ช่วงที่ไปอากาศร้อนถึงร้อนที่สุด ตามกำหนดการเราต้องเข้างานตั้งแต่เช้าซึ่งเรามาถึงเซี่ยงไฮ้ก่อนหน้าเข้างานสองวันแล้ว รู้ตัวดีว่าไม่มีปัญญาได้ดูงานแน่เพราะจะเหนื่อยกับอากาศที่ร้อนจัด และท้อในการแย่งคิวกับคนจีนที่มาดูงาน เราเลื่อนกำหนดการเป็นเข้างานตอนบ่านสามโมงและอยู่ไปจนสามทุ่มแทนซึ่งดีกว่ามากเพราะช่วงเย็นคนจะเริ่มน้อยลง อากาศก็พอทนได้ และพาวิลเลี่ยนหลายแห่งเล่นแสงบนตัวอาคารกันน่าชมมาก
ศาลาไทยแบ่งเป็น 3 ห้อง ห้องแรก เข้าไปจะเป็นห้องกว้างๆมีแอ่งน้ำที่มีรั้วกั้นอยู่ตรงกลาง และมีม่านน้ำตก เหนือแอ่งน้ำจะเป็นจอภาพสี่ด้านทรงสี่เหลี่ยม แต่ฉายเป็นทรงเว้าๆแหว่งๆอารมณ์ศิลป์ๆหน่อย แต่ละจอก็จะฉายภาพความเป็นไทยรูปแบบต่างๆ เช่น พิธีไทยๆ ธรรมชาติ สายน้ำ คนดูก็ยืนรอบแอ่งน้ำ ยืนดูมัลติมีเดีย จบการนำเสนอในห้องนี้ เขาก็ให้เดินไปสู่ห้องที่สอง
ห้องที่สองจะมีจอขนาดใหญ่ มียักษ์วัดแจ้งยืนอยู่ข้างๆตนหนึ่ง ผนังห้องด้านหลังจะเป็นทางออกไปสู่ห้องต่อไป ผนังด้านข้างสองด้านจะมีฉาก ซึ่งเมื่อมีการนำเสนอบนจอ จะมีการแสดงมัลติมีเดียประกอบเช่นกัน พอเริ่มแสดงก็มีการแสดงเรื่องราวของประเทศไทยยุคต่างๆมีเรื่องราวเห็นสายสัมพันธ์ไทยจีน โดยยักษ์วัดแจ้งตนนั้นกลายเป็นหุ่นที่พูดได้ พูดกับยักษ์วัดโพธิ์ซึ่งเป็นภาพในจอ มียักษ์ตนเล็กๆชื่อ เสี่ยวไท่ คอยมาเป็นตัวกวน แถมมีเรือจำลองแล่นไปหลังฉากบริเวณผนังด้านข้าง เป็นโชว์มัลติมีเดียมองรอบตัวได้อย่างน่าประทับใจ ไม่ค่อยได้ฟังว่ายักษ์คุยอะไรกันมัวแต่ดูวิธีการนำเสนอ ดูไปดูมา อ้าว จบแล้ว คนดูก็ย้ายไปอีกห้องหนึ่ง
ห้องนี้เป็นที่นั่งชมหนังสี่มิติ เขาแจกแว่นตาให้คนละอัน เลือกที่นั่งตามใจ หนังจะสื่อชีวิตในเมืองไทย ทั้งชีวิตสบายๆ สนุกสนานแบบไทยๆ ความที่เป็นหนังสามมิติ ก็จะมีฉากที่มีของลอยเข้ามาใกล้ๆให้คนดูฮือฮากันตลอด ผลไม้หล่นบ้าง อะไรวิ่งมาบ้าง แถมบางฉาก สาวในเรื่องถูกน้ำสาด คนดูก็รู้สึกเหมือนเปียก และมีกลิ่นดอกไม้ด้วย เสี่ยวไท่ก็ออกมาทำตัวน่ารักตลอดเวลา คนดูชอบกันมาก ศาลาไทยเป็นการนำเสนอที่ดูภาพรวมแล้ว คนดูจะมีความสุขที่ได้มาเยี่ยมชม
0 comments:
Post a Comment