Sunday, August 01, 2010

Shanghai World Expo 2010


มีโอกาสได้ไปชมงาน Shanghai World Expo 2010 ช่วงวันที่ 20 -24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ไปดูงานจริงๆสองวัน วันอื่นก็ชมเมืองเซี่ยงไฮ้และเมืองหังโจว

พูดถึงงานดีกว่า ก่อนไปออกจะตื่นเต้นอยากไปมาก คาดหวังว่าจะเห็นงานใหญ่ยักษ์ ซึ่งก็ยักษ์จริงอย่างที่คาด แต่เราไม่มีโอกาสได้เข้าชมพาวิเลี่ยนต่างๆมากเท่าที่ควร เป็นเพราะแต่จะแห่งต้องรอคิวเข้าชมนานมากอย่างน้อยๆก็สองสามชั่วโมงเนื่องจากงานนี้จัดในประเทศจีน แค่คนจีนไปดูงานคนประเทศอื่นก็ไม่ต้องเข้าไปแล้วเพราะคนเยอะอย่างจริงจัง ไม่ต้องง้อคนมาดูงานเลย ที่เดินๆไปเห็นคนต่างชาติน้อยมาก สรุปว่างานนี้ไม่ใช่ World Expo แต่เป็น Chinese Expo ที่ใหญ่ระดับเดียวกับ World Expo

ช่วงที่ไปอากาศร้อนถึงร้อนที่สุด ตามกำหนดการเราต้องเข้างานตั้งแต่เช้าซึ่งเรามาถึงเซี่ยงไฮ้ก่อนหน้าเข้างานสองวันแล้ว รู้ตัวดีว่าไม่มีปัญญาได้ดูงานแน่เพราะจะเหนื่อยกับอากาศที่ร้อนจัด และท้อในการแย่งคิวกับคนจีนที่มาดูงาน เราเลื่อนกำหนดการเป็นเข้างานตอนบ่านสามโมงและอยู่ไปจนสามทุ่มแทนซึ่งดีกว่ามากเพราะช่วงเย็นคนจะเริ่มน้อยลง อากาศก็พอทนได้ และพาวิลเลี่ยนหลายแห่งเล่นแสงบนตัวอาคารกันน่าชมมาก

เราเข้างานวันที่ 21 กรกฎาคม เวลาจะเข้างานต้องต่อแถวยาวเป็นช่องเหมือนเวลาไปเดินทางในสนามบิน การตรวจก็เข้มพอกันมีการเอ็กซเรย์กระเป๋า เดินผ่านเครื่องตรวจจับโลหะ
ตรวจน้ำดื่มไม่ให้เอาเข้า(วันที่สองเราเอาน้ำเข้าได้ แต่ต้องดื่มให้เหลือน้อยๆก่อน กฎเปลี่ยนได้วันต่อวันจริงๆ) เขาแจกแผนที่กับพัดให้ด้วย งานนี้แบ่งเป็น 2 ฟากแม่น้ำ มีโซน A (โซนเอเชีย) และ B (ยุโรป อัฟริกา) อยู่ฟากเมืองใหม่ C และ D อยู่อีกฟากหนึ่ง

เราไปถึงก็รีบเดินเข้าศาลาไทยก่อนทันที พอเจ้าหน้าที่เห็นเป็นคนไทยก็รีบเรียกให้เข้า Fast track ไม่ต้องต่อคิว รู้สึกดีขึ้นมากระทันหัน( ไม่ได้ดีใจว่าแซงคิว) ว่าที่ตรงนี้เป็นของไทย และให้ความสำคัญกับคนไทย เพราะตั้งแต่เข้ามาเมืองจีน รู้สึกเหนื่อยมากกับความหนาแน่นของคนจีน น้องๆเจ้าหน้าที่พาพวกเราเข้าไปในห้องการแสดงที่กำลังจะเริ่มพอดี


ศาลาไทยแบ่งเป็น 3 ห้อง ห้องแรก เข้าไปจะเป็นห้องกว้างๆมีแอ่งน้ำที่มีรั้วกั้นอยู่ตรงกลาง และมีม่านน้ำตก เหนือแอ่งน้ำจะเป็นจอภาพสี่ด้านทรงสี่เหลี่ยม แต่ฉายเป็นทรงเว้าๆแหว่งๆอารมณ์ศิลป์ๆหน่อย แต่ละจอก็จะฉายภาพความเป็นไทยรูปแบบต่างๆ เช่น พิธีไทยๆ ธรรมชาติ สายน้ำ คนดูก็ยืนรอบแอ่งน้ำ ยืนดูมัลติมีเดีย จบการนำเสนอในห้องนี้ เขาก็ให้เดินไปสู่ห้องที่สอง

ห้องที่สองจะมีจอขนาดใหญ่ มียักษ์วัดแจ้งยืนอยู่ข้างๆตนหนึ่ง ผนังห้องด้านหลังจะเป็นทางออกไปสู่ห้องต่อไป ผนังด้านข้างสองด้านจะมีฉาก ซึ่งเมื่อมีการนำเสนอบนจอ จะมีการแสดงมัลติมีเดียประกอบเช่นกัน พอเริ่มแสดงก็มีการแสดงเรื่องราวของประเทศไทยยุคต่างๆมีเรื่องราวเห็นสายสัมพันธ์ไทยจีน โดยยักษ์วัดแจ้งตนนั้นกลายเป็นหุ่นที่พูดได้ พูดกับยักษ์วัดโพธิ์ซึ่งเป็นภาพในจอ มียักษ์ตนเล็กๆชื่อ เสี่ยวไท่ คอยมาเป็นตัวกวน แถมมีเรือจำลองแล่นไปหลังฉากบริเวณผนังด้านข้าง เป็นโชว์มัลติมีเดียมองรอบตัวได้อย่างน่าประทับใจ ไม่ค่อยได้ฟังว่ายักษ์คุยอะไรกันมัวแต่ดูวิธีการนำเสนอ ดูไปดูมา อ้าว จบแล้ว คนดูก็ย้ายไปอีกห้องหนึ่ง

ห้องนี้เป็นที่นั่งชมหนังสี่มิติ เขาแจกแว่นตาให้คนละอัน เลือกที่นั่งตามใจ หนังจะสื่อชีวิตในเมืองไทย ทั้งชีวิตสบายๆ สนุกสนานแบบไทยๆ ความที่เป็นหนังสามมิติ ก็จะมีฉากที่มีของลอยเข้ามาใกล้ๆให้คนดูฮือฮากันตลอด ผลไม้หล่นบ้าง อะไรวิ่งมาบ้าง แถมบางฉาก สาวในเรื่องถูกน้ำสาด คนดูก็รู้สึกเหมือนเปียก และมีกลิ่นดอกไม้ด้วย เสี่ยวไท่ก็ออกมาทำตัวน่ารักตลอดเวลา คนดูชอบกันมาก ศาลาไทยเป็นการนำเสนอที่ดูภาพรวมแล้ว คนดูจะมีความสุขที่ได้มาเยี่ยมชม

0 comments: