนใจอีก

จนยุคที่ทุกสิ่งทุกอย่างหาได้บน YoiuTube พบว่า การอธิบายเรื่องแคลคูลัสให้เข้าใจว่ามันคืออะไร เกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์สาขาอื่นยังไง เอาไปใช้ยังไง มันอธิบายได้นี่นา...สนุกด้วยที่ได้เรียนรู้....แล้วหลายสิบปีก่อนที่ฉันเรียน ทำไมถึงไม่ชอบล่ะ  มันต้องมีอะไริดปกติในการเรียนการสอนแน่

ส่วนตัวคิดว่า คนที่ได้ใช้แคลคูลัสเพื่อการทำงานจริงก็มี แต่อาจารย์คนที่มาสอนแคลคูลัสอาจไม่เคยใช้งานจริง ไม่รู้ว่าการใช้งานประยุกต์ลักษณะใด อธิบายให้เป็น real world ไม่ได้ จึงอธิบายตามหนังสือ ซึ่งย่นย่อเป็นภาษาคณิตศาสตร์มาก

อธิบายแบบในคลิปพวกนี้ แล้วนักเรียนเข้าใจง่ายกว่ามั้ย  :(

https://www.youtube.com/watch?v=ObPg3ki9GOI The Birth of Calculus(1986)  ในคลิปนี้น่าสนใจที่อธิบายแนวคิดของนิวตันว่าสนใจการหาแนวเส้นสัมฝัสของวงกลมที่แตะเส้นโค้งที่สนใจ ก่อนหน้านั้นมีแนวคิดการหาเส้นสัมผัสมาแล้ว แต่ไม่ถูกต้อง นิวตันมองในเรื่องของ velocity เข้ามาประกอบทำให้สามารถหาเส้นสัมผัส(Tangent) ได้  ในขณะที่ไลป์นิซสนใจเรื่องเดียวกัน แต่แนวคิดเขาจะมาทางใช้เครื่องจักรในการคำนวณ และเมื่อต้องการคำนวณพื้นที่ใต้เส้นโค้ง จะใช้วิธีการสร้างสี่เหลี่ยมเล็กซอยย่อยมากที่สุด เพื่อให้ค่าที่คำนวณได้ใกล้เคียงที่สุด (แบบนี้เคยเรียน เข้าใจวิธีคิด แต่ไม่เข้าใจว่าจำทำไปทำไม  ถ้าในห้องเรียนมีการยกตัวอย่างการนำไปใช้ จะทำให้เข้าใจขึ้นอีกมาก หมายถึงยกตัวอย่างในชีวิตจริงนะคะ ไม่ใช่บอกว่าเอาไว้หาพื้นที่ใต้กราฟไง  แล้วหาไปทำอะไรละคะ  ยกตัวอย่างแบบคนเรามีพื้นที่โค้งไปโค้งมาแล้วจะหาจำนวนพื้นที่ที่เป็นของเราอะไรแบบนี้จะเข้าใจกว่านะคะ)
จากคลิปนี้ก็เพิ่งรู้ว่าเครื่องหมายอินทิกรัลมีใช้ครั้งแรกก็โดยไลป์นิซนี่ละค่ะ

https://www.youtube.com/watch?v=UcWsDwg1XwM ฺ  Big Picture of Calculus  อาจารย์จาก MIT มองว่าแคลคูลัสเป็นความสัมพันธ์ของฟังก์ชั่นสองฟังก์ชั่น เช่น  Distance and Speed, Height and Slope  เป็นต้น  แต่ถ้า speed/slope เป็นค่าคงที่ กรณีนี้เราไม่ต้องใช้แคลคูลัส ใช้แต่พีชคณิตก็พอแล้ว  แคลคูลัสจะมาเกี่ยวข้องเมือ  speed/slope ไม่่เป็นค่าคงที่

คลิปนี้ก็อธิบายดีมากค่ะ https://www.youtube.com/watch?v=INFoNeC1eBA อธิบายเห็นภาพว่าเรานำแคลคูลัสมาช่วยได้ยังไง ร่วมกับพีชคณิตและตรีโกณ เพิ่งเห็นการแยกแคลคูลัสเป็นสองส่วนคือ  curves and slopes และ areas, volume เราถึงต้องเรียนเรื่องอนุพันธ์(derivatives) และอินทิกรัล(Integrals) ชอบที่เวลาเขาอธิบายจะบอกว่า nothing fancy about that ฟังแล้วมีกำลังใจว่ามันไม่ใช่เรื่องยากนะ แคลคูลัสมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง เช่น เราจะหาความเร็วของรพไฟเหาะได้ยังไง(differential) หรือ เราจะคำนวณพื้นที่ผืนผ้าที่เอามาเย็บบอลลูนได้ยังไง(Integrals) เป็นต้น



Wednesday, May 13, 2015

การถอนสายบัวในพระราชพิธีพืชมงคล





มีใครนั่งดูถ่ายทอดสดพระราชพิธีพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญอยู่บ้างคะ นั่งดูตั้งแต่เขานำเทปพระราชพิธีเมื่อวานมาให้ดู เห็นเทพีคู่หาบทองหาบเงิน เวลาถอนสายบัวจะมีวิธีที่ต่างจากการถอนสายบัวแบบปกติ คือจะย่อลงไปต่ำมาก มือรั้งเข่า ก้มหน้า และเอนตัวไปข้างหลัง งดงามมากค่ะ แปลกใจมากเพราะไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน ลองไปค้นดูพบว่าเขามีวิธีการที่เป็นแบบแผนมาแต่ดั้งเดิมแบบนี้ รายการกบนอกกะลาเคยนำมาออกในรายการ ดูได้จากคลิปนี้นะคะ ประมาณนาทีที่สิบแปดเป็นต้นไปhttp://youtu.be/E9hvm-rjvos
และดูการถอนสายบัวของเทพีคู่หาบเงินหาบทองปี 2558 ได้จากคลิปนี้ค่ะ ประมาณนาทีที่ 6:30 เป็นต้นไป https://www.youtube.com/watch?v=g2wH2aED_4E






สวยอะคะสวย ช้าๆ แช่มช้อย และสง่างาม ยุคนี้หาคนถอนสายบัวสวยๆยาก ขาดความละเมียดละไมในชีวิต ได้เห็นแล้วชื่นชมค่ะ

Friday, May 08, 2015

จักรยาน...เหยื่อสุรา

สัปดาห์นี้ข่าวใหญ่มากคือเรื่องคนเมาขับรถยนต์ชนจักรยานที่ปั่นออกกำลังกาย มีต่อเนื่องกันถึงสามราย

รายที่หนึ่ง เกิดขึ้นช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 3 พฤษภาคม 2558 นักศึกษาสาวปีสองของราชภีฏเชียงใหม่ ภัทร์ชุดา จายเรือน อายุ 23 ปี   เมาเหล้าและหลับในขับรถชนนักปั่นจักรยานชมรมจักรยานสันทรายจำนวน 30 คน  กม.ที่ 8 หมู่ที่4 บนถนนทางหลวงหมายเลข 118 สายดอยสะเก็ด-เชียงใหม่-เชียงรายขาออก เขตพื้นที่อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ฝั่งตรงข้ามกับปั๊ม ปตท.   นักปั่นจักรยานเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที 3 ราย และบาดเจ็บสาหัส 2 ราย 

รายที่สอง คืนวันที่ 4 พ.ค. หนุ่มขับรถฮอนด้าแจ๊ส  ทะเบียน 3 กฎ 8938 กรุงเทพมหานคร เมาแล้วชนจักรยานเหมือนกัน มีคนเสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บหนึ่งคน ที่บริเวณหน้าหมู่บ้านบางกอกบูเลอวาร์ด ถนนรัชดา-รามอินทรา แขวงรามอินทรา ขาออก เขตคันนายาว กทม.  จนมีผู้บาดเจ็บสาหัส 2 คนและเสียชีวิต 1 คน คือ น.ส.ธัญญกร เด่นสิริมงคง อายุ 31 ปี อาชีพ สถาปนิก 

รายที่สามเป็นมอเตอร์ไซต์ขับเฉี่ยวจักรยาน แต่คนขับจักรยายเป็นคนพิการมือข้างเดียวที่เคยขี่รถรอบโลกมาแล้ว

น่ากลัวมากทีเดียว  หาความปลอดภัยไม่ได้เลย

Monday, May 04, 2015

ดังๆ ค่อยๆ… Pianoforte

วันนี้ 4 พฤษภาคม 2558 Google doodle ขึ้นเป็น animation วันครบรอบวันเกิด 360 ปีของ Bartolomeo Cristofori di Francesco ช่างทำเครื่องดนตรีชาวอิตาเลียน ซึ่งเป็นคนประดิษฐ์เปียโนที่พวกเราได้ใช้เล่นดนตรีกันมาทุกวันนี้ Cristofori เป็นหนึ่งในศิลปินที่ได้รับการอุปถัมป์จากตระกูลเมดิซีแห่งฟลอเรนซ์ (ต้องขอยกย่องตระกูลเมดิซีอย่างจริงจัง ที่ได้อุปถัมป์ศิลปินที่ยิ่งใหญ่ไว้มากมายจนคนยุคหลังได้อานิสงฆ์จากงานของศิลปินเหล่านั้นมาชื่นชม แต่ Cristofori ก็เป็นคนรุ่นหลังศิลปินดังของเมดิซีอย่าง Michael Angelo หรือ Leonardo Da Vinci นานเลยค่ะ Leonardo จะอยู่ในช่วงปี 1452 – 1519 ห่างกันเป็นร้อยปีค่ะ) Cristofori มีชีวิตในช่วง May 4, 1655 – January 27, 1731

ไม่มีใครทราบว่า Cristofori สร้างเปียโนไว้กี่หลัง แต่มีเปียโนเพียงสามหลังที่หลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน ทั้งหมดระบุปีสร้างในช่วงทศวรรษ 1720s
มีหลังหนึ่งอยู่ที่ Metropolitan Museum ในนิวยอร์ค หลังนี้สร้างในปี 1720 ..... (ก็เพิ่งไป The Met มานะ แต่ไม่รู้ว่ามีของที่อยากดูอยู่ตรงนั้น เสียใจ... ‪#‎ร้องไห้หนักมาก‬)
หลังที่สองอยู่ที่ Museo Nazionale degli Strumenti Musicali ที่กรุงโรม
หลังที่สามสร้างในปี 1726 Musikinstrumenten-Museum of Leipzig University ประเทศเยอรมนี

แล้วเขารู้ได้ยังไงว่าเป็นของ Bartolomeo Cristofori ง่ายมากค่ะ ก็เขามีรายละเอียดติดไว้ที่เปียโนทั้งสามหลังนั้นเป็นภาษาละตินว่า “BARTHOLOMAEVS DE CHRISTOPHORIS PATAVINUS INVENTOR FACIEBAT FLORENTIAE [date]” ในภาษาอังกฤษคือ "Bartolomeo Cristofori of Padua, inventor, made [this] in Florence in [date]."

ชื่อเครื่องดนตรีชนิดนี้เดิมเรียกว่า เปียโนฟอเต้ (Pianoforte) ตอนเรียนวิชาดนตรี น่าจะวิชา Music Appreciation มั๊ง หรือในชมรมประสานเสียงก็ไม่รู้ มีอาจารย์เคยบอกว่า ชื่อเครื่องดนตรีเรียกกันง่ายว่า “ดังๆ ค่อยๆ” เพราะในภาษาอิตาเลียน piano แปลว่า ค่อย (soft) ส่วน forte แปลว่า ดัง(loud) เปียโนเป็นเครื่องดนตรีที่มีกลไกการกดคีย์ให้ดังหรือค่อยได้จึงได้ชื่อแบบนี้ค่ะ

ต้องสำนึกบุญคุณกันนิดค่ะ เพราะไม่อย่างนั้นนักเปียโนระดับโลกหลายคนคงไม่มีอะไรเป็นเครื่องมือในการแสดงดนตรี โมสาร์ท บีโธเฟน คงต้องประพันธ์เพลงกับเครื่องดนตรีอื่น

แอบเสียใจที่เล่นเปียโนไม่เป็น ไปเริ่มจับตอนอยู่ปีหนึ่ง เพราะที่ชมรมเราร้องเพลงกับเปียโน เพื่อนที่เป็นนักเปียโนก็มองหน้าแล้วบอกว่า หัดช้าไปมั้ย... คุณหลานสาวรุ่นเล็กที่บ้านสามคนเล่นเปียโนได้หมด เวลาขอว่าสอนให้หน่อย ก็จะทำหน้าลำบากใจแล้วบอกว่าสอนไม่เป็น เล่นได้เฉยๆ นั่นไง... ไหนใครบอกว่า คนเราไม่แก่เกินเรียน T_T

ป.ล. ชอบลูกเล่นของ Animation ด้วยค่ะ ที่มีอักษร f กับ p อยู่ทางขวาของรูป คือคำว่า forte กับ piano เราสามารถเลื่อนปรับเสียงให้ดังหรือค่อยได้ด้วยค่ะ เก๋เนอะ kiki emoticon

ป.ล. อีกที เพลงที่เล่นประกอบ ดูเดิลชื่อ Jesu, Joy of Man's Desire ของ Bach ค่ะ ถือว่าอยู่ร่วมสมัยกัน