Wednesday, May 02, 2012

ฝนตก ฝนแล้ง ภัยพิบัติ

ปีนี้อากาศร้อนมาก มีแนวโน้มว่าจะเกิดภัยแล้ง ช่วงนี้เริ่มเข้าหน้าฝน เดือนหกแล้ว ทางใต้มีฝนตกมากพอควร แต่อากาศร้อนมากๆ กะว่าจะบันทึกเรื่องฝนฟ้าอากาศแต่ละปีช่วงนี้ไว้

ปี 2555 ปีนี้เขาพยายามพร่องน้ำในเขื่อนเพื่อเตรียมรับน้ำท่วม แต่กลับเจออากาศร้อนจัด หลายจังหวัดประกาศเป็นเขตภัยพิบัติแล้ง เดือนเมษายนปีนี้ร้อนมากๆ  กลางเดือนเมษายนมีแผ่นดินไหวในทะเล อินโดนีเซีย คนภาคใต้ที่นครศรีรับรู้แผ่นดินไหว ที่บ้านเองก็รู้สึกว่าแผ่นดินไหวเบาๆ กลัวกันว่าจะเกิดสึนามิ แต่ก็ไม่เกิด

ปี 2554 25 มีนาคม 2554 ฝนตกหนักในมวล.และมีน้ำท่วมหลายจุดในเมือง ถึงกับต้องส่งคนกลับตัวเมืองก่อนเวลาเลิกงาน น้ำท่วมต่อเนื่องถึงต้นเดือนเมษายน   http://www.blogger.com/blogger.g?blogID=7900301#editor/target=post;postID=2131862304366619181 ปีนี้เป็นปีมหาอุทกภัย น้ำท่วมใหญ่  เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม กระจายพื้นที่ต่างๆแต่ละภาคทุกภาค แม้แต่ในกทม.ก็น้ำท่วมชนิดไม่เคยเห็นมาก่อน น้ำลดช่วงมกราคม 2555

ปี 2553 น้ำท่วมหนักที่ มวล. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2553

ปี 2547 26 ธันวาคม 2547 เกิดสึนามิครั้งร้ายแรงหลายประเทศ และเป็นครั้งแรกของประเทศไทย คนเสียชีวิตมากมาย จังหวัดที่ได้รับผลกระทบคือหกจังหวัดภาคใช้ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

Saturday, March 03, 2012

จดหมายถึงเพื่อน...กนกพงศ์ สงสมพันธ์

สัปดาห์ที่แล้วและสัปดาห์นี้ ได้อ่านหนังสือหลายเล่ม แต่อยากพูดถึงหนังสือจดหมายถึงเพื่อน เพราะปกติก็อ่านหนังสือของคุณกนกพงศ์บ้างมาตั้งแต่ "แผ่นดินอื่น" ที่ได้รางวัลซีไรต์ ชายหนุ่มที่บ้านก็ชอบหนังสือของคุณกนกพงศ์ ที่บ้านก็เลยมีวางไว้หลายเล่ม

โดนส่วนตัวไม่ค่อยอ่านหนังสือของคุณกนกพงศ์ หนึ่งคือไม่ค่อยอ่านเรื่องสั้นเพราะเรื่องมันสั้น อ่านแล้วจบเร็วเกิน และมีพล็อตเดียว ไม่มีอะไรซับซ้อน อีกอย่างความที่โทนเรื่อง เนื้อหา ฉากในเรื่องมักเป็นสิ่งที่ฉันเองก็รับทราบมาตลอดเป็นปกติ เพราะความที่เป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกัน พื้นฐานคล้ายกัน คือเป็นคนใต้ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ที่เขาเขียนถึง ฉันก็รู้จัก และไม่เห็นเป็นเรื่องแปลกอะไร สำนวนการเขียนสละสลวย แต่ก็เป็นสิ่งที่คาดหวังจากคนเขียนหนังสืออยู่แล้ว

แต่หนังสือ จดหมายถึงเพื่อน กลับเป็นเรื่องฉันชอบ เพราะมันเป็นการเล่าเรื่องชีวิตประจำวันง่ายๆ เหมือนเพื่อนเล่าสู่กันฟัง มีคนในเรื่องที่ฉันรู้จักจริงๆ การอ่านสิ่งที่คนจริงๆคิดโดยไม่ใช่นิยาย ก็เลยสนุกสนานดี โดยเฉพาะตอนที่พูดถึงหมอฟันและภรรยานายกเทศมนตรี ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่อ่านแล้วก็ อืมม์ ใช่จริงๆ

แปลกที่เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้ไปแล้ว เมื่อวานนี้ก็ได้หนังสือของคุณอุรุดา โควินท์ เรื่องครัวสีแดง น่ารัก สนุกสนานดี ตกลงก็เลยได้อ่านหนังสือที่ผู้เขียนเกี่ยวข้องกันโดยมิได้นัดหมาย







Thursday, February 23, 2012

Sifakas ลิงขาว...ราวกับหนุมาน

เมื่อคืนดูรายการสารคดีชีวิตสัตว์ มีรายการหนึ่งพาไปดูชีวิตของลีเมอร์ ซิฟาคา ซึ่งหน้าตาคล้ายๆลิง ขนสีขาวสวย หน้าดำ กระโดดได้ไกลมาก เพราะหากินบนต้นไม่ที่มีหนามแหลม แล้วใช้วิธีกระโดดข้ามจากต้นนี้ไปต้นนั้น ไม่กลัวหนามกันเลย มันกินดอกอ่อน ใบอ่อน ของต้นไม่มีหนามพวกนั้น ซึี่งมีน้ำเพียงพอโดยไม่ต้องไปหาน้ำที่แหล่งอื่นเพิ่มอีก (ซิฟาคามีหลายชนิดย่อย มีชนิดที่เก่าแก่กว่านั้นคือพวกที่อาศัยในป่าเขตร้อน ตัวจะสีคล้ำกว่า แต่ก็สามารถกระโดดได้แบบเดียวกัน)


ว่าไปแล้วซิฟาคาเหมือนลิงมากกว่าลีเมอร์ ใช้ขาทั้งสองคล้ายคนมากกว่าลิงหรือลีเมอร์ชนิดอื่นๆ

ที่สะกิดใจคือ ตอนที่มันกระโดด จะกระโดดจากกิ่งไม้กิ่งหนึ่งโดยใช้ขาหลังไปจับที่กิ่งที่กระโดดไป แล้วมันสามารถกระโดดไปมาได้เร็วมาก นึกถึงนิยายกำลังภายในขึ้นมาทันทีที่เขาใช้วิชาตัวเบากระโดดไปตามต้นไม้ จะเห็นแบบมาจากซิฟาคาพวกนี้หรือเปล่านะ

ท่าทางอีกอย่างที่คุ้นตามากคือการกระโดดไปบนดิน เวลาที่ลงมาจากต้นไม้ มันจะกระโดดตัวเอียงๆ ใช้ขาสองข้างทีละข้างก้าวไป แต่จังหวะกระโดดลงเกือบจะพร้อมกัน เห็นแล้วนึกถึงหนุมาน ตอนที่เขาแต่งเรื่องรามเกียรติ์ เขาจะเคยเห็นลีเมอร์พวกนี้บ้างไหม จริงๆแล้วนึกไกลไปถึงโขนด้วยซ้ำ เวลาที่ตัวลิง ตัวยักษ์ออกมา ก็จะเต้นตัวเอียงๆออกมาแบบนี้

ตอนนี้กลายเป็นสัตว์ตัวโปรดของฉันไปแล้ว ชอบจริงๆเลย

ตามไปดูรูปจากลิงก์นี้แล้วกัน http://www.burrard-lucas.com/photo/madagascar/sifakas_jumping.html

แล้วก็ดูท่ากระโดดจากวิดิโอนี้ค่ะ http://www.youtube.com/watch?v=8fzpeCR2JmQ&feature=related


Sunday, February 19, 2012

Joshua Bell .... เพิ่งรู้จักอีกแล้ว

วันนี้มีน้องโพสต์ใน Facebook ว่า "หรือจังหวะชีวิตก็อาจทำให้เราพลาดอะไรบางอย่างไป" แล้วก็มีเรื่องของนักไวโอลินคนหนึ่งไปเล่นไวโอลินที่สถานีรถไฟใต้ดินแห่งหนึ่งใน Washington DC เล่นไปประมาณ 45 นาที ในช่วง rush hour ซึ่งก็เป็นที่คาดเดาได้ว่าผู้คนจะเร่งรีบกันมาก มีคนเดินผ่านไปมาประมาณ 1,100 คน มีเพียง 6 คนที่ได้หยุดฟังเขาเล่น มีคนประมาณ 20 คนให้เงินซึ่งรวมแล้้วเป็นจำนวน 32 เหรียญ แม้เมื่อเขาหยุดเล่นก็ไม่มีใครสนใจ

นักไวโอลินคนนี้คือ Joshua Bell หนึ่งในนักดนตรีอัจฉริยะของโลก เขาเล่นเพลงที่เป็นระดับมาสเตอร์พีซ ด้วยไวโอลินที่มีมูลค่ากว่า 3.5 ล้านดอลล่าร์

การแสดงชุดนี้ถูกจัดขึ้นโดยหนังสือพิมพ์ Washington Post เป็นส่วนหนึ่งของการทดลองเกี่ยวกับการรีบรู้ รสนิยม และการให้ความสำคัญของคน ซึ่งก็ได้ข้อคิดมาว่า

"If we do not have a moment to stop and listen to one of the best musicians in the world playing the best music ever written, how many other things are we missing?"

อ่านแล้วก็งงๆกับชีวิตว่าทำไมไม่เคยรู้จักหนุ่มคนนี้ ก็เลยไปค้นข้อมูลในเว็บ ประวัติความเก่งกาจมีเพียบ แถมไวโอลินที่เขาใช้เป็นของ Stradivarius ( เหมือนในเรื่อง Red Violin) กะว่าเดี่ยวจะค้นเรื่องไวโอลินต่อ จะได้ต่อเนื่องจากโพสต์ก่อน

Friday, February 10, 2012

เรื่องเก่าๆ

วันนี้นั่งคุยกับคุณพ่อและพี่สาวหลังกินข้าวกลางวัน เริ่มจากคุยเรื่องฝรั่งที่มาทำงานเมืองไทย ไม่ใช่ทุกคนที่คนไทยจะนับถือได้ แล้วคุณพ่อเล่าให้ฟังว่าฝรั่งที่เข้ามาสมัยก่อนจะทำตัวน่านับถือ แม้จะเป็นฝรั่งที่เข้ามาทำเหมืองก็จะมีความรู้ดี เก่งจริง และมีการวางตัวที่เหมาะสม ยิ่งถ้าเป็นชาวอังกฤษจะวางตัวดีมากๆ บางคนไปไหนก็จะถือร่มติดตัวตลอดเวลาตามธรรมเนียมอังกฤษ อย่างในระนอง เวลาฝรั่งจะกินข้าวก็จะมีร้านเฉพาะที่ดูดี กินอาหารกระป๋อง เป็นต้น

แล้วก็คุยกันต่อถึงคนที่หน้าตาคล้ายฝรั่ง เช่นที่โรงเรียนสหายวิทย์ที่ระนอง สมัยที่ยังเรียนตอนเด็กมากๆ อาจารย์ใหญ่ชื่อ ขุนเผดิมเกิดบ้านตะเคียน หน้าตาเหมือนฝรั่ง คุณพ่อบอกว่าถ้านามสกุลนี้ แสดงว่าพื้นเพเดิมอยู่ที่ถลาง และอาจมีเชื้อฝรั่งจริงเพราะแถวนั้นมีฝรั่งอยู่เยอะ แต่ตัวขุนเผดิมเป็นบัณฑิตอักษรศาสตร์ จุฬา มีความทรงจำกับอาจารย์ไม่มากนัก เพราะรุ่นต่อมาที่จำได้จะจำว่าอาจารย์ใหญ่ชื่อครูแดง

คุณพ่อเคยทำงานกับบริษัทภูเก็ตติน บริษัทพวกนี้เป็นของฝรั่งทั้งนั้น ฝรั่งออสเตรเลีย สแกนดิเนเวีย ส่วนใหญ่มาเป็นคนงานชั้นดี ฝรั่งนายงานมักเป็นคนอังกฤษ คนฮอลันดา หรือถ้าเหมืองสูบก็จะเป็นนายงานจีนที่เรียนรู้มาจากภูเก็ต คุณพ่อบอกว่าสมัยก่อนมองออกว่าเป็นฝรั่งชาติไหน ฝรั่งก็มีชนชั้น ฝรั่งอังกฤษก็จะเป็นระดับสูงซึ่งก็ใหญ่จริงๆ ฝรั่งอื่นก็ต้องนอบน้อมกว่า

คุณนายก็เป็นลูกฝรั่งอังกฤษ แม่ไทย(ซึ่งมีสามีคนไทยพม่าอีกคนหลังจากฝรั่งกลับไป)

ที่ระนองบริษัทเหมืองแร่ที่มีชื่อได้แ่ก่ ไซมิสติน บางริ้นติน ระนองคอนโทรล(ตรงที่เป็นบ้านเราตอนนี้ ไปแถวโรงเรียนพิชัยด้วย) ทีหลังระนองคอนโทรลขายให้เจ๊กทำเหมือง แล้วเขาก็แบ่งให้ท่านขุนสวัสดิ์ภักดีด้วย ก็ได้ทำเหมืองแร่หาบ หรือเหมืองสูบด้วย (ของฝรั่งจะทำเรือขุด) ฝรั่งจะได้ปทานบัตร สัมปทานเขาจะได้กันนานเป็น 99 ปีเป็นต้น ทำเป็นที่เช่า คนไทยก็ไม่มีสิทธิ์ หลัง 99 ปีสภาพก็เปลี่ยนไปหมดแล้ว ราคาเช่า เช่นหนึ่งบาทต่อเดือน คนฝรั่งอยู่ในระนองเป็นร้อยคน เป็น นายช่าง นายงาน หัวหน้าสำนักงาน ฯลฯ

เรือขุดแร่ที่หลังสวนก็มีเยอะ เช่น เรียกว่าเรือบ้านควนหินมุ้ย ฝรั่งบางคนก็พูดไทยได้นิดหน่อย คนไทยเราก็รู้ภาษาเหมืองแร่หน่อยหนึ่ง สรุปว่าสื่อสารกันได้ สมัยก่อนคนงานมักเป็นคนจีนมากกว่าเมืองไทย ขนกันมาจากปีนัง ปีนังเองก็เหมืองทั้งนั้น

คนฝรั่งหมดเอาตอนสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นจับฝรั่งเกือบหมด กิจการเลิก แต่ญี่ปุ่นไม่ทำเหมือง คนจีนคนไทยจึงได้ทำเหมืองต่อ นายช่างก็เอามาจากวิศวะจุฬา กรมโลหกิจส่งมา เพราะเหมืองช่วงนั้นถูกปล่อยทิ้ง วิศวกรเข้ามาคุมทั่วภาคใต้เพราะคนมีความรู้ไปหมดแล้ว ต้องนำคนไทยเข้ามาคุม โดยใช้ความชำนาญของคนงานที่เคยทำมาก่อน

Saturday, December 03, 2011

พล็อตซีรี่ส์ที่เริ่มคุ้นๆ

ช่วงนี้ดูซีรี่ส์ต่อเนื่องหลายชุด เพราะปกติไม่ได้ดู พอจะดูขึ้นมาก็ได้ดูหลาย seasons ดูไปดูมาก็จะเจอพล็อตคล้ายๆกันอย่างเห็นได้ชัด

ตอนนี้ดูเรื่อง 4400 มีทอมกับไดอาน่าเป็นเจ้าหน้าที่ NTAC คอยจัดการกับพวกที่ถูกพาตัวไปที่ไหนซักแห่งแล้วนำกลับมาโดยมีความสามารถพิเศษติดตัว กลุ่ม 4400 จะมีความสามารถคล้ายๆกับ character ในเรื่อง Hero อย่างอิซาเบลใน 4400 ก็จะคล้ายแคลร์ใน Hero เป็นพวก unbreakable /heal ตัวเองได้เหมือนกัน  

ใน 4400 season 2 มีตอนหนึ่งทอมจะได้เข้าไปในโลกเสมือนที่เกิดจากการสร้างสภาพแวดล้อมปลอมของอลาน่า แนวนี้ก็คล้ายแนวโลกคู่ขนานใน Fringe season 3 (ใน Fringe มีโอลิเวีย กับ ปีเตอร์ เป็น FBI agent ที่อยู่แผนก Fringe)

4400 season 3 ก็มีคนที่สามารถแปลงร่างเป็นคนอื่นได้ เหมือน shape shifter ใน Fringe ที่คนของโลกคู่ขนานเปลี่ยนร่างได้ แต่กรณีนั้นต้องมีอุปกรณ์ต่อเชื่อม

ซีรี่ส์ที่ติดตามอีกเรื่องคือ Fringe เป็นเรื่องของจักรวาลคู่ขนาน นางเอกเป็น FBI ที่ต้องใช้ความสามารถของพ่อพระเอกซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เคยทำการทดลองหาความพิเศษของเด็ก ซึ่งนางเอกก็เป็นหนึ่งในเด็กทดลองนั้น พระเอกก็มาจากจักรวาลอื่นตั้งแต่เด็กเพราะพ่อพระเอกไปเอาตัวมาแทนลูกชายแท้ๆที่เสียชีวิตไป  เรื่องนี้เพลงจิงเกิ้ลเพราะดี การใช้โทนสีของซีนเปลี่ยนเรื่องจะบอกว่าขณะนั้นเป็นเรื่องของจักรวาลใด เช่นเป็นซีนเปลี่ยนเรื่องโทนสีเขียว สีแดง สีเหลือง เป็นต้น

Fringe season 4 episode สุดท้ายเริ่มมาแปลก

อุปกรณ์ต่างๆเริ่มคุ้นๆ เช่น Tablet
มีการพูดถึงความถี่ของแต่ละเแกภพ เช่น เอกภพของเราใช้ความถี่คีย์ G ในขณะที่เอกเอกภพหนึ่งใช้คีย์ C

ในปี 2015 พวก observer ยึดครองเอกภพ มนุษย์กลายเป็น native นึกถึงเรื่อง Terminator ขึ้นมาเลย
ทีม fringe ก็ถูก amber ไว้ เหมือนยีนในเรื่อง Jurassic Park

ใน Episode 20 world apart ก็มีไอเดียคล้ายๆเรือของโนอาห์ด้วย ซีรี่ส์เรื่องนี้ช่างหลากหลายจริงๆ


เรื่องที่ชอบคือ  Fringe/4400/Hero/NCIS/Castle

Sunday, November 13, 2011

วันนี้อ่านหนังสือเรื่อง รหัสลับหลังคาโลก ตอนยืมมาอ่านคิดว่าเป็นเรื่องแนวรหัสลับดาวินชี หรือรหัสลับอื่นๆที่ออกมาเป็นกระแส เปิดอ่านหน้าแรกแล้วถึงรู้ว่าที่หยิบมานี้เป็นเล่ม 3 มีทั้งหมดกี่เล่มก็ไม่รู้ ก็ยังคิดในแง่ดีต่อว่าแต่ละเล่มจะมีเนื้อหาสมบูรณ์ เพียงแต่มีตัวละครเดิม อ่านแล้วถึงรู้เพิ่มมาอีกว่าไม่ใช่ ... เรื่องมันต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ไหนๆก็อ่านแล้ว อ่านจนจบแล้วกัน สรุปว่าเป็นหนังสือชุดของจีน นักเขียนชื่อ เหอหม่า ซึ่งมีประสบการณ์อยู่ในทิเบตเป็นสิบปี และมีความรู้เกี่ยวกับทิเบตอย่างลึกซึ้ง

อ่านไปอ่านมาเกิดความรู้สึกว่า นี่มันเพชรพระอุมาภาคทิเบตนี่นา (แต่ความจริงเพชรพระอุมาก็ประมาณขุมทรัพย์โซโลมอนภาคไทย) จาก รพินทร์ ไพรวัลย์ ก็กลายเป็น จัวมู่เฉียงปา รพินทร์ในภาคแรก รับจ้างเข้าป่าไปตามหาพี่ชายนางเอก แต่จัวมู่เฉียงปาเป็นเจ้าของบริษัทฝึกสุนัข ที่ออกไปตามหาสุนัขพิเศษที่หายากมากพันธุ์ทิเบตัน มัสทิฟฟ์ สิ่งที่เหมือนกันคือแนวเรื่องที่ทั้งสองเรื่องมีหญิงสาวร่วมการเดินทาง มีเรื่องความรักโรแมนติกท่ามกลางการผจญภัยเหนือจินตนาการ

ส่วนตัวต้องบอกว่าชอบเรื่องนี้มาก ได้รู้เรื่องทิเบตมากขึ้น รู้เรื่องศาสนา อารยธรรมต่างๆมากขึ้น แถมยังต้องลุ้นพระเอกเสียทุกตอน อ่านจบด้วยความเสียดาย เพราะไม่มีเล่มต่อมาอ่าน ต้องรอวันจันทร์ค่อยไปศูนย์บรรณฯ J ข่าวว่าตอนนี้ออกมา 6 เล่มแล้ว ทั้งชุดจะมี 10 เล่ม แต่เห็น version ภาษาจีนเขาบอกว่ามี 8 เล่ม ใครชอบเพชรพระอุมาคิดว่าน่าจะชอบเรื่องนี้ค่ะ

Friday, October 07, 2011

น้ำท่วมใหญ่ภาคกลางและภาคเหนือ กันยายน-ตุลาคม 2554

7 ตุลาคม 2554

ช่วงเดือนที่ผ่านมากมีข่าวน้ำท่วมใหญ่ทั่วภาคกลางและภาคเหนือ รุนแรงขนาดน้ำท่วมลึกเป็นเมตร บ้านเรือนอยู่ใต้น้ำไปหนึ่งชั้น ไร่นาเสียหายจากน้ำท่วมขังเป็นเดือน เป็นวิกฤตการณ์ที่น่ากลัวมาก คันกั้่นน้ำบางโฉมศรีแตก น้ำทะลักลงใต้เขื่อนจำนวนมาก ดูจากทีวีจะเห็นน้ำไหลเชี่ยวไปตามซอยหมู่บ้าน น่ากลัวมาก

วัดไชยวัฒนาราม ที่อยุธยาก็เพิ่งถูกน้ำท่วมไปสองสามวันมานี้ คันกั้นน้ำเอาไม่อยู่ แม้แต่กรุงเทพเขตรอบนอก วันนี้ก็ได้ข่าวน้ำท่วมถนนหลายจุด

30 ตุลาคม 2554

ช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมาข่าวน้ำท่วมกรุงเทพเป็นเรื่องใหญ่ เพราะคิดง่ายๆว่าแม้แต่ในกรุงเทพก็ไม่สามารถป้องกันได้ แล้วในกรุงเทพเป็นเขตเศรษฐกิจ เขตทำงาน เขตรวมพลที่จะไปช่วยที่อื่น ถ้ากรุงเทพชั้นในน้ำท่วม ส่วนตัวคิดว่ารัฐบาลทำได้แย่มาก ศอภ. ทำงานไม่เป็น และเป็นที่พึ่งไม่ได้

เดิมเมื่อน้ำจะลงมาจากอยุธยาก็จะลงมาที่แถวปทุมธานี ซึ่งก็ท่วมนิคมอุตสาหกรรมมาอย่างต่อเนื่อง 7 แห่ง ไม่เว้นแม้แต่นวนคร น้ำท่วมสูง 1-2 เมตร จากนั้นมีการให้ข้อมูลว่าจะกั้นน้ำให้ไปทางตะวันออกของกรุงเทพ แถบลากกระบัง คลองสามวา หนองจอก แต่ไปๆมาๆกลับเป็นว่าน้ำท่วมไปทางตะวันตกเสียมาก แม้แต่ในสนามบินดอนเมือง น้ำยังท่วมเข้า runway ทั้งๆที่ศูนย์ ศอภ. ก็ตั้งอยู่ที่นั่นและเป็นศูนย์พักพิงด้วย ทางฝั่งธนโดนหนักแถบจรัญสนิทวงศ์ซอย 80-90 กว่าๆ ประชาชนอพยพกันชุลมุน เห็นรูปน้ำท่วมอุโมงค์แยกบางพลัดแล้วตกใจไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพแบบนี้ http://www.pantip.com/cafe/news/topic/NE11258601/NE11258601.html


เมืองเอกน้ำท่วมสูง 2-3 เมตร มหาวิทยาลัยรังสิตจมน้ำ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรุงเทพ จมไปก่อนหน้านั้นแล้ว มูลค่าความเสียหายเป็นพันล้าน

อาหารแพงขึ้น น้ำดื่มหายากและราคาสูง มาม่าอาารแห้งถูกซื้อไปเก็บตุนจนขาดตลาด

รัฐบาลประกาศวันหยุด 27-31 ตุลคม 2554 ในเขตกรุงเทพและอีก 20 จังหวัดที่ประสบภัย ผู้คนที่อพยพก็จะไปทางชลบุรี โคราช ปราจีนบุรี จังหวัดที่น้ำไม่ท่วมทั้งหลาย

บ้านอยู่ที่ซอยอินทามระ 51 ยังคงไม่มีน้ำท่วม แต่เพื่อความไม่ประมาทก็ขนรถไปฝากไว้ที่ปราจีนบุรี เก็บของในบ้านขึ้นชั้นสอง

ภาคใต้ นครศรีธรรมราช ฝนเริ่มตกตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม และตกต่อเนื่องทุกวันแทบจะไม่ได้เห็นแสงแดด สองวันนี้เพิ่งมีแดดช่วงเช้าเล็กน้อย แล้วก็ฝนตกต่อเนื่องทั้งวัน ยังไม่มีน้ำท่วมขัง น้ำดื่มในห้างหาไม่ได้ต้องไปซื้อจากร้านเล็ก แต่ชีวิตโดยรวมยังไม่ลำบากอะไร

สิงหาคม 2554 นายกหญิงคนแรกของไทย

มาบันทึกว่ามีเหตุการณ์ในเมืองไทยที่มีการเลือกตั้งและได้พรรคเพื่อไทยเป็นเสียงข้างมาก จนในที่สุดเมืองไทยก็มีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ นายกฯที่เข้ามาสู่วงการเมืองไม่ถึงสองเดือนก็สามารถเป็นนายกฯได้
เห็นแล้วไม่ไหวจะเคลียร์!

วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 เป็นวันเลือกตั้ง และวันที่ 5 สิงหาคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 28 ของประเทศไทย และถือเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย

ไม่คิดว่าผู้หญิงยุคนี้ยังจะเป็นหุ่นให้ใครชักใยอยู่อีก.... :(


บันทึกน้ำท่วมท่าศาลา มีนาคม - เมษายน 2554

ช่วงน้ำท่วมภาคใต้ที่รุนแรงที่สุดที่เคยเจอ มัวไป update บน FB ไม่ได้มาบันทึกในนี้ ก็คัดลอกมาดีกว่า จะได้เก็บเรื่องสำคัญๆได้ไม่ตกหล่น



"ฝนตกหนักอีกแล้ว เมื่อวานนี้(25 มีนาคม 2554) ฝนตกหนักจนน้ำท่วมบางจุดในเมืองเป็นห่วงกันว่าพนักงานจะเดินทางลำบาก มหาวิทยาลัยจัดรถให้พนักงานกลับเข้าตัวเมืองตอนสามโมงหนึ่งรอบ อีกรอบตอนสี่โมงครึ่งตามปกต

เช้าวันที่ 26 ออกไปซื้อขนมมาให้คุณพ่อ ทั้งลมทั้งฝน ร้านขายขนมเปิดร้านกันสาย ร้านขายข้าวสามร้านหน้าตลาดไม่ขายเลย(ช่วงเจ็ดโมงเศษ) มีแต่ปาท่องโก๋ กับร้านข้าวต้มหน้าอำเภอ ถึงได้มีของกิน อ้อ... ตอนออกไปไฟแถวหน้ามอดับด้วย (ดับประมาณชั่วโมง ไฟมาตอนเคารพธงชาติพอดี) เห็นเซเว่นหน้ามอไฟดับ แต่พอไปท่าศาลา ก็มีไฟตามปกติแต่น้องๆในเซเว่นคุยกันว่ามีเพื่อนโทรมาลางานเพราะเดินทางมาไม่ได้

ดีใจเถอะนะที่ไม่ใช่แผ่นดินไหว.... เท่านี้ ชิลล์ๆ



มวล.ก่อนเที่ยงวันที่ 26 มีนาคม 2554 ยังคงมีฝนตกๆหยุดๆตลอดเวลา

เข้าไปดูในมอ รู้สึกว่าน้ำท่วมมากกว่าปีก่อนๆ หน้าอาคารบริหารปกติผ่านไม่ได้ แต่พื้นที่ที่น้ำท่วมถึงปีนี้ดูจะกินอาณาเขตกว้างกว่า

ศูนย์บรรณสารวันนี้ปิดทำการแล้ว วันพรุ่งนี้ก็ปิดค่ะ เปิดทำการวันจันทร์
เห็นประกาศแจ้งของ ศบศ. เลื่อนการสอบปลายภาค 3/2553 วันที่ 27, 28 มีนาคม 2554 ไปเป็นวันที่ 1, 2 เมษายน 2554 ตามลำดับ (โดยเวลาสอบ, ห้องสอบเหมือนเดิม) ส่วนการสอบวันที่ 29, 30, 31 มีนาคม 2554 ยังคงเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง (ดีใจจังที่วิชาของครูสอบวันที่ 29-30 นักศึกษาจะได้ไม่ต้องเลื่อน และช่วงนี้จะได้มีเวลาอ่านหนังสือเพิ่มอีกสองวัน)

บริเวณถนนตั้งแต่ป้อมยามไปถึงวงเวียน ฝั่งทะเล(ถูก)สาบ ตอนนี้อัพเกรดเป็นทะเลใหญ่ไปแล้ว เกาะกลางน้ำของเราจมหายไปจนดูไม่ออกว่าตรงนั้นเป็นเกาะ ต้นไทรตอนนี้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้นเพราะสามารถขึ้นกลางน้ำได้ ศาลาริมน้ำปรับสภาพตัวเองเป็นศาลากลางน้ำ

มวล. By the Lake ค่ะ....


วันจันทร์ (28 มีนาคม2554) มวล.หยุดทำการ สภาพโดยทั่วไปดีขึ้นมาก น้ำลดแล้ว แต่ยังคงมีน้ำขังบางจุด บริเวณทางลอดใต้สะพานหน้าอาคารบริหารรถยังผ่านไม่ได้ แต่โดยรวมชีวิตดีอยู่ค่ะ

ช่วงเช้า ไปดูศูนย์บรรณสารฯ สภาพเรียบร้อยดี มีแต่ทีมงานทำข้อสอบที่ยังต้องมาทำงานเพราะต้องผลิตข้อสอบ ไปดูศูนย์ประสานงานช่วยเหลือที่อาคารกิจกรรม เจอพี่ไก่ พี่มณเฑียร พี่โผน เห็นบอกว่าเรียบร้อยดีเช่นกัน ที่โรงอาหารมีร้านขายข้าว 5 ร้าน ข้าวปลาอาหารสมบูรณ์ดี แต่แม่ค้าร้านข้าวเล่าให้ฟังว่าค่ากับข้าวแพงมากแต่ก็ต้องซื้อมาทำ ไม่อย่างนั้นนักศึกษาก็ไม่มีอะไรกิน.... ก็ช่วยๆกันไปนะคะ :)

แต่ฝนยังตกอยู่เลย...เง้อ...


อีกครั้งที่ได้ทำอะไรร่วมกันเพื่อส่วนรวม แพ็คอาหารกล่องให้ชาวบ้านผู้ประสบภับน้ำท่วม ดีใจที่เห็นน้องๆมากันมากมายค่ะ ช่วงเช้าทำไปได้ื ล็อตแรกเห็นทำได้ 740 กล่อง ส่งให้ตำรวจไปสองร้อยกล่อง ทีเหลือก็นำส่งหน่วยต่างๆตามกำหนด ช่วงบ่ายมีธุระ ต้องรอบ่ายแก่ๆถึงจะได้เข้าไปค่ะ

ช่วงบ่ายฝนตกหนัก ไปช่วยงานกันอีก ยกทีมศูนย์ปิยะพงค์อันมี อ.ปิยะพงค์ อ.น้อย อ.เอ๋ อ.เพชร และ อ.จง ไปให้ดูเยอะๆ ประชาชนอุ่นหนาฝาคั่งค่ะ นักศึกษาจัดกันมาทั้งในนามชมรมและรวมๆกันมา บุคลากรก็เวียนกันมามากมายค่ะ โดยมีทีมกิจการนักศึกษายืนพื้น บรรยากาศสนุกสนานมาก :)



เมื่อเช้า(31 มีนาคม) 7 โมงเศษๆ พยายามขับรถออกไปตลาดท่าศาลา ฝนตกพอประมาณ น้ำท่วมขังปริมาณใกล้เคียงวันที่ 26 ที่เคยมีน้ำท่วมสูงสุด 7-11 ยังมีของขายเยอะพอประมาณ ขนมปังแถวไม่มีแล้วแต่ยังมีเบเกอรี่อื่นๆขาย ออกไปถึงเรือนไม้น้ำท่วมขังแต่น้อยกว่าครั้งที่แล้ว ที่ป้ายหน้ามอน้ำขังแต่รถเล็กผ่านได้ ลุยนิดหน่อย แต่พอเลี้ยวปุ๊บขับไปนิดนึงก็จอดเลยเพราะเห็นน้ำขังหน้า รพ. ยอมกลับรถขัยชบสวนเลนกลับเข้าบ้าน ไม่ไหวจะลุย...:(



1 เมษายน 2554
วันศุกร์ที่ไม่ได้เข้าออฟฟิศที่ทำงานแต่ไปเข้าศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแทน ....:) วันนี้ฟ้ายังมัว ฝนยังปรอย แต่ไม่น่ากลัวเหมือนวันก่อนๆแล้ว น้ำก็ลดลงเรื่อยๆ
แต่ชาวมวล.ยังมีงานที่ต้องช่วยกันอีกมากค่ะ http://www.facebook.com/media/set/?set=a.1948181347953.112788.1345165266&type=1


9 เมษายน 2554 วันนี้มีโอกาสไปลงพื้นที่แจกถุงยังชีพชาวบ้านที่หมู่ 1 ต.เกาะทวด อ.ปากพนัง ตามคุณสตาร์ น้องกุ๊กไก่ ทีมงานฟาร์มมหาวิทยาลัย และมี อ.พัชรีจากlสำนักวิชาศิลปศาสตร์ ร่วมทริป เรามีรถขนของ 5 คัน เป็นรถมหาวิทยาลัยหนึ่งคัน ที่เหลือเป็นรถของทีมงานฟาร์มมหาวิทยาลัย ออกจากมหาวิทยาลัยประมาณ 10 โมง ไปที่ อบต.เกาะทวดเป็นจุดแรก

เรากินข้าวกลางวันกันให้เสร็จก่อนไปลงพื้นที่ที่หมู่ 1 ซึ่งยังเป็นพื้นที่ที่น้ำท่วมถนนเข้าหมู่บ้าน เราต้องขนของลงเรือแจวหลายลำ และลำเลียงคนไปกับรถอีแต๋นด้วย เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้นั่งรถอีแต๋น ชอบมากๆ :) เราแวะแจก 2 จุด จุดแรกคือจุดที่นั่งเรือ นั่งรถอีแต๋น ส่วนอีกจุดหนึ่ง เรานำถุงยังชีพไปให้ทีจุดรับของ เพราะทาง อบต.ขอว่าค่อยแจกให้จะทำได้ทั่วถึงกว่า เพราะการรับของเขาต้องทำการเช็คชื่อแต่ละบ้าน

ก่อนกลับแวะไปกินขนมจีนฝีมือแม่น้องกุ๊กไก่ อิ่มอร่อย สุขใจกันถ้วนหน้า... ขอบคุณค่ะ


Friday, August 26, 2011

สาส์นสมเด็จ

สาส์นสมเด็จเป็นหนังสือที่ได้ยินชื่อมานาน บางทีเปิดหนังสือบางเล่มก็อ้างถึงเรื่องนี้ จนในที่สุดได้หนังสือเล่มนี้มาเก็บไว้ ได้อ่านหลายรอบ รู้สึกว่าได้ประโยชน์ในเชิงความรู้ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวิธีคิดของปราชญ์ยุคนั้น กรมพระยาดำรงฯ และกรมพระยานริศฯ เป็นแบบอย่างของปราชญ์ที่อยากตามรอยตลอดมา


บันทึกความรู้

ตอนที่ได้หนังสือชุดนี้ จำได้ว่าไปเดินที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า เดินดูแผงหนังสือเก่า จับๆหนังสือชุดนี้ คนขายก็มาบอกว่าหนังสือชุดนี้ดี ราคาที่ขายก็ถูกมาก ซื้อได้ในราคาเล่มละ 250 บาท สองเล่มก็ห้าร้อยบาท หลังจากซื้อได้เอามาอ่านหลายครั้ง เป็นหนังสือดีที่ดีใจที่ได้ซื้อเก็บไว้

หนังสือชุดนี้มีสองเล่ม เป็นบันทึกจดหมายถามตอบในเรื่องราวน่ารู้มากมาย โดยผู้รู้ที่ตอบจดหมายให้คือกรมพระยานราธิปประพันธ์พงศ์ ผู้รับบันทึกตอบคือพระยาอนุมานราชธน

มีความรู้หลากหลายในหนังสือเล่มนี้ แนวการเขียนถามตอบให้นึกถึงหนังสือสาส์นสมเด็จ

แรงบันดาลใจจากรมพระยาดำรงราชานุภาพ

เที่ยวเมืองพม่า
นิราศนครวัด
ความทรงจำ
สาส์นสมเด็จ
นิทานโบราณคดี

หนังสือชุดทางรัก สายสัมพันธ์ของโรสลาเรน

หนังสือชุดนี้เป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้อยากเดินทางไปเที่ยวเยอรมัน อยากเขียนจดหมายถึงแม่ ทำให้ชีวิตหลังเรียนจบมีสีสันด้วยการทำตามฝันเหมือนในหนังสือ ถึงแม้จะใช้เวลานานกว่าจะได้พาแม่ไปเยอรมันได้อย่างที่ฝัน แต่ในที่สุดก็ได้ทำตามความฝัน ส่วนการเขียนจดหมายหาแม่กลายเป็นนิสัยที่จะเขียนโปสการ์ดหาแม่ทุกวันที่เดินทางไปต่างประเทศ

บ้านเล็กในป่าใหญ่

To be reviewed

หนังสือชุดนี้เป็นหนังสือแนวครอบครัวที่ได้อ่านตั้งแต่เด็กๆ เข้าใจว่าได้อ่านตอนอายุ 11-12 ขวบ โดยอ่านจากห้องสมุดโรงเรียนตอนเข้าเรียนมัธยมต้น เป็นหนังสือชุดที่อ่านได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้เบื่อ

จนถึงวันเกิดอายุครบ 24 ปี พี่สาวคนรองซื้้อหนังสือชุดนี้เป็นฉบับปกแข็งให้ทั้งชุด น่าเสียดายที่หายไปบ้างเพราะเป็นหนังสือที่ชอบ ก็จะให้คนอื่นยืมไปอ่านด้วย แล้วก็หายไป

ตั้งแต่อ่านหนังสือมาก็อยากอ่านฉบับภาษาอังกฤษมาโดยตลอดเพราะอยากรู้ว่าศัพท์จริงๆที่เขาใช้ในเรื่องคือคำว่าอะไร จนเมื่อไปเรียนหนังสือที่ออสเตรเลีย ก็ได้อ่านทั้งชุดเป็นภาษาอังกฤษ แล้วก็เกิดกิเลสอยากได้ จนในที่สุดก็สั่งซื้อออนไลน์มาเก็บไว้ทั้งชุด

หนังสือชุดปริศนา ของ ว ณ ประมวญมารค

หนังสือชุดนี้มี 3 เรื่อง เรื่องแรกคือ ปริศนา เรื่องที่สองคือเจ้าสาวของอานนท์ และเรื่องที่สามคือ รัตนาวดี โดยตัวละครในสามเรื่องนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกัน แต่เนื้อเรื่องไม่ได้ต่อเนื่องกัน

ผู้แต่งหนังสือชุดนี้คือ ว ณ ประมวญมารค หรือ หม่อมเจ้าหญิงวิภาวดีรังสิต พระธิดาของ น.ม.ส. และเป็นชายาของหม่อมเจ้าปิยะรังสิต รังสิต

สามก๊ก

To be reviewed

พุทธธรรม

To be reviewed

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ซื้อให้คุณแม่ในโอกาสครบรอบวันเกิด 68 ปี (ถ้าแม่อยู่ปีนี้จะอายุ 85 ปีค่ะ) ตั้งแต่ซื้อมาก็พยายามอ่าน แต่ไม่เคยอ่านได้จบ

จะพยายามอ่านให้จบในปีนี้และรีวิวไว้ค่ะ

Friday, August 19, 2011

เที่ยวฝั่งธน...



ได้ไปสัมมนา การเตรียมความพร้อมของอุดมศึกษาไทยกับการปรับตัวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน วันที่18-19 สิงหาคม 2554 หอประชุมกองทัพเรือ ทีแรกก็งงๆไม่รู้จะไปยังไง ไม่รู้จักแถวนั้นเอาเลย ทั้งๆที่อยู่ฝั่งตรงข้ามท่าราชวรดิษฐ์แค่นี้เอง

ก็เลยเลือกที่จะพักโรงแรมเพราะไม่แน่ใจว่าถ้าเดินทางจากบ้านจะนานแค่ไหน อยู่โรงแรมใกล้ๆอย่างน้อยๆก็เดินทางใกล้กว่าและมีอาหารเช้าให้กินด้วย เลือกพักที่ รีสอร์ทบางพลัด เพราะเคยมาเมื่อสองปีก่อน ยังประทับใจมาก ตอนโทรมาจอง ตกใจ เพราะเขามีราคาโปรโมชั่น ลงไปเหลือแค่ 700 บาทต่อคืนรวมอาหารเช้า ทั้งๆที่เป็นโรงแรมสวย มีสไตล์มากๆ



เดินทางจากที่พักไปโรงแรมไม่ไกลเลย แต่ไปรถติดแถวศิริราชนิดหนึ่ง พอเข้าไปที่หอประชุม เห็นวิวเจ้าพระยาที่สวยมาก ฝั่งตรงข้ามเป็นท่าราชวรดิษฐ์ เห็นพระบรมมหาราชวัง มองไปทางขวา ก็เห็นพระปรางค์วัดอรุณอยู่ไม่ไกล จริงๆคืออยู่ถัดกันไปแต่เดินตัดไปไม่ได้ ต้องออกไปนอกถนนแล้วเดินเข้าซอยวัดอรุณอีกที




ตอนเที่ยงของวันสัมมนา 18 สิงหาคม 2554 ไม่อยากกินข้าวที่เขาจัดเลี้ยงเพราะรู้สึกว่าคนแน่นมาก คงต้องคอยกันนาน ก็เลยเดินไปเที่ยววัดอรุณ ทางเดินเข้าเขาปูเป็นหินก้อนใหญ่ๆ ดูโบราณมาก ถนนก็เล็กๆ ดูเหมือนถนนสมัยก่อน


วัดอรุณยังคงเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ มีคนมาเที่ยวมาก ส่วนใหญ่เห็นมาทางเรือ เดินดูรอบวัด รู้สึกตัวว่าไม่ได้มาที่นี่นานมาก หลายปีแล้ว เดินไปเยี่ยมเยียนยักษ์วัดแจ้งสองตนนั้น



ขากลับระหว่างทางเดินกลับหอประชุมกองทัพเรือ แวะกินข้าวมันไก่ไหหลำ เขาโฆษณาว่าเปิดมา 50 กว่าปีแล้ว ก็อร่อยดี เป็นรสชาติที่คุ้นเคย

อยู่แถวนี้สองวัน ชอบวิวที่นี่มาก วันสุดท้าย(วันที่สอง) ได้เข้าประชุมที่ห้องชมวังซึ่งอยู่อีกตึกหนึ่ง เป็นห้องชั้นบน มองเห็นวิวพระบรมมหาราชวังสวยมากๆ ตอนเลิกประชุมก็อาศัยเรือข้ามฟากของกองทัพเรือเขารับส่งฟรีไปลงที่ท่าราชวรดิษฐ์ (แต่ต้องเป็นลำสีขาว ลำสีเทาๆเขาไม่ให้คนทั่วไปขึ้น) ตอนกลับฝนตกพอดี เปียกไปตามๆกัน





Saturday, July 02, 2011

Seminar trips

ช่วงนี้มีสัมมนาหลายครั้งที่ได้เดินทางนอกสถานที่ด้วย โพสต์นี้เอาไว้บันทึกสถานที่สัมมนาค่ะ

18-19 มกราคม เสวนา "เพิ่มประสิทธิภาพระบบรวมบริการประสานภารกิจ" , ศูนย์กีฬา


27-29 มกราคม สัมมนาการประกันคุณภาพและกลยุทธ์ของสำนักวิชา, บ่อแสนวิลล่า

17 กุมภาพันธ์ สัมมนา "การบังคับใช้ประมวลจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญกับ สถาบันอุดมศึกษา โรงแรมเซ้นจูรี่พาร์ค

18-20 กุมภาพันธ์ อบรม " Business Intelligence" , Windsor Suite Hotel


2 มีนาคม นิเทศสหกิจ EGAT ลำภูรา ตรัง


6 มีนาคม วิทยากร QA สำหรับนักศึกษาเครือข่ายอุดมศึกษาภาคใต้ตอนบน

Grand Park Hotel

21-23 เมษายน เวทีเสวนาเครือข่ายการจัดการความรู้ครั้งที่ 20, Rose garden นครปฐม

(ข้อมูลเพิ่มเติม)

18-20 พฤษภาคม การประชุมสัมมนาทิศทางและแนวทางของโครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย ,โรงแรมรามาการ์เด้นส์


28-31 พฤษภาคม ประชุมเชิงปฏิบัติการ 1 มหาวิทยาลัย 1 จังหวัด ที่อุตรดิตถ์http://jongsuko.multiply.com/photos/album/107 รูปถ่าย




24-26 มิถุนายน 2554 สัมมนา เสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร ที่่โรงแรมกระบี่ซัคเซส หาดนพรัตน์ธารา กระบี่





26-29 มิถุนายน 2554 สัมมนา "แนวทางเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอนไร้พรมแดนในระดับอุดมศึกษาภาคใต้ตอนบน" จัดร่วมกับ TCU มหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย จัดที่ Blue Marine Resort and Spa







Tuesday, May 17, 2011

นกในดวงใจ

วันนี้เข้า FB กลุ่มย่อย มีพี่คนหนึ่งโพสต์รูปนกกะลิงเขียดหางหนาม นกหายากที่แก่งกระจาน ก็เลยมานั่งนึกว่าตัวเองชอบนกอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า นึกๆแล้วก็อยากบันทึกไว้ เพราะรายการดูนกทั้งหลายมันก็หายไปเรื่อยๆ

นกที่ชอบ: กระเต็นอกขาว ตะขาบทุ่ง

นกที่อยากเห็น: กะลิงเขียดหางหนาม

นกที่ประทับใจ: Towny Frogmouth, Java Frogmouth, Green Broadbill, Asian Paradise Bee eater, Common Starring

Monday, May 16, 2011

ปริศนาสวนลับ

เรื่องนี้อ่านจบไปเดือนที่แล้ว แต่อยากจะบันทึกไว้ว่าชอบเรื่องนี้มาก เดี๋ยวค่อยมารีวิว

ตำนานลับขุมทรัพย์เทมปลาร์


หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือแปลจาก The Templar Legacy ของ Steve Berry คนเขียนหนังสือรหัสลับรัสปูตินที่วางแผงไปก่อนหน้านี้ หนังสือเป็นฉบับแปลโดย ธนชน สำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์ เดือน มิถุนายน ปี 2550 (หนังสือภาษาอังกฤษพิมพ์ปี 2006) จำนวน 503 หน้า ราคา 379 บาท ถูกจัดในกลุ่ม Unputdownable Mystery

เนื้อหาเป็นเรื่องการไล่ล่าขุมทรัพย์เทมปลาร์ที่ดีอีกเล่มหนึ่ง ยังอ่านไม่จบ แต่มาบันทึกไว้ก่อน กลัวลืม

ตัวเอกชื่อมาโลน และสเตฟานี ซึ่งมาโลนเคยเป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของสเตฟานีในหน่วยสายลับอเมริกันแต่มาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยเรื่องส่วนตัวของสเตฟานี ผู้มีสามีที่เสียชีวิตไปแล้วซึ่งค้นคว้าเกี่ยวกับขุมทรัพย์ในตำนาน

เรื่องนี้ดำเนินเรื่องใน เดนมาร์ก และ อาวิญง ฝรั่งเศส
เวลาอ่านแล้วจะนึกถึงเล่มอื่นๆที่มีเนื้อหาเี่กี่ยวข้องกัน สนุกดี เหมือนคุ้นเคยกับเรื่องนี้มากทั้งๆที่เป็นเรื่องของศาสนาคริสต์

Saturday, May 14, 2011

ปลาในตลาดสด...รู้จักกันบ้างไหมคะ


สองสามวันก่อนไปตลาดแล้วซื้อปลาตัวเล็กๆมาเยอะแยะจะเอามาต้มให้น้องแมวลูกอ่อนที่บ้าน หยิบปลาขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองรู้จักปลาพวกนี้น้อยมาก ในเจ็ดชนิดรู้จักแต่ปลากระบอกอย่างเดียว ก็เลยโพสต์ถามใน FB ได้คำตอบจากน้องกุ้งว่า
"แถวซ้ายมี...ปลาทราย ปลากดขาว ปลาแดง และปลาหัวมัน, แถวขวามี...ปลากระบอก ปลาจวด และปลาแป้น ทุกชนิดสามารถทาขมิ้น กระเทียม และเกลือทอดกรอบได้หมดเลยค่ะ ถ้าเมนูอื่นก็มีแกงส้ม หรือต้มเต้าเจี้ยวได้ค่ะ แต่ที่บ้านถ้ามีปลาเล็ก ๆ หลากหลายแบบนี้ชอบทำคั่วเกลือค่ะ...ตำตะไคร้(เยอะ ๆ) ขมิ้น กระเทียม หัวหอม เกลือ เข้าด้วยกัน ใส่กะปิเล็กน้อย ใส่น้ำพอขลุกขลิก ตั้งไฟให้เดือด ใส่ปลาลงไป ตั้งไฟปานกลางให้ปลาสุก สังเกตุให้เครื่องเกาะตัวปลา ยกลงคลุกข้าวร้อน ๆ ...อร่อยเหาะค่ะ"
รู้สึกตัวเองรู้เรื่องใกล้ตัวน้อยจัง ทีเรื่องไกลตัวจะรู้เยอะแยะ...รู้จักซีลาคานส์ รู้จักปลาประหลาดๆ แต่ปลาที่กินได้ในตลาดสดไม่ยักรู้จัก ก็เอามาบันทึกกันไว้ดีกว่าเป็นความรู้ใกล้ตัว
และก็พยายามเก็บภาพปลาในตลาดไว้เรื่อยๆ ใครจะไปรู้ว่าต่อไปเราอาจจะไม่ได้เห็นปลาพวกนี้อีก






Wednesday, April 13, 2011

สิ่งที่ทำและสิ่งที่อยากให้ทำสำหรับกรณีภัยพิบัติที่เกิดขึ้น

ตั้งแต่ 25 มีนาคมจนถึงวันนี้ ได้อยู่ในเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่สุดที่เคยเจอในชีวิต มีอะไรหลายๆอย่างที่อยากพูดถึงและอยากให้เป็น

สิ่งที่ได้ทำ

ในฐานะคนท่าศาลาและเป็นคนวลัยลักษณ์ ก็ได้เจอภัยน้ำท่วมเหมือนคนอื่นๆแต่อาจจะไม่หนักเท่า เพราะที่บ้านพื้นบ้านสูงกว่าถนนและถนนในซอยก็สูงกว่าถนนข้างนอก

ถ่ายภาพ update ลง Facebook ตั้งใจถ่ายเก็บแต่กลายเป็นแหล่งข้อมูลให้ใครได้เห็นภาพน้ำท่วมมวล.ชัดๆ ช่วงนี้มีเพื่อนมา add FB เพิ่มหลายคนจนทะลุจำนวนเพื่อนหนึ่งพันคนไปช่วงน้ำท่วมแรกๆ พอมาถึงวันนี้ก็เพิ่มเป็น 1,089 คน คาดว่าจะทะลุหนึ่งพันหนึ่งร้อยภายในเดือนนี้ เพราะติดต่อข่าวทาง FB ตลอด(และก็ถึงยอดหนึ่งพันหนึ่งร้อยคนในวันที่ 17 เมษายน น่าอัศจรรย์ในความเป็น social network)

ไปช่วยงานในโรงครัว มวล. ช่วงวันที่ 30 - 31 มีนาคม ช่วยซื้อข้าวของ ช่วยแพ็ค ช่วยเช็คข้าวกล่อง แล้วก็ผันตัวเองไปศูนย์อำนวยการ โรงครัวปิดตัวคืนวันที่ 2 เมษายน

ช่วยในศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตั้งแต่วันที่ 1 -4 เมษายน จากนั้นก็ส่งไม้ให้ทาง ปชส. รับต่อ ก็ได้ช่วยประสานงาน รับบริจาค และการติดต่อทั่วไป ได้รู้จักน้องๆอาสาเพิ่มขึ้น รู้สึกดีมาก

วันที่ 2 เมษายน ไปดูพื้นที่บริเวณสะพานขาดที่นบพิตำ ไปกับอ.น้อง อภิรยา แลอ.ปิยะพงค์

วันที่ 9 เมษายน ไปลงพื้นที่แจกถุงยังชีพที่หมู่ 1 ต. เกาะทวด อ.ปากพนัง ได้นั่งรถอีแต๋น ไปแจกของ สนุกสนานและรู้สึกดีมาก

วันที่ 10 เมษายน ประสานงานรอรับของบริจาคที่ศูนย์

วันที่ 12 เมษายน เข้าประชุมกับสถาบันวิจัยเพื่อหาแนวทางฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย นัดกันจะลงพื้นที่เทพราชวันที่ 15 เมษายนนี้

15 เมษายน 2554 ทีมงานจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้ขอเข้าไปฟังความเห็นของชาวบ้านที่เทพราชเพื่อให้ได้ข้อมูลความจำเป็นเร่งด่วนและความต้องการของชาวบ้านที่แท้จริง มีชาวบ้านมาร่วมประชุมกว่า 50 คน ทีมอาสาสมัครที่ลงพื้นที่อยู่แล้วได้เข้ามาเป็นแกนในการรวมกลุ่ม มีจอม ประสิทธิชัย ทรงวุฒิ บ่าว ซึ่งได้ลงพื้นที่ตั้งแต่ต้นและยังช่วยเหลือต่อเนื่อง ทีมมวล.เป็นทีมที่รวมตัวกันจากในที่ประชุมที่สถาบันวิจัยจัดขึ้น รวมกับทีมอาจารย์ ( อ. โอภาส อ.วันชาติ อ.จงสุข น้องกุ้ง คุณใหม่ น้องปิ๊ก หนูดี )
ประเด็นที่ชาวบ้านยกขึ้นมาเป็นประเด็นหลักๆ ได้แก่
1. บ้าน โดยในหมู่ 10 ฉลอง หมู่ 10 หมู่ 15 เทพราช มีบ้านที่เสียหายทั้งหลัง 43 หลัง และมีบ้านที่เสียหายบางส่วนต้องได้รับการซ่อมแซม 37 หลัง (แต่ในการรวมกลุ่มชาวบ้านจะรวมหมู่บ้านอื่นๆด้วย จำนวนบ้านจะเพิ่มมากกว่านี้)
2. ถนน
3. เครื่องนอนเครื่องใช้
4. การเรียนของเด็ก อุปกรณ์เครื่องเรียน ชุดนักเรียน
5. สิทธิทำกิน
6. หนี้สิน
และเมื่ออภิปรายพูดคุยในกลุ่มนำประชุมโดยประสิทธิชัยและน้าพร มีข้อสรุปเบื้องต้นคือ ชาวบ้านจะรวมตัวเป็นกลุ่มใหญ่ของผู้เสียหายที่บ้านพังทั้งหลังและบ้านที่ต้องซ่อมแซม และมีกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมา 7 คน มีผู้ใหญ่มุย (เจริญ วงเขน) เป็นประธาน (หลังจากประชุมนี้ชาวบ้านก็มีการประชุมกลุ่มกรรมการต่อทันที)

ในที่ประชุมมีหน่วยงานจากภายนอกสองกลุ่มคือ พอช. (สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน....คุณพลและคุณดุก) กับทีมมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งเข้ามาเพื่อรับฟังชาวบ้านและต้องการข้อมูลเพื่อนำไปหาทางช่วยเหลือต่อไป โดยทาง พอช.จะเข้าร่วมประชุมกับ ศชอ.ที่จังหวัด จะนำข้อมูลไปให้ที่ประชุมรับทราบด้วย

ทีมมวล.หลังจากกลับจากพื้นที่ได้ประชุมกลุ่มย่อยต่อกันที่บ้านอาจารย์บุญเสริมเพื่อร่วมคิดว่าจะดำเนินการเรื่องใดต่อไป มีการคิดหลายด้านเช่นจะประสานงานเพื่อหาทุนสนับสนุนในการจัดหาชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องนอนของใช้ และจะดำเนินการจัดประชุมเวทีผู้ลงพื้นที่ทำงานในพื้นที่ต่างๆ เช่น นบพิตำ กรุงชิง เทพราช สิชล ปากพนัง เพื่อมาพูดคุยสิ่งที่ได้ดำเนินการ ปัญหาที่พบและแชร์ข้อมูลกันเพื่อช่วยกันหาแนวทางฟื้นฟู โดยจะจัดประชุมวันที่ 19 เมษายน 2554 เวลา 9:00 น. ที่ห้องประชุม 2 อาคารวิจัย มวล. (ขอถือโอกาสเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมประชุมด้วยนะคะ)